เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.68.5 - ปรปักษ์ที่แกร่งที่สุด(ตอนปลาย)

DND.68.5 - ปรปักษ์ที่แกร่งที่สุด(ตอนปลาย)

DND.68.5 - ปรปักษ์ที่แกร่งที่สุด(ตอนปลาย)


ชางหมิงยี่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาอยากจะสั่งสอนซือหยูแต่ไม่อยากจะถูกมองว่ารังแกหน้าใหม่ แต่ซือหยูกลับพูดอย่างไม่ไว้หน้า ตอนนี้ชางหมิงยี่มิต้องออมมืออีกแล้ว

“ฮ่า ดีล่ะ ข้าจะไม่ออมมือ”

ชางหมิงยี่มองอย่างเย็นชาและยกนิ้วขึ้น คลื่นลึกลับหมุนวนรอบระหว่างพวกเขาทั้งสอง

มันลอยอยู่ระหว่างความจริง ราวกับดัชนีอยู่ในอีกขอบเขต...ภาพลวงตา

ร่างชางหมิงยี่ส่วนมากเข้าไปในอีกขอบเขตที่แยกจากโลกจริง

“ฏีกาสวรรค์ระดับกลาง!”

ศิษย์น้องหลิวทั้งอิจฉาและยอมรับ นางมองซือหยูอย่างเวทนา ดูเหมือนชางหมิงยี่อยากจะชี้แนะซือหยูจริงๆจึงใช้ฎีกาสวรรค์ออกมา

วิหารเป็นเช่นนี้...พลังคือทุกสิ่ง

หากมิอยากถูกทำอัปยศหรือแย่กว่าสุนัข...ก็ต้องบ่มเพาะพลังให้จงหนัก!

“ดัชนีทะลวงขอบเขต!”

ฟึ่บ--

ดัชนีของเขาราวกับอยู่ในอีกขอบเขตที่มิใช่ความเป็นจริง ราวกับเป็นเหตุการณ์ที่ถูกวาดเอาไว้อย่างงดงาม ใครที่ได้เห็นต้องมัวเมาและจมสู่ภาพลวงตา

ปั้ง---

ราวกับดัชนีทะลวงขอบเขตนี้จะทำลายทั้งจักรวาล

ซือหยูยังคงใจเย็น

ฟึ่บ--

ซือหยูเข้าสู่อีกขอบเขตทันที เขาลอยขึ้นสู่มวลเมฆที่แยกจากโลกความเป็นจริง

แต่ซือหยูไม่ได้ใช้ดัชนีสวรรค์ เขากลับลดมือลงและทำให้เกิดภาพอันลึกลับที่ปกคลุมทั้งร่าง

ในตอนนั้นเอง ชางหมิงยี่ได้กลายเป็นตัวละครในภาพเขียนของซือหยู

ปั่ก--

ซือหยูยื่นฝ่ามือธรรมดาออกไป

ดัชนีและฝ่ามือเข้าปะทะกัน

ครืนนน ปั้ง---

ว๊ากก---

ชางหมิงยี่ตกตะลึง เขากระอักเลือดออกมาและควบคุมร่างกายไม่ได้ ชางหมิงยี่ถอยหลังอย่างไม่มั่นคงและล้มลงกับพื้น

“ฎีกาสวรรค์ระดับสูงงั้นเรอะ?”

ชางหมิงยี่เบิกตากว้าง เขามองอย่างนับถือและเกรงกลัว

ศิษย์พี่หลิวเอามือปิดปากอย่างไม่เชื่อสายตา

เหล่าศิษย์พี่ต่างพูดคุยเสียงดัง

อันดับเก้าในสิบที่คาดหวังจะได้เป็นศิษย์สวรรค์ชางหมิงยี่ พ่ายแพ้จากกระบวนท่าเดียวของหน้าใหม่!

ซือหยูไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาหยิบอาหารของชางหมิงยี่และกลับไปยังลานฝึกกับเซี่ยจิงหยู

“เขาเป็นใครกัน?”

ซือหยูมีชื่อหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ครั้งเดียว เหล่าศิษย์พี่ต่างอยากรู้เรื่องของเขามากขึ้น

และเหล่าศิษย์พี่ก็ได้ข้อมูลจากเฟิงห่าวที่หน้าซีดราวกับกระดาษ...ซือหยูนั่นมาจากแคว้นเฟิงหลิน!

กลับมายังห้องพัก ซือหยูนั่งตรงข้ามเซี่ยจิงหยู พวกเขาเปิดดูอาหารและพบว่ามันเป็นสมบัติหายากในโลกมนุษย์ทั้งสิ้น เช่นไอหยกเพลิงที่ซือหยูเคยดื่มมาก่อน

วัตถุดิบหลักมีพลังงานล้นเหลือ พวกเขาไม่เคยเห็นวัตถุดิบเช่นนี้มาก่อน เพียงการกินก็ทำให้ซือหยูและเซี่ยจิงหยูรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้น

อาหารมีปริมาณพอเหมาะ เซี่ยจิงหยูนั้นกินน้อย เพียงพอต่อการแบ่งปันสองคน

เห้อ---

หลังอาหาร ซือหยูยืดตัวผ่อนคลาย พลังของเขาได้ถูกเติมเต็ม พลังบ่มเพาะของเขาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากกินอาหารเช่นนี้อีกไม่กี่วันเขาจะบรรลุขอบเขตระดับหก

เซี่ยจิงหยูมีพลังระดับห้าขั้นกลาง หลังอาหารนางเพิ่มระดับเป็นระดับห้าขั้นสูงทันที! นางประหลาดใจมาก

เพียงวันแรกในวิหารก็ทำให้นางเลื่อนระดับ นางรู้สึกขอบคุณซือหยูและยิ้มอย่างบริสุทธิ์

“ซือหยู ขอบคุณนะ”

ใจซือหยูเต้นอย่างลิงโลดและโบกมือ

“วิหารนี่มีทรัพยากรมากกว่าโลกมนุษย์ หากเราฝึกหนักเราจะก้าวข้ามอดีตไปได้แน่!”

อาหารมื้อเดียวก็ทำให้พวกเขาเพิ่มพลังอย่างน่ากลัว...ยากจะจินตนาการถึงทรัพยากรอื่นที่วิหารอาจจะมี

ก่อนกินอาหาร ซือหยูกังวลถึงเรื่องเฟิงหวงที่เป็นเรื่องหนักอึ้งในหัวเขา

แต่หลังจากได้กินอาหารมื้อนี้ เขาก็เริ่มมีหวัง

หุบเขาเฟิงหวง...อย่าเอาเซี่ยนเอ๋อไปจากข้า!

หากได้ฝึกอีกไม่กี่ปีในวิหาร...เขาจะไม่เกรงกลัวผู้ใด!

เซี่ยจิงหยูยิ้ม นางชอบชีวิตความเป็นอยู่ตอนนี้ ชีวิตที่ได้ฝึกฝนร่วมกับซือหยู พัฒนาฝึมือไปด้วยกัน

ซือหยูรู้สึกไม่ต่างกัน เขาคิดว่าเซี่ยจิงหยูสมบูรณ์แบบ นางอ่อนโยนแต่แน่วแน่ และยังงดงามอีกด้วย บุรุษทุกคนล้วนอยากได้นางเป็นภรรยา

แต่ความคิดนี้ก็หายไปจากหัวซือหยูอย่างรวดเร็ว เซี่ยนเอ๋อยังโดดเดี่ยวในแดนไกล เขาจะคิดถึงสตรีอื่นได้ยังไง? และความรู้สึกที่มีต่อเซี่ยจิงหยูยังเป็นความสำนึกในบุญคุณ เขาไม่อยากจะทำให้เรื่องมันซับซ้อนขึ้นโดยการพรากความบริสุทธิ์ของนาง

ปั้ง---

เสียงกระแทกดังก้องมาจากลานฝึก

ซือหยูออกจากห้องและพบกับชายหนุ่มรูปร่างดีที่ลานฝึก

ดวงตาเขาเย็นชา

ซือหยูรู้สึกว่าเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน

“เจ้าคือซือหยูใช่หรือไม่?”

ชายหนุ่มเรียกเขาอย่างไร้เยื่อใย

ซือหยูพยักหน้า

“มีเรื่องอะไรกัน?”

“ข้าตู้หลิน ตอนนี้คงรู้แล้วใช่ไหมว่าข้ามาทำไม!”

ตู้หลินแผ่จิตสังหารออกมา

ตู้หลินงั้นรึ?

เซี่ยจิงหยูบินออกจากห้องมายังข้างซือหยู

“เรื่องของตู้หยุนเทียนถูกจัดการโดยศิษย์พี่ฉิวไปแล้ว เจ้ามิพอใจกับการตัดสินใจของศิษย์พี่งั้นรึ?”

ตู้หลินเข้ามายังวิหารก่อนตู้หยุนเทียน พวกเขาเป็นพี่น้องกัน!

เขาแกร่งยิ่งกว่าฟางหยุน ทั้งซือหยูและเซี่ยจิงหยูมิใช่คู่มือของเขาเลย!

“อย่าใช้ศิษย์พี่ฉิวมาขู่ข้า! ข้ามิได้มาเพื่อล้างแค้น ข้ามาเพื่อเรียนรู้จากซือหยูต่างหาก ได้ยินว่าเจ้าคือคนที่แกร่งที่สุดในเฟิงหลิน ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าแกร่งซักแค่ไหน!”

แม้ตู้หลินจะพูดเช่นนั้น แต่น้ำเสียงของเขาบ่งบองอย่างชัดเจนว่าเขามาเพื่อล้างแค้น!

เขามิได้เกลียดฉิวชางเจี้ยน เพราะเขาไม่รู้ว่าฉิวชางเจี้ยนเป็นใคร แต่เขารู้จักซือหยู...และเขาแกร่งกว่าซือหยู...ตู้หลินเลยชิงชังเขา!

เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นที่สนใจของผู้อื่น เหล่าศิษย์วิหารหลายคนหยุดมอง

“ตู้หลิน? อัจฉริยะจากวิหารมนุษย์งั้นรึ?”

“ตอนที่เขามานี่ เขาเป็นแค่ผู้ติดตามวิหารมนุษย์ แต่แค่ปีเดียวเขาก็เป็นศิษย์อันดับห้าที่จะได้เป็นศิษย์สวรรค์ พลังของเขาน่ากลัวนัก”

เฟิงห่าวย่ามใจ ซือหยูเป็นที่สนใจมากเกินไป นั่นจะทำให้มีผู้ที่แกร่งกว่ามารังแกเขา

พลังคือทุกสิ่งในวิหารสวรรค์ หากมิได้เกิดการสังหารหรือพิการ การประลองจะเกิดขึ้นที่ใดก็ได้!

เซี่ยจิงหยูโมโห

“ตู้หลิน! อย่าบังคับให้ทุกคนทำตามใจเจ้า เจ้าก็รู้ดีว่าทำไมน้องชายเจ้าถูกสังหาร...ทำไมยังใช้เรื่องนี้มาอ้างเพื่อล้างแค้นอีก?”

“หุบปาก! ข้ามิได้คุยกับเจ้า!”

ตู้หลินก่นด่า

ตู้หลินคุกคามซือหยูด้วยแววตาน่ากลัว

“วันนี้เจ้าจะต้องยอมประลองกับข้า...แม้จะไม่อยากก็ตาม!”

รังสีพลังระดับเจ็ดขั้นกลางแผ่ออกไปทั่ว

ตู้หลินที่โหดร้ายป่าเถื่อนทำให้ซือหยูโกรธเกรี้ยว เขาจะต้องทนการข่มเหงเช่นนี้เพราะเขาอ่อนแอกว่างั้นรึ? หากมีเวลาอีกหน่อยเขาจะตามตู้หลินทันแน่

แต่ซือหยูไม่มีเวลา...เขาจะต้องประลองกับตู้หลินวันนี้...แม้จะไม่มีโอกาสชนะ

ซือหยูยอมตาดีกว่าต้องยอมคุกเข่า เขารับถือในตนเอง

“ถ้าเจ้าอยากจะสู้...ก็เข้ามา!”

ชุดของซือหยูและเส้นผมร่ายรำไปตามแรงลม

ดวงตาดาวกับดวงดาราของซือหยูไร้ซึ่งความกลัว...มีเพียงความตั้งใจอันแรงกล้าและความโกรธ

ซือหยูก้าวออกมาข้างหน้า สายฟ้าอันน่ากลัวปะทุอยู่ที่ฝ่ามือ เขาเรียกดาบทมิฬออกมาจากดวงตาและเข้าสู่ขอบเขตอันงดงาม

ลมพัดไปทั่วใต้เท้าของซือหยู เขาเดินบนแสงและคว้าเงาอย่างไร้ลักษณ์

ซือหยูใช้ทุกสิ่งที่เขามีและลงมือก่อน...นี่คือศัตรูตัวฉกาจที่สุดที่เขาเคยพบเคยเจอ!

เจ้าอยากจะชี้แนะข้างั้นรึ? เตรียมฟันร่วงออกจากปากซะเถอะ!

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.68.5 - ปรปักษ์ที่แกร่งที่สุด(ตอนปลาย)

คัดลอกลิงก์แล้ว