เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.58 - ประลองสุดท้าย

DND.58 - ประลองสุดท้าย

DND.58 - ประลองสุดท้าย


ซือหยูรู้อยู่แล้วว่าดงหลินมิได้ใส่ใจเขาเลย

แต่เขาที่ต้องต่อสู้เพื่อมงกุฎศักดิ์สิทธิ์แก่องค์ชายสามยังคงต่อสู้กับซือหยูแม้ซือหยูจะเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด เขามิได้คิดถึงสถานการณ์ขององค์ชายสามเลยหรืออย่างไร? ผลแพ้ชนะของซือหยูนั้นเทียบได้กับชีวิตขององค์ชายสามไม่ต่างกัน

แต่ในใจดงหลินกลับคิดถึงแต่เกียรติยศเท่านั้น เขาไม่ได้คำนึงถึงองค์ชายสามแม้แต่น้อย! ซือหยูที่เหนื่อยล้าเต็มทีไม่มีเวลาเหลือแล้ว!

หลังจากดงหลินเขาต้องสู้กับหนานเฟยที่สู้กับซือหยูได้เป็นชั่วโมง เขาเหลืออีกแค่สามชั่วโมงเท่านั้น!

ซือหยูชี้ดงหลิน

“ออกมาเดี๋ยวนี้ ข้าจะประลองกับเจ้า!”

“ฮื่ม! เป็นอะไรของเจ้า? เจ้ามีค่าจะประลองกับข้างั้นรึ?”

ดงหลินกระโดดขึ้นลานประลองอย่างเหยียดหยาม

“เข้ามา! ชัยชนะต่อเนื่องของเจ้าต้องจบลงเดี๋ยวนี้ ข้าคือศัตรูเพียงคนเดียวของตู้หยุนเทียน!”

ดงหลินเอามือไพล่หลัง เขาหยาบคายมาก!

ซือหยูชิงชังดงหลิน แม้ตู้หยุนเทียนจะหยาบคายแต่เขาก็มีพลังที่เพียงพอต่อความมั่นใจนั้น ตู้หยุนเทียนมีพลังระดับหกขั้นกลางที่มากกว่าทุกคนในการประลองครั้งนี้

แต่ดงหลินที่มิได้สำเหนียกตัวเองและยโสโอหัง แม้เขาจะแพ้ดงหลินในสองกระบวนท่าเขาก็ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เขายังคงหยิ่งยโสเช่นเดิม!

มีเพียงหมัดเท่านั้นที่จะทำให้ดงหลินตาสว่าง!

เมื่อเห็นซือหยูไม่ขยับดงหลินก็หมดความอดทน

“ช่างมันเถอะ ข้าจะเริ่มก่อนและส่งเจ้าออกจากลานประลองนี้เอง! กระบี่เก้าคลื่น!”

ชั้นพลังปราณปะทุออกมาจากร่างดงหลิน มันปกคลุมนิ้วทั้งเก้าให้ราวกับกระบี่ที่โจมตีซือหยูจากด้านบน!

เขาเป็นพวกป่าเถื่อน ไร้จิตใจ และดุร้าย

รังสีแข็งแกร่งในอากาศทำให้เส้นผมซือหยูปลิว ดวงตาของเขาที่ดำทมิฬราวกับจักรวาลได้กลายเป็นประกาย

“สายฟ้า! ดารา! ม่วง!”

ซือหยูปล่อยหมัดสายฟ้าตรงไปยังดงหลิน!

สายฟ้าแล่นไปมาและปะทุพลังอันเหลือล้น

ครืน---

อ๊ากก---

กระบี่เก้าคลื่นของดงหลินสลายไปด้วยสายตาที่ทำลายล้างทุกสิ่ง!

หมัดคู่ที่นำพาสายฟ้าพิโรธปะทะกับใบหน้าดงหลินอย่างจัง!

ซ่า----

ใบหน้าดงหลินไหม้เกรียม เกิดแผลเหวอะพร้อมกับสายโลหิต กลิ่นไหม้ตลบอบอวลไปทั่ว ความเจ็บรุนแรงทำให้เขาตัวสั่น

ครืน---

ซือหยูใช้สายฟ้าดาราม่วงอีกครั้งโจมตีใส่อกดงหลิน ครั้งนี้เนื้อหนังของดงหลินได้ฉีกออกทันที

ดงหลินกระเด็นลอยตกลานประลอง

อึก--

แรงชอคจากสายฟ้ารุงแรงทำให้เขากระอักเลือดออกมา เขาแพ้ในสองกระบวนท่า!

ซือหยูมองเขาอย่างขยะแขยง

“เจ้ามันไม่มีอะไรพิเศษ! เจ้ามันแค่พวกเบาปัญญา ความโอหังของเจ้าก็โง่เขลานัก”

ซือหยูไม่มีเวลาให้ดงหลินอีก เขาจึงต้องใช้วิชาระดับสวรรค์ก่อนที่คาดไว้

อั้ก--

ดงหลินที่โกรธจัดกระอักเลือดอีกครั้ง เขามองซือหยูอย่างโกรธแค้นและตกตะลึง

หมัดอันน่ากลัวนั่นทำให้เขาโต้กลับไม่ได้เลย! นั่นมันวิชาบ่มเพาะแบบใดกัน?

นอกจากฟางหยุนแล้วคนดูทุกคนสับสน ไม่มีใครแน่ใจว่าวิชาที่ซือหยูใช้คืออะไร

“นั่น...หรือจะเป็นวิชาระดับสวรรค์!”

“นอกจากตระกูลราชวงศ์แล้วใครอื่นจะมีวิชาระดับสวรรค์ได้?”

ผู้รับใช้เพลิงตกตะลึงเป็นครั้งแรก นั่นเป็นวิชาระดับสวรรค์ของจริง!

ว่ากันว่าวิชาบ่มเพาะนี้จะสำเร็จได้โดยอัจฉริยะหนึ่งในหมื่นเท่านั้น ผู้ที่ด้อยความสามารถจะต้องใช้เวลาหลายปีในการเข้าใจวิชาระดับสวรรค์

ซือหยูที่เป็นตัวแทนของตระกูลราชวงศ์ได้เข้าใจวิชาระดับสวรรค์งั้นรึ? แม้ตู้หยุนเทียนก็ไม่บรรลุวิชาระดับสวรรค์ แต่เจ้าคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้านี่กลับทำได้งั้นเรอะ?

ผู้รับใช้เพลิงไม่พอใจ เขามองซือหยูอย่างเย็นชา

“เขายังคงแค่ยอมรับได้ นั่นเป็นพลังเพียงผิวเผินของวิชาระดับสวรรค์”

ผู้ประเมินประหลาดใจ แม้ซือหยูจะบรรลุวิชาระดับสวรรค์เขาก็พูดแค่ “แค่ยอมรับได้” งั้นหรือ? และซือหยูมิได้บรรลุวิชาระดับสวรรค์เพียงผิวเผิน ดูจากระดับแล้วนั่นมันใกล้กับระดับหนึ่งขั้นต้นมาก!

ทุกคนในโถงประลองรวมทั้งตู้หยุนเทียนมิอาจเทียบระดับสติปัญญากับซือหยูได้เลย

ผู้รับใช้เพลิงมีอคติไม่จำกัดหรือไงกัน? แต่ผู้ประเมินก็ทำอะไรผู้รับใช้เพลิงไม่ได้ เขามีทั้งตำแหน่งและพลัง

แม้เรื่องจะไปถึงราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ เขาก็จะใช้ข้ออ้างเรื่องอายุที่แก่เฒ่า ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์จะไม่ลงโทษเขา

“ชนะต่อเนื่องเจ็ดครั้ง! ซือหยู...ชนะต่อเนื่องเจ็ดครั้ง!!”

ผู้ตัดสินประกาศอย่างตื่นเต้น

หากชนะเก้าครั้งอัจฉริยะผู้นี้จะได้เป็นราชาแห่งงานนี้...ซือหยูเหลืออีกสองก้าว!

ผู้ตัดสินรู้ถึงสภาพซือหยูดี เขาเสียพลังไปเจ็ดในสิบส่วนแล้ว และยังต้องเจอกับหนานเฟยที่มีพลังเต็มที่ หากซือหยูมีพลังเต็มเปี่ยมพร้อมกับสายฟ้าดาราม่วงเขาคงจะชนะหนานเฟยอย่างง่ายดาย แต่ซือหยูในตอนนี้ชนะหนานเฟยไม่ได้แน่ ไม่ต้องพูดถึงตู้หยุนเทียนที่แกร่งที่สุด

ซือหยูมองจุดเตรียมการประลองที่เหลือคนเพียงสองคน

“พี่หนานเฟย โปรดประลองกับข้า!”

หลายชั่วโมงก่อน หนานเฟยนั้นไม่พอใจ เขาอยากจะต่อสู้อีกครั้งกับซือหยู

หนานเฟยมองอย่างซับซ้อน เขายืนขึ้นและถอนหายใจ

“ข้ามิอาจฉวยโอกาสกับคนที่สภาพย่ำแย่เช่นนี้ การประลองนี้ ข้าขอยอมแพ้”

แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมซือหยูถึงรีบร้อนนัก เขาก็ไม่คิดจะใช้โอกาสนี่เอาชนะซือหยู เขาพูดและมองไปยังดงหลินด้วยความเหยียดหยาม หนานเฟยมองข้ามดงหลินที่ทั้งหยิ่งยโส ใจแคบ และโง่เขลา

ซือหยูซาบซึ้ง

“ขอบคุณพี่หนานเฟย...ข้าขอบคุณจริงๆ!”

ซือหยูมิต้องออกแรงในครั้งนี้ เขาชนะหกครั้งและใช้พลังดวงตาอย่างน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยังคงเหนื่อยล้า พลังกายของเขาลดลงมาก ประกอบกับการต่อสู้ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ซือหยูถึงจุดวิกฤติแล้ว มีเพียงผู้ตัดสินเท่านั้นที่ใกล้ซือหยูที่สุด เขาเห็นแขนและขาซือหยูที่สั่นเพราะพลังที่แทบจะไม่เหลือ

แต่ดวงตาซือหยูเต็มไปด้วยความพอใจ เพราะเขาได้มาถึงการประลองสุดท้ายกับตู้หยุนเทียนแล้ว และยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วยาม! เวลาที่เหลือนี้เกินพอที่เขาจะชนะ!

“ซือหยู ชนะต่อเนื่องแปดครั้ง!”

ผู้ตัดสินประกาศอย่างหม่นหมอง

การประลองครั้งต่อไปจะเป็นครั้งที่เก้า! การประลองเพื่อมงกุฎศักดิ์สิทธิ์!

ซือหยูจะชนะตู้หยุนเทียนไหมนะ?

ผู้ชมตกอยู่ในภวังค์ พวกเขามองหนุ่มน้อยในชุดม่วงที่ชนะแปดอัจฉริยะจากทั้งแคว้นในคราวเดียว เงาร่างของเขาที่ปฏิเสธการยอมแพ้ได้ขโมยดวงใจของพวกเขา!

ซือหยูมองข้ามร่างกายที่อ่อนแอและมองศัตรูคนสุดท้าย...ตู้หยุนเทียน!

งานประชุมศักดิ์สิทธิ์เดินทางมาถึงการประลองสุดท้ายแล้ว!

ชีวิตของดยุคเซี่ยนหยูและองค์ชายสามขึ้นอยู่กับการประลองครั้งนี้ เช่นเดียวกับชีวิตของซือหยู หากเขาชนะ เขาจะคลี่คลายเรื่องทั้งหมดลงได้ หากเขาแพ้ พวกเขาทั้งสามจะถูกสังหารทั้งหมดหลังจากการประลองนี้จบลง

ขณะที่งานประลองศักดิ์สิทธิ์ดำเนินต่อไป ชายหนุ่มสองคนแปลงรูปลักษณ์ของตนและกำลังจะออกจากเมืองหลวงไปยังแดนทะเลทราย ชายหนุ่มหนึ่งคนมีพลังระดับหกขั้นสูง และอีกคนมีพลังระดับห้าขั้นสูง

หากซือหยูอยู่ที่นี่คงจะคุ้นหน้าชายทั้งสอง เพราะพวกเขาคือไป่ชี่เซียงและองครักษ์เฉิน พวกเขาไล่ล่ากันมาหลายพันลี้เพื่อสังหารซือหยู องค์ชายหนึ่งก็ระวังพวกเขาทั้งสองเช่นกัน พวกเขารอดมางามเงื้อมมือของซือหยูและองค์ชายหนึ่ง แต่ตอนนี้พวกเขากำลังร่วมมือกันเพื่อออกจากเมืองหลวง

“พี่ไป่ ข้าจะจดจำสิ่งที่ท่านทำให้ข้าไว้ในหัวใจ...ข้าจะตอบแทนท่านแน่นอน!”

องครักษ์เฉินประสานมือเคารพอย่างซาบซึ้ง

ไป่ชี่เซียงทำมือปฏิเสธ

“ไม่เป็นไร ทั้งเจ้าและข้าถูกลิขิตให้ใช้ชีวิตร่อนเร่ พวกเราต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว”

วันที่องค์ชายหนึ่งสั่งให้ไป่ชี่เซียงสังหารองครักษ์เฉินเพื่อปิดปาก ไป่ชี่เซียงตระหนักได้ทันทีว่าวันหนึ่งเขาจะต้องถูกองค์ชายหนึ่งทิ้งเช่นกัน

“องค์ชายหนึ่ง เจ้าคิดว่าเจ้าคือคนที่ฉลาดที่สุดในโลกนี้รึไงกัน?”

ไป่ชี่เซียงบ่น

“ข้าช่วยเจ้าสังหารผู้มีบัญชาศักดิ์สิทธิ์ เป็นธรรมดาที่เจ้าจะต้องปิดปากข้าเหมือนกัน คิดว่าข้าจะปล่อยให้ทำง่ายๆรึไงกัน?”

“เจ้ายังคิดอีกว่าข้าไม่รู้ว่าวิชานั่นคือวิชาระดับสวรรค์ของราชวงศ์? เจ้าไม่ปล่อยให้ข้ามีชีวิตหลังอ่านตำรานั่นแน่”

ไป่ชี่เซียงที่เอาองครักษ์เฉินมาด้วยไม่ได้หวังดีนัก หากทหารมาไล่ตามพวกเขาองครักษ์เฉินจะใช้งานได้ดี และไป่ชี่เซียงยังสังหารเขาได้เมื่อผ่านชายแดนไปแล้ว!

พวกเขามุ่งหน้าไปยังป่าเทือกเขาที่ทำให้หาตัวยาก แต่พวกเขาพวกเขาไม่รู้จะออกจากแคว้นได้ยังไง

ไป่ชี่เสียงหน้าซีดทันทีเมื่อหันไปข้างหลัง!

“ปร..มาจารย์!”

ไป่ชี่เซียงอ้าปากค้าง เขาหน้าซีดเผือด!

องครักษ์เฉินตัวสั่น เขาโศกเศร้าและกลัว

“อาจารย์ขององค์ชายหนึ่ง...ท่านปรมาจารย์!”

เขาร้องเสียงหลง

ชายชุดแดงตามมาจนเจอพวกเขา

“ฮ่าๆๆ! เจ้าเด็กน้อย...เจ้าคิดว่าจะรอดไปจากเงื้อมมือขององค์ชายหนึ่งงั้นรึ?”

ปรมาจารย์ยิ้มอย่างไร้อารมณ์

“เมืองหลวงนี้มีพยานหลายคนนัก ข้าไม่ต้องทำอะไรเลยก็ตามพวกเจ้าจนเจอ ตอนนี้พวกเจ้าเลือกจะหนีไปยังที่รกร้างไร้ผู้คน ที่นั่นสงบเงียบ...และเหมาะกับเป็นที่ตายยังไงล่ะ!”

ปรมาจารย์ตามรอยพวกเขาจริงๆรึนี่?

ไป่ชี่เซียงถูกบีบคอ ความพยายามจะถอยกลับล้วนไร้ความหมาย องค์ชายหนึ่งตัดสินใจแล้วว่าไป่ชี่เซียงต้องตาย!

ไป่ชี่เซียงโจมตีสวนกลับทันที!

มือของเขาไม่ได้พุ่งตรงไปยังปรมาจารย์ อย่างไรก็ตามเมื่อต้องเจอกับผู้มีพลังระดับเจ็ดขั้นสูงก็ยากที่ไป่ชี่เซียงจะป้องกันตัวเองจากแม้เพียงนิ้วเดียวของเขาได้!

เขาโจมตีไปโดนองครักษ์เฉิน!

อ๊าก--

องครักษ์เฉินไม่ได้ป้องกันตัวเองจากไป่ชี่เซียงอยู่แล้วเพราะเป็นพวกเดียวกัน เขาถูกโจมตีอย่างจังที่หลังและกระอักเลือดทันที ร่างของเขากระเด็นลอยไปทางปรมาจารย์

“หยุดขัดขืนได้แล้ว!”

ปรมาจารย์ดูถูก เขาเพียงสะบัดแขนเสื้อและองครักษ์เฉินก็ถูกโจมตีอีกครั้งกลางอากาศทำให้กระเด็นไปอีกทางและตกลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง เขาหมดสติทันที ไม่มีใครรู้ว่าอยู่หรือตาย

ไป่ชี่เซียงใช้โอกาสนี้กัดฟันฝืนพลังปราณเพื่อหนี!

“ไม่น่าขันไปหน่อยรึที่ข้าปล่อยให้เจ้าหนีไปได้?”

ปรมาจารย์หัวเราะ เขาดีดนิ้วปล่อยพลังปราณไปทางไป่ชี่เซียง!

อ๊าก--

พลังปราณนั้นเร็วปานสายฟ้า ขาของไป่ชี่เซียงถูกโจมตีด้วยพลังปราณโดยไม่ทันตั้งตัว เขาล้มลงตัวสั่นกับพื้นทันที

ปรมาจารย์เดินเข้าหาไป่ชี่เซียงด้วยจิตสังหาร มือของเขาเล็งไปยังศีรษะไป่ชี่เซียง

ฟึ่บ--

ในตอนนั้นเองมีเงาออกมาจากป่ารกร้าง

มันเป็นความบังเอิญอย่างแท้จริงที่มีผู้ผ่านมาเห็นตรงนี้

“เอ๊ํะ? เจ้า...ไป่ชี่เซียงงั้นรึ?”

คนคนนี้จำไป่ชี่เซียงได้!

ไป่ชี่เซียงเงยหน้าอย่าตกตะลึง

“เจ้าคือ...ฉิว! ชาง! เจี้ยน!”

ชายหนุ่มตัวสูงสวมชุดขาวรูปลักษณ์งดงาม เขาตามเสียงสะท้อนเข้ามาในป่า

เขาดูไม่เหมือนผู้บ่มเพาะพลัง เขามิได้ดูโหดร้าย เขาดูราวกับเป็นหนุ่มน้อยธรรมดาเท่านั้น

ปรมาจารย์สังเกตฉิวชางเจี้ยน

“เด็กน้อย เจ้ามาผิดที่ผิดเวลาซะแล้ว!”

ปรมาจารย์มิอาจให้ใครรู้เรื่องนี้ได้ จะต้องไม่มีใครในโลกนี้รู้ว่าองค์ชายหนึ่งแอบพยายามสังหารซือหยู โดยเฉพาะสามคนนี้

เป๊าะ--

ปรมาจารดีดนิ้วและพลังปราณก็พุ่งเข้าไปยังศีรษะฉิวชางเจี้ยน!

ฉิวชางเจี้ยนคิ้วขมวด

“ฮื่ม!”

เขาสะบัดแขนเบาๆ คลื่นพลังปราณกระจายออกมาทันที! ฉิวชางเจี้ยนโจมตีอย่างสง่างามและเป็นวงกว้าง ราวกับคลื่นยักษ์อันป่าเถื่อน!

คลื่นพลังปราณของปรมาจารย์สลายไปทันที! แต่พลังปราณของฉิวชางเจี้ยนมิได้ลดลงเลย มันปะทะเข้ากับปรมาจารย์ทันที

อั่ก--

ปรมาจารย์กระอักเลือดออกมาทันทีและกระเด็นลอยไปไกล เขากระแทกกับต้นไม้ที่ห่างออกไปร้อยศอก เขาหน้าซีดและตกตะลึง

“เจ้า...ระดับเก้า!”

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.58 - ประลองสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว