เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.57 - ความพ่ายแพ้ของเหล่าอัจฉริยะ

DND.57 - ความพ่ายแพ้ของเหล่าอัจฉริยะ

DND.57 - ความพ่ายแพ้ของเหล่าอัจฉริยะ


เซิงยี่หลินหุบยิ้มที่ฝืนความโกรธในใจออกมา

เซิงยี่หลินยังมิทันได้สะสางเรื่องที่ซือหยูร่วมเตียงกับเซี่ยจิงหยู แต่ในตอนนี้ซือหยูช่างจองหองและทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าผู้คน

กล้ามเนื้อเขาเริ่มหดเกร็งเมื่อหัวเราะ

“ฮ่าๆๆๆ เจ้ามั่นใจเกินไปเหลือเกินนะ ช่างน่ายกย่องซะจริง...”

ซือหยูตวาดด้วยสายตาเย็นชา

“เจ้าจะพูดมากเกินไปแล้ว! ถ้าจะสู้ก็เข้ามา หากไม่ก็ออกจากลานประลองไปซะ!”

ซือหยูคิดเพียงการช่วยดยุคเซี่ยหยูเท่านั้น เขาจะต้องใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่า เขามิอาจทนการปลิ้นปล้อนเซิงยี่หลินได้!

เซิงยี่หลินแสร้งมีมารยาทต่อไปไม่ไหวเพราะซือหยูด่าทอเขาต่อหน้าธารกำนัล เขาหน้าแดงก่ำและหยุดปกปิดความเยือกเย็นภายใน

“รู้ที่ต่ำที่สูงซะบ้าง! ให้ศิษย์พี่สอนมารยาทหน่อยแล้วกัน!”

เซิงยี่หลินพุ่งไปข้างหน้าราวกับพยัคฆ์

ไม่นานร่างกายของเขาก็มีชั้นแสงปกคลุมจนดูบิดเบี้ยว

“สิบหมัดเบญกระจ่าง!”

เขาตะโกนและปล่อยหมัดไปข้างหน้า

เมื่อรวมกับฎีกาสวรรค์แล้วจะทำให้แสงจากหมัดปรากฏขึ้นและหายไปอย่างสับสน

หนึ่งหมัดเล็งไปที่อกซือหยู แต่ในเสี้ยววิหมัดนั้นกลับเปลี่ยนทิศไปที่แขน! แต่ละหมัดปรากฏและหายไปอย่างลึกลับ ทำให้ยากที่จะบอกว่ามันมาจากไหน!

ในตอนนั้นเองดวงตาของซือหยูได้เปลี่ยนเป็นสีแก้ว!

เมื่อสิบหมัดใกล้เข้ามา...ซือหยูเริ่มเคลื่อนไหว!

“วายุกระหน่ำ!”

ซือหยูใช้เพียงวิชาระดับกลางเพื่อต่อสู้กับฎีกาสวรรค์!

ปั้ง ปั้ง ปั้ง---

ซือหยูเตะสิบครั้งในเวลาเสี้ยววินาที แต่ละครั้งเล็งไปที่หมัดของเซิงยี่หลินที่ปรากฏและหายไปอย่างลึกลับ!

ราวกับในใจซือหยูรู้อยู่แล้วว่าหมัดของเซิงยี่หลินมาจากทิศทางไหน

ซือหยูเดาว่าหมัดจะมาจากทางไหนและเข้าปะทะกับหมัดอย่างแม่นยำ!

เกิดเสียงปะทะกันสิบครั้งในลานประลอง

ชั้นแสงที่ปกคลุมเซิงยี่หลินได้หายไปเพราะซือหยู!

“นี่เจ้า! เป็นไปได้ยังไง?”

เซิงยี่หลินตกตะลึง

หนานเฟยทำได้แค่ป้องกันหมัดนี้เพียงสามหมัด แต่ซือหยูกับมองฎีกาสวรรค์ได้อย่างทะลุปรุโปร่งและป้องกันตัวอย่างง่ายดาย!

แน่นอนว่าเซิงยี่หลินไม่รู้ว่าซือหยูได้ใช้พลังดวงตา

วิชาสิบหมัดเบญกระจ่างของเซิงยี่หลินลึกลับซับซ้อนมากอย่างมิต้องสงสัย แต่เมื่อมันช้าลง...ความลึกลับก็ได้กระจ่างอย่างรวดเร็ว

ตามปกติซือหยูจะไม่ใช้พลังดวงตาเพราะต้องการเก็บพลังไว้ใช้ยามคับขัน แต่เหตุการเร่งด่วนเช่นนี้เขาต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อประหยัดเวลา

ซือหยูพุ่งเข้าหาโดยไม่สนใจเซิงยี่หลินที่กำลังตกตะลึง ซือหยูยังคงใช้วิชาระดับกลางเช่นเดิม

แค่วิชาระดับกลางก็เกินพอจะชนะเซิงยี่หลิน!

เซิงยี่หลินทั้งตกใจและโกรธเกรี้ยว เขาต้องการคำตอบจากซือหยู! เขาบ่มเพาะวิชาของเขาจนถึงระดับสามขั้นกลาง แต่ซือหยูกลับฝึกจนถึงระดับสามขั้นสูง

แม้พื้นฐานบ่มเพาะของเซิงยี่หลินจะมากกว่าซือหยู ซือหยูก็มีร่างกายอันยอดเยี่ยม ด้วยความต่างนี้ซือหยูจึงเหนือกว่า!

ครืนนน ปั้ง ปั้ง--

เซิงยี่หลินถอยครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อซือหยูพุ่งเข้ามา นั่นทำให้เหล่าผู้ชมตัวแข็งทื่อ!

นี่คือเซิงยี่หลินคนเดียวกับที่ชนะหนานเฟยในกระบวนท่าเดียวงั้นรึ? ต่อหน้าซือหยูเขาทำได้เพียงป้องกันตัวเอง!

เซิงยี่หลินทั้งอัปยศและโกรธเกรี้ยว เขาด้อยกว่าซือหยูจริงๆ!

ตลอดมาเขารู้สึกว่าซือหยูคือผู้ที่ทนเขาไม่ได้แม้กระบวนท่าเดียว หากเขาเอาจริง เอาจะชนะทุกคนอย่างง่ายดาย เขาจึงไม่เคยมองซือหยูอย่างจริงจัง

แต่เขาที่สู้กับซือหยูครั้งแรกเขาก็พบว่าตัวเองนั้นด้อยกว่าซือหยู!

ความต่างระหว่างอดีตและปัจจุบันช่างยากที่จะทำให้เขายอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้ได้!

และมันยังยากมกที่จะยอมแพ้ต่อหน้าเซี่ยจิงหยู!

ด้วยขาทั้งสองของซือหยู วายุกระหน่ำที่เซิงยี่หลินเห็นราวกับมาจากแดนหิมะ ร่างของเขาปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง เขาเย็นไปทั้งหัวใจ กระดูก และจิตวิญญาณ

“ออกไปนะ...”

เซิงยี่หลินตะโกนอย่างไม่พอใจ!

ตู้ม--

ซือหยูเตะปากเซิงยี่หลินด้วยลูกเตะน้ำแข็งอย่างโหดเหี้ยม

อ๊ากก---

เซิงยี่หลินตัวสั่นระริก ปากของเขาที่อ้าปากพูดนั้นแข็งขยับไม่ได้ น้ำลายในปากกลายเป็นน้ำแข็ง แก้มของเขาเต็มไปด้วยหิมะ

เขาถูกเตะที่ใบหน้าอีกครั้งอย่างโหดเหี้ยม เซิงยี่หลินกระเด็นออกจากลานประลอง!

สามกระบวนท่า!

ซือหยูชนะเซิงยี่หลินด้วยสามกระบวนท่า!

เซิงยี่หลินที่กระเด็นออกจากลานประลองทั้งอัปยศและโกรธ

“เจ้า...”

ซือหยูแววตาเยือกเย็น

“ดูเหมือนเจ้าจะไม่มีสิทธิ์ชี้แนะอะไรข้านะ ฎีกาสวรรค์ของเจ้ามิได้ยอดเยี่ยม อ่อนแอกว่าวิชาระดับกลางด้วยซ้ำ”

ตอนที่ซือหยูเห็นฎีกาสวรรค์ของเซิงยี่หลินเขาก็ไม่ประทับใจ...แม้จะไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุใด

เขารู้สึกว่าฎีกาสวรรค์ของเซิงยี่หลินมันจืดชืดและไร้จังหวะ ซือหยูไม่เข้าใจว่าทำไมจึงรู้สึกเช่นนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะเขาเป็นผู้ใช้ฎีกาสวรรค์?

เซิงยี่หลินหน้าแดงก่ำ ตอนแรกเขาพูดว่าจะชี้แนะซือหยู แต่ในท้ายสุดเขากลับอ่อนแอกว่าวิชาระดับกลางของซือหยู!

เขาที่อัปยศอยู่เต็มหัวใจเหลือบมองไปยังเซี่ยจิงหยู

เขาเห็นเซี่ยจิงหยูยิ้มอย่างอ่อนโยนมองซือหยูด้วยแววตาสดใส แววตาเต็มไปด้วยความนับถือ

เมื่อนางรู้สึกว่าเซิงยี่หลินกำลังมอง นางก็มองเขาและส่ายหัวเบาๆ จากนั้นก็หันไปมองทางอื่นอย่างเย็นชา

แววตาของนางบอกทุกสิ่งโดยมิต้องเอื้อนเอ่ยคำใด นางบอกเซิงยี่หลินว่าฎีกาสวรรค์มิใช่สิ่งพิเศษเพราะพ่ายแพ้วิชาบ่มเพาะขั้นกลาง ถึงอย่างนั้นเขาก็กล้าจะเอามันมาขอหมั้นนาง

อั่ก---

ร่างกายเขาบาดเจ็บอยู่แล้ว และเซี่ยจิงหยูยังทำร้ายจิตใจของเขาเช่นนี้ทำให้เขาพ่นโลหิตออกมา เขาหมดสติทันที

เซิงยี่หลิน อันดับหนึ่งแห่งสำนักเซี่ยนหยู พ่ายแพ้ราบคาบ!

หลายคนมองเงาร่างสีม่วงบนลานประลองและกลัวจนตัวสั่น

“ชัยชนะเป็นของซือหยู!”

ผู้ตัดสินตกตะลึง วิชาขั้นกลางเอาชนะฎีกาสวรรค์ไปแล้ว สิ่งเหนือจินตนาการกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา

แม้หลายคนจะทึ่ง แต่คนจากวิหารก็ดูไม่ประทับใจ

“ฎีกาสวรรค์มีหลายประเภท มีทั้งประเภทโจมตีและสนับสนุน ฎีกาสวรรค์ของเซิงยี่หลินใช้แสงลวงตาเพื่อเอาชนะศัตรู มันคือฎีกาสวรรค์แบบสนับสนุน มันมิได้แข็งแกร่งและถ้าหากมองภาพลวงตาออกมันก็เสียพลังไปทั้งหมด มิแปลกใจที่เขาแพ้”

ผู้รับใช้เพลิงกล่าว และมองซือหยู

“ส่วนซือหยู ถือว่ายอมรับได้”

เหล่าผู้ประเมินแอบพยักหน้า แม้ผู้รับใช้เพลิงจะประเมินเซิงยี่หลินต่ำกว่าความจริง เขาก็มิอาจปฏิเสธว่าฎีกาสวรรค์ของเขาไม่ได้แกร่งอย่างที่คิด

ฎีกาสวรรค์คือสิ่งจำเป็นในการขึ้นเป็นราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ แต่หลายต่อหลายคนเชื่อมั่นในพลังของฎีกาสวรรค์เกินไป พวกเขาคิดว่าหากเชี่ยวชาญฎีกาสวรรค์แล้วเขาจะไร้เทียมทาน แต่เขามิได้รู้เลยว่าฎีกาสวรรค์นั้นแบ่งเป็นหลายระดับเช่นเดียวกับวิชาทั้งหมด

ฎีกาสวรรค์ของเซิงยี่หลินนั่นมิได้เก่งกาจ หรือจะบอกว่าเขาประเมินฎีกาสวรรค์ตัวเองสูงไปมาก

ผู้ตัดสินสังเกตพลังของซือหยูและพบว่าเขาเหนื่อยเล็กน้อย

วายุกระหน่ำใช้พลังเพียงน้อยนิด แต่พลังดวงตานั้นกินพลังกายไปมาก

นี่คือเหตุที่ซือหยูมักจะไม่ใช่พลังดวงตา มันเป็นท่าที่ใช้พลังมหาศาล หากไม่อยู่ในจุดวิกฤติเขาจะไม่มีวันใช้มันเด็ดขาด

“ซือหยู จากนี้เจ้าคือผู้คุ้มกันลานประลอง ตามกฎแล้วหลังจบการประลองเจ้าจะได้พักหนึ่งชั่วยาม เจ้ามีเวลาหนึ่งชั่วยามในการเตรียมรอบถัดไป”

ผู้ตัดสินเตือนอย่างหวังดี

ซือหยูหายใจเข้าลึกให้ใจเย็นลง

“ไม่จำเป็น!”

ซือหยูยืนอยู่ที่ขอบลานประลองและมองจุดแปดอัจฉริยะที่เหลือ

“เจ้า ขึ้นมา!”

ซือหยูเลือกคนที่พลังน้อยที่สุด...เขาคือศิษย์อสูรที่แกร่งที่สุดในซักสำนัก

ฟึ่บ--

คู่ประลองกระโดดขึ้นมายังลานประลองด้วยความมั่นใจ

“ซือหยู แม้ทุกคนจะพูดว่าเจ้าเป็นม้ามืด ข้าก็ไม่เชื่อว่าเจ้าจะแกร่งกว่าข้า!”

“หมัดมังกรสายฟ้า!”

วิชาขั้นกลางที่ฝึกจนถึงระดับสามขั้นกลาง!

หมัดทั้งสองราวกับเป็ยมังกรวารีที่ผุดขึ้นมาจากมหาสมุทร!

นี่เป็นวิชาระดับกลางที่เหนือวิชาระดับกลางทั้งหมด!

“วายุกระหน่ำ!”

ซือหยูเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อย่างไร้อารมณ์

ปั้ง ปั้ง--

อ๊าก--

เตะหนึ่งครั้ง...หมัดของคู่ต่อสู้ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง

เตะสองครั้ง...คู่ต่อสู้ชาไปทั้งร่าง

เตะสามครั้ง...คู่ต่อสู้กระเด็นออกจากลานประลอง!

ศัตรูพ่ายแพ้เพียงการโจมตีสามครั้ง!

แม้ซือหยูจะมีพลังแค่ระดับห้าขั้นต้น เขาก็เอาชนะศิษย์อสูรที่มีพลังระดับหกได้!

“ซือหยู ชนะต่อเนื่องสองครั้ง!”

ผู้ตัดสินประกาศ

ซือหยูมิรอคอยเวลา เขาเต็มไปด้วยความกังวล!

ตลอดการประลองต้องรอความเห็นของเหล่าผู้ประเมินและผู้รับใช้เพลิง นั่นกินเวลากว่าชั่วโมง เวลายาวนานเช่นนี้ทำให้ซือหยูหวั่นใจ!

หลังจากชนะติดต่อกันสองครั้ง ซือหยูเหลือเวลาเพียงแปดชั่วโมง!

เขายังมีศัตรูเหลืออีกเจ็ดคน ทุกคนที่เขาเจอจะแกร่งขึ้นเรื่อยๆ!

แม้เขาจะรู้สึกเหนื่อย ซือหยูก็ไม่มีเวลาหยุดพักแม้วินาทีเดียว

“เจ้า...ขึ้นมา!”

ผู้ตัดสินประหลาดใจ ทุกคนที่ต่อสู้ติดกับสามครั้งจะต้องใช้พลังจนหมด เหตุใดซือหยูจึงรีบร้อนเช่นนี้?

บางคนเริ่มตระหนักได้ว่ามีบาอย่างผิดปกติ ดูเหมือนซือหยูกำลังแข่งกับเวลา...เขาปฏิเสธที่จะพัก!

การประลองที่สาม!

“อสรพิษเจ็ดก้าว!”

“วายุกระหน่ำ!”

“อ๊าาา--”

ซือหยู ชนะต่อเนื่องสามครั้ง!!

ประลองครั้งที่สี่!

“ข้ามิเชื่อว่าจะแพ้เจ้าหรอก ให้ข้าดูหน่อยว่าเจ้าจะไปได้ซักกี่น้ำ”

“วายุกระหน่ำ!”

“อ๊ากก---”

ซือหยู ชนะต่อเนื่องสี่ครั้ง!

ประลองครั้งที่ห้า!

“ฮื่ม! เจ้าควรจะพักซักหน่อยนะ ข้าไม่อยากจะสู้กับคนที่เหนื่อยอ่อนเช่นนี้ มันไม่ยุติธรรม!”

“วายุกระหน่ำ!”

“อ๊ากกกกก--”

ชนะต่อเนื่องห้าครั้ง!

ซือหยูชนะมาแล้วห้าครั้ง เขายังต้องชนะอีกสี่ครั้งก่อนที่เขาจะได้มงกุฎศักดิ์สิทธิ์!

เหลือเวลาอีกห้าชั่วโมงก่อนดยุคเซี่ยนหยูจะถูกประหาร!

แต่ซือหยูเหนื่อยล้าเต็มที ใบหน้าซีดเผือด เขาตบหน้าตัวเองอย่างแรงเพื่อคืนสติ

ผู้ชมต่างสับสนและเป็นห่วง เขาใช้พลังไปมหาศาล ยิ่งสู้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอ่อนแอลงเท่านั้น พลังของซือหยูอ่อนแอลงเรื่อยๆ

ศัตรูที่เขาเจอแต่ละคนยังแข็งแกร่งกว่าคนก่อนเรื่อยๆ ชัยชนะต่อเนื่องของซือหยูเริ่มห่างไกลความจริงขึ้นทุกขณะ

“เขาบ้าไปแล้วรึไง? เขาชนะมาแล้วห้าครั้งนะ!”

“ไม่รู้เหมือนกัน...เขาดูบ้าบิ่นไปหน่อย”

ผู้ตัดสินทนไม่ไหวอีกต่อไป

“ซือหยู พักหนึ่งชั่วยามเดี๋ยวนี้!”

เขาสั่ง

ซือหยูปฏิเสธ เขาลากร่างกายอันเหนื่อยอ่อนไร้ซึ่งพลังไปยังขอบลานประลองและชี้คนที่หก

“เซี่ยจิงหยู มาประลองกันเถอะ!”

เขาไม่มีเวลา! เวลาไม่เหลือแล้ว!

ดยุคเซี่ยนหยูกำลังจะถูกประหาร...หัวใจของเขาร้อนรุ่มไปด้วยเพลิงและเหนื่อยอ่อนเต็มที่

นอกจากซือหยู เซี่ยจิงหยูก็มีพลังต่อสู้มาถึงสิบอันดับแรกเช่นกัน แม้นางจะยังไม่มีพลังถึงระดับหกก็ตามที

นั่นหมายความว่าเซี่ยจิงหยูมีพลังที่เหนือกว่าคนทั่วไป พลังของนางโดดเด่นกว่าผู้อื่น

สายตาสดใสของเซี่ยจิงหยูเห็นเพียงร่างซือหยูที่อ่อนล้า แม้เขาจะอ่อนแอ เขาก็ยังฝืนตัวเอง

ความจดจ่อ ความปากแข็งและสภาพร้อนรนของเขาเข้าถึงหัวใจของนาง

คุ้มแล้วหรือกับการต่อสู้เพื่อตอบแทนบุญคุณ? เซี่ยขิงหยูคิดว่าไม่คุ้มค่าที่ซือหยูต้องมาทรมานตนเองเช่นนี้

แต่ในใจนางก็ดีใจมาก...ที่ได้พบกับบุรุษที่ยอมสละชีวิตเพื่อเรื่องเช่นนี้

ฟึ่บ--

นางกระโดดขึ้นลานประลองและมองซือหยูอย่างสุดซึ้ง นางส่งสีหน้าให้กำลังใจ

หลังจากนั้นนางก็หันกลับไปกระโดดออกจากลานประลอง ไม่มีใครรู้ว่านางทำอะไรอยู่

ผู้ตัดสินยืนนิ่ง

“เซี่ยจิงหยูยอมแพ้ ซือหยูชนะต่อเนื่องหกครั้ง!”

เขาประกาศ

ซือหยูอบอุ่นใจ ความเคารพรักผุดขึ้นมาในใจของเขาพร้อมกับความสำนึกในบุญคุณ

ถึงคราวดงหลิน

ดวงตาของเขาทั้งโกรธและไม่พอใจ

ตอนที่ดงหลินแพ้ตู้หยุนเทียนนั้นเป็นเวลาเดียวกับที่ซือหยูชนะหนานเฟย

นี่เท่ากับบอกว่าดงหลินอ่อนแอกว่าซือหยู!

และเขายังสังเกตเห็นอีกว่าองค์ชายสามได้มุ่งหวังทั้งหมดยังซือหยู ความคาดหวังที่เคยอยู่กับเขา...ดงหลินผู้นี้!

เขาร้อนรนด้วยความโกรธและความไม่พอใจ

ตามจริงหากเทียบพลังกันแล้วดงหลินจะแกร่งกว่าหนานเฟย

เพราะยังไงเขาก็มีวิชาบ่มเพาะขั้นสูงขณะที่หนานเฟยมีเพียงวิชาขั้นกลาง

“ซือหยู! ข้าจะประลองกับเจ้า! อยากจะรู้นักว่าเจ้าจะแกร่งกว่าข้าได้ยังไง!”

ดงหลินลุกขึ้นทันที แววตาเต็มไปด้วยการหยามเหยียด

ซือหยูมีแค่วิชาขั้นกลาง จะสู้กับข้าได้ยังไง?

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.57 - ความพ่ายแพ้ของเหล่าอัจฉริยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว