เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.56 - พยานปาฏิหาริย์

DND.56 - พยานปาฏิหาริย์

DND.56 - พยานปาฏิหาริย์


อีกสิบสองชั่วโมงจะถึงเวลาประหารดยุคเซี่ยนหยู!

ตามกำหนดการ...เช้าวันถัดไปจึงจะรู้ผลการประลอง

ถึงตอนนั้นก็สายไปแล้ว!

ซือหยูติดหนี้ชีวิตต่อดยุคเซี่ยนหยู เขาถึงกับหมั้นลูกสาวของเขาให้ซือหยู

หากไม่มีดยุคเซี่ยนหยูซือหยูคงจะถูกฉินเฟิงและฟางฉิงโจวจัดการไปแล้ว และเขาอาจจะยังอยู่ในหลุมลึก มิต้องพูดถึงการเข้าร่วมงานประชุมศักดิ์สิทธิ์หรือการมีเซี่ยนเอ๋อ...ภรรยาผู้น่าหลงใหล

หากซือหยูไม่ตอบแทนดยุคเซี่ยนหยู...เขาจะหนักใจไปตลอดกาล

ฟึ่บ--

ซือหยูมององค์ชายสามทันที

“องค์ชาย...เป็นไปได้ไหมที่ท่านจะช่วยพ่อตาข้า?”

องค์ชายสามส่ายหัวเบาๆและฝืนยิ้ม

“ดงหลินพ่ายแล้ว ข้าเองก็ป้องกันตัวมิได้...ข้าจะมีพลังอำนาจไปช่วยดยุคได้ยังไง? หากข้ามีพลังช่วยเขาได้ ถึงเจ้าไม่ร้องขอ ข้าก็จะช่วยอยู่ดี”

ซือหยูฝืนยิ้มอย่างโศกเศร้า แม้องค์ชายก็ทำอะไรไม่ได้งั้นหรือ?

ในโลกกว้างนี้...บุรุษผู้เดียวที่จะช่วยดยุคเซี่ยนหยูได้มีเพียงซือหยูเท่านั้น!

องค์ชายสามถอนหายใจ

“ซือหยู หนีไปกับข้าตอนนี้ ข้าจะพาเจ้าหนีไปจากแคว้นด้วยกัน”

“มิได้”

ซือหยูประสานมือขอบคุณและถอนหายใจ

“ถึงข้าจะตาย ข้าก็ต้องประลองต่อไป!”

องค์ชายสามหวั่นไหว

“ทำไมเจ้าถึงดื้อดันจะช่วยดยุคเซี่ยนหยูนัก? เจ้ารู้จักเขาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง”

ซือหยูตาเป็นประกายและหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ

“ข้าติดหนี้บุญคุณกับเขา เพียงเท่านี้”

เพียงบุญคุณก็เพียงพอให้เจ้าผ่านร้อนผ่านหนาวไกลโพ้นเพื่อต่อสู้จนตัวตายงั้นรึ?

องค์ชายสามตกใจ เขาเคยเห็นคนที่ให้ความสำคัญกับผู้คนมากมาย แต่มีเพียงซือหยูผู้เดียวเท่านั้นที่ยอมทำขนาดนี้

แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง--

เสียงระฆังดังขึ้น การประลองสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้ว!

ฟึ่บ--

ซือหยูประสานมือเคารพ ชุดสีม่วงเขาปลิวไสวและกระโจนสู่ลานประลองทันที

แม้เขาจะอ่อนแอ สิ้นหวัง ไร้ผู้สนับสนุน...เขาก็สุขุมหนักแน่น

เขายินดีสละทุกสิ่งเพื่อชำระหนี้ต่อดยุคเซี่ยนหยู เขายินดีจ่ายชีวิต โลหิต และจิตวิญญาณเพื่อต่อสู้กับพลังราชวงศ์ โชคชะตาอันไร้ซึ่งยุติธรรม และทั้งฟ้าดิน!

จิตวิญญาณอันแน่วแน่ของซือหยูคิดจะก้าวข้ามผ่านคนนับล้านที่มาขวางทาง...นั่นทำให้หัวใจขององค์ชายสามสั่น เขาพบเจอคนมากมาย แต่มีเพียงผู้เดียวที่มีจิตวิญญาณอันมั่นคงเช่นนี้

“นายท่าน ซือหยูไร้ใจไปแล้ว เราหนีกันเถอะ”

หลินเสียวมององค์ชายสามที่มองแผ่นหลังซือหยูอย่างนับถือ

ซือหยูตรงไปตรงมากับทุกผู้คน แม้รู้ว่าจะต้องตาย...แต่ก็ยืนหยัดต่อสู้

จิตวิญญาณ หัวใจและความคิดนี้เขย่าจิตใจของทุกคน!

“ไม่!”

องค์ชายสามตาเป็นประกาย เขามองแผ่นหลังซือหยู

“ปล่อยให้ข้าใช้ตาคู่นี้มองวาระสุดท้ายของบุรุษผู้นี้เถิด”

นี่อาจเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในชีวิตซือหยู เขาอาจจะได้เป็นดาราที่ฉายสู่ท้องนภาไกลโพ้น หรือได้สลักอยู่ในจิตใจผู้คนไปอีกนานแสนนาน

ผู้ตัดสินเงียบกริบ แม้ซือหยูจะแข็งแกร่งมาก แต่ชะตาของเขาช่างน้อยนิด เขาถูกลิขิตให้ดับมอดในงานนี้

ผู้ตัดสินประกาศ

“รอบจัดลำดับสิบผู้ยิ่งใหญ่...เริ่มได้!”

นี่คือรอบแข่งเพื่อแย่งมงกุฎศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะได้เป็นราชาแห่งโลกใบนี้และเป็นผู้ที่ไร้เทียมทาน

การประลองจะใช้เวลาทั้งวันทั้งคืน ตามปกติการเริ่มประลองในตอนนี้สื่อถึงเวลาสิ้นสุดการประลองในยามรุ่งสาง...แต่ก็มีกฎที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย

ผู้ตัดสินจะเลือกคนแบบสุ่มเพื่อประลองกับอีกคนในลานประลอง หากชนะเขาจะได้ประลองกับคนที่เหลือ ผู้ชนะจะได้ต่อสู้กับคนที่เหลือไปเรื่อยๆ

หากใครเอาชนะได้ครบทั้งเก้าคนต่อเนื่องจะถือว่าควรค่าแก่การได้รับมงกุฎศักดิ์สิทธิ์

ผู้ตัดสินอธิบายกฎและเริ่มจับฉลากจากกล่องทมิฬ

“หมายเลขยี่สิบ เซิงยี่หลิน! ขึ้นลานประลอง!”

ฟึ่บ-

บุรุษร่างกำยำอายุ 17 ปีจากสำนักเซี่ยนหยู เขากระโดดอย่างมั่นคงขึ้นลานประลอง

ดวงตาหยาบกร้านส่งรังสีแข็งแกร่งไปยังทั่วทุกคน เขามั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

“การประลองจะเริ่มแล้ว เซิงยี่หลิน เจ้ามีสิทธิ์เลือกคู่ประลอง!”

เซิงยี่หลินกอดอกมองเก้าอัจฉริยะที่หลงเหลือในจุดเตรียมประลอง

เขามองดงหลินที่ฟื้นฟูจากการบาดเจ็บแล้ว

“เซิงยี่หลิน! เจ้าอยากจะประลองกับข้างั้นรึ?”

ดงหลินไม่พอใจที่แพ้ตู้หยุนเทียนและยังต้องประลองอีก หากเขาชนะเซิงยี่หลินและครองลานประลอง เขาจะได้ประลองกับตู้หยุนเทียนอีกครั้ง!

เซิงยี่หลินมองผ่านเขาไปและส่ายหัวอย่างไม่แยแส

“เจ้าอ่อนแอเกินไป มิคู่ควรกับข้า”

เขามองซือหยูด้วยสายตาเย็นชา และมองคนที่อยู่ใกล้ๆซือหยู

ไม่นานเซิงยี่หลินก็ประกายไฟลุกโชติช่วง

“ราชันย์อสูรหนานเฟย! มาประลองกับข้า!”

นานมาแล้วหนานเฟยชนะเซิงยี่หลินอย่างง่ายดาย เขาไม่มีวันลืมเหตุการณ์นั้น

นับจากวันนั้น เขาได้เข้าถึงฎีกาสวรรค์ นั่นทำให้เขามั่นใจและอยากจะลบล้างความอัปยศในอดีต

หนานเฟยหัวเราะเสียงดัง

“ฮ่าๆๆ แม้เจ้าจะเคยแพ้ข้า แต่เจ้าก็ยังกล้าเหมือนเคยงั้นรึ? ดี ข้าจะประลองกับเจ้า!”

ฟึ่บ--

หนานเฟยกระโดดขึ้นลานประลองอย่างสง่างาม นิ้วทั้งสองตั้งท่ากระบี่ ร่างทั้งร่างกลายเป็นกระบี่คมกริบที่พร้อมสะบั้นทุกสรรพสิ่ง

เซิงยี่หลินลดแขนลง แววตาเต็มไปด้วยความอัปยศ

เขาไม่มีวันลืมความรู้สึกที่พ่ายแพ้ต่อหนานเฟย

ฟึ่บ--

พวกเขาทั้งสองต่างพุ่งเข้ามาพร้อมกัน!

“ดัชนีกระบี่บัว!”

นิ้วของหนานเฟยปกคลุมด้วยแสงสีมรกต เป็นการโจมตีอันสมดุลและรุนแรง

“หมัดพยัคฆ์พิโรธ!”

เซิงยี่หลินใช้วิชาขั้นกลางที่บ่มเพาะจนถึงระดับสามขั้นกลาง!

หมัดของเขาก่อรูปร่างราวกับศีรษะพยัคฆ์อันทรงพลังในป่าลึกที่พร้อมกลืนกินศัตรูตรงหน้า! สายลมอันรุนแรงกับแรงระเบิดกล้ามเนื้อทำให้พลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ปั้ง ตู้ม แกร๊ก--

ดัชนีและหมัดปะทะกันด้วยพลังที่เท่าเทียม!

แม้เซิงยี่หลินจะมีร่างกายแข็งแรง วิชาดัชนีของหนานเฟยก็พริ้วไหวและจำกัดการเคลื่อนไหวของเซิงยี่หลิน

ตู้ม--

พวกเขาเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่อง...เงาของพวกเขาโบยบินอยู่บนลานประลอง!

แม้จะผ่านไปห้าสิบกระบวนท่า ก็ยังไม่รู้ผลลัพธ์

พวกเขาต่อสู้กันหนึ่งชั่วโมงเต็ม!

ซือหยูเครียดมาก เหลืออีกสิบชั่วโมงก่อนจะถึงการประหารของดยุคเซี่ยนหยู เมื่อไหร่เขาจะได้ต่อสู้กัน?

เงาทั้งสองร่างแยกออกจากกัน พวกเขาทั้งสองยังคงต่อสู้ได้อย่างดุดัน แต่ก็มิอาจสร้างความเสียหายแก่อีกฝ่ายได้

หนานเฟยตกตะลึง เทียบกับครึ่งปีก่อนแล้วพลังของเซิงยี่หลินเพิ่มขึ้นมามาก!

“ดัชนีกระบี่สวรรค์!”

หนานเฟยใช้วิชาที่เขาภูมิใจที่สุด วิชาดัชนีระดับสูง!

ครึ่งปีก่อนเซิงยี่หลินพ่ายแพ้ด้วยวิชานี้!

นิ้วของหนานเฟยราวกับกระบี่ที่ชี้ท้องนภาตรงไปยังสวรรค์และกรีดตัดผ่านมวลหมู่เมฆา!

เซิงยี่หลินไม่มีทางหนี!

แต่เซิงยี่หลินเติบโตขึ้นหลังจากที่เคยแพ้จากวิชานี้!

เขาเปลี่ยนแปลงร่างกายไปอยู่ในอีกสถานะหนึ่ง

ชั้นจังหวะแบบพิเศษปกคลุมร่างกายของเขา

มองจากไกลๆจะพบว่าร่างของเซิงยี่หลินมีชั้นแสงคดเคี้ยวปกคลุมอยู่

ดวงตาของผู้รับใช้เพลิงที่มิได้สนใจในการต่อสู้เปล่งประกายขึ้น

“ฎีกาสวรรค์!!”

ผู้ประเมินทั้งสิบสองคนนอกจากฟางหยุนตัวสั่น

“ผู้ใช้ฎีกาสวรรค์ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!”

พวกเขามองเซิงยี่หลินด้วยความกลัว!

ไม่แปลกที่ผู้ใช้ฎีกาสวรรค์จะได้เข้าสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เมื่อได้เข้าสู่วิหาร หากเป็นผู้ที่มีฎีกาสวรรค์อยู่แล้วจะได้รับความประทับใจมาก...และตำแหน่งก็จะสูงยิ่งกว่าผู้ประเมิน!

ฟางหยุนมองซือหยูอย่างไม่สบายใจ

ถ้าหากซือหยูเข้าสู่วิหารแล้วจำเรื่องที่ฟางหยุนทำกับเขาได้ล่ะ? ซือหยูก็เป็นผู้ใช้ฎีกาสวรรค์เช่นกัน!

ในตอนนั้นฟางหยุนรู้สึกว่าซือหยูอ่อนแอ และเขาไม่มีโอกาสจะได้เข้าสู่วิหาร แต่ในตอนนี้เขาได้ต่อสู้จนถึงสิบอันดับแรกในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์...มีโอกาสมากที่ซือหยูจะได้เข้าสู่วิหาร

การบรรลุฎีกาสวรรค์จะทำให้ซือหยูได้เป็นคนพิเศษในวิหาร เขาจะมีตำแหน่งสูงกว่าฟางหยุน...นั่นไม่ใช่หายนะของฟางหยุนหรือไงกัน?

ฟางหยุนเต็มไปด้วยความสำนึกผิด ถ้าเขารู้มาก่อนว่ามันจะเป็นเช่นนี้....เขาคงจะไม่มีทางเชื่อลูกชายและขับซือหยูออกจากสำนัก!

ในตอนนี้เขาทำได้เพียงอย่างเดียวคือหาทางไม่ให้ซือหยูได้เข้าสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์!

ผู้รับใช้เพลิงมองตู้หยุนเทียนก่อนจะมองเซิงยี่หลิน

“ไม่เลว ยังถือว่ายอมรับได้ เขาบรรลุฎีกาสวรรค์”

กลุ่มผู้ประเมินยิ้มประจบประแจงเพราะไม่รู้จะทำอะไร ดูเหมือนว่าผู้รับใช้เพลิงจะไม่พอใจเล็กน้อยที่เซิงยี่หลินแสดงพลังที่น่าจับตามากกว่าศิษย์ของเขา

หรือเขาจะโกรธมากจะจนบอกได้แค่ว่าผู้บรรลุฎีกาสวรรค์เป็นเพียงพวก “ยอมรับได้”

เพราะยังไงตัวผู้รับใช้เพลิงก็ยังไม่บรรลุฎีกาสวรรค์

แม้หลายคนจะรู้ว่าผู้รับใช้เพลิงมีอคติ แต่ก็ไม่มีกล้าขัดเขา

“สิบหมัดเบญกระจ่าง!”

เซิงยี่หลินตาเป็นประกายและปล่อยหมัดเสียงดังก้องสิบครั้ง!

แต่ละหมัดใส่จังหวะขึ้นลงตามศูนย์กลางของฝ่ามือ ด้วยหมัดที่ทำให้เกิดคลื่นแสงนี้ทำให้ยากที่จะบอกทิศทางของหมัดที่แท้จริง!

ปั้ง ปั้ง ปั้ง--

หนานเฟยหน้าถอดสี

“ฎีกาสวรรค์! เจ้าบรรลุฎีกาสวรรค์แล้วงั้นเรอะ!”

หนานเฟยดึงดัชนีกระบี่กลับมาป้องกันเซิงยี่หลินทันที

แต่มันเป็นสิบหมัดที่แปลกมาก พวกมันบิดเบี้ยวจนหนานเฟยมิอาจป้องกันเพราะบอกไม่ได้ว่าเขาโจมตีมาจากทิศทางไหน!

อ๊ากกก--

หลังกันได้สามหมัด หนานเฟยก็ถูกหมัดที่บิดเบี้ยวต่อยใส่หน้าอก หมัดนั้นทำให้เขากระเด็นลอยตกจากลานประลอง...หนานเฟยแพ้!

เซิงยี่หลินยืนอยู่บนลานประลองอย่างเข้มแข็งและมีพลัง เขาใจชื้น ความมั่นใจของเขาเพิ่มขึ้นมาก

เซิงยี่หลินกอบกู้ตนเองจากความอัปยศคราวก่อนได้สำเร็จ ต้องขอบคุณฎีกาสวรรค์ของเขา เขาคือผู้ถือครองฎีกาสวรรค์หนึ่งในล้านอัจฉริยะ!

เขาจับจ้องไปยังเซี่ยจิงหยูที่อยู่จุดเตรียมประลอง เขาเชื่อว่าหลังจากแสดงฎีกาสวรรค์ในครั้งนี้แล้วเซี่ยจิงหยูจะได้รู้ว่าบุรุษผู้ใดที่นางควรเลือก!

เซี่ยจิงหยูยังคงมองอย่างไร้อารมณ์ ดวงตาสดใสของนางยังคงไม่รู้สึกสิ่งใดกับฎีกาสวรรค์ของเซิงยี่หลิน

เซิงยี่หลินนิ่งเงียบ หรือว่าฎีกาสวรรค์ของเขาจะยังแกร่งไม่พอ?

ใช่สิ...มันยังมีซือหยู! มันคือผู้ใช้ฎีกาสวรรค์อีกคน!

เขามองซือหยูทันที

“ซือหยู! ได้ยินว่าเข้าก็ใช้ฎีกาสวรรค์ได้เหมือนกัน ทำไมไม่มาประลองกับข้าล่ะ? เราจะได้เรียนรู้ด้วยกัน ข้าที่เป็นศิษย์พี่อาจจะได้ชี้แนะเจ้า!”

เซิงยี่หลินยิ้มและพูดเชิญซือหยูอย่างเป็นมิตร

ด้วยพลังของเซิงยี่หลินและฎีกาสวรรค์ที่แข็งแกร่งอย่างมาก...เขามีสิทธิ์จะชี้แนะะซือหยู

ซือหยูเบาใจ...ถึงคราวที่เขาต้องสู้แล้ว!

ฟึ่บ--

ซือหยูลอยขึ้นสู่ลานประลองอย่างมั่นคง เขาตั้งใจจะช่วยชีวิตดยุคเซี่ยนหยู

อีกสิบชั่วโมงก่อนดยุคจะถูกประหาร

มีทางเดียวถ้าหากเขาอยากจะช่วย….และนั่นคือการชนะต่อเนื่องเก้าครั้ง!

เริ่มด้วยเซิงยี่หลิน เขาจะชนะให้หมดทั้งเก้าคน ทั้งตู้หยุนเทียน โดยไม่หยุดแม้แต่ครู่เดียว!

“ข้าขอให้เจ้าแสดงฎีกาสวรรค์สักหน่อย”

เซิงยี่หลินยิ้ม เขาเพียงต้องการจะพิสูจน์ว่าฎีกาสวรรค์ของเขาเหนือกว่าของซือหยูต่อหน้าเซี่ยจิงหยู

ซือหยูยังคงยื่นนิ่ง เขาส่ายหัว

“เจ้าไม่คู่ควรกับฎีกาสวรรค์ของข้า แค่หมัดกับลูกเตะก็เกินพอสำหรับเจ้าแล้ว!”

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.56 - พยานปาฏิหาริย์

คัดลอกลิงก์แล้ว