เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.55 - การต่อสู่แห่งเกียรติยศ

DND.55 - การต่อสู่แห่งเกียรติยศ

DND.55 - การต่อสู่แห่งเกียรติยศ


เป็นครั้งแรกที่องค์ชายหนึ่งกลัวพลังและความแน่วแน่ของซือหยู เขาไม่ควรแตะต้องดยุคเซี่ยนหยูเลย!

แต่เพราะกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ องค์ชายหนึ่งมิอาจรอดพ้นจากไฟแค้นของซือหยูไปได้

ความชิงชังของซือหยูฝังรากลึกมิเสื่อมคลาย

ในวันนั้นซือหยูได้สาบาน....หากเขาไม่ฆ่าองค์ชายหนึ่ง ถือว่าเขามิใช่คน สวรรค์ฟ้าดินต่างเป็นพยานกับคำสัตย์นั้น จนถึงตอนนี้ องค์ชายหนึ่งยังได้ยินคำสาบานนั้นก้องอยู่ในหัว

เขามีเพียงแผนการเดียว คือป้องกันมิให้ซือหยูได้เป็นสิบอันดับแรก หากเขาล้มแล้ว ผลที่ตามมาคงจะสาหัสเป็นแน่!

“ตู้หยุนเทียน ถ้าเจ้าประลองกับซือหยู อย่าออมมือและอย่าให้มันรอดไปได้!”

องค์ชายหนึ่งเต็มไปด้วยจิตสังหาร

ตู้หยุนเทียนขมวดคิ้วและพยักหน้าช้าๆ

“ข้าเข้าใจแล้ว ประลองกันเมื่อไหร่เขาจะต้องตาย!”

แม้การฆ่าคนจะเป็นข้อห้ามในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ แต่ตู้หยุนเทียนนั้นมีพลังสูงกว่าผู้อื่นมาก และผู้รับใช้เพลิงยังเป็นอาจารย์ของเขา หากเขาบังเอิญสังหารซือหยู...ใครกับจะกล้าสืบเรื่องนี้?

ดวงตาที่หม่นหมองขององค์ชายสามเปล่งประกายด้วยความประหลาดใจ

“หลินเสี่ยว นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?”

ตอนที่ซือหยูสู้กับหลินเสี่ยว วายุกระหน่ำยังไม่แข็งแกร่งขนาดนี้

หลินเสี่ยวตัวแข็งทื่อ เขายังคงไม่เชื่อสายตา

“หรือซือหยูจะออมมือตอนที่ใช้วายุกระหน่ำตอนนั้น?”

หัวใจแหลกสลายขององค์ชายสามกลับมามีความหวังอีกครั้ง ถ้าหากซือหยู…

องค์ชายสามปลอบใจตัวเองและมองซือหยู

ที่ลานประลอง หนานเฟยประหลาดใจขึ้นเรื่อยๆ

การประลองนี้ยาวนานกว่าสามชั่วโมงแล้ว แม้เขาจะมีพลังกายมาก หนานเฟยก็รู้สึกเหนื่อย

ซือหยูกระโดดไปมาในลานประลองและดูมีพลังยิ่งกว่าหนานเฟย!

เจ้าเด็กนี่คือสัตว์อสูรกลับชาติมาเกิดหรือไงกัน? เหตุใดร่างกายจึงแปลกประหลาดเช่นนี้?

ทันในนั้นซือหยูก็หยุดนิ่ง

ร่างกายของเขาปกคลุมด้วยหมอกเย็น พลังชีวิตโอบล้อมหัวใจของเขาและสั่นสะเทือนคลื่นพลังออกมา

แกร๊ก--

ซือหยูตื่นขึ้นจากพลัง เขาไม่หลงเหลือความแคลงใจในวิชาอีกแล้ว เขาลืมตาขึ้นและพื้นที่เท้าเขาเหยียบก็เกิดเสียงน้ำแข็งแตกออก

ร่างของซือหยูปกคลุมด้วยรังสีพลังที่แข็งแกร่งกว่าที่เขาเคยรู้สึก

ซือหยูเงยหน้ามองหนานเฟย

“ขอบคุณพี่หนานเฟยที่ทำให้ข้าสมหวัง”

หนานเฟยหัวเราะด้วยความโกรธเกรี้ยว

“เจ้าใช้ข้าเป็นที่ลับฝีมืองั้นรึ! ถ้าเช่นนั้น! ข้าจะไม่ออมมืออีกแล้ว!”

ตำแหน่งราชันย์อสูรที่หนานเฟยได้มาย่อมต้องไม่ได้มาจากระดับกลางเพียงอย่าเดียว เขามีวิชาอื่นซ่อนเอาไว้อยู่แล้ว

“ระวังให้ดี วิชาต่อไปคือวิชาเฉพาะของข้า!”

หนานเฟยเงียบขรึม เขาเริ่มจริงจังแล้ว

“ดัชนีกระบี่สวรรค์!”

นิ้วของเขากลายเป็นคมกระบี่ที่ยาวพอจะแทงทะลุเมฆาเบื้องบน!

อากาศถูกกรีดส่งเสียงโหยหวนราวกับทนพลังของกระบี่มิได้!

ผู้รับใช้เพลิงลูบคาง

“วิชาบ่มเพาะขั้นสูงระดับหนึ่งขั้นกลางงั้นรึ...แกร่งกว่าวิชาของดงหลินซะอีก”

ผู้ประเมินสำนักจื่อฉวนเต็มไปด้วยความภูมิใจ

ซือหยูยิ้ม เขากลับรู้สึกยินดีแทนที่จะกลัว

“วายุกระหน่ำ!”

เขาเตะผ่าประตูแห่งวายุหิมะ ลมเหมันต์พัดไปทั่วทุกทิศทางราวกับเกล็ดหิมะที่กำลังกลืนกินฟ้าดิน วายุหิมะปกคลุมตัวซือหยูทำให้มองเห็นตัวยากมาก

วายุหิมะมีทั้งน้ำแข็งและหิมะที่นำพาจุดจบของโลก!

เกิดเสียงดังไปทั่วลานประลอง

ท่ามกลางวายุหิมะมีเสียงสายลมกรีดร้องที่ทำให้คนดูตัวสั่น!

ลานประลองกว่าครึ่งปกคลุมไปด้วยวายุหิมะที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่ง!

ผู้รับใช้เพลิงยังคงไม่ใส่ใจ

“เขาบรรลุวิชาบ่มเพาะระดับกลางในขณะที่ต่อสู้ สติปัญญาของเขานับว่ายอมรับได้”

ผู้ประเมินทั้งสิบสองตกตะลึง

มีเพียงฟางหยุนที่เหงื่อแตกพลั่ก เขารู้สึกผิดบาปยิ่งที่ไม่สังหารซือหยูตั้งแต่อยู่ในสำนัก

หากผู้รับใช้เพลิงรู้อดีตของซือหยูแล้วเขาจะไม่ตกที่นั่งลำบากหรือ?

องค์ชายหนึ่งสีหน้าจริงจัง

“ตู้หยุนเทียน เจ้ามั่นใจว่าจะฆ่าซือหยูได้ใช่ไหม?”

“ข้าฆ่ามันได้ในดาบเดียว!”

การต่อสู้ดำเนินต่อไป

ดัชนีกระบี่ของหนานเฟยและลูกเตะของซือหยูเข้าปะทะกัน!

ตู้ม ตู้ม!

อ๊ากกก--

หนานเฟยกรีดร้อง ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งสีขาวเปล่งประกาย เขาถอยไปสิบก้าว

ซือหยูยังคงอยู่ในวายุหิมะ เขาถอยหลังไปสิบก้าวเช่นกัน

การประลองนี้ช่างสูสียิ่งนัก!

ซือหยูมีพลังทัดเทียมกับราชันย์อสูร!

“เป็นไปได้ยังไง? ซือหยูเทียบกับข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ มันจะสูสีกับหนานเฟยได้ยังไง?”

ดงหลินที่มีแผลเหวอะหวะบนอกมองอย่างไม่เชื่อสายตา

ดวงตาเซิงยี่หลินหม่นหมอง เขาไม่คิดว่าซือหยูคือศัตรูที่คู่ควรจนถึงตอนนี้!

ดวงตาขององค์ชายสามเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง...ยิ่งกว่าตอนที่ดงหลินประลอง!

ซือหยู...แกร่งกว่าดงหลิน!

หนานเฟยหน้าถอดสี วิชาระดับสูงของเขาถูกลบล้างโดยวิชาระดับกลาง!

ผู้รับใช้เพลิงยังคงไร้อารมณ์

“แม้หนานเฟยจะได้วิชาระดับสูง เขาก็ยังขาดความเข้าใจ ซือหยูฝึกวิชาขั้นกลางจนถึงระดับสูง ประกอบกับร่างกายอันยอดเยี่ยม...เป็นปกติที่พวกเขาจะต้องทัดเทียมกัน”

จุดอ่อนของหนานเฟยถูกเปิดเผยในการประลองครั้งนี้…

หนานเฟยมิได้เข้าใจวิชาระดับกลางอย่างถ่องแท้แต่กลับบ่มเพาะวิชาขั้นสูงเสียก่อน นั่นทำให้เขาปราบซือหยูไม่ลง

“ข้ายอมแพ้”

หนานเฟยเดินออกจากลานประลอง แม้ขอบเขตพลังจะมากกว่าซือหยู พวกเขาก็เสมอกัน แม้จะไม่มีผู้ชนะที่แท้จริงแต่ซือหยูก็ได้ชื่อเสียงไปแล้ว ขณะที่หนานเฟยเสียศักดิ์ศรีไปบ้าง

“ขอบคุณพี่หนานเฟย”

ซือหยูประสานมือขอบคุณ

หนานเฟยมองเขาอย่างมืดหม่น

“ยังเร็วไปที่เจ้าจะดีใจ ถึงรอบสิบคนเมื่อไหร่ข้าจะประลองกับเจ้าอีกครั้ง”

ด้วยพลังของหนานเฟย ไม่ยากที่เขาจะขึ้นสิบอันดับแรก การแพ้ซือหยูครั้งนี้มิได้มีผลมากสำหรับเขา เขายังคงมีโอกาสต่อสู้เพื่อแย่งสิบอันดับแรก

“หมายเลขเก้า ซือหยูชนะ!”

ผู้ตัดสินประกาศอย่างนับถือ ชัยชนะของซือหยูมิมีข้อโต้แย้งใดๆ

หลายคนคิดว่าชะตาลิขิตให้ซือหยูได้เป็นผู้ติดตามแห่งวิหารแล้ว

หากซือหยูเลิกคิดล้างแค้น...แม้เขาจะยอมแพ้ในรอบสิบคน...เขาก็ยังนับเป็นสิบผู้มีพรสวรรค์ เพียงเท่านี้เขาก็มีสิทธิ์เข้าสู่วิหาร...แดนศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนับล้านปรารถนาจะเข้าไปให้ได้ และในที่สุดเขาจะได้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างหาตัวจับยาก

แต่ถ้าหากซือหยูมิได้ฆ่าองค์ชายหนึ่ง...เขาจะไม่มีวันได้เป็นบุรุษที่แท้จริง

มาถึงขั้นนี้...เขายังมีโอกาสที่จะได้อันดับหนึ่งและฆ่าองค์ชายหนึ่ง!

ความรู้สึกมีชัยขององค์ชายหนึ่งกระเจิงไปหมด

แม้ซือหยูจะยอมแพ้และปฏิเสธการประลอง แม้เขาจะไม่ล้างแค้นวันนี้ ซือหยูก็ยังคงมีโอกาสเข้าสู่วิหาร หากซือหยูไปฝึกในวิหารแล้วไซร้...เขาจะแข็งแกร่งอย่างมาก...แล้วองค์ชายหนึ่งจะปกป้องตนเองจากซือหยูในตอนนั้นได้อย่างไร? และถ้าหากซือหยูได้ไปบ่มเพาะในวิหารก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะส่งมือสังหารไปจัดการซือหยู

หากซือหยูเข้าสู่วิหารแล้ว แม้องค์ชายหนึ่งจะได้ขึ้นเป็นกษัตริย์หรือไม่...เขาจะไม่ได้มีชีวิตอย่างสงบสุขอีกต่อไป

“ไม่นะ! เขาจะต้องประลองกับหยุนเทียน! เขาต้องตายก่อนจะได้เข้าวิหาร! แต่ข้าจะบังคับให้มันประลองกับหยุนเทียนได้ยังไง?”

องค์ชายหนึ่งหรี่ตา

“มันเกลียดข้ามิใช่รึ? ถ้างั้นก็จงชิงชังข้าให้มากกว่าเดิมซะเถอะ แบบนั้นเขาจะได้ประลองกับหยุนเทียนแน่!”

องค์ชายหนึ่งยิ้มราวกับปีศาจ

เขาส่งคำสั่งให้ลูกน้องที่เชื่อถือทันที ทหารคนนั้นวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

ครึ่งวันผ่านไปคนขององค์ชายสามได้แอบส่งกระดาษให้หลินเสี่ยว

หลินเสี่ยวอ่านข้อความในกระดาษและสั่นกลัว เขาส่งให้องค์ชายสามทันที

หลังจากอ่านข้อความองค์ชายสามก็ชักสีหน้าทันที เขาเต็มไปด้วยความโกรธ

“มัน! มันทำเช่นนี้ได้ยังไง!”

ในแผ่นกระดาษมีเพียงประโยคเดียว

“ดยุคเซี่ยนหยูจะถูกเลื่อนมาประหารในคืนนี้!”

ข้อมูลนี้ได้มาจากสายลับขององค์ชายสามในคุกสวรรค์

หลินเสี่ยวโกรธแค้น

“องค์ชายหนึ่งกลัวซือหยูแล้วเลื่อนการประหารดยุคเซี่ยนหยู เขาจะได้ไม่ต้องกังวลกับปัญหาใดอีก!”

ในตอนนั้นการประลองของ 15 คนได้จบลง เหลือสิบผู้มีพรสวรรค์ที่กำลังเตรียมตัวพร้อมกับแววตาริษยาจากเหล่าคนดูที่จับจ้อง

พวกเขามีเวลาพักครึ่งชั่วโมง...และรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้น!

ซือหยูกลับไปหาองค์ชายสาม เขารู้สึกถึงท่าทางแปลกๆขององค์ชาย หลินเสี่ยวก้มหน้ามิกล้ามองซือหยู

จะต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น

“องค์ชายสาม...เกิดอะไรขึ้น?”

ซือหยูถามเสียงเบา

องค์ชายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

“ซือหยู ข้าหวังว่าหลังจากเจ้ารู้เรื่องนี้...เจ้าจะยังคงใจเย็นอยู่ได้”

“ดยุคเซี่ยนหยู...จะถูกประหารคืนนี้”

องค์ชายสามมิอาจปกปิดความจริง

องค์ชายหนึ่งแอบจับดยุคเซี่ยนหยูที่กำลังป่วยหนักสู่ฝ่ายปกครองแคว้น แม้องค์ชายสามอยากจะช่วย...เขาก็มิอาจทำสิ่งใดได้

ปกติการประหารจะเกิดขึ้นในเวลากลางวัน แต่ดยุคเซี่ยนหยูกำลังจะถูกประหารคืนนี้ องค์ชายหนึ่งจัดการได้เร็วมาก

“อะไรกัน…?”

ซือหยูรู้สึกราวกับถูกทุบตีอย่างแรง เขารู้สึกว่าโลกทั้งใบแหลกสลาย

ดยุคเซี่ยนหยูกำลังจะถูกประหารเช่นนั้นหรือ?

ตั้งแต่ซือหยูรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่...หัวใจอันเย็นชาของเขาอบอุ่นไปด้วยความหวัง

แต่ทำไมเขาจะต้องถูกประหารในคืนนี้ด้วย?

ข่าวนี้กระทบจิตใจของซือหยูอย่างมาก

ตามแผน ซือหยูจะได้มงกุฎศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เขาสังหารองค์ชายหนึ่งทันเวลาเพื่อคืนความยุติธรรมแก่ดยุคเซี่ยนหยู

ข่าวนี้ไม่ตรงกับที่ซือหยูคิดได้เลย!

พ่อตา..กำลังจะถูกประหารคืนนี้! ใจซือหยูสั่นไม่เป็นจังหวะ

“องค์ชายหนึ่ง!”

ดวงตาซือหยูเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ทั้งหมดพุ่งไปยังองค์ชายหนึ่ง

องค์ชายหนึ่งนิ่งราวกับไม่สนใจจิตสังหารจากซือหยู

ฟึ่บ---

มีเงามาปรากฏที่ข้างองค์ชายหนึ่ง

เป็นองครักษ์ที่มีพลังระดับหก...สามคน

ตู้หยุนเทียนไปข้างองึ์ชายหนึ่งและมองซือหยู

“หากเจ้าอยากตาย...ข้าจะทำให้อย่างที่หวัง!”

องค์ชายหนึ่งมีองครักษ์ปะปนอยู่กับคนดู เขาเบิกบานใจยิ่ง

เจ้าจะพูดอะไรก็พูดไป...แต่จะทำอะไรข้าได้?

กษัตริย์ในอนาคตเช่นเขามีผู้แข็งแกร่งข้างกายนับไม่ถเวน ซือหยูทำได้เพียงยอมจำนน!

ซือหยูข่มใจไม่ให้ระเบิดความโกรธออกมา เขาพยายามใจเย็นและฝืนใจอดทน!

เขาฝืนทนต่อดวงใจที่เต็มไปด้วยความชิงชัง

หากเขาลงมือตอนนี้จะถือว่าเป็นการลบหลู่งานประชุมศักดิ์สิทธิ์ แม้คนขององค์ชายหนึ่งจะไม่ได้ทำอะไร...คนจากวิหารก็จะสังหารซือหยูทันที!

ซือหยูหายใจเข้าออกช้าๆ อกของเขาขยายกว้างและหดลีบ ในใจเต็มไปด้วยความโกรธเหลือคณานับพร้อมกับจิตสังหารที่พร้อมปะทุตลอดเวลา

เขานีกถึงในวันนั้น เพื่อที่จะช่วยเขาและเซี่ยนเอ๋อ ดยุคเซี่ยนหยูสละชีวิตตนเองและถูกกลืนกินโดยเพลิงพิโรธ ซือหยูยังจำใบหน้าเปื้อนน้ำตาของดยุคก่อนจะถูกเพลิงแผดเผาได้ขึ้นใจ...มันสลักฝังลึกในใจซือหยูมิเสื่อมคลาย

ซือหยูทั้งเศร้าโศกและเดือดดาลใจ

เขาจะไม่ยอมให้เรื่องเศร้าสลดเช่นนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว!

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.55 - การต่อสู่แห่งเกียรติยศ

คัดลอกลิงก์แล้ว