เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.59 - คลื่นเมฆาทมิฬ

DND.59 - คลื่นเมฆาทมิฬ

DND.59 - คลื่นเมฆาทมิฬ


ฉิวชางเจี้ยนกลับมาหาไป่ชี่เซียงและองครักษ์เฉินที่หมดสติ...เหตุการณ์มันน่าสงสัยยิ่งนัก

“บอกข้ามา...เกิดอะไรขึ้น?”

ฉิวชางเจี้ยนถามไป่ชี่เซียงอย่างเย็นชา

เพียงมองไป่ชี่เซียงก็ตัวสั่น เขามิกล้ามองตาฉิวชางเจี้ยนตรงๆ! ไป่ชี่เซียงอยากจะหนีไปซ่อน แต่ด้วยการมองตรงๆของฉิวชาวเจี้ยนนั้นทำให้ความกล้าที่จะโกหกนั้นหายไปจนหมด! แม้จะเป็นกษัตริย์ก็สร้างความกดดันขนาดนี้ไม่ได้!

เมื่อเขารู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาหม่นหมอง

“ตามข้ามา!”

เป๊าะ--

ฉิวชางเจี้ยนบินไปยังเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว!

ที่คุกสวรรค์ในเมืองหลวง มีชายวัยกลางคนถูกล่ามเอาไว้ด้วยใบหน้าซีดเซียวผมรุงรัง นักโทษคนนี้ไร้แขนขวา เขาเงยหน้ามองท้องนภาที่อยู่ไกลลิบ

“เซี่ยนเอ๋อกับหยูเอ๋อคงปลอดภัยแล้วสินะ”

นักโทษผู้นี้เปลี่ยนไปมากจากเมื่อก่อน ในตอนนี้เขาทั้งใจดีและรู้สึกยินดี

เขาคือดยุนเซี่ยนหยู! รูปลักษณ์งดงามเช่นเมื่อก่อนไม่มีอยู่อีกแล้ว เขาผอมแห้งและทรุดโทรม

แกร๊ก--

ประตูแตกออก มาพร้อมกับชายกำยำสองคน

ดยุคเซี่ยนหยูไร้อารมณ์ เขาเพียงหันไปอย่างมั่นคง เสียงของเขาแหบแห้งแต่สุขุม

“มาจนได้นะ...ไปกันเถอะ!”

องค์ชายหนึ่งจะกำจัดเขาในอีกไม่นาน...เป็นแค่เรื่องเวลาเท่านั้น...เขารอคอยวันนี้มานาน หากเซี่ยนเอ๋อและซือหยูปลอดภัย...เขาก็สบายใจที่จะพบกับความตาย

ท่ามกลางนภามืดมิดไร้ขอบเขต ที่ประหารถูกย้อมโดยแสงจันทราและดาราหม่น ดยุคเซี่ยนหยูคุกเข่าที่แทนประหาร ดวงตาสุขสงบ

“ความผิดฐานกบฎของดยุคเซี่ยนหยูนับว่าอภัยให้ไม่ได้...เขาจะต้องถูกลงโทษในคืนนี้!”

ผู้พิจารณาประกาศเวลา เขาหยุดชั่วครู่และพูดอีกครั้ง

“จะสั่งเสียอะไรไหม?”

แม้ดยุคเซี่ยนหยูจะถูกลดฐานะมาเป็นนักโทษ แต่ความเป็นชนชั้นสูงของเขามิหายไปแม้แต่น้อย เขาเงยหน้าเล็กน้อยและจับจ้องไปยังมวลดารา

“คำสั่งเสียงั้นรึ? บอกองค์ชายหนึ่งด้วย...วันหนึ่ง...จะมีคนไปเอาหัวมันมาให้ข้า!”

ดยุคหยุดและพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

“ตลอดชีวิตอันยิ่งใหญ่ของข้า สิ่งที่ภูมิใจที่สุดหาใช่พลังอำนาจ แต่คือการหมั้นของเซี่ยนเอ๋อกับซือหยู จิตใจยึดมั่นมิเปลี่ยนแปลงของซือหยูนั้นหนักแน่นราวกับภูผา...วันหนึ่งเขาจะกลับมาที่เมืองหลวง...และล้างแค้นให้ข้า!”

ดยุคเซี่ยนหยูเชื่อในสิ่งที่ตนพูดออกมา!

“ไร้ยางอาย! เจ้าจะถูกประหารคืนนี้...และพรุ่งนี้จะเป็นคราวของซือหยู...พวกเจ้าคบคิดกบฏและสังหารราชวงศ์ พวกเจ้าทุกคนสมควรตาย!”

“ซือหยูงั้นรึ?”

หากซือหยูจะถูกประหารพรุ่งนี้...หรือซือหยูอยู่ในเมืองหลวง?!

เพชรฆาตเยาะเย้ย

“ดยุคเซี่ยนหยูคงจะยังไม่รู้...บุตรเขยเจ้าอยู่ในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์...พยายามจะชิงมงกุฎศักดิ์สิทธิ์เพื่อช่วยชีวิตเจ้า”

“อะไรกัน?”

ดยุคเซี่ยนหยูเบิกตากว้าง!

ข่าวนี้ราวกับสายฟ้าที่ฟาดใส่ตัวดยุคเซี่ยนหยู ซือหยูลำบากเข้ามายังเมืองหลวงเพื่อช่วยเขางั้นรึ? เขาไม่รู้เลยหรืออย่างไร? พลังในตอนนี้หากต้านราชวงศ์ไปก็นำไปสู่ความตายเพียงเท่านั้น เขาไม่รู้ว่าองค์ชายหนึ่งมีคนมากเท่าไหร่งั้นรึ? ซือหยูไม่มีทางหนีออกไปได้แน่! แผนของเขามันไม่มีหวังแต่แรก...เหตุใดเขาถึงพยายามทำสิ่งที่บ้าขนาดนี้?!

ดยุคเซี่ยนหยูเปลี่ยนความคิด ร่างกายของเขาสั่นพร้อมน้ำตาที่ไหลรินออกมา! ปากเขาสั่นด้วยความเศร้าเหลือคณานับ

เขตเซี่ยนหยูห่างไกลจากเมืองหลวงหลายพันลี้ ซือหยูจะต้องรีบเดินทางไกลเพื่อมายังงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ให้ทันเวลา เขาจะหิวไหมนะ? เขาจะได้พักบ้างไหม? เขาจะหนาวสั่นในยามวิกาลในตอนนี้รีบมาช่วยข้าไหมนะ?

และตอนนี้ซือหยูก็อยู่ที่นี่...กำลังต่อสู้เพื่อช่วยชีวิตดยุคเซี่ยนหยูในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์…

ดยุคเซี่ยนหยูรู้สึกผิดและไม่พอใจ เขาโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมา เขาได้ทำให้ซือหยูติดร่างแหไปด้วย! เขาคิดว่าซือหยูจะล้างแค้นให้เขา...แต่ไม่คิดว่าซือหยูจะมาช่วยเขาอย่างไม่คิดชีวิตเช่นนี้!

“หยูเอ๋อ...เจ้า...ทำไมถึงเป็นเด็กโง่เช่นนี้? ร่างแก่เฒ่าของข้าคู่ควรกับเจ้าแล้วหรือ?”

ดยุคเซี่ยนหยูกรีดร้องน้ำตาไหลพราก

ผู้พิจารณาตะโกนสั่ง

“ตัดหัว!”

เพชรฆาตยกดาบใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยรังสีจากแสงจันรา!

“หยูเอ๋อ! เจ้าต้องรอดไปให้ได้!”

คมดาบเฉือนลงมา ดยุคเซี่ยนหยูกรีดร้องด้วยความเศร้า

ศีรษะถูกตัดออกทันที มันลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ

ที่ลานประลองศักดิ์สิทธิ์ การต่อสู้ดุเดือนกำลังดำเนินต่อไป! ซือหยูกับตู้หยุนเทียน! หนึ่งคนคือชายนิรนาม อีกคนที่คนดังแห่งแคว้น ซือหยูเหนื่อยอ่อนและตู้หยุนเทียนกำลังได้เปรียบ...ไม่ว่าจะแกร่งหรืออ่อนแอแค่ไหน...ก็ดูเหมือนว่าการต่อสู้นี้ถูกตัดสินผลมานานตั้งแต่ก่อนเริ่ม

ตู้หยุนเทียนถืออกระบี่ยาว แววตาเยือกเย็น

“ไม่เลวที่เจ้ามาถึงนี่ได้...แต่คงต้องจบตรงนี้!”

ตู้หยุนเทียนดึงกระบี่ออกมาจากฝักราว ซือหยูมีวิชาระดับสวรรค์ ดังนั้นหยุนเทียนจึงคิดว่าคู่ควรที่จะดึงกระบี่ออกมา แต่! ตู้หยุนเทียนเพียงแค่ชักกระบี่...มิได้โจมตีเข้ามา!

“กระบี่คลื่นเหมันต์!”

กระบี่ของเขาฟาดฟันทำให้เกิดสายลมเย็นราวกับยามวิกาลฤดูเหมันต์ กระบี่เชือดเฉือนกลางอากาศพุ่งตรงไปยังหัวใจของซือหยู!!

ผู้ประเมินหน้าซีดเผือด งานประชุมศักดิ์สิทธิ์มีกฎอย่างเคร่งครัดว่าห้ามสังหารคู่ประลอง แต่ตู้หยุนเทียนในตอนนี้ตั้งใจสังหารอย่างเต็มที่...เขากำลังจะฆ่าซือหยูต่อหน้าทุกคน!

ผู้รับใช้เพลิงหน้าสั่นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาไร้อารมณ์ตามเดิม

“กระบี่หามีตาไม่ จะทำเกินไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตู้หยุนเทียน!”

นอกจากฟางหยุนแล้วผู้ประเมินทุกคนต่างตื่นตัว ดุลพินิจของตู้หยุนเทียนอยู่ที่ใดกัน? เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาตั้งใจสังหารซือหยู! ผู้รับใช้เพลิงมิได้มีแต่อคติแล้ว เขาเข้าข้างตู้หยุนเทียนจนละเลยกฎ! แต่ผู้ประเมินทั้งสิบสองต่างเงียบด้วยความกลัว...พวกเขามิกล้าขัดขืน

งานประชุมศักดิ์สิทธิ์ของแคว้นเฟิงหลินอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับใช้เพลิง เขามีอำนาจล้นฟ้าในมือ หากเขาต้องการ เขาจะทำทุกอย่างได้เพียงพลิกฝ่ามือ ผู้ประเมินทั้งสิบสองมิอาจทำอะไรได้ พวกเขาทำได้เพียงมองซือหยูอย่างเป็นห่วง

นี่เป็นการประลองที่ต้องพบจุดจบอันน่าเศร้า...ซือหยูไม่ควรมาที่เมืองหลวเลย

กระบี่คลื่นเหมันต์เป็นวิชาที่แข็งแกร่งมาก! แต่ซือหยูคิดอยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น

ซือหยูประหลาดใจกับโลกใบนี้อย่างมาก...นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์ชายหนึ่งแน่นอน เพื่อที่จะปกป้องตัวเองในอนาคต องค์ชายหนึ่งไม่มีวันยอมให้ซือหยูเข้าสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่แน่นอนแล้วว่าองค์ชายหนึ่งต้องการให้ซือหยูตายในลานประลองแห่งนี้

ซือหยูเหลือบมองผู้รับใช้เพลิงด้วยหางตา เขาไม่มีที่ท่าว่าจะเข้ามายุ่งกับการประลองเลย เขามิได้สนใจอะไรเลย เขามองชีวิตของผู้อื่นเป็นแค่แมลงเท่านั้น!

“สายฟ้าดาราม่วง!”

ซือหยูโต้กลับอย่างเกรี้ยวกราด

แคร้ง--

สายฟ้าสีม่วงปะทุพลังทำลายล้าง!

ปั้ง--

ตู้ม--

พวกเขาทั้งสองโจมตีโดนเป้าหมาย ตู้หยุนเทียนยังยืนอยู่ที่เดิมแต่ซือหยูถอยหลังไปสามก้าว หมัดทั้งสองเต็มไปด้วยโลหิต พลังบ่มเพาะของตู้หยุนเทียนมากกว่าซือหยู! และตู้หยุนเทียนยังรับมือกับสายฟ้าดาราม่วงได้ด้วย

ตู้หยุนเทียนไม่เชื่อสายตา เขามั่นใจว่ากระบี่เดียวนี้จะสังหารซือหยูได้...แต่กลับทำให้ซือหยูถอยแค่สามก้าว และมีเพียงหมัดที่มีรอยโลหิต

เขาแผ่จิตสังหาร

“กระบี่ต่อไปจะมอบความตายให้เจ้า!”

“กระบี่คลื่นเหมันต์!”

ฉัวะ--

เสียงอากาศระเบิดของ กระบี่เย็นเยือกในมือตู้หยุนเสียงส่องแสงสว่างจ้า!

มันสว่างราวกับดวงตะวันที่เจ็บปวดเมื่อมองตรงๆ

ผู้ประเมินทั้งสิบสามหน้าซีดและอ้าปากค้าง

“วิชาบ่มเพาะระดับสูง...ที่ฝึกจนสำเร็จแล้ว!”

ผู้รับใช้เพลิงมีสีหน้าพอใจ ตู้หยุนเทียนพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยคำชี้แนะของเขา ก้าวต่อไปเขาจะชี้แนะวิชาระดับสวรรค์ให้กับตู้หยุนเทียน ผู้รับใช้เพลิงยินดีมากกับผู้ติดตามคนนี้ และในตอนนี้กระบี่กำลังเล็งศีรษะของซือหยู!

ซือหยูรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันเข้มข้น ดวงตาเขาเย็นชาทันที เขาหายใจอย่างแผ่วเบาเพื่อเข้าสู่สถานะเช่นตัวตนในภาพเขียน...ซือหยูเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดินและทุกสรรพสิ่ง ในสายตาของผู้ประเมินเห็นซือหยูกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของอีกขอบเขต

ซือหยูเหยียดดัชนีขึ้นกรีดนภา...ดัชนีนี้กรีดนภาได้เป็นชิ้นๆ อิสระจากสวรรค์และโลกมนุษย์ แค่ตั้งท่าซือหยูก็สั่นสะเทือนขุนเขา เขาเคลื่อนไหวดัชนีช้าๆ และเข้าปะทะกับกระบี่คลื่นเหมันต์

ดัชนีของซือหยูสัมผัสกับคมกระบี่! กระบี่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยดัชนีเดียว!

ตู้หยุนเทียนลอยถอยหลังไปสามก้าวด้วยแววตากลัวสุดขีด! นี่มัน...ฎีกาสวรรค์! ผู้ประเมินทั้งสิบสองตัวสั่นเทิ้ม! ฎีกาสวรรค์ของเซิงยี่หลินต่างกับของซือหยูมากทีเดียว พวกเขาตกอยู่ในภวังค์เมื่อได้เห็นฎีกาสวรรค์ของซือหยู!

“ผู้ใช้ฎีกาสวรรค์อีกคน!”

“แกร่งอะไรเช่นนี้...เหนือกว่าเซิงยี่หลินมากทีเดียว!”

ผู้รับใช้เพลิงสีหน้าหม่นหมอง ฎีกาสวรรค์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้หายากมาก ซือหยูบรรลุมันได้ยังไง?

“มันก็แค่วิชาผิวเผิน ระดับมันยังทั่วไป!”

เส้นเลือดของเหล่าผู้ประเมินปูดโปนขึ้น ฎีกาสวรรค์ที่แกร่งขนาดนี้เรียกว่าทั่วไปงั้นเรอะ? ผู้ประเมินทุกคนมิได้รู้สึกประทับใจผู้รับใช้เพลิงอีกแล้ว เพื่อที่จะทำให้ผู้ติดตามของเขาดูดี เขาได้ละทิ้งศักดิ์ศรีและพ่นคำโกหกออกมาจากปาก

หากไม่ใช่เพราะระดับพลังบ่มเพาะที่ต่างกัน ผู้ติดตามที่สำคัญนักหนาของผู้รับใช้เพลิงคงจะทนกระบวนท่าเดียวจากซือหยูไม่ได้ด้วยซ้ำ

ปั่ก ปั่ก ปั้ก--

ซือหยูถอยห้าก้าวและได้กลิ่นของเหลวในลำคอ! แม้จะใช้ฎีกาสวรรค์ด้วยพลังสูงสุดซือหยูก็ยังไม่ชนะตู้หยุนเทียน! ด้วยพลังบ่มเพาะที่สูงกว่าและวิชาขั้นสูงที่ฝึกจนทะลุปรุโปร่ง ซือหยูได้เจอกับศัตรูที่ยากที่สุดเข้าแล้ว!

ตู้หยุนเทียนที่มือเจ็บปวดกำลังโกรธเกรี้ยว นี่เป็นครั้งแรกที่การโจมตีสุดยอดของเขาถูกรับมือได้!

“เจ้าจะไปได้ซักกี่น้ำกัน!”

ซือหยูตะโกนและพุ่งเข้าโจมตี

เขาเห็นซือหยูบาดเจ็บรุนแรงและใช้พลังกายไปมากจากฎีกาสวรรค์ ซือหยูเหนื่อยล้าอย่างมาก ยากที่จะสู้ต่อได้!

แกร๊ก--

ตู้หยุนเทียนพุ่งไปตัดศีรษะซือหยูอีกครั้ง! ซือหยูใช้วิชาดาบล่องหนใส่ตู้หยุนเทียนทันที!

“ดาบอสูร!”

อ๊ากก---

ดาบอสูรเจาะทะลุจิตใจตู้หยุนเทียน แม้ระดับเขาจะสูงจนมิอาจถูกสังหารด้วยดาบอสูร แต่มันก็ทำให้จิตใจถูกรบกวนอย่างมหาศาล

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.59 - คลื่นเมฆาทมิฬ

คัดลอกลิงก์แล้ว