เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 59 เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด

ตอนที่ 59 เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด

ตอนที่ 59 เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด  


ตอนที่ 59 เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด

ผมที่ยังอยู่ตรงนั้น รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อย

ผมยอมรับว่าจางอวิ๋นเหยาสวยมากจริง ๆ แต่ก็ไม่เคยมีความคิดไม่ดีต่อเธอเลยสักนิดเดียว

เธอเป็นฝ่ายเอามือผมไปวางบนไหล่ เพื่อจะช่วยพยุงให้ลุกขึ้นเองทั้งนั้น ไม่เคยคิดว่าจางอวิ๋นเลี่ยงจะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นใส่ร้ายกันได้

โชคยังดีที่จางอวี้เฉิงรู้นิสัยลูกชายตัวเองดี ใบหน้าของเขาพลันเย็นชาก่อนจะตะคอกเสียงดัง “แกอย่ามาหาเรื่องแถวนี้! ที่คุณชายอู๋ต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเรื่องของบ้านเรา! แกน่ะสิ เมื่อคืนนี้ทำอะไรลงไปห๊ะ? ถ้าไม่ใช่เพราะแก คุณชายอู๋จะเป็นแบบนี้หรือไง?”

“พ่อ...ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องของเหยาเหยานะครับ ไอ้หมอนี่มันไม่คิดจะช่วยเราตั้งแต่แรก ก่อนหน้านี้พ่อก็ไปหามันตั้งหลายครั้งก็บอกแต่ช่วยไม่ได้ ๆ แต่พอน้องสาวเราไปหาเขาคนเดียวกลับยอมตกลงด้วยซะงั้น มันตั้งใจจะหลอกน้องสาวนะพ่อ! เราไม่ควรพามันมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ ไล่มันไปตอนนี้ยังทัน ก่อนที่อวิ๋นเหยาจะถูกลากลงไปด้วยนะพ่อ!” จางอวิ๋นเลี่ยงหันมาจ้องผมด้วยสายตาเจตนาร้าย

คำพูดนั้นทำให้จางอวี้เฉิงเกิดความลังเลเล็กน้อย มันเป็นความจริงที่จางอวี้เฉิงเคยพาจางอวิ๋นเหยาไปหาผมที่บ้านหลายครั้ง แต่ก็ถูกหู่จื่อไล่กลับไปทุกครั้ง แต่ในงานเลี้ยงของหวังเฉาหยาง จางอวิ๋นเหยามาหาผมคนเดียว ผมถึงได้ตกลง

ที่ก่อนหน้านี้ไม่ยอมตกลง ก็เพราะหนึ่งในสามเงื่อนไขที่อาจารย์ตั้งไว้ให้คือ ห้ามรับงานในเยี่ยนเป่ย

แต่เรื่องนี้คนตระกูลจางไม่รู้ และผมเองก็ขี้เกียจจะอธิบายให้พวกเขาฟัง

บรรยากาศชักจะกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย แต่ในใจผมกลับคิดว่า ตั้งแต่แรก จางอวิ๋นเลี่ยงก็ไม่ชอบหน้าผมอยู่แล้ว ตอนนี้ก็รีบร้อนจะไล่ผมไป ผมรู้สึกได้ว่าเขามีอะไรบางอย่างที่กำลังปิดบังอยู่ หรือไม่ก็มีปัญหาอะไรบางอย่างที่กลัวว่าผมจะมองออก

จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะไล่ผมไป

ในตอนนั้นเอง จางอวิ๋นเหยาก็ยืนขึ้นอีกครั้ง พูดกับจางอวิ๋นเลี่ยงอย่างโกรธเคืองว่า “พี่ คิดว่าทุกคนจะสกปรกเหมือนพี่หรือไง? เที่ยวไปก่อเรื่องกับผู้หญิงไปทั่ว จิตสำนึกของพี่หายไปไหน? เมื่อคืนนี้คุณชายอู๋เกือบจะตายเพื่อช่วยพี่แท้ ๆ แต่พี่กลับยังมาพูดใส่ร้ายเขาแบบนี้อีก”

“เหยาเหยา เธอจะเข้าข้างคนนอกงั้นเหรอ? เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ ส่วนหมอนี่เป็นแค่คนนอก หรือว่าเธอจริง ๆ แล้วก็ชอบมัน?”จางอวิ๋นเลี่ยงกล่าวอย่างโกรธเคือง

พอสิ้นคำพูดนี้ ใบหน้าของจางอวิ๋นเหยาก็พลันแดงก่ำขึ้นไม่พูดอะไรต่อ แถมยังเผลอสบตาผมด้วยท่าทีหวั่นไหว

สีหน้าของจางอวี้เฉิงเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง สุดท้ายก็เดินไปข้าง ๆ จางอวิ๋นเลี่ยงพร้อมตะโกนเสียงดัง “พอที! แกอย่ามาสร้างความวุ่นวายอีกเลย รีบไสหัวไปซะ อย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!”

“พ่อครับ!” จางอวิ๋นเลี่ยงร้องเรียกอย่างไม่พอใจ

“ไสหัวไป!” จางอวี้เฉิงโกรธจัดตวาดลั่น

จางอวิ๋นเลี่ยงมองมาที่ผมอย่างเคียดแค้น ก่อนจะกระแทกประตูออกไปเสียงดังสนั่น

หู่จื่อที่มองไอ้เด็กคนนี้ไม่ชอบหน้ามานานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะผมคอยดึงเขาไว้เมื่อครู่ คาดว่าคงต้องเข้าไปซัดเขาสักเปรี้ยงแน่

หลังจากที่จางอวิ๋นเลี่ยงจากไปแล้ว จางอวี้เฉิงก็รีบเข้ามาขอโทษ “คุณชายอู๋ ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ตั้งแต่เด็กก็ขาดการอบรมสั่งสอนอวิ๋นเลี่ยงไป ทำให้เขามาล่วงเกินคุณชายอู๋แบบนี้ คุณชายอย่าได้เก็บไปใส่ใจเลยนะครับ”

ผมพยักหน้า เปลี่ยนเรื่องคุย กล่าวว่า “คุณจาง ตอนนี้ผมต้องออกไปข้างนอกสักหน่อย ไปหาที่ดินใหม่สำหรับใช้แทนที่ดินเดิม ตอนกลางคืนเรายังต้องย้ายสุสานต่อ”

“แต่คุณชายบาดเจ็บอยู่นะครับ ร่างกายจะทนไหวหรือครับ?” จางอวี้เฉิงกล่าวอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรครับ แค่แผลภายนอก พักผ่อนไม่กี่วันก็หายแล้ว”

พูดจบ ผมก็เรียกหู่จื่อให้ออกไปข้างนอกด้วยกัน รู้สึกว่าหลังจากเรื่องวุ่นวายเมื่อครู่ จะให้อยู่ที่นี่ต่อไปก็คงจะกระอักกระอ่วนน่าดู

แต่เพิ่งจะออกจากประตูไป จางอวิ๋นเหยาก็ตามออกมา “คุณชายอู๋ ให้ฉันตามไปด้วยได้ไหมคะ?”

“ไม่จำเป็นหรอก แค่หู่จื่อตามไปกับฉันก็พอแล้ว เธอกลับไปเถอะ” ผมตอบเสียงเรียบ

บนใบหน้าของจางอวิ๋นเหยาปรากฏความรู้สึกผิดและไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย “คุณชายอู๋ เป็นเพราะคำพูดของพี่ชายฉันเมื่อครู่ใช่ไหมคะ คุณถึงไม่ให้ฉันตามไปด้วย?”

“ไม่ใช่ ฉันแค่คิดว่าไม่จำเป็นต้องไปกันหลายคนขนาดนั้น เมื่อคืนนี้พ่อของเธอก็เพิ่งจะถูกผีสิง ยังไม่หายดีเท่าไหร่ เธออยู่ที่บ้านดูแลเขาไปเถอะ”

พูดจบ ผมก็เดินตรงไปยังทิศทางนอกหมู่บ้านพร้อมกับหู่จื่อ

เมื่อเดินออกไปไกลพอสมควร ผมหันกลับไปมอง ก็พบว่าจางอวิ๋นเหยายังคงยืนอยู่ที่หน้าประตูไม่ได้จากไปไหน

หู่จื่อก็หันกลับไปมองเช่นกัน ยิ้มแล้วกล่าวว่า “คุณชาย จริง ๆ แล้วก็มีใจให้คุณหนูจางใช่ไหมล่ะ?”

“เหลวไหล ฉันรับเงินทำงานตามสัญญามาแล้ว ไม่มีอะไรเกินกว่านั้น” ผมกล่าว

“แต่ผมมองออกว่าคุณหนูตระกูลจางคนนั้นเหมือนจะชอบคุณชายแล้วนะ อันที่จริงผมว่าเด็กสาวคนนั้นก็ไม่เลว ถ้าคุณชายชอบจะคบกันก็ไม่เสียหายอะไร ถึงแม้ตระกูลจางจะร่ำรวย แต่คุณชายก็เป็นถึงศิษย์ของราชาฮวงจุ้ยหลี่ทงเสวียน ฐานะย่อมไม่ด้อยกว่ากันหรอก” หู่จื่อกล่าว

“พอเถอะหู่จื่อ คิดว่าเรื่องยังวุ่นวายยังไม่พออีกหรือไง? ถ้าฉันเผลอไปมีความคิดอะไรแบบนั้นกับจางอวิ๋นเหยาจริง ๆ จางอวิ๋นเลี่ยงคงกินฉันทั้งเป็นไปแล้ว?”

“อย่าไปพูดถึงมันเลย เมื่อครู่ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายห้ามไว้ ผมคงได้ตบปากมันสักฉาดแน่” แค่เอ่ยถึง จางอวิ๋นเลี่ยงหู่จื่อก็โมโหขึ้นมาทันที

ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่นี่เป็นการรับงานครั้งแรก อันที่จริงผมก็อยากจะวางมือไม่ทำแล้วเหมือนกัน ใครอยากจะทำก็ทำไป

แต่ไม่ว่าจะบ่นอย่างไร งานก็ต้องเดินต่อ ผมกับหู่จื่อเดินวนรอบนอกหมู่บ้าน ช่วยตระกูลจางหาที่ดินใหม่สำหรับสุสานบรรพบุรุษ วุ่นวายกันทั้งบ่าย ในที่สุดก็หาตำแหน่งฮวงจุ้ยที่ค่อนข้างดีได้แห่งหนึ่ง ตอนนั้นฟ้าก็มืดสนิทแล้ว

หลังจากกำหนดตำแหน่งสุสานใหม่ของตระกูลจางแล้ว ผมกับหู่จื่อก็เตรียมจะเดินกลับบ้านตระกูลจาง แต่ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นจางอวิ๋นเหยา จึงรีบรับสายทันที

จางอวิ๋นเหยาที่อยู่ปลายสายก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงสะอื้นว่า “คุณชายอู๋ รีบกลับมาเถอะค่ะ พี่ชายของฉันเกิดเรื่องแล้ว!”

ผมนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง รีบกล่าวว่า “ตอนที่ฉันออกมาเขาก็ยังดี ๆ อยู่ไม่ใช่หรือไง? เขาเป็นอะไรไป?”

“ฉัน...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่หลังจากที่คุณชายออกไป พี่ชายกับคุณพ่อทะเลาะกันแรงมาก แล้วก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่ยอมออกมาเลย พอถึงมื้อเย็น ฉันเลยจะไปเรียกเขาออกมา แต่เคาะประตูอยู่ตั้งนานก็ไม่มีใครตอบ เลยตัดสินใจเปิดเข้าไปดู ปรากฏว่าเขานอนนิ่งอยู่บนเตียง พอเข้าไปดูหน้าใกล้ ๆ ก็พบว่าบนหน้าของเขามีแต่เลือด คุณชายรีบมาดูหน่อยเถอะค่ะ” จางอวิ๋นเหยาร้องไห้

“ไม่ต้องกังวลไป ฉันจะรีบกลับเดี๋ยวนี้ อีกเดี๋ยวก็ใกล้จะถึงบ้านแล้ว” เสียงสะอื้นไห้ของเธอทำให้หัวใจผมสั่นวูบ

หู่จื่อที่ได้ยินบทสนทนาของผมกับจางอวิ๋นเหยากล่าวอย่างสงสัยว่า “ไอ้เด็กคนนี้ทำไมชอบมีแต่เรื่องอยู่เรื่อย? เมื่อคืนนี้เขาก็ไม่ปกติ”

“ไปเถอะ รีบกลับไปดูกันหน่อย” ผมเร่งฝีเท้า เดินไปยังบ้านเก่าของตระกูลจาง

สิบกว่านาทีต่อมา ผมกับหู่จื่อก็มาถึงห้องของจางอวิ๋นเลี่ยง เมื่อผมเห็นสภาพของจางอวิ๋นเลี่ยง พวกเราก็ได้แต่ตกใจ

จางอวิ๋นเลี่ยงนอนแน่นิ่ง เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด เลือดที่ไหลออกมาล้วนแต่เป็นสีดำทั้งสิ้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 59 เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด

คัดลอกลิงก์แล้ว