เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 57 ทุกอย่างดูแปลกไปหมด

ตอนที่ 57 ทุกอย่างดูแปลกไปหมด

ตอนที่ 57 ทุกอย่างดูแปลกไปหมด


ตอนที่ 57 ทุกอย่างดูแปลกไปหมด

ต้องยอมรับเลยว่าใจของหู่จื่อนั้นแข็งแกร่งมากจริง ๆ เวลาสถานการณ์คับขันขนาดนี้ยังมีอารมณ์จะนอนต่อ แถมยังเป็นการหลับในสุสานอีกด้วย

แต่ผมก็เข้าใจสภาพของหู่จื่อในตอนนี้ดี เขาถูกผมขังไว้ในค่ายกลกักวิญญาณ เดินวนไปมาอยู่ในพื้นที่รัศมีเจ็ดแปดเมตรเป็นเวลาหลายชั่วโมง ถึงจะบอกว่าเดินไกลเป็นร้อยกิโลเมตรก็ดูเกินไปหน่อย แต่ก็น่าจะเดินไปได้หลายสิบกิโลเมตรอยู่

“อย่าเพิ่งนอน ลุกขึ้นมาได้แล้ว” ผมกล่าวเสียงเข้ม

หู่จื่อเมื่อได้ยินน้ำเสียงของผมไม่ปกติก็รีบลืมตาลุกตะกายลุกขึ้นมานั่ง แต่ก็ยังหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ดี

พอหู่จื่อได้สติ เขาก็หันมองไปรอบ ๆ สุสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นคนงานที่นอนอยู่บนพื้นก็สะดุ้งตัวโหยง รีบลุกขึ้นจากพื้น เหมือนกับนึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าซีดเผือดรีบหันมาถามผมเสียงสั่นว่า “คุณชาย มีคนตายหรือเปล่าครับ?”

“เกือบไปแล้ว ถ้าฉันมาช้ากว่านี้เพียงครึ่งชั่วโมง คาดว่าคงมีคนได้ตายจริง ๆ และไม่ใช่แค่คนเดียวด้วย” ผมตอบกลับโดยไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด

เพราะตอนที่ผมมาถึง จางอวิ๋นเลี่ยงได้ทำให้ศพ ๆ หนึ่งกลายร่างเป็นซอมบี้ไปแล้ว หากผมมาช้ากว่านี้ชีวิตของเขาย่อมไม่รอด

ไหนจะคนงานที่นอนอยู่ในโลงศพ ที่ถูกดูดพลังหยางบนร่างกายไปเกือบหมด ถ้าไม่มีใครมาขัดขวาง ถึงตอนนั้นพวกเขาก็ต้องตายเช่นกัน

“ให้ตายเถอะ เป็นเพราะผมแท้ ๆ เกือบจะสร้างเรื่องใหญ่แล้วเชียว!” หู่จื่อตบขาตัวเองดังปึ้ง

“หลังจากที่ฉันไปแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ผมมองไปที่หู่จื่อพลางขมวดคิ้ว

“คุณชายได้กำชับพวกเราเป็นพิเศษว่าต้องรอให้คุณชายกลับมาก่อนถึงจะย้ายสุสานต่อได้ พอคุณชายกับคุณหนูจางออกไป ตอนแรกก็ยังดี ๆ อยู่นั่นแหละครับ ทุกคนนิ่งเฉยรอเวลา แต่พอผ่านไปครู่หนึ่ง จางอวิ๋นเลี่ยงก็ไปเข้าป่าไปคนเดียว เหมือนกับว่าจะไปทำธุระส่วนตัว แต่พอกลับมาก็เหมือนกลายเป็นคนละคนไปซะงั้น ก่อนจะสั่งให้คนงานเหล่านั้นย้ายสุสานต่อ ผมเข้าไปห้าม บอกว่าต้องรอให้คุณชายกลับมาก่อนถึงจะย้ายสุสานต่อได้ แต่จางอวิ๋นเลี่ยงที่เหมือนกับโดนของเข้าไม่ยอมให้คนงานหยุดงาน แถมยังบอกอีกด้วยว่าจะให้เงินค่าจ้างพวกเขาเป็นสองเท่าให้รีบทำงานซะ พวกเขาล้วนเป็นคนงานที่ตระกูลจางจ้าง จะมาฟังคำสั่งของคนนอกอย่างผมได้อย่างไร และยิ่งได้ยินจางอวิ๋นเลี่ยงบอกว่าจะให้เงินค่าจ้างเป็นสองเท่า ก็ยิ่งไม่ฟังคำทัดทานของผมเลยสักนิด พวกเขาเริ่มทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ผมเลยต้องเข้าไปหยุดพวกเขาด้วยกำลัง...”

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?” ผมอดที่จะสงสัยไม่ได้ ถึงแม้คนงานเหล่านี้จะดูมีแรงอยู่บ้าง แต่พวกเขามีกันแค่นี้ หู่จื่อสามารถห้ามพวกเขาไว้ได้แน่นอน ฝีมือของเขาเป็นเช่นไรผมย่อมรู้ดี

“หลังจากนั้น จางอวิ๋นเลี่ยงที่เห็นผมโมโหก็ให้คนงานทั้งหมดหยุดมือ ผมไม่คิดว่าเขาจะใช้แผนถ่วงเวลา ตอนนั้นเขาแกล้งเดินมาข้าง ๆ ทำทีจะมาขอโทษ บอกว่าตัวเองใจร้อนไปหน่อย แต่เดี๋ยวจะรอให้คุณชายกลับมาก่อนค่อยเริ่มงานต่อ ตอนที่จางอวิ๋นเลี่ยงพูดกับผม ผมรู้สึกได้ว่าเขาดูไม่ค่อยปกติ กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขาเอาแต่กระตุกตลอดเวลา แถมตาก็ยังเหลือบขึ้นบน เผยให้เห็นตาขาวบางครั้ง ตอนนั้นผมคิดว่าเขาคงแค่ขี้ขลาดหวาดกลัว ก็เลยคลายความระมัดระวังลง ใครจะคิดว่า พอผมหันหลัง เขากลับคว้าก้อนหินฟาดหัวผมเต็มแรง แล้วหลังจากนั้นผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย” หู่จื่อกล่าวอย่างหงุดหงิด

ผมพยักหน้าเบา ๆ ในใจเริ่มปะติดปะต่ออะไรบางอย่างได้

เมื่อครู่หู่จื่อบอกว่าจางอวิ๋นเลี่ยงไปเข้าป่าก่อน ถึงค่อยสั่งคนงานให้ย้ายสุสานต่อ คาดว่าตอนนั้น จางอวิ๋นเลี่ยงคงถูกเงาดำในป่าครอบงำจิตใจเข้าให้แล้วถึงได้มีพฤติกรรมผิดปกติแบบนั้น

ตลอดคืน ผมก็ยังไม่เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเงาดำนั้นเลยสักนิดว่าหน้าตาเป็นอย่างไร หรือแท้จริงแล้วต้องการอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือคนที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าตลืดทั้งคืนนั้น จะต้องมีความแค้นฝังลึกกับตระกูลจางอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่เสี่ยงทำเรื่องแบบนี้

ไม่เพียงแต่จะเอาชีวิตคนตระกูลจาง แม้แต่คนงานที่ไม่เกี่ยวข้องก็พร้อมจะฆ่าอย่างไม่ลังเล ความโหดเหี้ยมขนาดนี้เรียกได้ว่าถึงขั้นวิปลาสไปแล้ว

แม้ที่นี่จะถูกผมควบคุมไว้ได้ชั่วคราว แต่ผมรู้สึกว่าเงาดำยังไม่ยอมจบง่าย ๆ แน่

ขณะที่ผมกับหู่จื่อกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ฟ้าก็สว่างเต็มที่ คนงานที่นอนสลบก็เริ่มทยอยลืมตาตื่น พอผมเดินเข้าไปถามว่าจำอะไรได้บ้างไหม พวกเขากลับบอกว่าจำไม่ได้เลย นอกจากว่าพวกเขากำลังย้ายสุสานตามคำสั่งของจางอวิ๋นเลี่ยง ขุดโลงศพออกมาหลายโลงติดต่อกัน แล้วอยู่ ๆ ก็มีหมอกขาวลอยคลุ้งไปทั่ว ก่อนที่ทุกคนจะง่วงจนหลับหมด

ความรู้สึกแปลกประหลาดคืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ เรื่องนี้ลึกเกินกว่าที่ผมจะเดาได้ง่าย ๆ

คนที่ทำร้ายตระกูลจางต้องเป็นคนเก่งกาจอย่างมาก วิธีการของเขาช่างลึกลับเหนือความเข้าใจธรรมดา

ไม่นาน จางอวิ๋นเลี่ยงที่นอนอยู่ก็ตื่นขึ้น นั่งนิ่ง ๆ อยู่บนพื้นคนเดียว ท่าทางหมดเรี่ยวแรง ไม่พูดไม่จา

ผมเดินไปยังจางอวิ๋นเลี่ยง นั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ พลางมองเขาเขม็งไม่ละสายตา

จางอวิ๋นเลี่ยงที่ถูกผมมองจนรู้สึกขนลุก ทันใดนั้นก็พูดอย่างไม่พอใจว่า “มองอะไรนักหนา หน้าฉันมีดอกไม้ขึ้นมาหรือยังไง?”

“จำได้ไหมว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?” ผมถาม

“จำไม่ได้ เมื่อคืนฉันเล่นโทรศัพท์อยู่ตลอด จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อดังมาจากในป่าข้างสุสานก็เลยเดินไปดู พอเข้าไปในป่าแล้วก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย” จางอวิ๋นเลี่ยงตอบพลางหลบตา

“บอกความจริงกับผมมาเถอะ ช่วงนี้คุณได้ทำอะไรผิดบาปมาหรือเปล่า หรือไปล่วงเกินใครเขามา?” ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขากล่าว

คำถามนั้นทำให้เขาหน้าถอดสี ลนลานจนพูดจาตะกุกตะกัก ก่อนจะแข็งใจเถียงกลับมาเสียงดังพร้อมพูดอย่างฉุนเฉียวว่า

“ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น อย่าโยนความผิดทั้งหมดมาให้ฉันสิวะ! บ้านเราจ้างพวกนายมาก็เพื่อช่วยย้ายสุสานของตระกูล เงินก็ให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ถ้าทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไปซะ พูดมากอยู่ได้!”

“นี่พี่! ไปพูดกับคุณชายอู๋แบบนี้ได้ยังไง เขาช่วยชีวิตพี่ไว้นะเมื่อคืนนี้ ถ้าไม่ได้คุณชายอู๋ช่วยไว้ เมื่อคืนนี้พี่ก็ตายไปแล้ว!” จางอวิ๋นเหยาเดินเข้ามาจ้องมองจางอวิ๋นเลี่ยงอย่างโกรธเคือง

“เขาทำอะไร ฉันไม่เห็นจะจำได้เลยสักนิด อย่ามาโทษฉันซะให้ยาก จะทำอะไรก็ทำ ฉันจะกลับไปนอน!” พูดจบ จางอวิ๋นเลี่ยงก็ลุกขึ้นเดินหนีออกจากสุสาน

ผมไม่ขวาง ปล่อยให้เขาเดินห่างออกไป เพียงแต่มองตามหลังอย่างครุ่นคิด ไอ้เด็กคนนี้ต้องมีปัญหาอะไรอยู่แน่ ๆ

เพราะตั้งแต่แรกที่ผมเห็นเขา ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอัปมงคลที่รุนแรงอย่างมาก ทั้งตระกูลจาง มีเพียงเขาคนเดียวที่มีสภาพแบบนี้

แต่ในเมื่อไอ้เด็กนี่ปากแข็ง ไม่ยอมพูดอะไร ผมก็ทำอะไรเขาไม่ได้

เมื่อรอให้เขาเดินออกไปพอสมควรแล้ว ผมจึงเอ่ยตามหลังเบา ๆ ราวกับคำเตือนว่า “จางอวิ๋นเลี่ยง นายอยากจะปิดบังก็ปิดไป แต่ฉันช่วยนายได้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ไม่ได้ช่วยไปตลอดชีวิต ถ้ายังไม่ยอมพูดความจริง แล้วเกิดตายขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็โทษใครไม่ได้หรอกนะ”

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 57 ทุกอย่างดูแปลกไปหมด

คัดลอกลิงก์แล้ว