เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 55 เขากลับมาแล้ว

ตอนที่ 55 เขากลับมาแล้ว

ตอนที่ 55 เขากลับมาแล้ว


ตอนที่ 55 เขากลับมาแล้ว

ด้วยความกังวลว่าหู่จื่อที่ถูกผีร้ายควบคุมจะกลับมาอีก ผมจึงรีบตั้งค่ายกลกักวิญญาณขึ้น ขณนั้นเอง แสงสว่างจ้าก็สาดส่องมาที่ผม ทำเอาตกใจไปชั่วขณะ

เมื่อมองดูให้ดี ก็พบว่าเป็นจางอวิ๋นเหยาที่ขับรถกลับมา ผมจึงค่อยวางใจลง

ในไม่ช้า จางอวิ๋นเหยาก็สะพายกระเป๋าเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผมรีบเดินเข้าไปหา ถามว่า “ของที่ฉันให้เธอไปเอามาครบไหม?”

“ค่ะ ตามที่คุณชายอู๋สั่งเลย หามาได้ครบทุกอย่าง น้ำส้มสายชูเก่าฉันเจอในครัวสองขวด ไม่รู้ว่าจะพอหรือเปล่า ส่วนเถ้าก้นหม้อฉันหาเองอยู่ตั้งนานแต่ได้มานิดเดียวเพราะที่บ้านมีแค่นี้เองค่ะ” จางอวิ๋นเหยากล่าวอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย

เมื่อตั้งใจมอง พบว่าบนใบหน้าสวย ๆ ของเธอมีเถ้าก้นหม้อติดอยู่ไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะตอนที่หาเถ้าก้นหม้อ เธอคงเผลอไปทาเข้า ดูแล้วตลกจริง ๆ เธอต้องรีบร้อนหามันมากแน่ ๆ เพราะคุณหนูคนนี้จะเคยทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร

จางอวิ๋นเหยาถูกผมหัวเราะใส่จนงงไปหมด พลางมองมาที่ผมด้วยใบหน้าไม่เข้าใจ

“มานี่สิ” ผมบอกเธอ

จางอวิ๋นเหยาเอียงคอสงสัยไม่รู้ว่าผมจะทำอะไร แต่ก็ยังคงเดินเข้ามาอย่างเชื่อฟัง “เป็นอะไรไปคะ คุณชายอู๋”

ผมยื่นมือไปช่วยเธอเช็ดเถ้าก้นหม้อบนใบหน้า ผิวของเธอดีมากจริง ๆ เหมือนไข่ต้มปอกเปลือกที่ทั้งเนียนนุ่มและมีความยืดหยุ่นมาก

“เรียบร้อยแล้ว” ผมเช็ดขี้เถ้าบนมือกับเสื้อผ้าอย่างลวก ๆ

“อะไรหรอคะ?” จางอวิ๋นเหยาถามอย่างไม่เข้าใจ

“ฉันเห็นหน้าเธอเปื้อนขี้เถ้า เลยช่วยเช็ดให้” ผมกล่าวเสียงเรียบ

“เอ๊ะ?” เมื่อได้ยินเช่นนี้ จางอวิ๋นเหยาก็รีบเอามือไปเช็ดที่ใบหน้าสองสามครั้ง แม้ใจอยากจะเช็ดขี้เถ้าบนใบหน้าให้สะอาด แต่เพราะบนมือของเธอมีขี้เถ้าติดเป็นจำนวนมาก คราวนี้ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอก็ยิ่งเลอะเทอะไปใหญ่

“เมื่อครู่ฉันรีบร้อนเกินไปหน่อย พอหาเถ้าก้นหม้อเสร็จ ก็ไม่ทันได้ทำความสะอาดตัวเองเลย” จางอวิ๋นเหยาอธิบายไปพลาง หยิบของที่ผมต้องการออกมาจากกระเป๋าไปพลาง

น้ำส้มสายชูเก่าสองขวด และเถ้าก้นหม้อห่อเล็ก ๆ ถูกยื่นมาให้ผม

ผมมองดูก่อนตอบกลับไป “ดีมาก แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”

จางอวิ๋นเหยายิ้มออกมาอย่างดีใจทันที “ช่วยเหลือคุณได้บ้างเท่านี้ก็ดีแล้วล่ะค่ะ แต่คุณชายอู๋ คุณยังเจ็บแผลอยู่ไหมคะ? ฉันหาเบตาดีนกับยาแก้อักเสบมาจากบ้านด้วย เผื่อคุณต้องการ” จางอวิ๋นเหยาพูดพลางเริ่มค้นกระเป๋าของเธออีกครั้ง

“ไว้ทีหลังเถอะ ตอนนี้ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้หรอก เราต้องรีบช่วยคนก่อน” ผมมองไปยังคนงานที่นอนอยู่บนพื้น

“แต่ว่า บาดแผลบนตัวคุณก็หนักมากนะคะ ถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง?” จางอวิ๋นเหยากล่าวอย่างไม่วางใจ

“ไม่ต้องหรอก พิษซากศพบนตัวฉันถูกขจัดออกไปแล้ว ไม่ต้องห่วง รีบไปช่วยพวกเขาก่อนเถอะ” ผมกล่าว

จากนั้นเราสองคนก็เข้าไปช่วยเหลือคนงานที่นอนอยู่บนพื้น แต่ไม่ทันไร ทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากไกล ๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

ผมกับจางอวิ๋นเหยาหยุดการกระทำทันที มองไปยังทิศทางที่มาของเสียงฝีเท้านั้น

เป็นอย่างที่ผมคาดไว้ไม่มีผิด หู่จื่อกลับมาอีกครั้ง

ครั้งแรก เขาถูกผมใช้เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือเสียงไก่ขันไล่ไป ครั้งที่สองเขาก็พาหุ่นฟางของจางอวิ๋นเลี่ยงไป หลอกลวงผีที่เข้าสิงอยู่ในร่างของหู่จื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครั้งนี้คงทำให้มันโกรธจัดจริง ๆ

หู่จื่อยังคงเดินด้วยท่าทางประหลาด ๆ และจากดวงตาสีเลือดคู่นั้นของเขา ผมมองออกได้ทันทีว่าภูตผีตนนั้นโกรธจัดเสียแล้ว

ครั้งนี้มันคงไม่ได้จะมาจัดการแค่จางอวิ๋นเลี่ยงคนเดียว แต่คงรวมถึงผมที่หลอกมันหลายครั้งด้วย

ภูตผีตนนั้นขยับจมูกสองสามครั้ง ก่อนจะเดินตรงมาทางผมกับจางอวิ๋นเหยาอย่างรวดเร็ว

จางอวิ๋นเหยาไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น จึงรีบกล่าวว่า “หู่จื่อ เขากลับมาแล้วค่ะ!”

พูดจบ เธอก็ยื่นมือออกไป เตรียมจะทักทายหู่จื่อ ผมรีบเอามือไปปิดปากเธอจากด้านหลัง พาเธอมาหลบอยู่หลังโลงศพใบหนึ่ง

จางอวิ๋นเหยามองมาที่ผมด้วยความตกใจ เพราะไม่รู้ว่าผมกำลังจะทำอะไร

ผมหยิบยันต์กระดาษสีเหลืองออกมาจากตัวแผ่นหนึ่ง แปะไว้ที่หลังของจางอวิ๋นเหยา ยันต์แผ่นนี้สามารถซ่อนกลิ่นอายของคนเป็น ทำให้ภูตผีตนนั้นไม่สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของจางอวิ๋นเหยาได้ เหตุผลที่มันพุ่งตรงมาทางผมกับจางอวิ๋นเหยาในตอนแรก ก็เพราะมันสัมผัสได้ถึงลมหายใจของคนเป็นที่อยู่บนร่างของจางอวิ๋นเหยา ขอเพียงเธอส่งเสียงออกมาแม้เพียงนิดเดียว อสูรวิญญาณที่เข้าสิงอยู่ในร่างของหู่จื่อก็จะสามารถรับรู้ได้ทันที ดังนั้น ผมจึงต้องปิดปากของจางอวิ๋นเหยาไว้ตลอดเวลา ไม่กล้าปล่อยมือ

ตอนแรกจางอวิ๋นเหยาคงรู้สึกไม่สบายใจ อาจจะคิดว่าผมจะทำอะไรไม่ดีกับเธอ แต่เมื่อเห็นว่าผมไม่มีการกระทำใด ๆ ต่อไป ก็สงบลง ปิดปากเงียบ ไม่ส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย

ในไม่ช้า หู่จื่อที่ถูกผีร้ายควบคุมก็มาถึงบริเวณโลงศพที่ผมกับจางอวิ๋นเหยาซ่อนตัวอยู่ ขยับจมูกไม่หยุด เหมือนกำลังตามหาการมีอยู่ของผมกับจางอวิ๋นเหยา แต่บนร่างกายของผมกับจางอวิ๋นเหยาล้วนมีแผ่นยันต์กระดาษสีเหลืองที่ซ่อนกลิ่นอายอยู่ มันย่อมไม่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายของคนเป็นที่นี่ได้

หู่จื่อมองหาพวกเราอยู่รอบ ๆ โลงศพ จมูกก็ขยับไม่หยุด อาจจะเป็นเพราะไม่พบร่องรอยของเรา จึงหันไปเดินยังทิศทางของค่ายกลกักวิญญาณที่ผมตั้งไว้ก่อนหน้านี้แทน

เมื่อหู่จื่อก้าวเข้าไปในค่ายกลกักวิญญาณนั้น บริเวณที่กว้างประมาณหกเจ็ดเมตรก็พลันมีหมอกสีขาวกลุ่มหนึ่งลอยขึ้นมา ห่อหุ้มร่างของหู่จื่อไว้มิดชิด

เมื่อเห็นดังนั้น ผมก็ได้แต่ถอนหายใจยาว ปล่อยจางอวิ๋นเหยาที่อยู่ในอ้อมแขนออก

จางอวิ๋นเหยาไม่ได้ขยับตัวในอ้อมแขนออก แต่หันมามองผมพร้อมกล่าวว่า “คุณชายอู๋ หู่จื่อมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ ท่าทางการเดินของเขาทำไมถึงแปลกขนาดนั้น?”

“เขาถูกผีร้ายเข้าสิง ก่อนหน้านี้ก็คิดจะทำร้ายพี่ชายเธอ ฉันใช้วิชาล่อมันไปสองหน นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่มันกลับมา” ผมมองไปยังทิศทางของหู่จื่อกล่าว

“ผีร้าย?” จางอวิ๋นเหยาตกใจรีบขยับเข้ามาใกล้ผมทันที

“แล้วหู่จื่อจะเป็นอันตรายไหมคะ?” จางอวิ๋นเหยากังวล

“วางใจได้เขาไม่เป็นไรหรอก หู่จื่อมีดวงชะตาเป็นหยางบริสุทธิ์มาแต่กำเนิด ร่างกายเต็มไปด้วยไอสังหาร กลิ่นอายของภูตผีตนนั้นทำร้ายเขาได้น้อยมาก” ผมกล่าว

“แล้วนั่นหู่จื่อกำลังทำอะไรอยู่หรอคะ? ทำไมเขาถึงเดินวนไปมาอยู่ที่เดิม?” จางอวิ๋นเหยาถามอีกครั้ง

“ตรงนั้นคือค่ายกลกักวิญญาณที่ฉันตั้งใจตั้งไว้ เพื่อจัดการกับวิญญาณที่อยู่บนร่างของหู่จื่อโดยเฉพาะ ตอนนี้มันถูกค่ายกลของฉันกักไว้แล้ว ชั่วขณะหนึ่งคงออกมาไม่ได้ เราแค่รอจนถึงฟ้าสว่างก็พอ” ผมตอบกลับเสียงเข้ม

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 55 เขากลับมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว