เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 สวรรค์ไร้ขอบเขต ขอยืมพลังจากฟ้าดิน

ตอนที่ 45 สวรรค์ไร้ขอบเขต ขอยืมพลังจากฟ้าดิน

ตอนที่ 45 สวรรค์ไร้ขอบเขต ขอยืมพลังจากฟ้าดิน  


ตอนที่ 45 สวรรค์ไร้ขอบเขต ขอยืมพลังจากฟ้าดิน

จางอวี้เฉิง ชายวัยห้าสิบกว่าปี ตอนนี้กำลังแต่งหน้าเหมือนผู้หญิง ริมฝีปากแดงก่ำราวกับเพิ่งดื่มเลือดมาสด ๆ ใบหน้าทาแป้งจนขาวซีด ท่าทางนั้นไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูแปลกประหลาด เหมือนกับหุ่นกระดาษของไหว้บรรพบุรุษ แถมท่าทางยังเลียนแบบผู้หญิง เดินมากับมือที่ทำท่า “กลีบกล้วยไม้” ดูยั่วยวนแต่ชวนขนลุก

เมื่อเห็นพ่อตัวเองกลายเป็นแบบนี้ จางอวิ๋นเหยาก็แทบทรุด ซบตัวเข้าหาผม ตัวสั่นระริกด้วยความกลัว

จางอวี้เฉิงอยู่ใกล้พวกเรามากขึ้นเรื่อย ๆ เหลือระยะห่างอีกเพียงสามสี่ก้าว เขาหยุดยิ่งแล้วส่งยิ้มอย่างประหลาด ใช้เสียงผู้หญิงถามว่า “พวกเธอว่าฉันสวยไหม?”

“สวยสิ สวยมาก” ผมยิ้มเย็น ๆ

“ในเมื่อฉันสวยขนาดนี้ แล้วทำไมคุณถึงทิ้งฉันไปล่ะ?” สีหน้าของจางอวี้เฉิงพลันเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อย น้ำตาคลอล้นเบ้า ท่าทางนั้นช่างน่าสงสารเหลือเกิน

สีหน้าเว้าวอนชวนสงสาร ถ้าเป็นผู้หญิงจริง ๆ อาจทำให้ผมใจอ่อนไปแล้ว ทว่าในสายตาผมตอนนี้ มันไม่ต่างอะไรกับตลกสยองแบบ “นางฟ้ารูปชั่ว” ที่ดูแล้วช่างขนหัวลุก

ตอนนี้ ในใจผมผมเริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมา หรือว่าวิญญาณที่สิงอยู่นี้ คือเจ้าของกะโหลก “กระดูกอาฆาต” ที่เราเจอกันเมื่อก่อนหน้านี้? แล้วทำไมถึงจู่ ๆ ก็ถามคำถามแบบนี้ออกมา?

คนที่ทำลายฮวงจุ้ยสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจางมีความแค้นอะไรกับตระกูลจางนักหนา ถึงกับนำกระดูกอาฆาตของผู้หญิงคนหนึ่งมาฝังไว้ในสุสานของพวกเขา?

หากดูจากสภาพของกระดูกอาฆาตชิ้นนั้นแล้ว ผู้หญิงคนนี้คงเสียชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม และมีความแค้นรุนแรงอย่างมาก

มีความเป็นไปได้สูงว่า คนที่ลงมือทำร้ายสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจางคงฆ่าเธอโดยตรง แล้วนำกะโหลกศีรษะของเธอมาฝังไว้ในสุสานทันที

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง การกระทำแบบนี้ก็ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน

คำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจ แต่ตอนนี้ผมไม่มีเวลาให้คิดมาก

ผลของการถูกผีสิงไม่อาจมีเรื่องดี กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือเสียชีวิต กรณีที่ดีที่สุดคือป่วยหนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ถูกสิง และระดับความสามารถของสิ่งชั่วร้ายนั้น

ทันใดนั้น ผมก็ผลักจางอวิ๋นเหยาออกไปให้พ้นทาง ก่อนจะพุ่งเข้าหาจางอวี้เฉิง คาถาพิฆาตผีที่ทำค้างไว้เมื่อครู่ก็พุ่งเข้าใส่ร่างของจางอวี้เฉิงอย่างแรง

“สวรรค์ไร้ขอบเขต ขอยืมพลังจากฟ้าดิน!” ผมร่ายคาถาบทหนึ่ง

ทันใดนั้นจางอวี้เฉิงก็กรีดร้องโหยหวน ร่างกายกระเด็นออกไป ไอสีดำที่ปกคลุมอยู่ก็จางลงไปเล็กน้อย

หลายปีมานี้ ถึงแม้ว่าผมจะเรียนวิชาฮวงจุ้ยกับอาจารย์เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่สามารถจัดการกับสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้ได้ ในการจัดการกับปัญหาฮวงจุ้ยต่าง ๆ พวกภูตผีปีศาจเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และต้องพบเจอตลอด เพื่อป้องกันตัว วิชาเหล่านี้จึงต้องเรียนรู้ไว้

สิ่งชั่งร้ายที่สิงอยู่ในร่างของจางอวี้เฉิงได้รับบาดเจ็บ มองมาที่ผมด้วยสายตาหวาดกลัว

แต่ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะทำให้มันบาดเจ็บไปได้ไม่น้อย แต่มันก็ไม่ยอมออกจากร่างของจางอวี้เฉิงในทันที ผมรีบเข้าประชิดอีกครั้ง ใช้คาถาต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้มันเริ่มระแวดระวัง หลีกเลี่ยงการโจมตีของผมได้หลายครั้ง ก่อนวิ่งหนีออกไปยังห้องโถง

ขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่องคงยุ่งยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมต้องรีบจัดการกับสิ่งชั่วร้ายนี้ให้เร็วที่สุด เพราะผมยังมีเรื่องสุสานรออยู่อีก

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ผมก็แอบหยิบยันต์ออกมาจากตัว ยันต์นี้เรียกว่า “ยันต์อัสนีเมฆา” เป็นยันต์ที่อาจารย์ของผมทิ้งไว้ให้ พลังทำลายล้างมหาศาล ผีทั่วไปถ้าถูกยันต์นี้เข้าจะสลายไปทันที

ทันทีที่มันหันหลัง ผมก็ขว้างยันต์ใส่ ยันต์อัสนีเมฆาแผ่นนั้นก็ติดอยู่ที่หลังของจางอวี้เฉิง

เปรี้ยง! ฟ้าผ่าขึ้นในร่างจางอวี้เฉิง เขาล้มทั้งยืน ร้องโหยหวนสั่นสะเทือนถูกยันต์นี้ตีจนล้มลงกับพื้น จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมา วิญญาณมืดทะลักออกมาเป็นกลุ่มควันดำ ผมคิดว่าเรื่องจะจบแล้ว แต่ไม่เลย ควันนั้นหมุนวนแล้วพุ่งเข้าใส่ร่าง “ลุงหวัง” ที่ยังสลบเลือดอาบอยู่กับพื้น!

ผลคือกลุ่มไอสีดำนี้พอตกลงบนร่างเขา ผู้ดูแลบ้านหวังก็ตัวสั่น ลุกขึ้นนั่งจากพื้น ยิ้มแหย ๆ ให้ผม

นี่ไม่ใช่วิญญาณธรรมดาแล้ว มันเต็มไปด้วยแรงอาฆาตมหาศาล ทำให้พลังแข็งกล้าขนาดทนยันต์ได้ แบบนี้ถือว่าผมโชคร้ายเจอศัตรูโหดตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงสนามจริงซะแล้วสิ

หลังจากเห็นพ่อบ้านหวังลุกขึ้นมาแล้ว สิ่งแรกที่ผมทำไม่ใช่รีบไปจัดการกับเขา แต่เดินไปข้าง ๆ จางอวี้เฉิง หยิบยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกมาจากตัว และติดใหม่ลงบนหน้าอกกันไม่ให้โดนสิงซ้ำ จากนั้นก็รีบยื่นยันต์อีกใบให้จางอวิ๋นเหยา “เอาไว้ที่อก แล้วตามหลังฉันติด ๆ” จางอวิ๋นเหยาที่เหมือนจะตกใจจนโง่งมทำอะไรไม่ถูก แต่ก็รับยันต์ที่ผมให้ไปเก็บไว้แนบตัวตามสั่ง

ผมจึงหันกลับมาประจันหน้ากับลุงหวังถูกสิง “พอได้แล้วมั้ง?”

พ่อบ้านหวังเหมือนกับจางอวี้เฉิง ส่งเสียงหัวเราะของผู้หญิงอย่างเย็นชา “ยัง ฉันจะทรมานคนตระกูลจางทั้งหมดให้ตายถึงจะพอใจ ในเมื่อแกคิดจะยุ่งเรื่องนี้ ฉันก็จะฆ่าแกไปด้วย!”

“ปากดีนักนะ ไม่กลัวลิ้นพันกันหรือไง วันนี้ฉันจะต้องทำให้วิญญาณแกสลายให้ได้!”

ผีสาวตนนี้จุดไฟโทสะในใจผมซะแล้ว ผมยื่นมือข้างหนึ่งออกไป ส่วนมืออีกข้างก็วาดสัญลักษณ์อย่างรวดเร็วบนฝ่ามือ พลันมีแสงสีทองวาบขึ้น ยันต์อัสนีเมฆาปรากฏขึ้นอีกครั้งก่อนจะพุ่งเข้าใส่พ่อบ้านหวัง

พ่อบ้านหวังที่ถูกเข้าสิงมีพละกำลังมหาศาล เขาคว้าเก้าอี้ตัวหนึ่งจากพื้นขึ้นมาฟาดใส่ผมทันที

โชคดีที่ผมตาไวหลบได้ทัน เก้าอี้ตัวนั้นจึงกระแทกพื้นจนแตกกระจายไปแทน หลังจากนั้น เขาก็คว้าทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัวปาใส่ผมไม่หยุด

ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น พุ่งเข้าใส่สิ่งของโดยระหว่างนั้นเหมือนจะมีถ้วยชาใบหนึ่งกระแทกเข้าที่หน้าผากของผม มันเจ็บจนน้ำตาแทบไหล

เช่นนี้เอง ในที่สุดผมก็เข้าใกล้พ่อบ้านหวังได้ กระโจนเข้าใส่เขาอย่างเสือร้ายจนเขาล้มลงกับพื้น ฝ่ามือที่วาดสัญลักษณ์ไว้ก็ตบลงบนกระหม่อมของเขาทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 45 สวรรค์ไร้ขอบเขต ขอยืมพลังจากฟ้าดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว