เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 46 อาจมีคนตาย

ตอนที่ 46 อาจมีคนตาย

ตอนที่ 46 อาจมีคนตาย  


ตอนที่ 46 อาจมีคนตาย

ร่างของพ่อบ้านหวังที่ถูกผมสะกดยันต์ไว้สั่นสะท้านเหมือนรำข้าวสาลีในทุ่ง ผ่านไปครู่หนึ่ง กลุ่มควันสีดำก็พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาอีกครั้ง คราวนี้ มันมุ่งตรงไปยังจางอวิ๋นเหยาที่อยู่ด้านหลังผมไม่ไกล

จางอวิ๋นเหยามองไม่เห็นสิ่งชั่วร้าย แต่รู้สึกได้ว่าร่างกายเย็นยะเยียบไปชั่วขณะ

ทว่าเมื่อควันดำลอยไปถึงตัวจางอวิ๋นเหยา มันกลับเหมือนได้เจอสิ่งที่น่ากลัวบางอย่างเข้า และรีบเบี่ยงทิศทางพุ่งไปทางประตูก่อนจะหายวับไปในพริบตา

ผมลูบหัวตัวเองเบา ๆ เมื่อครู่ถูกถ้วยชากระแทกหน้าผากจนเจ็บแสบไปหมด ไม่คิดสนใจจะตามไปสะกดวิญญาณชั่วร้ายนั้น

ความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีคูณเมื่อหยุดเคลื่อนไหว ผมลองใช้มือคลำ ๆ ดู ก็พบว่าหน้าผากปูดบวมเป็นก้อน ได้แต่ถอนหายใจเอือกใหญ่ก่อนจะหยิบยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกมาจากตัวอีกแผ่น แล้วติดไว้ที่หน้าอกของพ่อบ้านหวังเพื่อกันไม่ให้โดนสิงซ้ำ จากนั้นก็ทิ้งตัวนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง

“อย่างน้อยก็ไล่มันไปได้แล้ว…”

ในตอนนั้นเอง จางอวิ๋นเหยาที่เพิ่งจะรู้สึกตัวเดินมาข้าง ๆ ผมกล่าวด้วยความกังวลว่า “คุณชายอู๋ คุณได้รับบาดเจ็บด้วยนี่คะ ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ?”

พูดจบ เธอก็หยิบกระดาษทิชชู่ออกมาช่วยผมเช็ดรอยเลือดที่บาดแผลเบา ๆ โชคดีที่บาดแผลไม่ลึกมากนัก เพียงแค่ถลอกเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อจางอวิ๋นเหยาย่อตัวลงข้าง ๆ ก็อดที่จะมองดูใบหน้าอันงดงามของเธอแล้วจะรู้สึกประทับใจไม่ได้

“ไม่เป็นไรหรอก มันคงเป็นสิ่งชั่วร้ายที่สิงอยู่ในกระดูกอาฆาตที่ขุดเจอเมื่อตอนกลางวันนั่นแหละ เกรงว่าเรื่องคงจะไม่จบง่าย ๆ” ผมกล่าว

จางอวิ๋นเหยากล่าวด้วยความรู้สึกผิดและซาบซึ้ง “คุณชายอู๋ เพราะเรื่องของบ้านเราแท้ ๆ เลยทำให้คุณต้องลำบากขนาดนี้”

“ไม่เป็นไร รับเงินคนอื่นแล้วก็ต้องช่วยเขาขจัดภัย เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”

ขณะที่เราสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีเสียงครางเบา ๆ ดังขึ้นไม่ไกล จางอวี้เฉิงที่นอนอยู่ที่ประตูพลันตื่นขึ้นมา เขาดูอ่อนเพลียอย่างมาก มองไปรอบ ๆ อย่างเลื่อนลอย ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งจากพื้น

“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? มันเกิดอะไรขึ้น?”

“คุณพ่อ!” จางอวิ๋นเหยาเดินไปข้าง ๆ จางอวี้เฉิง กล่าวว่า “เมื่อครู่หนูได้รับโทรศัพท์จากลุงหวัง บอกว่าคุณพ่อกำลังมีปัญหา หนูกับคุณชายอู๋จึงรีบกลับมาจากสุสาน พอมาถึงก็เห็นคุณพ่อถูกผีสิง คุณชายอู๋เลยไล่ผีสาวตนนั้นออกจากร่างคุณพ่อไปให้ค่ะ”

จางอวี้เฉิงมองไปยังจางอวิ๋นเหยาอย่างไม่เชื่อสายตา แล้วหันมามองผม สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เขาจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด

หลังจากถูกผีสิง จิตสำนึกเดิมของตัวเองจะถูกกดข่มเอาไว้ แน่นอนว่าย่อมจำเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้

“คุณจาง ก่อนที่พวกเราจะมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณยังพอจำได้ไหม?” ผมถาม

จางอวี้เฉิงตบหัวตัวเอง พยายามนึกอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “หลังจากที่เรากลับมาจากสุสาน พวกเราก็กินข้าวด้วยกัน หลังจากนั้นพวกคุณก็ออกไปสุสาน เหลือผมกับพ่อบ้านหวังเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ ตอนนั้นความดันของผมขึ้นสูง เวียนหัวมาก ง่วงเป็นพิเศษ เลยไปนอนบนเตียงสักพัก พอเอนตัวลงได้ไม่นานก็รู้สึกเหมือนมีผู้หญิงคนหนึ่งมาพูดกับผม ผมก็ไม่ได้ฟังชัดว่าเธอพูดอะไร และหลังจากนั้น ผมก็ไม่รู้อะไรอีกเลย...”

ผมพยักหน้ารับกับคำพูดของเขา ในใจก็คิดว่า ตอนที่จางอวี้เฉิงถูกกลุ่มไอชั่วร้ายพุ่งใส่หน้า ตอนนั้นคงโดนเข้าให้แล้ว อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้ทำความสะอาดไอชั่วร้ายบนตัวเขาจนหมดจด จึงเกิดผลลัพธ์เช่นนี้

แต่จากสถานการณ์เมื่อครู่ ดูเหมือนว่าเจ้าของกระดูกอาฆาตชิ้นนั้น จะมีความแค้นฝังลึกกับตระกูลจางอย่างมาก มันบอกว่าจะทรมานคนตระกูลจางทั้งหมดให้ตาย

ในโลกนี้ไม่มีความรักที่ไร้เหตุผล ไม่มีความเกลียดชังใดที่ไม่มีเหตุผล ถ้าตระกูลจางไม่ได้ไปล่วงเกินผีสาวตนนั้น เธอก็คงไม่มาหาเรื่องตระกูลจางแน่

ผมมองเข้าไปในดวงตาของจางอวี้เฉิง กล่าวเสียงเย็นว่า “คุณจาง บอกความจริงกับผมมาเถอะ ช่วงนี้คุณได้ไปล่วงเกินใครมาบ้าง โดยเฉพาะผู้หญิงสาว ๆ ถ้าคุณไม่พูดความจริง ผมก็คงช่วยคุณไม่ได้หรอกนะ”

จางอวี้เฉิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งตัวโหยงรีบปฏิเสธ “คุณชายอู๋ ผมไม่ได้ไปล่วงเกินใครจริง ๆ นะครับ ยิ่งเป็นผู้หญิงยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย สวรรค์เป็นพยาน ให้สาบานต่อฟ้าดินเลยก็ได้!”

ดูจากสีหน้าของจางอวี้เฉิงแล้ว ไม่เหมือนกับคนที่กำลังโกหก แต่ถ้าไม่ใช่เขาแล้วมันเกิดปัญหาที่ไหนกันแน่?

ตอนนี้ผมเองก็เริ่มปวดหัวขึ้นมาแล้วสิ

ขณะใช้ความคิด โทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น ผมหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นหู่จื่อที่โทรมา

พอรับสาย เสียงร้อนรนของหู่จื่อก็ดังมาจากปลายสาย “คุณชายน้อย เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ไอ้เด็กจางอวิ๋นเลี่ยงนั่นไม่ฟังคำเตือน ดึงดันจะให้คนงานทำงานต่อ สั่งว่าให้ขุดโลงศพในสุสานบรรพบุรุษออกมาให้เร็วที่สุด ตอนนี้เริ่มกลับไปขุดกันอีกแล้วครับ!”

“แล้วทำไมคุณไม่ห้ามเขาไว้!? ทำมั่วซั่วแบบนี้จะเกิดเรื่องเอานะ” ผมกล่าวอย่างร้อนรน

“ผมบอกแล้ว ถึงกับลงไม้ลงมือกับเขาไปแล้วด้วย แต่ไอ้เด็กนั่นบอกว่านี่เป็นเรื่องของบ้านตัวเอง ไม่ต้องให้คนนอกอย่างผมมายุ่ง แถมยังบอกว่าเขาอยากรีบกลับบ้าน ไม่มีเวลามาเสียเวลาอยู่ที่นี่หรอก” หู่จื่อกล่าวอย่างร้อนรน

“หู่จื่อ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องห้ามพวกเขาไว้ให้ได้ ศพที่ฝังอยู่ในที่ดินศพซ่อนเร้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ถ้าพลาดขึ้นมาจะมีคนตายได้นะ!” ผมร้อนใจจนแทบอยากจะสบถออกมา

ไอ้ลูกเศรษฐีจางอวิ๋นเลี่ยงคนนี้ช่างเป็นตัวปัญหาจริง ๆ ผมเพิ่งจะจากมาได้ไม่นาน เขาก็สร้างเรื่องใหญ่ขึ้นมาซะแล้ว

“ได้ ผมจะพยายามห้ามพวกเขาไว้ คุณชายรีบมาเถอะ สถานการณ์เริ่มจะควบคุมไม่อยู่แล้ว ไอ้เด็กจางอวิ๋นเลี่ยงนั่นบอกว่าจะเพิ่มเงินให้คนงาน และให้พวกเขารีบทำต่อกันทันที” หู่จื่อกล่าวอีก

“รู้แล้ว ๆ ตอนนี้กำลังจะรีบไป” ผมวางสาย เรียกจางอวิ๋นเหยาให้รีบขับรถพาผมไปที่สุสานบรรพบุรุษของตระกูลจางโดยเร็วที่สุด

จางอวี้เฉิงแอบได้ยินเสียงของหู่จื่อในโทรศัพท์แว่ว ๆ เขาเป็นคนเสียงดังอยู่แล้ว ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป กล่าวว่า “ไอ้เจ้าอวิ๋นหลี่ยงอีกแล้วใช่ไหมครับ?!”เด็กนั่นมันก่อเรื่องอีกแล้วหรือเปล่า?”

“นี่มันไม่ใช่แค่ก่อเรื่องทั่ว ๆ ไป แต่มันไม่ต่างอะไรกับการฆ่าคนเลยด้วยซ้ำ! ตอนนี้ผมต้องรีบไปห้ามเขาให้ได้ เธอ รีบพาฉันไปเดี๋ยวนี้” ผมกล่าวอย่างร้อนรน พลางสั่งจางอวิ๋นเหยา

“ไอ้ลูกเนรคุณ! ฉันให้กำเนิดไอ้ตัวแบบนี้ออกมาได้อย่างไรกัน! ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ ตอนที่มันเกิดมาฉันน่าจะบีบคอมันให้ตายซะ!” จางอวี้เฉิงกล่าวอย่างเคียดแค้น พยายามลุกขึ้นบอกว่าจะตามพวกเราไปด้วย แต่ร่างกายยังอ่อนแรงจากการถูกสิง ขยับแทบไม่ได้

“คุณจาง คุณไม่ต้องไปหรอก ผมกับลูกสาวคุณไปด้วยกันก็พอแล้ว”

พูดจบ ผมก็รีบเดินออกไปนอกลานบ้านพร้อมกับจางอวิ๋นเหยา

แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นลาน ผมกลับรู้สึกเวียนหัวอย่างแรง หัวใจเต้นรัวผิดปกติ

หลังจากครางออกมาเบา ๆ ผมก็ล้มลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

“คุณชายอู๋...คุณชายอู๋ คุณเป็นอะไรไปคะ?” เสียงของจางอวิ๋นเหยาดังขึ้นข้าง ๆ ค่อย ๆ เลือนราง

สติของผมเริ่มจมดิ่งลงในความมืดมิด ผมเห็นจิ้งจอกแปดหางตัวหนึ่งปรากฏขึ้นในหัว

แล้วร่างนั้นพลันแปรเปลี่ยนกลายเป็นผู้หญิงงดงามเกินบรรยาย ดวงตาเธอมองตรงมาที่ผมด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“อย่าไป…” เธอเอ่ยเสียงเรียบ

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 46 อาจมีคนตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว