เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 44 เสียงหัวเราะของผู้หญิง

ตอนที่ 44 เสียงหัวเราะของผู้หญิง

ตอนที่ 44 เสียงหัวเราะของผู้หญิง  


ตอนที่ 44 เสียงหัวเราะของผู้หญิง

ผมกำลังคอยคุมให้คนงานเหล่านั้นขุดสุสานต่อ การย้ายสุสานก็มีข้อควรระวังเช่นกัน ไม่อาจทำมั่วซั่วได้ ต้องทำตามลำดับการฝังโลงศพ เชิญโลงศพออกมาทีละโลง ไม่สามารถเกิดข้อผิดพลาดใด ๆ ได้ มิฉะนั้นจะมีปัญหาใหญ่ตามมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจางที่กำลังถูกคนปองร้าย ยิ่งต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ใครจะรู้ว่าคนที่ทำลายฮวงจุ้ยของตระกูลจางจะยังมีอะไรซ่อนไว้อีกบ้างหรือไม่ ดังนั้น ทุกครั้งที่ขุดโลงศพออกมา ผมต้องคอยจับตาดูด้วยตัวเอง

ทว่าในตอนนั้นเอง จางอวิ๋นเหยาก็เดินมาข้าง ๆ ผม กล่าวอย่างร้อนรนว่า “คุณชายอู๋ ไม่ดีแล้วค่ะ คุณพ่อของฉันเกิดเรื่องแล้วค่ะ ผู้ดูแลบ้านเพิ่งโทรมาบอกว่าจู่ ๆ พ่อของฉันก็เกิดคลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของในบ้านจนพังหมด และเสียงพูดก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงผู้หญิงค่ะ”

พอได้ยินแบบนั้น ผมได้ยินก็ใจสั่นทันที พลันนึกขึ้นได้ว่า อาจจะเป็นเรื่องที่เกิดจากกระดูกอาฆาตที่อยู่ในกล่องไม้สีขาวที่ขุดออกมาก่อนหน้านี้ ตอนนั้นกลุ่มไอชั่วร้ายพุ่งเข้าใส่หน้าของจางอวี้เฉิงพอดี แม้ผมจะรีบปล่อยไอชั่วร้ายออกจากร่างของจางอวี้เฉิงทันที แต่ดูเหมือนจะยังมีปัญหาตามมา

และเมื่อได้ยินจางอวิ๋นเหยาบอกว่า เสียงพูดของพ่อเธอเปลี่ยนเป็นผู้หญิง จึงสามารถคาดเดาได้ว่า กะโหลกศีรษะชิ้นนั้นน่าจะถูกนำมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง

เรื่องนี้ไม่ควรชักช้า ผมรีบกล่าวว่า “ไปกัน ฉันจะกลับไปกับเธอด้วย เรื่องนี้เกรงว่าแค่เธอคนเดียวคงจะช่วยไม่ได้”

“แต่ว่าเรื่องการย้ายสุสานจะทำอย่างไรคะ?” จางอวิ๋นเหยากล่าวอย่างกังวล

“รอให้ฉันกลับมาก่อนค่อยทำต่อ” ผมยืนยันหนักแน่น

“ตกลงค่ะ” จางอวิ๋นเหยาพยักหน้า

ก่อนออกเดินทาง ผมบอกกับหู่จื่อว่า “คุณอยู่ที่นี่ คอยดูคนงานไว้ ห้ามให้ใครทำต่อจนกว่าผมจะกลับมา เข้าใจนะ?”

หู่จื่อพยักหน้า “คุณชายวางใจเถอะครับ”

ผมที่ยังไม่ค่อยวางใจหันมองไปที่จางอวิ๋นเลี่ยง กล่าวว่า “คุณจาง ผมจะกลับไปดูเรื่องที่บ้านคุณสักหน่อย ที่นี่คุณรับผิดชอบนะ จำไว้ว่าต้องรอผมกลับมาถึงจะขุดต่อได้”

“รู้แล้ว รู้แล้ว...” จางอวิ๋นเลี่ยงโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์ ตาไม่เคยละจากโทรศัพท์มือถือ

ผมได้แต่ส่ายหัว คนอะไร พ่อเกิดเรื่องยังทำเป็นไม่สนใจได้

ในไม่ช้า ผมก็ขึ้นรถไปกับจางอวิ๋นเหยา มุ่งหน้ากลับสู่บ้านของพวกเขา ระหว่างทาง จางอวิ๋นเหยาขับรถเร็วมาก ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็กลับมาถึง

พอรถจอด ผมก็สัมผัสได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ รอบ ๆ บ้านปกคลุมไปด้วยไอเย็นหนาแน่นจนผมต้องระวังตัวขึ้นมาทันที

ประตูบ้านปิดสนิท จางอวิ๋นเหยาลงจากรถรีบรัวทุบประตูใหญ่ “ลุงหวัง เปิดประตูหน่อยค่ะ ฉันเหยาเหยาเองค่ะ”

แต่เคาะประตูสองสามครั้ง ก็ไม่มีการตอบสนอง

“ไม่ต้องเคาะแล้ว คงจะเกิดเรื่องขึ้นแล้วล่ะ” ผมพูดพลางยกเท้าถีบประตูดังโครม กลอนด้านในหักกระเด็นออกมา

จางอวิ๋นเหยาตะลึงงันมองผม ไม่คิดว่าผมจะมีแรงขนาดนี้

ผมฝึกฝนกับอาจารย์มาหลายปี นอกจกาเรื่องฮวงจุ้ย อาจารย์ยังสอนวิชามวยให้ผมไม่น้อย ถึงผมจะดูผอม แต่กล้ามเนื้อเต็มไปด้วยกำลังทั้งนั้น

ทันทีที่เราสองคนก้าวเข้าไป ผมก็รู้สึกถึงลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านหน้า อดที่จะขนลุกไม่ได้

จางอวิ๋นเหยาเกิดความกลัวอย่างไม่มีเหตุผล ทันใดนั้นก็เข้ามาใกล้ผม สองมือจับแขนของผมไว้ “คุณชายอู๋ ทำไมภายในบ้านถึงเย็นขนาดนี้คะ?”

“ตามฉันมา อย่าห่างจากฉันเกินสามก้าว” ผมกล่าวเสียงทุ้ม

พอพูดแบบนี้ จางอวิ๋นเหยาก็ยิ่งตื่นตระหนกขึ้นไปใหญ่ ตัวก็ยิ่งแนบชิดกับผม มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาจากตัวเธอ ไม่รู้ว่าใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไร

ในไม่ช้า ผมก็พาจางอวิ๋นเหยาเดินไปถึงหน้าประตูบ้าน พอเข้าใกล้หน้าประตูบ้าน ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงดังมาจากในบ้าน เป็นเสียงที่เย็นยะเยือก ทำเอาผมกับจางอวิ๋นเหยาขนพองไปตาม ๆ กัน

“ทำไมในบ้านถึงมีเสียงผู้หญิงได้...ที่นี่นอกจากผู้ดูแลบ้านหวังและคุณพ่อ ก็ไม่น่าจะมีผู้หญิงคนอื่นแล้วสิ...” จางอวิ๋นเหยากล่าวอย่างหวาดกลัว

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับ แต่ถีบประตูพังเข้าไปทันที ลมเย็น ๆ พัดมาปะทะใบหน้า พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดโชยตามมา

บนพื้นโถงกลางมีคนนอนแน่นิ่งอยู่ จางอวิ๋นเหยามองแล้วร้องเสียงหลง “ลุงหวัง!”

ผมก้มหน้าลงดู พบว่าหัวของลุงหวังเต็มไปด้วยเลือดที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุด แต่คนยังไม่ตาย น่าจะถูกคนตีจนสลบไปเท่านั้น

ผมฉีกผ้าชิ้นหนึ่งออกจากตัวลุงหวังเพื่อมาพันแผลให้เขาไว้ก่อนชั่วคราว

ยังไม่ทันจะทำเสร็จ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่เย็นยะเยือกของผู้หญิงดังมาจากไม่ไกล ๆ เสียงโหยหวนน่าเวทนา ทำให้คนฟังอดที่จะรู้สึกหนาวเหน็บจากก้นบึ้งของหัวใจไม่ได้

พอได้ยินเสียงหัวเราะของผู้หญิงคนนี้ จางอวิ๋นเหยาก็กลับมาตื่นตระหนกอีกครั้ง สองมือสั่นเทาจับแขนของผมไว้

“คุณชายอู๋ คุณพ่อของฉันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ...” จางอวิ๋นเหยากล่าวเสียงสั่น

“ไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่ทั้งคน” พูดจบ ผมก็ลุกขึ้น พาจางอวิ๋นเหยาไปด้วยกัน ตรงไปยังทิศทางของเสียงหัวเราะของผู้หญิงคนนั้น

ในไม่ช้า ผมก็พบว่าเสียงหัวเราะดังมาจากห้องนอน

เมื่อผมกับจางอวิ๋นเหยามาถึงหน้าประตูห้องนอน ก็พลันเห็นภาพที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง

จางอวี้เฉิงในตอนนี้กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเก่า ๆ ตัวหนึ่ง หันหลังให้พวกเรา กำลังหวีผมตัวเองท่าทางอ้อนช้อยราวกับผู้หญิง แถมยังหัวเราะเสียงแหลมอย่างคนเสียสติ

บนศีรษะของจางอวี้เฉิงมีกลุ่มไอชั่วร้ายสีดำปกคลุมอยู่ นี่คือถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงแล้ว

“คุณพ่อ...” จางอวิ๋นเหยาร้องเรียก ทว่าจางอวี้เฉิงไม่ได้ตอบกลับ

“ไอ้ตัวชั่วร้าย กล้าดียังไง ยังไม่รีบไสหัวออกจากร่างเขาอีก!” ผมตะคอกไปยังทิศทางของจางอวี้เฉิง

เมื่อได้ยินเสียง จางอวี้เฉิงก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เมื่อใบหน้าของเขาหันมาทางพวกเรา ผมกับจางอวิ๋นเหยาก็ตกใจไปอีกครั้ง

ให้ตายเถอะ ตอนนี้จางอวี้เฉิงกลับแต่งหน้า ริมฝีปากทาลิปสติก บนใบหน้าทาแป้งจนขาวซีด ใบหน้าแก่ ๆ นั่นประกอบกับบรรยากาศที่น่ากลัวนี้ช่างน่าขนลุกจริง ๆ

หลังจากจางอวี้เฉิงลุกขึ้นก็เดินมาทางพวกเราสองก้าว ส่งเสียงหัวเราะของผู้หญิงอีกครั้ง มองมาที่พวกเราสองคนแล้วกล่าวว่า

“พวกเธอว่าฉันสวยไหม?”

สวยกับผีสิ ให้ตายเถอะ

จางอวิ๋นเหยาไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่จับผมไว้แน่น

ส่วนผมเอง มือที่ซ่อนอยู่ข้างหลังก็เริ่มร่าย “คาถาตัดวิญญาณ” เตรียมลงมือได้ทุกเมื่อ…

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 44 เสียงหัวเราะของผู้หญิง

คัดลอกลิงก์แล้ว