- หน้าแรก
- ราชาฮวงจุ้ย
- ตอนที่ 42 กระดูกอาฆาต
ตอนที่ 42 กระดูกอาฆาต
ตอนที่ 42 กระดูกอาฆาต
ตอนที่ 42 กระดูกอาฆาต
จางอวี้เฉิงที่เพิ่งจะหายใจได้เฮือกหนึ่งกลับไปทรุดตัวลงกับพื้นอีกครั้ง ก่อนจะอาเจียนออกมาเป็นน้ำสีดำราวกับน้ำพุ พ่นออกมาไม่หยุดอยู่พักใหญ่ถึงได้สงบลง เขานอนหอบหายใจอยู่บนพื้น ชุดสูทราคาแพงเลอะเทอะไปหมด
“คุณพ่อ เป็นอะไรไปคะ...” จางอวิ๋นเหยาเดินเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วง กว่าจางอวี้เฉิงจะรู้สึกตัวก็ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่ สายตาดูเลื่อนลอย กล่าวว่า “เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น ผมปวดท้องมาก เวียนหัวด้วย ทรมานเหลือเกิน”
“ทำไมคุณถึงเปิดกล่องสีขาวนั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผม? ถ้าไม่ใช่เพราะผมช่วยเอาไว้ ตอนนี้คุณคงตายไปแล้ว” ผมกล่าวเสียงทุ้ม
จางอวี้เฉิงที่นึกขึ้นได้ กล่าวด้วยใบหน้าละอายใจ “คุณชายอู๋ ขอโทษจริง ๆ ครับ ผมแค่อยากจะดูว่าในกล่องนั้นมีอะไรอยู่ เห็นคุณเปิดแล้วไม่เป็นอะไร ผมก็เลยเปิดเองบ้าง ไม่คิดว่าในกล่องนั้นจะมีควันดำออกมา”
“สุสานบรรพบุรุษของตระกูลคุณมีของฝังอยู่ทั้งหมดสามอย่าง ผมบอกคุณไปแล้วว่าของชิ้นสุดท้ายนี้สำคัญที่สุด แน่นอนว่าต้องอันตรายที่สุดด้วย คุณที่ไม่รู้อะไรเลยกลับกล้าเปิดของชั่วร้ายแบบนี้ แน่นอนว่าต้องโดนเข้าให้ คุณไม่เห็นหรอว่าเมื่อครู่ตอนที่ผมเปิดกล่องพวกนั้น ไม่ได้ใช้มือแตะต้องกล่องเลย แถมยังรักษาระยะห่างไว้ด้วย?” ผมพูดรวดเดียวจบ
“ผมผิดเองครับ...ขอบคุณคุณชายอู๋ที่ช่วยชีวิตผมไว้ ขั้นตอนต่อไปต้องทำอย่างไรครับ? หรือว่าขุดของพวกนี้ออกมาแล้วก็ไม่เป็นอะไรแล้ว?” จางอวี้เฉิงกล่าวขอโทษไม่หยุด
“เรื่องไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด คนที่วางกลอุบายพวกนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงแค่การทำลายตระกูลคุณเท่านั้น แต่ยังมีอีกจุดประสงค์หนึ่งคือการเอาชีวิตคนทั้งบ้านคุณด้วย”
ผมไม่ได้พูดเกินจริง นี่คือความน่ากลัวของความลี้ลับในศาสตร์ฮวงจุ้ย มันสามารถเป็นได้ทั้งการช่วยคนและการฆ่า บางครั้งก้อนอิฐหน้าสุสาน หญ้าต้นหนึ่งหลังสุสาน ก็สามารถกำหนดชีวิตของลูกหลานได้ ยิ่งไปกว่านั้นในสุสานตระกูลพวกเขายังมีของชั่วร้ายอยู่มากมายขนาดนี้อีก
จางอวี้เฉิงเมื่อได้ยินผมพูดเช่นนี้ ก็ตกใจหน้าถอดสีจนซีดเผือด ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ผมเดินไปข้าง ๆ กล่องไม้สีขาวที่จางอวี้เฉิงเปิดเมื่อครู่ ก้มหน้าลงมองสำรวจ ครั้งนี้ ในกล่องไม้ไม่ได้มีซากสัตว์อะไรอยู่ แต่เป็นวัตถุสีขาวขนาดเท่าฝ่ามือ ไอชั่วร้ายในกล่องได้สลายไปหมดแล้ว ผมหาท่อนไม้สองท่อน เหมือนใช้ตะเกียบคีบอาหาร คีบวัตถุสีขาวนั้นออกมาจากกล่อง สำรวจดูอย่างละเอียดทั้งบนล่างซ้ายขวา ทั้งยังใช้จมูกดมสองสามครั้ง
มันคือกะโหลกศีรษะของมนุษย์ ดู ๆ แล้วยังใหม่ ๆ กะโหลกศีรษะชิ้นนี้ทั้งชิ้น คาดว่าไม่น่าจะถึงเดือน
เพื่อทำร้ายตระกูลจางและทำลายฮวงจุ้ยของพวกเขา อีกฝ่ายคงไม่ได้ฆ่าคนจริง ๆ แล้วนำกะโหลกศีรษะของคนผู้นั้นมาวางไว้ที่นี่เพื่อเป็นของฝังหรอก...ใช่ไหม? เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คนผู้นี้ก็โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังมองออกว่า กะโหลกศีรษะชิ้นนี้เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอัดแน่น แน่นอนว่าก่อนตายต้องได้รับความอยุติธรรมอย่างใหญ่หลวง ตายอย่างไม่สงบ ของแบบนี้ ในวงการฮวงจุ้ยเรียกว่า “กระดูกอาฆาต” เป็นกระดูกชิ้นหนึ่งที่มีความแค้นฝังลึกที่สุดจากศพคนตายโหง หากใช้ของแบบนี้ทำร้ายคน รับรองว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ และบนกระดูกอาฆาตชิ้นนี้ ผมยังเห็นสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่สลักไว้อยู่ หากไม่สังเกตดี ๆ จะไม่สามารถมองเห็นได้เลย
กระดูกอาฆาตชิ้นนี้ถูกวางไว้ในสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจาง ดูดซับไอชั่วร้ายและความแค้นของผู้ตายในสุสานนี้ ดังนั้นเมื่อเปิดออก ไอชั่วร้ายบนกระดูกอาฆาตจึงพุ่งออกมาจนเกือบจะฆ่าจางอวี้เฉิง
ที่อีกฝ่ายทำแบบนี้ จุดประสงค์หนึ่งคือเพื่อทำลายฮวงจุ้ยของสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจางไม่ผิดแน่ อีกจุดประสงค์หนึ่งคือเพื่อจัดการกับซินแสฮวงจุ้ยอย่างผม เพราะทันทีที่เปิดกล่องไม้สีขาวนี้ก็จะถูกไอชั่วร้ายบนกระดูกอาฆาตเข้าสิง อย่างเบาก็บาดเจ็บสาหัสนอนเป็นเดือน อย่างหนักก็เสียชีวิตทันที โชคดีที่ผมเรียนกับอาจารย์มาแปดปีไม่เสียเปล่า สมแล้วที่อาจารย์เป็นถึงราชาฮวงจุ้ย ถ่ายทอดวิชาความสามารถทั้งหมดให้ผม บอกให้ผมจัดการเรื่องฮวงจุ้ยต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นผมเองก็อาจจะโดนเข้าให้แล้ว
เมื่อเห็นผมจ้องมองกะโหลกศีรษะสีขาวนั้นไม่หยุด จางอวิ๋นเหยาพยุงจางอวี้เฉิงเดินเข้ามาอีกครั้ง เธอเอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “คุณชายอู๋ ของสีขาวนี้คืออะไรคะ?”
“กะโหลกศีรษะของมนุษย์ ยังใหม่ ๆ อยู่เลย เจ้าของกะโหลกศีรษะนี้คงตายได้ไม่ถึงเดือน” ผมกล่าวอย่างเรียบเฉย
พ่อลูกสองคนเมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนตัวสั่น โดยเฉพาะจางอวิ๋นเหยา เธออดที่จะถอยหลังไปสองสามก้าวไม่ได้
กะโหลกศีรษะของคนตาย สำหรับคนธรรมดาฟังแล้วก็คงจะน่ากลัว อย่าว่าแต่เห็นด้วยตาตัวเองเลย ถึงแม้ว่าผมเองก็เพิ่งเคยเห็นของสิ่งนี้เป็นครั้งแรกก็ยังแอบหวั่น แต่ในเมื่อเป็นคนกินข้าวในวงการนี้ ความสามารถในการรับมือทางจิตใจย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาไม่น้อย
“ทั้งซากแมว ทั้งงูไร้หัว ตอนนี้ยังขุดเจอกะโหลกศีรษะอีก อีกฝ่ายคิดจะทำอะไรกันแน่?” จางอวี้เฉิงกล่าว
“ง่ายมาก หลุมฮวงจุ้ยของตระกูลคุณเรียกว่าหลุมมังกรเสือพิฆาต ภูเขาด้านหน้ามีลักษณะเหมือนมังกรนอนขดอยู่หลายลี้ จึงก่อให้เกิดพลังมังกรที่เอื้อต่อสุสานตระกูลคุณ อีกฝ่ายจึงนำงูไร้หัวเก้าตัวมาวางไว้ในกล่องไม้ งูถือเป็นมังกรน้อย อีกฝ่ายตัดหัวงูออก หมายถึงตัดพลังมังกรที่นี่ ส่วนแมวตัวนั้น ก็เหมือนกับงูไร้หัวนี้ เสือก็เป็นสัตว์ตระกูลแมว อีกฝ่ายใช้แมวแทนเสือ ควักตาสองข้าง ผ่าท้อง ถอนฟันทั้งหมด ในทางอ้อม ก็เป็นการทำลายฮวงจุ้ยของหลุมมังกรเสือพิฆาตของบ้านคุณจนหมดสิ้น หลุมฮวงจุ้ยนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ส่วนกะโหลกศีรษะชิ้นนั้น เป็นกระดูกอาฆาต มีความแค้นฝังลึก สุสานแห่งนี้เดิมทีก็มีไอหยินรุนแรงอยู่แล้ว วางของแบบนี้ไว้ที่นี่ เกรงว่าบรรพบุรุษที่ฝังอยู่ในตระกูลจางของคุณก็คงจะไม่สงบสุข” ผมอธิบายทีละอย่าง
“ถ้าอย่างนั้น บ้านเราก็มีแต่ต้องย้ายสุสานแล้วสินะ คงต้องรบกวนคุณชายอู๋ช่วยหาฮวงจุ้ยแห่งใหม่ให้ตระกูลจางของเราที” จางอวี่เฉิงกล่าวอย่างจนใจ
“ฮวงจุ้ยดี ๆ นั้นหาได้ง่าย แต่เรื่องย้ายสุสานนี้ค่อนข้างยุ่งยาก สุสานเดิมนี้ถูกเลือกโดยซินแสฮวงจุ้ยผู้เก่งกาจ หลุมมังกรเสือพิฆาตนี้ ยังถูกเรียกว่าที่ดินศพซ่อนเร้น หมายถึงสามารถให้ความร่ำรวยแก่ลูกหลาน และเมื่อฝังศพลงที่นี่ แม้เวลาจะผ่านไปพันปีร่างก็ยังคงไม่เน่าเปื่อย ขุดขึ้นมาก็เหมือนเพิ่งฝังใหม่ ๆ ร่างกายจะสมบูรณ์อยู่เสมอ”
“แต่เนื่องจากคนที่ต้องการทำร้ายตระกูลจางของคุณ วางของอาถรรพ์ไว้ที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกะโหลกศีรษะชิ้นนี้ เลยทำให้ศพที่ฝังอยู่ในที่ดินศพซ่อนเร้นนี้ถูกรบกวน อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของศพก็เป็นได้”
[จบแล้ว]