เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 ซากแมวและงูไร้หัว

ตอนที่ 41 ซากแมวและงูไร้หัว

ตอนที่ 41 ซากแมวและงูไร้หัว  


ตอนที่ 41 ซากแมวและงูไร้หัว

ภายใต้รางวัลใหญ่ย่อมมีผู้กล้าปรากฏเสมอ เมื่อคนงานทั้งสองได้ยินว่าจางอวี้เฉิงจะเพิ่มเงินให้ ก็ไม่สนใจแล้วว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งอัปมงคลหรือไม่ พวกเขารีบรุดกระโดดลงไปในหลุม หยิบกล่องไม้นั้นขึ้นมาแล้ววางลงตรงหน้าผมทันที

ผมย่อตัวลงสำรวจงานฝีมือของกล่องไม้รวมทั้งอักขระบนกล่องอย่างละเอียด ในใจก็อดที่จะเกิดความสงสัยไม่ได้จึงพึมพำกับตัวเองว่า “ดูท่าคงจะเจอยอดฝีมือเข้าให้แล้ว” พูดจบ ผมก็หาท่อนไม้เล็ก ๆ มางัดเปิดกล่องไม้นั้นออก

ทันทีที่ฝาไม้เปิดออก กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาลอยฟุ้งไปทั่ว ผู้คนที่ยืนอยู่รอบ ๆ ต่างพากันสูดหายใจเฮือกใหญ่ จางอวิ๋นเหยายิ่งตกใจจนหน้าซีดด้วยความกลัว

“นี่...นี่มันฝีมือใครกัน ทำไมถึงได้ทำเรื่องชั่วช้าแบบนี้!” จางอวี้เฉิงโกรธจนตัวสั่น

เหตุเพราะในกล่องไม้นี้มีซากแมวถูกผ่าท้องควักไส้จนไหล ตัวมันทั้งเน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็น ดวงตาทั้งสองข้างของแมวถูกควักออกจากเบ้าจนเหลือเพียงโพรงมืด ฟันก็ถูกทุบจนแหลก เลือดอาบทั่วทั้งร่าง สภาพการตายช่างน่าสยดสยองอย่างยิ่ง

แค่ได้เห็นสภาพของแมวตัวนี้ ผมก็รู้ได้ทันทีว่ามันถูกทรมานจนตายทั้งเป็น และดูแล้วมันคงถูกฝังไว้ที่นี่อย่างน้อย ๆ ก็สิบวันขึ้นไป

จางอวี้เฉิงมองดูซากแมวอันน่าสยดสยองในกล่องไม้ ก่อนจะเอ่ยถามว่า “คุณชายอู๋ นี่มันเรื่องอะไรกันครับ? การวางซากแมวไว้ใต้สุสานตระกูลเรามันหมายความว่าอย่างไรครับ?”

“ฮวงจุ้ยสุสานบรรพบุรุษตระกูลคุณเดิมทีถือว่าดีมาก แต่มีคนตั้งใจมาเล่นกลอุบายเพื่อทำลายฮวงจุ้ยและโชคชะตาของตระกูลคุณ เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ ฮวงจุ้ยของตระกูลจางก็แทบจะเสื่อมสิ้นแล้ว สถานที่ตรงนี้ใช้ต่อไปไม่ได้อีก” ผมกล่าวเสียงเข้ม ก่อนจะเดินไปยังอีกที่หนึ่ง ใช้เท้าเหยียบ ๆ ดู ก่อนกล่าวว่า “ตรงนี้ยังมีอีก ขุดมันขึ้นมา”

สีหน้าของจางอวี้เฉิงดำคล้ำลง ทันใดนั้นก็รู้สึกเวียนศีรษะ ร่างกายสั่นคลอน เดินมาข้าง ๆ ผม ถามย้ำอีกครั้งว่า “คุณชายอู๋ นี่มันฝีมือใครกันหรือครับ? ทำไมต้องมาทำลายฮวงจุ้ยของตระกูลจางพวกเราด้วย?”

“คุณมาถามผม ผมเองก็อยากจะถามคุณเหมือนกัน ช่วงนี้ได้ไปล่วงเกินอะไรใครมาหรือเปล่า?” ผมมองไปที่เขาและเอ่ยถามตรง ๆ

จางอวี้เฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “ผมทำธุรกิจ แน่นอนว่าต้องยึดหลักความปรองดองเป็นสำคัญ ปกติผมมักจะวางตัวสุภาพอ่อนน้อมกับทุกคน จะไปล่วงเกินใครได้ยังไง? หรือต่อให้เผลอไปล่วงเกินจริง ๆ ก็ไม่น่าจะเกลียดผมถึงขนาดนี้นะครับ”

“เรื่องนี้ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมมาเพื่อดูฮวงจุ้ยบ้านคุณ ส่วนเรื่องคุณไปทำให้ใครโกรธแค้นไว้หรือไม่ อันนั้นคุณคงต้องคิดเอาเอง”

ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น คนงานที่อยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มขุดต่อตามคำสั่ง ครั้งนี้ ของที่ฝังอยู่ข้างในลึกกว่าเดิม ขุดไปตั้งสองเมตรกว่าถึงจะขุดเจอกล่องไม้อีกกล่อง

กล่องไม้ที่ขุดเจอครั้งแรกเป็นสีดำ แต่ครั้งนี้เป็นกล่องไม้สีแดง

เมื่อเปิดออก ของที่อยู่ข้างในยิ่งประหลาดสยดสยองกว่าเดิม มันเป็นซากงูที่ถูกตัดหัวไปแล้วเก้าตัว ร่างไร้หัวพันกันยุ่งเหยิง เน่าเหม็นโชยคลุ้ง

เมื่อผมสั่งให้คนเหล่านั้นขุดเจอกล่องไม้สองกล่องจากสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจางติดต่อกัน สายตาของจางอวี้เฉิงและจางอวิ๋นเหยาที่มองมาที่ผมก็เปลี่ยนไป

จางอวี้เฉิงถอนหายใจยาว กล่าวว่า “คุณชายอู๋ สมแล้วที่เป็นศิษย์เอกของราชาฮวงจุ้ย ผมหาซินแสฮวงจุ้ยมาตั้งสี่ห้าคน ยังไม่พบเบาะแสอะไรเลย แต่คุณเพียงก้าวเข้ามาถึงก็เจอของพวกนี้จากในสุสานได้ ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ”

“ต้นไม้รอบสุสานตายหมดสิ้น แม้แต่หญ้าก็ไม่ขึ้น นั่นคือสัญญาณของการสิ้นพลังชีวิต โชคชะตาดับสูญ ถ้าผมดูไม่ผิด นี่น่าจะเป็นวิชามารที่บันทึกไว้ในศาสตร์หลู่ปาน ภายในสุสานนี้ยังมีของสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ถูกฝังไว้ เป็นหัวใจของกระบวนอาถรรพ์นี้ ถ้าผมเดาไม่ผิด กล่องไม้ต่อไปต้องเป็นสีขาว และฝังอยู่ที่…” ผมกวาดตามองรอบ ๆ พลันสายตาไปหยุดที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนกล่าวขึ้นว่า “จากตรงนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเจ็ดก้าว คือที่ฝังของชิ้นสุดท้าย ขุดออกมาให้หมด”

จางอวี้เฉิงไม่กล้าชักช้า รีบพาคนงานไปขุดทันที

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ก็ขุดเจอกล่องไม้อีกกล่องหนึ่งและยังเป็นสีขาวอย่างที่ผมพูดไว้ก่อนหน้าจริง ๆ

เมื่อเห็นกล่องไม้นี้ จางอวี้เฉิงถึงกับศรัทธาอย่างยิ่งในตัวผม พลางกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “คุณชายอู๋ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ แม้แต่สีกล่องของที่ฝังอยู่ข้างในก็ยังเดาถูก”

นี่ไม่ใช่การเดาสุ่ม ผมเรียนฮวงจุ้ยกับอาจารย์มาแปดปี มีความเข้าใจในเคล็ดวิชาของทุกสำนัก ทุกอย่างล้วนมาจากประสบการณ์ทั้งสิ้น

เมื่อกล่องไม้สีขาวถูกนำออกมา จางอวี้เฉิงก็รีบร้อนยื่นมือไปเปิด อยากจะดูว่าข้างในมีของชั่วร้ายอะไรอยู่ แต่เมื่อมือของเขาสัมผัสกับกล่องไม้นั้น ผมพลันรู้สึกใจสั่นขึ้นมาก่อนรีบตะโกนห้าม “อย่าเปิด! ให้ผมเปิดเอง!” ทว่า ผมก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง จางอวี้เฉิงรีบร้อนเกินไป เปิดกล่องไม้สีขาวนั้นโดยตรง

ทันทีที่กล่องไม้เปิดออก ก็มีกลุ่มควันสีดำก็พุ่งพรวดออกจากข้างในกล่อง กระแทกใส่ร่างจางอวี้เฉิงเต็มแรง ร่างเขาสั่นสะท้าน ยืนนิ่งค้างไปชั่วครู่ ก่อนจะล้มตึงลงไปด้านหลัง

“คุณพ่อ!” จางอวิ๋นเหยารีบวิ่งไปข้าง ๆ หมายจะประคองผู้เป็นพ่อ แต่ผมที่เร็วกว่าคว้าแขนของจางอวิ๋นเหยาไว้ “อย่าแตะ! เขาถูกไอชั่วร้ายเข้าสิง ใครแตะต้องจะซวยไปด้วย” เสียงตะโกนของผมทำให้คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จางอวี้เฉิงไม่กล้าขยับ ต่างพากันมองมาที่ผมอย่างหวาดหวั่น

จางอวิ๋นเหยาตกใจจนแทบจะร้องไห้ จับมือผมกล่าวว่า “คุณชายอู๋ คุณพ่อเป็นอะไรไป คุณรีบช่วยเขาสิคะ”

“ไม่ต้องรีบร้อน มีฉันอยู่ ไม่เป็นไร” พูดจบ ผมก็เดินไปข้าง ๆ จางอวี้เฉิง ย่อตัวลงสำรวจเขาอย่างละเอียด

ครั้งนี้ หน้าผากของเขากลายเป็นดำสนิท ใบหน้าเขียวคล้ำ สีหน้าก็แข็งทื่อไร้อารมณ์ แม้แต่ลมหายใจก็เหมือนจะหยุดไป

นี่คือผลของการถูกไอชั่วร้ายที่รุนแรงมากเข้าสิง ถ้าไม่รีบปล่อยไอชั่วร้ายในร่างกายของเขาออกมา จางอวี้เฉิงจะมีอันตรายถึงชีวิต

“หู่จื่อ เอาเข็มเงินมา” ผมร้องเรียก หู่จื่อรีบนำห่อผ้ามาเดินเข้ามาหาทันที เมื่อเปิดผ้าออก ข้างในจะมีเข็มเงินเรียงราย

มือของผมโบกผ่านหน้าเข็มเงินเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเข็มเงินเล่มหนึ่ง ปักลงไปที่จุดถานจงบนร่างกายของเขา

เพียงครู่เดียวเมื่อผมดึงเข็มเงินออก ทันใดนั้นก็มีเลือดสีดำหยดหนึ่งไหลออกมาจากบาดแผล เมื่อเลือดสีดำหยดนี้ไหลออกมา จางอวี้เฉิงก็กลับมาหายใจเฮือกใหญ่เหมือนคนที่เพิ่งถูกช่วยขึ้นจากการจมน้ำ ร่างทั้งร่างสะท้านก่อนค่อย ๆ ฟื้นกลับมา

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 41 ซากแมวและงูไร้หัว

คัดลอกลิงก์แล้ว