- หน้าแรก
- ราชาฮวงจุ้ย
- ตอนที่ 38 ธุรกิจแรก
ตอนที่ 38 ธุรกิจแรก
ตอนที่ 38 ธุรกิจแรก
ตอนที่ 38 ธุรกิจแรก
เมื่อได้ยินดังนั้น ผมก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที จึงรีบถามต่อว่า “แล้วซินแสที่พวกเธอไปหามาพูดว่ายังไงบ้าง?”
“ซินแสที่รับผิดชอบเรื่องการย้ายสุสานบอกว่า เขาช่วยคนดูฮวงซุ้ยมาทั้งชีวิต แต่ไม่เคยเจอเรื่องที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีเลือดซึมออกมาจากหลุมศพ จึงสั่งให้คนงานหยุดงานทั้งหมดไปก่อน แล้วบอกกับคุณพ่อว่าเรื่องนี้เขาไม่สามารถช่วยเหลือได้ ให้ไปหาคนอื่นที่มีความสามารถมากกว่านี้แทน ทีแรกเราได้ไปหาอาจารย์ของคุณมาก่อน แต่เจ้าสำนักหลี่กลับไม่ยอมพบพวกเราเลยสักครั้ง พอมาหาคุณ คุณก็ไม่รับงานนี้อีก ล่วงเลยผ่านไปหลายวันเรื่องก็ยังไม่คลี่คลาย พี่ชายฉันก็ยังคงฝันร้ายทุกคืนจนเกือบจะทนไม่ไหวแล้ว หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันกลัวจริง ๆ ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับพี่เข้า...” จางอวิ๋นเหยาพูดด้วยความกังวล
เรื่องที่เธอเล่ามามันก็ช่างประหลาดจริง ๆ ตัวผมเองก็ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้จากอาจารย์มาก่อน แต่จะแก้ไขอย่างไร ก็คงมีแต่ต้องไปดูสุสานบรรพบุรุษของพวกเขาให้เห็นกับตาจึงจะตัดสินได้
เมื่อเห็นว่าผมนิ่งเงียบไม่พูดอะไร จางอวิ๋นเหยาก็รีบพูดต่อทันทีว่า “คุณชายอู๋ คุณพ่อหาคนมาช่วยแทบทุกทางแล้ว ใช้เส้นสายที่มีหาซินแสฮอวงซุ้ยมาได้สองสามคน แต่ก็ไม่มีใครสามารถช่วยแก้ไขมันได้เลย เงินทองก็เสียไปไม่น้อย แต่เรื่องก็ไม่คืบหน้าอะไร ด้วยสภาพตอนนี้พี่ชายฉันคงทนต่อไปได้อีกไม่นาน ถ้าคุณช่วยไม่ได้จริง ๆ อย่างน้อยก็ช่วยแนะนำคนอื่นในวงการที่ไว้ใจได้ให้เราก็ยังดี ขอแค่เรื่องสำเร็จ ครอบครัวฉันก็ยินดีจ่ายค่าตอบแทนให้ทั้งนั้น”
ฉันชะงักไปนิด ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วบอกว่า “ซินแสฮวงจุ้ยที่ฉันรู้จักก็มีแค่อาจารย์เท่านั้น คนอื่นไม่รู้จักหรอก”
แต่ในใจกลับนึกถึงตอนที่ผมประสบเคราะห์กรรมครั้งที่สาม เหล่ายอดฝีมือที่มาที่บ้านผม ภิกษุใต้, เสิ่นเหนือ, หยางตะวันออก, หม่าตะวันตก หากมีคนใดคนหนึ่งในสี่คนนี้ยอมลงมือ เรื่องนี้อาจจะคลี่คลายได้ สี่คนนี้เคยอยากจะรับผมเป็นศิษย์ แต่เพราะไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน เลยไม่สามารถแนะนำให้จางอวิ๋นเหยาได้
เมื่อได้ยินผมพูดเช่นนั้น ขอบตาของจางอวิ๋นเหยาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที ดวงตาคู่สวยของเธอจ้องมองมาที่ผมอย่างน่าสงสาร กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ใกล้จะวิงวอนว่า “คุณชายอู๋ ช่วยคิดหาวิธีหน่อยเถอะ ขอแค่ช่วยพี่ชายฉันได้ ขอแค่คุณยอมช่วยบ้านเรา จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น?”
“ทำอะไรก็ได้เลยเหรอ?” ผมพลันมีกำลังใจขึ้นมาทันที ส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มองไปยังจางอวิ๋นเหยา
จางอวิ๋นเหยาพลันหน้าแดงก่ำ ก้มหน้าลง พยักหน้าเบา ๆ
ผมรู้ว่าเธอกำลังคิดไปไกลแล้ว แต่ผมไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย ฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นเดือดร้อนเนี่ยนะ เหอะ!
ผมรีบกระแอมเบา ๆ ทำลายบรรยากาศที่ชวนกระอักกระอ่วน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถามว่า “จางอวิ๋นเหยา สุสานบรรพบุรุษของพวกเธออยู่ที่เยี่ยนเป่ยด้วยหรือเปล่า?”
จางอวิ๋นเหยาส่ายหน้า กล่าวว่า “บ้านเกิดของพวกเราไม่ได้อยู่ที่เยี่ยนเป่ย แต่อยู่ที่อำเภอหย่งเฟิง ห่างจากเยี่ยนเป่ยประมาณสามร้อยกว่ากิโลเมตร เดิมทีคุณปู่พาคุณพ่อมาที่เยี่ยนเป่ยเพื่อลงหลักปักฐาน หลังจากพยายามกันมาสองชั่วอายุคน จึงมีฐานะอย่างในปัจจุบัน หลังจากคุณปู่เสียชีวิตก็ถูกฝังไว้ที่สุสานบรรพบุรุษในอำเภอหย่งเฟิง”
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้น ผมก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เงื่อนไขข้อแรกที่อาจารย์สั่งห้ามไว้คือไม่สามารถรับงานในเยี่ยนเป่ยได้ แต่ปัญหาที่ตระกูลจางอวิ๋นเหยาไม่ได้อยู่ที่เยี่ยนเป่ย แต่อยู่ที่หย่งเฟิง หากผมยอมรับทำงานนี้ ก็คงไม่ถือว่าเป็นการละเมิดกฎของอาจารย์หรอกใช่ไหม...
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ผมก็พลันมีแรงใจขึ้นมาทันที อันที่จริง ตอนนี้ผมกับหู่จื่อก็แทบจะไม่มีอะไรกินกันอยู่แล้วได้ หากยังไม่ทำอะไรสักอย่าง เราสองคนคงได้อดตายจริง ๆ
“จางอวิ๋นเหยา เรื่องของบ้านเธอจะยอมรับดูแลให้เอง” ผมตอบรับ
เมื่อได้ยินผมพูดเช่นนั้น จางอวิ๋นเหยายังคงมึนงงเล็กน้อย มองมาที่ผมอย่างไม่เชื่อสายตา ขณะเดียวกันใบหน้าก็อดที่จะแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ เธอมีท่าทีอึดอัดเล็กน้อย กล่าวว่า “คุณชายอู๋ ทำไมจู่ ๆ ถึงยอมช่วยฉันแล้วล่ะ? หรือว่ามีเงื่อนไขอะไรพิเศษ?” พูดจบ จางอวิ๋นเหยาก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง มือขยุ้มชายเสื้อด้วยความไม่สบายใจ
ผมรู้ว่าเธอกำลังคิดไปไกลอีกแล้ว คงคิดว่าผมตัดสินใจช่วยเธอเพราะมีเจตนาไม่ดี แต่ผมจะเป็นคนแบบนั้นได้อย่างไร...!
“จางอวิ๋นเหยา เธอกำลังเข้าใจผิดแล้ว อาจารย์ของฉันทิ้งกฎไว้ว่าห้ามให้ฉันรับงานในเยี่ยนเป่ย แต่สุสานบรรพบุรุษของบ้านเธอมีปัญหาอยู่ที่หย่งเฟิง หากฉันไปที่นั่น ก็ไม่ถือเป็นการละเมิดกฎของอาจารย์ เพราะงั้นฉันถึงตกลงจะช่วย พรุ่งนี้เช้า เธอให้พ่อเธอมารับฉันได้เลย เราจะไปดูสุสานบรรพบุรุษของบ้านเธอด้วยกัน” ผมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
จางอวิ๋นเหยาเมื่อได้ยินผมพูดเช่นนั้น ก็พลันตื่นเต้นสุด ๆ จนเผลอจับแขนของผมไว้แน่น กล่าวว่า “คุณชายอู๋ พูดจริง ๆ เหรอคะ? จริง ๆ นะที่ยอมช่วยพวกเรา?”
ผมพยักหน้า ยิ้มแล้วกล่าวว่า “อืม ฉันจะหลอกเธอไปทำไม? แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกไว้ก่อน ถึงแม้ว่าฉันจะฝึกฝนกับอาจารย์มาแปดปี แต่ครั้งนี้ถือเป็นงานครั้งแรกที่ฉันลงมือเอง เรื่องของบ้านเธอจะสำเร็จหรือไม่ ฉันเองก็ไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยซะด้วยสิ”
“คุณเป็นศิษย์ของราชาฮวงจุ้ยหลี่เสวียนทง ขอเพียงคุณยอมลงมือ ทุกอย่างต้องสำเร็จแน่นอนค่ะ” จางอวิ๋นเหยากล่าวอย่างตื่นเต้น พลันหยิบบัตรธนาคารออกมาจากตัว ยื่นให้ผมแล้วกล่าวว่า “คุณชายอู๋ ในบัตรใบนี้มีเงินอยู่แสนหยวน เป็นเงินที่คุณพ่อให้ฉันไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ฉันมีเพียงเท่านี้ ถือว่าเป็นเงินมัดจำ หลังจากเรื่องสำเร็จ คุณพ่อจะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังอย่างแน่นอน”
ผมมองบัตรธนาคารที่เธอถืออยู่ในมือ ในใจก็รู้สึกตื่นเต้นเพราะกำลังขัดสนเต็มที หากยังหาเงินไม่ได้อีก ผมกับหู่จื่อคงต้องไปคุ้ยขยะหาอาการกินแทน
ขณะเดียวกันในใจก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่เป็นคนรวย แค่เงินใช้จ่ายส่วนตัวก็มีตั้งแสนหยวน ตอนที่ผมเรียนหนังสือ อาจารย์ให้เงินใช้จ่ายไว้ไม่เคยมีเกินร้อยหยวนเลยสักครั้ง คิดแล้วก็เจ็บใจจริง ๆ คนเรามันช่างต่างกันนัก!
ทันใดนั้น ผมก็รับบัตรธนาคารมาจากมือของจางอวิ๋นเหยา กล่าวว่า “โอเค ถือว่าเงินนี้ฉันรับไว้แล้ว เธอกลับไปบอกพ่อของเธอด้วยแล้วกันว่าพรุ่งนี้เช้าอย่าลืมมารับฉัน”
“ได้เลยค่ะ! ถ้าคุณพ่อรู้ว่าคุณยอมตกลงแล้ว ต้องดีใจมากแน่ ๆ” จางอวิ๋นเหยาตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ ผมยิ้มเล็กน้อยแล้วลงจากรถไป
จางอวิ๋นเหยาเปิดกระจกรถแล้วโบกมือให้ผม “คุณชายอู๋ พรุ่งนี้ฉันจะไปรับคุณพร้อมกับคุณพ่อนะคะ”
“รู้แล้ว ๆ” ผมกล่าวอย่างเรียบเฉย เดินไปหาหู่จื่อที่กำลังมองผมด้วยสายตาลึกล้ำ
“คุณชายน้อย ไปอยู่ในรถของเธอซะนานขนาดนั้น คงไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีอะไรหรอกใช่ไหมครับ? ผมเห็นนะว่าหน้าของเด็กสาวคนนั้นแดงก่ำเชียว”
“หู่จื่อ คุณช่วยจริงจังหน่อยได้ไหม? เห็นผมเป็นคนแบบนั้นหรือไง?” ผมเหลือบมองเขา
“ไม้บนไม่ตรง ไม้ล่างก็ย่อมคดงอ คุณชายน้อยเป็นคนที่อาจารย์สั่งสอนมา แล้วจะไม่ให้ผมไม่คิดมากได้อย่างไร? จำได้ว่าเมื่อก่อนเอง อาจารย์ของท่านกับแม่ม่ายคนนั้น...”
“แม่ม่ายอะไร? ผมไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย?” ผมสงสัยรีบถามด้วยความอยากรู้ หู่จื่อรู้ทันทีว่าตัวเองเผลอพูดหลุดปากรีบกลบเกลื่อนว่า “ไม่ครับ ไม่มีอะไร เพียงพูดเล่น ๆ น่ะ ว่าแต่...คืนนี้เราจะกินอะไรกันดี?” เขาเปลี่ยนเรื่องในทันที
ผมส่ายหน้า ก่อนจะโบกบัตรธนาคารในมือ “ตอนนี้คุณชายของบ้านมีเงินแล้ว แน่นอนว่าต้องไปกินของดี ๆ กันสักหน่อยสิ”
[จบแล้ว]