เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 เรือนชะตามืดมน ไอชั่วร้ายปกคลุม

ตอนที่ 39 เรือนชะตามืดมน ไอชั่วร้ายปกคลุม

ตอนที่ 39 เรือนชะตามืดมน ไอชั่วร้ายปกคลุม  


ตอนที่ 39 เรือนชะตามืดมน ไอชั่วร้ายปกคลุม

เมื่อหู่จื่อรู้ว่าในบัตรธนาคารที่ผมถือมีเงินอยู่แสนหยวน ก็ตื่นเต้นจนน้ำตาแทบไหล วันเวลายากลำบากที่ผ่านมาหลายวัน ในที่สุดก็ถึงเวลาพ้นทุกข์ เขาโยนถุงห่ออาหารในมือทิ้งลงถังขยะทันที “ทิ้งให้หมด! วันนี้ฉันจะกินเนื้อดื่มเหล้าเอาให้ราบคราบ!”

แต่แล้วเขาก็ชะงักไปก่อนจะค่อย ๆ มองมาที่ผมด้วยสีหน้ากังวล “คุณชายน้อย...ไปรับเรื่องของตระกูลจางมางั้นหรอครับ? กฎที่ท่านเจ้าบ้านทิ้งไว้ ลืมแล้วไปหรอครับ?!”

ผมเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่ได้ลืม เมื่อครู่ฉันถามจางอวิ๋นเหยาในรถแล้ว เป็นสุสานบรรพบุรุษของบ้านพวกเขาที่มีปัญหา และมันก็อยู่ที่เมืองหย่งเฟิง ห่างจากเยี่ยนเป่ยหลายร้อยกิโลเมตร อาจารย์บอกว่าห้ามรับงานในเยี่ยนเป่ย แต่ฉันรับงานที่หย่งเฟิง แบบนี้ก็ไม่ถือว่าละเมิดกฎใช่ไหม?” ผมกล่าว

หู่จื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พยักหน้าเบา ๆ “ฟังดูก็เหมือนจะเป็นแบบนั้นนะครับ แต่ก็รู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก... กฎที่ท่านเจ้าบ้านทิ้งไว้ทุกข้อล้วนมีความหมายลึกซึ้ง หากละเมิดกฎ อาจเกิดเรื่องคาดไม่ถึงได้ คุณชายน้อยคงต้องระมัดระวังให้ดี”

“แน่ใจหรอ? งั้นช่วยบอกหน่อยสิ ว่ากฏข้อแรกที่ให้ฉันหาเงินให้เขาสิบล้านหยวนต่อปีมีความหมายลึกซึ้งอย่างไร?” แค่คิดถึงเรื่องนี้ก็ปวดหัวจะแย่! ตาแก่นี่รับศิษย์คนหนึ่ง สอนผมมาแปดปี ตั้งใจจะเก็บค่าเล่าเรียนคืนทั้งหมดภายในหนึ่งปีเลยหรือไง?

หู่จื่อได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ แน่นอนว่าเขาพูดอะไรไม่ออก ผมกับหู่จื่อไปธนาคาร ตั้งใจไปตรวจสอบยอดเงินในบัตรธนาคารใบนั้น มีเงินอยู่แสนหยวนจริง ๆ ถึงได้วางใจไม่ต้องกลัวอดตายอีกต่อไป

ผมกดเงินออกมาก่อนทันทีหนึ่งหมื่นหยวนให้หู่จื่อ ส่วนที่เหลือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ถ้าใช้แบบประหยัด ๆ กันจริง ๆ อย่างน้อยก็คงอยู่ได้เป็นปี ส่วนเรื่องหาเงินสิบล้านหยวนนั่นฝันไปเถอะ! ต่อให้ขายอวัยวะทั้งตัวก็คงหามาไม่ได้

เช้าวันรุ่งขึ้น รถโรลส์-รอยซ์ของจางอวี้เฉิงก็มาจอดอยู่ที่หน้าประตูบ้านสี่ลาน พอเห็นผมกับหู่จื่อเดินออกไป จางอวี้เฉิงก็ยิ้มต้อนรับพวกเราขึ้นรถอย่างอบอุ่น

ทันทีที่ขึ้นรถ จางอวี้เฉิงก็กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “คุณชายอู๋ ในที่สุดคุณก็ยอมลงมือแล้ว ดูเหมือนว่าลูกชายผมจะมีทางรอดเสียแล้วสิ”

จางอวิ๋นเหยาที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “คุณพ่อ ไม่ใช่เพราะว่าหนูเชิญคุณชายน้อยออกมาได้หรอกหรอคะ? เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้หนูนะ”

“อืม ใช่แล้ว ลูกสาวของพ่อเก่งจริง ๆ” จางอวี้เฉิงเอ่ยชมด้วยความภาคภูมิใจ

ผมขี้เกียจพูดอะไรเพิ่มเติม จึงไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าที่ผมยอมลงมือไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าลูกสาวของเขา แต่เพราะมันเป็นช่องทางเดียวที่พวกเราจะมีชีวิตรอดต่อไปได้

ในระหว่างทาง ผมถามเกี่ยวกับเรื่องสุสานบรรพบุรุษของพวกเขา จางอวี้เฉิงเล่าว่า สุสานบรรพบุรุษของพวกเราได้ซินแสที่ผ่านทางมาดูให้เมื่อสมัยราชวงศ์ชิง ตอนนั้นตระกูลจางเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาในอำเภอหย่งเฟิง พูดไปเรื่องนี้มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญนัก ช่วงปลายราชวงศ์ชิง แผ่นดินเกิดสถานการณ์วุ่นวาย มีข้าศึกต่างชาติรุกราน ข้าราชการและทหารกบฏ โจรผู้ร้ายชุกชุม ทั้งยังมีภัยพิบัติเกิดขึ้นต่อเนื่อง ประชาชนทุกข์ยากลำบาก ไม่มีอาหารจะกิน

ตอนนั้นตระกูลจาง ก็มีชีวิตที่ยากจนเช่นคนอื่น ๆ ชาวบ้านที่ชีวิตยากลำบากขนาดนี้ ใครจะมีอารมณ์ไปเชิญซินแสฮวงจุ้ยมาดูที่ทางอีกกัน

แต่เพราะตระกูลจางเป็นคนใจดีมาก วันหนึ่งที่หน้าประตูบ้าน จู่ ๆ ก็พบนักพรตสวมชุดเก่า ๆ ขาด ๆ หิวโซจนนั่งอยู่กับแทบลุกไม่ขึ้น จึงพานักพรตชราผู้นั้นมาที่บ้านตัวเอง แบ่งหมั่นโถวสองก้อนที่มีอยู่ออกมาให้นักพรตชราผู้นั้นกินเพื่อช่วยชีวิตเขา

เพื่อเป็นการตอบแทน นักพรตชราผู้นั้นจึงบอกว่าจะดูฮวงจุ้ยบ้านพวกเขาให้ หลังเดินวนรอบอำเภอหย่งเฟิงหลายวัน ก็บอกว่าหาที่ดินฮวงจุ้ยดี ๆ ให้ได้แล้ว ต่อไปให้ฝังบรรพบุรุษที่เสียชีวิตทั้งหมดลงบนที่ดินดี ๆ ตามทิศทางที่เขาบอกซะ เช่นนั้นจะทำให้ลูกหลานตระกูลจางร่ำรวยไปหลายชั่วอายุคน

ตอนนั้นบรรพบุรุษของตระกูลจางไม่ได้คิดว่านักพรตชราผู้นี้จะเก่งกาจอะไรมาก เพียงแต่ยอมทำตามไปเพราะเห็นแก่ความกรุณา ไม่คาดคิดว่าหลังจากฝังบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วบนที่ดินที่นักพรตชราหาให้ ตระกูลจางก็เปลี่ยนแปลงไปจริง ๆ

ในสมัยสาธารณรัฐจีน ตระกูลจางมีเศรษฐีใหญ่อยู่คนหนึ่ง ธุรกิจแผ่ขยายจนเกือบผูกขาดการค้าไปทั่วประเทศ แม้ต่อมาจะเสื่อมถอยลงบ้างแต่ก็ยังเหลือมรดกส่งต่อเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงรุ่นคุณปู่ของจางอวิ๋นเหยา ตระกูลจางใช้มรดกที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง พอถึงรุ่นจางอวี้เฉิงสืบทอดกิจการก็มาถึงจุดสูงสุดจนสามารถก่อตั้งกลุ่มบริษัทจวี้หลง ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ของเยี่ยนเป่ยอันดับต้น ๆ มีทรัพย์สินอย่างน้อยหลายพันล้าน

แต่แล้วเมื่อยี่สิบกว่าวันก่อนสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจางก็มีปัญหา ต้นสนและต้นไซเปรสที่ปลูกไว้รอบ ๆ สุสานเหี่ยวตายทั้งหมดในชั่วข้ามคืน หาซินแสมาดูกี่คนก็ไม่พบสาเหตุ เรื่องราวเริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อลูกชายคนเดียวของเขา จางอวิ๋นเลี่ยง กลับตกอยู่ในฝันร้ายทุกคืน ฝันแต่เรื่องกระโดดตึกแทบไม่เว้นวัน

ซินแสฮวงจุ้ยบอกว่า ต้องเกี่ยวข้องกับสุสานบรรพบุรุษของบ้านพวกเขาอย่างแน่นอนจึงตั้งใจจะย้ายสุสานกัน แต่ขุดไปได้ไม่ถึงเมตร ใต้ดินก็เริ่มซึมน้ำสีแดงเหมือนเลือดออกมา ทำเอาซินแสฮวงจุ้ยและคนงานต่างตกใจจนวางมือไม่ทำต่อ

ด้วยความจนปัญญา จางอวี้เฉิงจึงต้องมาหาผมกับอาจารย์ น่าเสียดายที่อาจารย์ของผมออกไปข้างนอก กฎที่ทิ้งไว้ให้ก็ไม่สามารถรับงานในเยี่ยนเป่ยได้ ถ้าไม่ใช่เพราะผมซักถามสถานการณ์อย่างละเอียดจากจางอวิ๋นเหยา เรื่องนี้คงจะพลาดไปแล้ว

เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ในใจผมก็เริ่มมีเค้าลางบ้างแล้ว

รถวิ่งต่อไปอีกหลายชั่วโมง และในที่สุดก็มาถึงสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจาง ที่นั่นมีคนยืนรออยู่ก่อนแล้วเป็นพี่ชายของจางอวิ๋นเหยาและคนงานอีกสองสามคน หลังจากรถหยุด จางอวี้เฉิงก็พาผมกับหู่จื่อเดินไปยังทิศทางของสุสาน เมื่อพบหน้ากัน จางอวี้เฉิงก็แนะนำจางอวิ๋นเลี่ยงให้รู้จัก “เลี่ยง นี่คืออาจารย์ที่พ่อเชิญมาจากเยี่ยนเป่ย เป็นศิษย์ของราชาฮวงจุ้ยหลี่เสวียนทง คุณชายน้อยอู๋ ครั้งนี้ตระกูลจางของเราพบกับทางรอดแล้ว”คนชื่อจางอวิ๋นเลี่ยงนั้น ดูราว ๆ น่าจะอายุยี่สิบกว่าปี หน้าตาขาวสะอาดสะอ้าน เหมือนไอดอลหนุ่ม ๆ แถมยังเจาะหูอีกด้วยต่างหาก แต่ท่าทีกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว เมื่อพบหน้ากัน เขาเพียงพยักหน้าให้เล็กน้อยถือว่าทักทายกันแล้ว อาจจะคิดว่าผมอายุยังน้อย คงช่วยจัดการเรื่องของบ้านเขาไม่ได้

แต่เมื่อผมพิจารณาจางอวิ๋นเลี่ยงอย่างละเอียด ก็พบว่าเรือนชะตาของเขามืดมน ไอชั่วร้ายปกคลุม คงอยู่ได้อีกไม่นาน เผลออดที่จะสูดหายใจเข้าลึกแล้วถามออกไปไม่ได้ว่า “คุณจาง ช่วงนี้ได้เผลอไปยุ่งกับอะไรที่ไม่สะอาดมาหรือเปล่า?” ผมถามตรงไปตรงมา จางอวิ๋นเลี่ยงปรายตามองผมแวบหนึ่งก่อนยิ้มเย็นชา “พอเถอะ อย่าแกล้งมาทำเป็นลึกลับหน่อยเลย ก่อนหน้านี้มีซินแสฮวงจุ้ยมาตั้งกี่คน ก็ไม่เห็นจะแก้ปัญหาของบ้านเราได้ แล้วตอนนี้กลับโยนเรื่องมาที่ฉันอีก? ไม่ใช่ว่าจะมาหลอกเอาเงินบ้านเราอีกคนหรือยังไง?”

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 39 เรือนชะตามืดมน ไอชั่วร้ายปกคลุม

คัดลอกลิงก์แล้ว