เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 ยันต์คุ้มครอง

ตอนที่ 35 ยันต์คุ้มครอง

ตอนที่ 35 ยันต์คุ้มครอง  


ตอนที่ 35 ยันต์คุ้มครอง

เห็นท่าทางการกินของหู่จื่อที่ซัดไม่ยั้งเหมือนหมาป่าหิวโซ ผมนี่ไม่อยากนั่งโต๊ะเดียวกับเขาเลยจริง ๆ จนแอบสงสัยว่า แกแอบพกถุงกลับบ้านมาด้วยหรือเปล่า กะจะตักใส่ถุงกลับไปอีกแน่ ๆ

‘โลกกำลังตกต่ำลงจริง ๆ อาจารย์ ดูสิว่าหูจื่อกับผมใช้ชีวิตแบบไหน ตั้งแต่ท่านจากไป’

ตอนกินข้าว ผมพยายามอยู่ห่างจากหู่จื่อให้มากที่สุด แกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขาให้ได้มากที่สุดจะได้ไม่ขายขี้หน้า แต่ผมเองก็กินไปไม่น้อยเหมือนกัน ขณะกำลังเล็งปลาในจานเตรียมจะลงมือ หู่จื่อก็ชิงลงมือก่อน เขาคีบปลาตัวนั้นเข้าปากพลางยิ้มแหะ ๆ กล่าวว่า “อร่อยจริง ๆ”

ผมมองเขาด้วยสายตาสุดจะรำคาญ แต่ยังไม่ทันได้ว่าอะไร อยู่ ๆ ก็มีเสียงฮือฮาขึ้นในห้องจัดเลี้ยง

“คนใหญ่คนโตมาแล้ว” มีใครบางคนกระซิบขึ้นมา ผมเองก็อยากจะดูว่าเป็นคนใหญ่คนโตแบบไหน แต่พอหันไปดูด้วยความสงสัยแล้วผมกับหู่จื่อก็ถึงกับอึ้งไปเลย

คนใหญ่คนโตที่พวกเขาพูดถึง ผมกับหู่จื่อเคยเจอมาก่อนแล้ว ซึ่งก็คือลูกสาวของจางอวี้เฉิงที่เคยไปที่บ้านสี่ลานของเรา แต่เราไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน เช่นนั้นเธอมาร่วมงานเลี้ยงนี้ได้ยังไง?

“เด็กสาวคนนั้น ใช่ลูกสาวของจางอวี้เฉิงแห่งกลุ่มบริษัทจวี้หลงกรุ๊ปหรือครับ?” หู่จื่อพูดเสียงเบา ๆ

เด็กสาวคนนั้นเป็นเหมือนกับดวงดาวที่ถูกดวงจันทร์ล้อมรอบ ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงก็ดึงดูดสายตาของคนนับไม่ถ้วน วันนี้เธอแต่งตัวมาเต็มยศ แต่งหน้าอ่อน ๆ ผมยาวสลวยเหมือนน้ำตกปล่อยสยายบนบ่า เด็กสาวสวยขนาดนี้ ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ก็เหมือนกับนกกระเรียนในฝูงไก่

การมาของเธอ แม้แต่พ่อของหวังเฉาหยางก็เหมือนกับสุนัขรับใช้ รีบเดินไปต้อนรับอย่างประจบพลางยิ้มไม่หุบ “คุณหนูก็มาด้วยเหรอ พ่อคุณหนูสบายดีไหม?”

“ขอบคุณค่ะลุงหวัง พ่อของฉันสบายดีค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มสุภาพอ่อนหวาน

หวังเฉาหยางเองก็รีบเข้าไปทักทายด้วยสีหน้าแดงปลั่ง พูดคุยกับเธออย่างกระตือรือร้นก่อนจะพาเธอไปนั่งโต๊ะวีไอพีกับพ่อแม่ของหวังเฉาหยาง

ผมก็จ้องมองเธอแวบหนึ่ง เห็นชัดว่าบนหัวของเธอมีกลุ่มควันดำวนเวียนอยู่อย่างหนาแน่น มีร่องรอยของไอชั่วร้ายเข้าสู่ร่างกายแล้ว มันเข้มกว่าตอนที่เธอมาหาผมครั้งก่อนมาก แปลว่าอีกไม่นาน...เธออาจจะเจอกับเรื่องร้ายแรงอันตรายแน่ ๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะกฎที่อาจารย์ทิ้งไว้ให้ผมต้องทำตาม …ผมคงยื่นมือช่วยไปแล้ว อย่างน้อยก็เพราะเงินที่เธอพร้อมจ่ายให้แน่ ๆ

น่าเสียดาย...ผมคิดพลางถอนหายใจ

จากนั้นสักพัก ผมกับหู่จื่อก็กินกันจนอิ่ม หู่จื่อแอบส่งสายตามาเป็นสัญญาณบอกให้พวกเราสองคนรีบชิ่งหนีกันก่อนเถอะ หู่จื่อคิดว่าผมไม่มีเงินและไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรมาให้หวังเฉาหยาง อีกเดี๋ยวถ้าเขามาเรียกก็จะขายหน้ากันเปล่า ๆ ตอนนี้กินอิ่มแล้ว ออกไปเลยดีกว่าถึงอย่างไรต่อไปคาดว่าคงไม่มีโอกาสเจอกันอีกแล้ว

ผมเองก็คิดว่าไม่เลว ขณะกำลังจะลุกตามหู่จื่อหนีไปด้วยกันอยู่แล้วเชียว ในตอนนั้น หวังเฉาหยางก็เดินมาทางเรา ในมือเขาถือแก้วเบียร์อยูเพื่อมาชนแก้วกัน

ผมกับหู่จื่อที่เพิ่งจะลุกขึ้น ก็รีบกลับไปนั่งลงทันที ถ้าออกไปตอนนี้คงจะหนีไม่พ้นแล้ว

หวังเฉาหยางเดินตรงมาที่โต๊ะของเรา ยิ้มพลางกล่าวว่า “ขอบคุณเพื่อนร่วมชั้นทุกคนที่มาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้นะ อีกไม่นานพวกเราก็จะแยกย้ายไปเรียนมหาลัยกันหมด วันนี้เลยอยากนัดรวมตัวล่วงหน้าสักหน่อย เพราะต่อไปคงจะรวมตัวกันยากแล้ว ฉันขอดื่มให้ทุกคนก่อนหนึ่งแก้ว” พูดจบ หวังเฉาหยางก็ดื่มเบียร์ไปหนึ่งแก้ว จากนั้นทุกคนก็ซดเบียร์ตาม

ทันใดนั้นก็มีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งลุกขึ้นมา ในมือถือโน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุด “หวังเฉาหยาง ฉันก็ไม่มีอะไรจะให้นายมาก ไหน ๆ เดี๋ยวก็จะได้เรียนมหาลัยกันแล้ว ฉันเลยซื้อโน้ตบุ๊ครุ่นล่าสุดมาสองเครื่อง เราสองคนแบ่งกันคนละเครื่อง”โน้ตบุ๊กเครื่องนี้อย่างน้อยก็ต้องหลายพันหยวนแน่ ๆ หวังเฉาหยางรีบกล่าวขอบคุณไม่หยุด

จากนั้นเพื่อน ๆ ก็เริ่มทยอยหยิบของขวัญที่เตรียมมาออกมาให้กัน ของแต่ละคนก็หลายร้อยจนถึงหลายพันทั้งนั้น จนเหลือแต่ผม…ที่ยังไม่ได้ให้

ผมกลายเป็นคนโดดเด่นขึ้นมาทันที เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่สนิทกับหวังเฉาหยางมาก มองมาที่ผมด้วยสายตาไม่หวังดี ยิ้มเยาะ กล่าวว่า “อู๋เจี๋ย ทุกคนเตรียมของขวัญให้หวังเฉาหยางหมดแล้ว นายเตรียมอะไรมา เอาออกมาให้พวกเราดูหน่อยสิ” หู่จื่อรีบเบือนหน้าหนีทันที ทำเหมือนไม่รู้จักผม แต่ผมกลับไม่สะทกสะท้าน หยิบยันต์คุ้มครองที่พับเป็นรูปสามเหลี่ยมออกมาจากตัว ยื่นให้หวังเฉาหยาง

“เราสองคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมานาน ฉันก็ไม่มีอะไรจะให้มากนัก นี่คือยันต์คุ้มครองที่ฉันวาดเอง พกติดตัวไว้จะสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายและหลีกเลี่ยงภัยได้” เมื่อผมนำของขวัญชิ้นนี้ออกมา คนทั้งโต๊ะกต่างก็ตะลึงงัน พวกเขาไม่รู้เรื่องที่ผมฝึกฝนกับอาจารย์ ไม่รู้ชื่อเสียงของอาจารย์ผม และยิ่งไม่รู้ความหมายของยันต์คุ้มครองแผ่นนี้

คนรวยทั้งหลายต่างร้องขออาจารย์ผมเพื่อขอยันต์คุ้มครองนี้ กล่าวได้ว่ามีทองนับหมื่นก็หาแลกไม่ได้ ถึงแม้ว่ายันต์แผ่นนี้จะเป็นผมที่วาด แต่ผลก็ใกล้เคียงกับที่อาจารย์ผมวาดไม่มีผิด

พูดตามตรง ของขวัญชิ้นนี้ดีกว่าของขวัญที่เพื่อนร่วมชั้นในห้องให้เป็นร้อยเท่า ยันต์คุ้มครองแผ่นนี้ของผมสามารถใช้งานได้จริง

คนทั้งโต๊ะตะลึงงันไปเล็กน้อย แล้วเพื่อนร่วมชั้นที่พูดเมื่อครู่ก็หัวเราะเสียงดัง กล่าวเยาะเย้ยว่า “ฉันว่าแล้วอู๋เจี๋ย นายมานี่ก็เพื่อเล่นตลกหรือเปล่า? ทุกคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมานาน ถึงจะไม่ให้ของขวัญหวังเฉาหยางอย่างน้อยพูดอวยพรสักสองสามคำก็ยังดี นายก็ไม่ควรวาดของแบบนี้มาหลอกกันเลย หรือว่านี่นายไปบวชเป็นพระหรือขึ้นเขาไปเป็นนักพรตแล้วงั้นหรอ?” พอคำพูดนี้หลุดออกมา ก็ทำให้คนทั้งโต๊ะหัวเราะลั่น หู่จื่อที่ได้ยินคำพูดเยาะเย้ยเหล่านี้ก็ทนไม่ไหว โมโหจนอยากอาละวาด แต่ถูกผมดึงไว้ก่อน

“ใช่สิ ห้องเรามีนายคนเดียวที่ไม่ยอมไปสอบเข้านี่นะ ฉันว่านายกลัวสอบไม่ได้ ก็เลยไม่กล้าไปสอบใช่ไหม? คนอย่างนาย ต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นยังเป็นแบบนี้ อนาคตจะมีอะไรดี ช่างน่าอับอายขายหน้า” เพื่อนร่วมชั้นที่สนิทกับหวังเฉาหยางเยาะเย้ยถากถางอยู่ข้าง ๆ หวังเฉาหยางพูดอะไรเพียงถือแก้วเบียร์ยิ้มมองมาที่ผม

เพราะความวุ่นวายที่โต๊ะของเราจึงดึงดูดความสนใจของคนมากมายให้มามุงดู

แล้วทันใดนั้น เสียงใส ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ยันต์ใบนี้ ฉันขอซื้อในราคา 1 แสนหยวน”

พอคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็หันกลับไปมอง เห็นว่าคนที่พูดคือเด็กสาวที่ชื่อเหยาเหยา

“จางอวิ๋นเหยา นี่เธอบ้าไปแล้วรึไง? ยันต์บ้า ๆ แบบนี้แค่ขีดเขียนมั่ว ๆ จะซื้อในราคาแสนหยวนเนี่ยนะ?” หวังเฉาหยางพูดอย่างไม่เชื่อ

จบบทที่ ตอนที่ 35 ยันต์คุ้มครอง

คัดลอกลิงก์แล้ว