เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 พาตัวไปสิบปีคำว่า

ตอนที่ 27 พาตัวไปสิบปีคำว่า

ตอนที่ 27 พาตัวไปสิบปีคำว่า  


ตอนที่ 27 พาตัวไปสิบปีคำว่า

คำว่า “ราชาฮวงจุ้ย” สามคำนี้ พ่อผมกลับไม่ได้ยินเข้าหูเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่มองดูนักพรตชราผู้สวมเสื้อผ้าขาด ๆ และยังสวมรองเท้าฟางเก่า ๆ อีก จะให้คำมั่นสัญญาอะไรกับบ้านเราได้? คนอื่น ๆ ต่างก็หาภรรยาให้พร้อมแล้วยิ่งราคาที่คนข้างหลังเสนอให้สูงขึ้นเท่าไหร่ สายตาของพ่อก็ยิ่งยกมาตรฐานสูงขึ้นเท่านั้น คนเหล่านี้ล้วนแต่มั่งคั่งร่ำรวย แต่งกายภูมิฐานสวยงาม นักพรตชราผู้นี้มีสิทธิ์อะไรถึงกล้ามาอวดอ้างว่าลูกชายเราควรเป็นศิษย์ของเขา

แต่ที่น่าประหลาดคือเมื่อทั้งสี่คนเห็นนักพรตชราผู้นี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทุกคน มีทั้งประหลาดใจ นอบน้อมยำเกรง และบางคนถึงกับมีอาการกระสับกระส่าย

“เจ้าสำนักหลี่ ท่านไม่ได้ปรากฏตัวมานานหลายปี ครั้งนี้เป็นเพราะเด็กคนนี้ท่านจึงออกมาหรือครับ?” ชายชราที่ชื่อเสิ่นซิวหย่วนกล่าว

“แล้วคิดว่าอย่างไรกันละ? เด็กที่เปรียบดังหยกดิบชิ้นนี้ หากมอบไว้ในมือพวกนาย ก็เท่ากับโยนทิ้งเปล่า ๆหากฉันไม่รับไว้ คิดว่าปล่อยจะทิ้งไว้ให้พวกนาย?” นักพรตชราผู้นั้นยิ้มเยาะ เต็มไปด้วยท่าทีหยิ่งผยองไม่เห็นใครอยู่ในสายตา

ทว่าชายชราเสิ่นซิวหย่วนกลับไม่โกรธ เพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนประสานมือคารวะแล้วกล่าว “ในเมื่อเจ้าสำนักหลี่ออกมาเพื่อรับศิษย์เองเช่นนี้ ตัวผมเองก็ไม่กล้าแย่งชิงอีกแล้ว เส้นทางยุทธภพยังอีกยาวไกล ภูผาสูง แม่น้ำกว้างใหญ่ เจ้าสำนักหลี่ หากพวกเรามีวาสนาคงได้พบกันอีก” พูดจบ เสิ่นซิวหย่วนก็หันไปสั่งคนติดตามที่อยู่ข้าง ๆ ประสานมือคารวะนักพรตชราผู้นั้นแล้วจากไปทันที

ตั้งแต่ต้นจนจบ นักพรตชราผู้นั้นไม่ชายตาแลมองเสิ่นซิวหย่วนด้วยซ้ำ เมื่อเขาจากไป นักพรตชราผู้นั้นจึงกวาดตามองคนอื่น ๆ อีกสองสามคน “เอ้า แล้วพวกนายยังจะอยู่ที่นี่กันอีกทำไม? หรือจะกินข้าวกลางวันที่บ้านศิษย์ของฉันกัน?”

“นักพรตจมูกวัว อาตมาเจวี๋ยหมิงไม่ขอยอมรับ อาตมามาก่อน ทำไมต้องยอมให้เด็กคนนี้ไปเป็นศิษย์ของท่าน อาตมาเองก็ต้องการรับเขาเป็นศิษย์เช่นกัน” พระอ้วนผู้นั้นกล่าวอย่างไม่พอใจ

“ถ้าเช่นนั้นอยากประมือกับฉันสักหน่อยไหม? หากชนะ ศิษย์คนนี้นายก็เอาไปได้” นักพรตชราผู้นั้นหรี่ตามองพระอ้วน

พระอ้วนพับแขนเสื้อขึ้นพลางทำแก้มป่องพองลม ทันใดนั้นก็กล่าวว่า “เจ้าหลี่เฒ่า ช่างชอบรังแกคนเสียจริง อาตมาลาละ!” พูดจบ พระอ้วนก็สะบัดแขนเสื้อจากไปอย่างหัวเสีย ดูเหมือนจะไม่กล้าประลองกับนักพรตชราหลี่

ตอนนี้เหลือเพียงหยางเกาอี้และหม่าหยวนหลิงที่ยังคงอยู่ แต่ทั้งสองดูแล้วก็หวั่นเกรงเฒ่าผู้นี้อยู่มาก จึงประสานมือคารวะนักพรตชราผู้นั้นแล้วจากไปเงียบ ๆ

พวกเขาช่างมาไวไปไวพร้อมกับเสียงรถยนต์ดังกระหึ่ม จากนั้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้านเราทั้งหมดก็หายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน เหลือเพียงชาวบ้านที่ยังคงรวมตัวกันอยู่ที่หน้าบ้านไม่ยอมจากไปไหน บางคนถึงกับปีนอยู่บนกำแพงบ้า ยื่นคอเข้ามามอง

หมู่บ้านจิ่วซานเล็ก ๆ ของเรา ไม่เคยมีคนแปลกหน้ามากมายขนาดนี้มาก่อน พวกชาวบ้านเองก็ไม่เคยเห็นรถมากมายและไม่เคยคึกคักขนาดนี้เช่นกัน ทุกคนต่างไม่รู้ว่าทำไมบ้านเราจึงมีคนแปลกหน้ามาเยือนมากขนาดนี้ และดูเหมือนทุกคนจะเป็นคนรวยจากในเมืองกันเสียด้วย

อันที่จริงแล้ว ทั้งพ่อ แม่ ท่านปู่รวมถึงหลิวปัวจื่อเองก็ยังคงยู่ในอาการมึนงง ไม่อาจตั้งสติได้

ตอนนี้ในลานบ้านเหลือเพียงนักพรตชราหลี่ยืนอยู่เพียงลำพัง

ในที่สุดท่านปู่ก็รู้สึกตัว เดินไปที่ประตูบ้านเพื่อพูดกับชาวบ้านอย่างสุภาพว่า “เอาล่ะ ๆ หมดเรื่อวราวแล้วทุกคนแยกย้ายกันไปได้แล้ว บ้านเรามีคนป่วย เลยเชิญคนมารักษาอาการหน่อยก็เท่านั้น” พูดจบ ท่านปู่ก็ปิดประตูบ้านทันที

เมื่อท่านปู่กลับเข้ามาอีกครั้ง นักพรตชราผู้นั้นก็กล่าวว่า “ศิษย์ของฉันอยู่ที่ไหนกัน? รีบพาไปดูหน่อย” ในตอนนั้นเอง พ่อของผมก็เดินเข้ามาข้างหน้าก่อนเอ่ยถามอย่างลังเลว่า “ท่านนักพรต ท่านจะรับลูกชายของผมเป็นศิษย์จริง ๆ หรือ?”

นักพรตชราพยักหน้าโดยไม่ปฏิเสธ

“ถ้าอย่างนั้นผมขอถามหน่อย หากลูกผมเป็นศิษย์ของท่านแล้ว เขายังจะแต่งงานมีลูกได้ไหม?” พ่อถามอย่างระมัดระวัง

“ย่อมได้อยู่แล้ว ฉันเป็นผู้สืบทอดของสำนักเจิ้งอี ไม่เพียงแต่สามารถแต่งงานมีลูกได้ ยังสามารถดื่มเหล้ากินเนื้อได้อีกด้วย เรื่องเหล่านี้ไม่เป็นไร” นักพรตชรากล่าวอย่างตรงไปตรงมา

พ่อจึงรีบถามอีกครั้ง “แล้วท่านสามารถช่วยหาภรรยาให้ลูกชายของผมได้ไหม?”

สาเหตุหลักเป็นเพราะคนก่อนหน้านี้ยกเว้นพระอ้วนผู้นั้น ต่างก็แย่งกันหาภรรยาให้ผม ในคนพวกนั้นมีคนที่ชื่อหยางเกาอี้ที่ถึงกับพาลูกสาวของตัวเองมาด้วย หมายจะมาหมั้นหมายกับผมไว้ตั้งแต่เด็ก เรื่องอื่น ๆ พ่อจำไม่ได้เลย แต่จำเรื่องนี้ได้แม่นนัก

คำถามนี้ทำเอานักพรตชราถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมา แล้วก็ส่งเสียงฮึ่มในลำคออย่างเย็นชา “เป็นศิษย์ของฉันแล้วยังกังวลว่าเขาจะหาภรรยาไม่ได้งั้นหรือ? ขอเพียงเขาต้องการ ภรรยาแบบไหนก็หาได้ทั้งนั้น!”

พ่อของผมมีสีหน้าไม่เชื่อในคำตอบเท่าไหร่ นักพรตชราผู้นี้สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ ไม่ดูแลตัวเอง ดูจากท่าทางแล้ว ตัวเขาเองก็คงยังหาภรรยาไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหน

แต่ในตอนนั้นเอง ท่านปู่ก็เดินเข้ามากล่าวอย่างสุภาพว่า “ท่านนักพรต จะให้หลานผมเป็นศิษย์ของท่านย่อมไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้รีบไปดูเด็กก่อนเถอะ เขาใกล้จะไม่ไหวแล้ว”

“สถานการณ์ของเด็กคนนี้ ขอเพียงฉันลงมือก็สามารถเห็นผลได้ทันที แต่ก่อนอื่น มีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกกล่าวพวกเธอไว้ก่อน” นักพรตชรากล่าวเสียงทุ้ม

“ท่านนักพรตเชิญพูดได้เลย ขอเพียงเด็กสามารถรอดชีวิตได้ เงื่อนไขอะไรก็ยอมทั้งนั้น” ท่านปู่เอ่ยด้วยใจจริง

“หลังจากเด็กหายดีแล้ว ฉันจะรับเขาเป็นศิษย์ และจะพาตัวเขาไปด้วยทันที ภายในสิบปีนับจากนี้ จะไม่สามารถติดต่อกับคนในบ้านได้อีกเลย” นักพรตชรามองไปยังท่านปู่

สิ้นคำพูดทั้งครอบครัวต่างก็ตกตะลึง แม่จึงร้อนใจเอ่ยถามว่า “แล้วถ้าพวกเราคิดถึงเขาล่ะคะ? จะขอไปเยี่ยมเขาได้ไหม?”

“ไม่ได้ ช่วงเวลาที่บำเพ็ญเพียรกับฉัน เขาจะไม่กลับบ้าน และพวกเธอก็ห้ามไปเยี่ยม อย่าถามว่าทำไม เพราะไม่มีเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น” นักพรตชราผู้นั้นกล่าวอย่างแข็งกร้าว

พ่อของผมเมื่อได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย คนก่อนหน้านี้ที่บอกว่าจะช่วยรักษาผม ล้วนบอกว่าจะรับผมเป็นศิษย์ แต่ไม่ได้บอกว่าจะต้องแยกจากครอบครัวหรือห้ามพบกัน ทั้งยังเสนอลูกสะใภ้ให้ถึงที่ แต่ชายชราผู้นี้ไม่ให้อะไรเลย แถมยังตั้งเงื่อนไขที่โหดร้ายขนาดนี้เสียอีก แต่ตอนนี้จะเสียใจก็สายไปแล้ว คนเหล่านั้นคงจากไปไกล และไม่ได้ทิ้งช่องทางการติดต่อไว้เลย

สุดท้าย เป็นหลิวปัวจื่อที่ลุกขึ้นมากล่าวว่า “ตอนนี้คงได้มีทางเลือกอื่นแล้ว ตราบใดที่เด็กคนนี้รอดและยังได้เติบโตอย่างแข็งแรง เรื่องอื่น ๆ ก็ไม่สำคัญ”

ถ้อยคำนี้ตรงไปตรงมา ครอบครัวเราจึงจำต้องยอมรับเงื่อนไขของเฒ่าผู้นี้

หลังจากนั้น ทั้งหมดก็เชิญเขาเข้าไปในห้อง

ตอนนั้น ผมเองก็ใกล้สิ้นใจเต็มที ทั่วร่างกายปรากฏรอยช้ำหลายแห่ง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบดับ

นักพรตชราเพียงก้าวมาถึง มองผมแค่แวบเดียวแล้วก็พึมพำว่า “เกิดมาเป็นตัวอ่อนของอสูร โชคชะตาขรุขระ ต้องผ่านสิบแปดเคราะห์หามยามร้าย ทุกเคราะห์ล้วนเอาชีวิต แต่ได้เจอกันฉัน หลี่เสวียนทงผู้นี้ นับว่ายังเคราะห์ดีนัก”

จากนั้นนักพรตชราก็วางฝ่ามือลงบนหน้าผากผม พลันตวาดก้องคำเดียว “จงออกมา!”

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 27 พาตัวไปสิบปีคำว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว