- หน้าแรก
- ราชาฮวงจุ้ย
- ตอนที่ 26 ราชาฮวงจุ้ยหลี่เสวียนทง
ตอนที่ 26 ราชาฮวงจุ้ยหลี่เสวียนทง
ตอนที่ 26 ราชาฮวงจุ้ยหลี่เสวียนทง
ตอนที่ 26 ราชาฮวงจุ้ยหลี่เสวียนทง
คนในบ้านและหลิวปัวจื่อต่างร้อนใจเรื่องของผมกันถ้วนหน้า แม่ถึงกับร้องไห้จนน้ำตาแทบจะหมดตัวใคร
ไม่มีใครรู้ว่าคนพวกนี้โผล่มาจากที่ใด พวกเขาต่างรีบเร่งแย่งกันเข้ามาจะรักษาผม โดยเฉพาะชายวัยกลางคนที่เพิ่งมาถึงคนนั้นที่ถึงขนาดจะยกให้ลูกสาวแท้ ๆ แต่งงานกับผม
เรื่องนี้บ้านผมย่อมยินดี หากต้องเลือกจริง ๆ ก็ต้องเลือกคนที่ส่งลูกสะใภ้มาให้สิ เพราะไม่ว่าจะเลือกใครเป็นอาจารย์ก็คงไม่ต่างกัน
แต่ทว่าทันทีที่ชายคนนั้นเอ่ยปาก ชายชราที่ชื่อเสิ่นซิวหย่วนที่มาถึงก่อนหน้าเล็กน้อยก็โกรธจนหนวดกระดิก เขาชี้นิ้วใส่หน้าชายคนนั้นก่อนจะตัวสั่นไปด้วยความโกรธ พลางตะโกน “หยางเกาอี้ ฉันไม่เคยพบเคยเจอคนหน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน! เพื่อที่จะรับศิษย์คนหนึ่งถึงกับยอมยกลูกสาวของตัวเองให้เชียวหรือ?! ช่างเป็นพ่อที่ประเสริฐดีจริง ๆ”
พระอ้วนรูปนั้นก็ถ่มน้ำลายออกมาด้วยความไม่พอใจเช่นกัน “ถุย! ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักอายเสียจริง ๆ”
แต่หยางเกาอี้กลับพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “เมื่อจันทราสีแดงปรากฏ ดาวเหนือจุติ การรับเด็กคนนี้เป็นศิษย์ ย่อมเป็นเกียรติแก่สำนักฮวงจุ้ยสายตระกูลหยางของผม โอกาสดี ๆ แบบนี้พันปีมีหนเดียว จะให้พวกท่านได้ไปง่าย ๆ ได้อย่างไร? และอีกอย่าง หากต่อไปภายภาคหน้า ลูกสาวของผมได้แต่งงานกับเจ้าหนุ่มนี่ก็ไม่ถือว่าขาดทุนอะไร นี่เป็นการวางแผนล่วงหน้าของผมเอง น่าเสียดายที่ท่านเป็นพระไร้ลูกหลานย่อมไร้ทายาท ส่วนเฒ่าเสิ่น ลูกสาวท่านคงจะถึงวัยเป็นแม่คนได้ แบบนั้นก็คงยกให้เขาไม่ได้ใช่ไหม?”
“หึ คำพูดของแกก็ช่วยเตือนสติฉันเหมือนกัน ถึงแม้ลูกสาวฉันอายุมากก็จริง แต่ฉันยังมีหลานสาวอยู่อีกสองคน ยังเด็กอยู่พอให้เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้เลือกดูก็ได้” เสิ่นซิวหย่วนกล่าว
“ประสกเสิ่น เมื่อครู่ท่านยังว่าคนอื่นขายลูกสาว แต่กลับทำตัวไร้ยางอายยิ่งว่าเสียได้ ถึงกับเอาหลานสาวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเชียว?! พระอ้วนอย่างอาตมายังดูถูกท่านเลย” อาจารย์เจวี๋ยหมิงกล่าวพลางเหลือบมองด้วยหางตา
ระหว่างที่คนทั้งสามกำลังโต้เถียงกันไม่หยุด ทันใดนั้นด้านนอกก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง ไม่นานก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามายังลานบ้าน ครั้งนี้ผู้นำเป็นหญิงวัยกลางคน สวมชุดกี่เพ้าดูสูงศักดิ์ อายุราว ๆ ประมาณสี่สิบกว่าปี แต่ยังคงงดงามมีเสน่ห์ชวนมองยิ่งนัก
ด้านหลังเธอยังมีหญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ ตามมาอีกหลายคน แต่ละคนล้วนงดงามราวกับเทพธิดา
หญิงวัยกลางคนคนนี้ก้าวเดินอย่างสง่างาม บนใบหน้ามีรอยยิ้มเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “พวกท่านทั้งหลายเลิกทะเลาะกันแบบเด็ก ๆ เสียที เด็กคนนี้ถึงแม้จะเป็นผู้ถูกเลือกจากสวรรค์ แต่ชีวิตย่อมเต็มไปด้วยเคราะห์กรรม จะรับเขาเป็นศิษย์ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย พวกท่านล้วนเป็นชายชาตรีจะดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสมแน่หรือ? สู้ให้เด็กคนนี้มาเป็นศิษย์ของฉันจะดีกว่า ฉันจะดูแลเขาเหมือนกับเป็นแม่แท้ ๆ ส่วนเรื่องหาภรรยาให้เขานั้น หม่าหยู่หลิงอย่างฉันรับศิษย์หญิงไว้มากที่สุด ต่อไปย่อมรับศิษย์เพิ่มอีกหลายคน รอให้เขาโตขึ้นหน่อยแล้วค่อยให้เขาเลือกจากบรรดาศิษย์ของฉันดูก็ได้ อย่างไรก็ดีกว่าพวกท่านมากไม่ใช่หรือ?” เมื่อเห็นหญิงงามคนนี้เดินเข้ามา ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
พ่อและท่านปู่ของผมมองหน้ากัน ก่อนที่พ่อของผมจะพูดขึ้นว่า “อืม แบบนี้ก็ดีน่ะสิ ผู้หญิงย่อมเอาใจใส่เก่ง ต่อไปคงจะดูแลเสี่ยวเจี๋ยของเราได้ดีแน่นอน” ท่านปู่เองก็รู้สึกเหมืนอกัน จึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ชั่วพริบตาเดียว บ้านของเราก็มีแขกผู้มีเกียรติมากมายยืนเต็มลานบ้าน ครอบครัวผมถึงกับลืมไปเลยว่าผมยังคงนอนหมดสติอยู่บนเตียงเพราะมัวแต่เลือกสะใภ้อยู่ในลานบ้านนี้
หลิวปัวจื่อที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตกตะลึงเช่นกัน เมื่อคิดไตร่ตรองก็พอเข้าใจแล้วว่าเมื่อคืนนี้ที่เทพเพียงพอนเหลืองคารวะจันทรา จันทราสีเลือดแดงฉานเหนือศีรษะ ปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้านั้นหมายความว่าอย่างไร
แท้จริงแล้วเป็นพวกเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกที่ตั้งใจสร้างปรากฏการณ์บนท้องฟ้าขึ้นมา เพื่อบอกให้ผู้ทรงบารมีเหล่านี้รู้ว่าผมกำลังเกิดเรื่องใหญ่ จึงทำให้คนเหล่านี้ดั้นด้นมาจากแดนไกลเพื่อช่วยเหลือ
สาเหตุหลักเป็นเพราะดวงชะตาของผมพิเศษยิ่งนัก เมื่อผสานเข้ากับอาคมของเพียงพอนเหลืองและเหล่าจิ้งจอก จึงสามารถสร้างปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้าเช่นนี้ออกมาได้
บนถนนหน้าประตูบ้านเรามีรถจอดเรียงกันกว่าสิบคัน หมู่บ้านของเราห่างไกลความเจริญ และถนนหนทางล้วนเป็นดินแดง แม้จะผ่านไปเกือบครึ่งเดือนก็แทบจะไม่เห็นรถสักคัน แต่ตอนนี้กลับมีรถจอดอยู่มากมายขนาดนี้ และยังเป็นรถหรูยี่ห้อเบนซ์ซะอีก ทันใดนั้นทั้งหมู่บ้านก็เริ่มฮือฮา พากันมามุงดูที่หน้าบ้านผมว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นกันแน่
อันที่จริงแล้ว คนที่มาไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีคนอีกมากมายที่มองดูอยู่หน้าประตูแวบหนึ่งแล้วก็หันหลังกลับจากไป คนเหล่านั้นมาก็เพื่อจะขอรับผมเป็นศิษย์เช่นกัน แต่เมื่อเห็นผู้ทรงบารมีทั้งสี่คนนี้ในลานบ้านก็พลันขาดความมั่นใจไม่คิดแย่งชิง จึงหันหลังกลับจากไปทันที
พระอ้วนรูปแรกที่มาถึงมองดูคนอื่น ๆ อย่างโกรธเคือง ก่อนพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเราล้วนเป็นผู้เดินทางบนยุทธภพ ทุกอย่างต้องทำตามกฎ อาตมาเป็นคนแรกที่มาถึง ดังนั้นต้องยึดหลักมาก่อนได้ก่อน ศิษย์คนนี้ อาตมาจะขอรับไว้”
ชายชราเสิ่นซิวหย่วนคนนั้นกล่าวว่า “ใช่ ต้องทำตามกฎยุทธภพ จะรับศิษย์ต้องได้รับความยินยอมจากคนในบ้านศิษย์เสียก่อน ให้คนในบ้านเขาเลือกเถอะ เขาเลือกใครก็คนนั้น ฉันว่าเราอย่าทะเลาะกันเองเลย”
“คำพูดนี้ถูกต้อง จะรับศิษย์ แน่นอนต้องรับฟังความสมัครใจของคนในบ้านด้วย” ชายวัยกลางคนหยางเกาอี้กล่าวพลางผลักลูกสาวของตัวเองไปข้างหน้า แล้วพูดกับพ่อผมว่า “พี่ชาย ต่อไปเราอาจได้เป็นเครือญาติเดียวกัน ดูสิ ลูกสาวฉันหน้าตางดงามขนาดนี้ ให้เป็นสะใภ้บ้านพี่ดีไหม?”
พ่อผมมองดูเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้ง เด็กน้อยหน้าตางดงามจริง ๆ ในหมู่บ้านรอบ ๆ นี้ยากจะหาเด็กหญิงที่หน้าตาสวยงามเช่นนี้ได้ เด็กหญิงคนนั้นกระพริบตาโตมองดูพ่อผมพลางยิ้มแย้มกล่าวว่า “สวัสดีค่ะคุณลุง”
“ว่านอนสอนง่าย…เด็กดีจริง ๆ” พ่อผมกล่าวอย่างทำอะไรไม่ถูก จากนั้นก็มองไปยังท่านปู่เพื่อขอความช่วยเหลือ
พ่อผมเองก็คิดว่าดีแต่ก็ยังต้องให้ท่านปู่เป็นผู้ตัดสินใจ ทว่าตอนนี้ท่านปู่เองก็มึนงงไม่แพ้กัน ไม่อาจตัดสินใจได้ในทันที ทั้งสี่คนต่างก็จ้องมองไปที่ปู่อย่างเอาใจ แทบจะยกมือขึ้นมาบอกว่า “เลือกฉัน เลือกฉันเร็วเข้า...”
ขณะที่ท่านปู่กำลังไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ทันใดนั้นก็มีคนหนึ่งเบียดเข้ามาท่ามกลางฝูงชนหน้าบ้าน คนผู้นี้เมื่อเทียบกับสี่คนก่อนกลับดูธรรมดาสามัญนัก สวมชุดนักพรตเก่า ๆ ขาด ๆ บนหัวมวยผมไว้ด้วยกิ่งไม้เล็ก ๆ ท่อนหนึ่ง บนเท้าสวมรองเท้าฟางเก่า ๆ
ขณะที่เบียดเข้ามาในฝูงชน ฝูงชนต่างก็แยกทางให้โดยอัตโนมัติ สาเหตุหลักคือกลิ่นตัวของเขาที่ค่อนข้างเตะจมูก ไม่รู้ว่าไม่ได้อาบน้ำมานานเท่าไหร่
“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เด็กคนนี้ฉันจะรับไว้” นักพรตชราคนนั้นเบียดเข้ามาแล้วพูดเสียงดัง ผู้ทรงบารมีทั้งสี่คนในลานบ้านเมื่อเห็นนักพรตชราผู้นี้ต่างก็ตะลึงงัน สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันใด
หญิงงามที่ชื่อหม่าหยวนหลิงเมื่อเห็นนักพรตชราผู้นี้ก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้ “ราชาฮวงจุ้ย หลี่เสวียนทง!”
[จบแล้ว]