เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 เทพเพียงพอนเหลืองคารวะจันทรา จันทราสีเลือดอยู่เหนือหัว

ตอนที่ 24 เทพเพียงพอนเหลืองคารวะจันทรา จันทราสีเลือดอยู่เหนือหัว

ตอนที่ 24 เทพเพียงพอนเหลืองคารวะจันทรา จันทราสีเลือดอยู่เหนือหัว


ตอนที่ 24 เทพเพียงพอนเหลืองคารวะจันทรา จันทราสีเลือดอยู่เหนือหัว

ท่านปู่ไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับปู่หวังเลยสักนิด ไม่รู้เลยว่าตอนกลางวันเขาตบหน้าผมไปสองที บางทีเรื่องครั้งนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการที่ท่านปู่หวังตีผมเลยก็ได้

ปู่หวังคนนั้นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเสียงร้องของผมที่ทำให้ลาที่เขาเทียมไว้ตกใจจนตัวเองพลัดตกจากรถลาก และทำให้เขาเสียชีวิต เมื่อตายแล้วก็กลายเป็นวิญญาณอาฆาต ไม่ยอมจากไปและมาสิงสู่ผม

สรุปก็คือเรื่องครั้งนี้ร้ายแรงมาก ร้ายแรงที่สุดในรอบเก้าปีที่ผมเกิดมา

หลังจากนั้น ท่านปู่ก็ไปปลุกพ่อแม่ให้ตื่น พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับท่านปู่ก่อนหน้า พวกเขาทั้งหมดถูกกลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ซ่านจากปู่หวังปกคลุม ทำให้นอนหลับลึกมากและต้องใช้เวลานานกว่าจะดึงสติกลับมาได้

ย้อนไปตอนที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล ผมและหลิวปัวจื่อต่างก็พบว่าบนร่างของชายชราหวังมีกลิ่นอายของความตายแผ่ออกมา คาดว่าตอนนั้นกลิ่นอายของความตายของเขาได้ซึมผ่านร่างกายของพวกเราแล้ว

เวลานี้ทั้งครอบครัวมารวมตัวกันอยู่ข้าง ๆ ผม เมื่อเห็นสถานการณ์ของผมตอนนี้ก็ยิ่งกังวลใจ ร้องขอให้หลิวปัวจื่อคิดหาวิธี

หลิวปัวจื่อเองก็ไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจว่าชายชราหวังที่เพิ่งตายไปไม่นานทำไมถึงร้ายกาจได้ขนาดนี้ พอกลายเป็นวิญญาณก็เข้าสิงผมได้เลย และดูจากสภาพผมในตอนนี้แล้วคงจะทนไม่ถึงฟ้าสว่าง

ทุกคนในบ้านล้วนหน้าตาหม่นหมอง เคราะห์กรรมครั้งที่สามนี้ในที่สุดก็ไม่อาจหนีพ้น

“น้องหญิง เด็กคนนี้เลี้ยงโตมาได้ขนาดนี้ จะปล่อยให้ตายไปง่าย ๆ ไม่ได้นะ ช่วยเด็กสักหน่อยเถอะ” ท่านปู่กล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำ

“เด็กคนนี้ฉันเองก็เฝ้ามองเขาเติบโตมาเหมือนกัน ต่อให้มีวิธีเพียงเล็กน้อย ฉันก็ต้องช่วยเขาแน่นอน แต่สถานการณ์ตอนนี้เป็นเรื่องที่ฉันเองก็ไม่เคยเจอมาก่อน ชายชราหวังคนนี้เป็นใครกัน ถึงเพิ่งตายก็แสนอำมหิต ตรงเข้ามาสิงในร่างเล็ก ๆ ของเสี่ยวเจี๋ยได้ทันที?” หลิวปัวจื่อกล่าวอย่างหงุดหงิด

“ปู่หวังโดดเดี่ยวมาตลอดชีวิต ไม่มีลูก ไม่มีเมีย ไม่มีอะไรพิเศษเลย ทำไมเขาถึงต้องมาสิงเสี่ยวเจี๋ยด้วย?” พ่อของผมสงสัย

“เมื่อครู่พูดว่าอะไรนะ ชายชราหวังคนนี้ไม่เคยแต่งงานหรือ?” หลิวปัวจื่อถามอย่างตื่นเต้น

“ใช่ ทั้งหมู่บ้านต่างก็รู้กันดี ตอนเด็ก ๆ บ้านเขายากจนมาก แม้แต่หนูก็ยังไม่ยอมไปบ้านเขา ปีหนึ่งบังเอิญตรงกับทุพภิกขภัย* พ่อแม่เขาอดตายไปหมด แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของเสี่ยวเจี๋ย?” ท่านปู่ถาม

“พี่อู๋พอจะรู้วันเดือนปีเกิดและชื่อจริงของชายชราหวังคนนี้ไหม?” หลิวปัวจื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ปู่หวังกับท่านปู่อายุไล่เลี่ยกัน แถมยังเคยเล่นด้วยกันตอนเด็ก ๆ เรื่องนี้ท่านปู่ย่อมรู้ดี จึงบอกวันเดือนปีเกิดและชื่อจริงของชายชราหวังคนนั้นให้หลิวปัวจื่อทราบ

หลิวปัวจื่อเมื่อได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปมา กล่าวเสียงทุ้มว่า “สมัยก่อน ฉันเคยเรียนวิชาหยินหยางและวิชาคำนวณดวงชะตาจากนักพรตพเนจรคนหนึ่งแต่ไม่เคยได้ใช้มันเลย วันนี้หญิงชราคนนี้จะลองคำนวณดูเสียหน่อย”

พูดจบ หลิวปัวจื่อก็เริ่มคำนวณตามวันเดือนปีเกิดของชายชราหวังคนนั้น หลังจากคำนวณเสร็จ หลิวปัวจื่อก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ กล่าวว่า “ไม่ผิดแน่ ไม่ผิดเลย... เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้จริง ๆ ชายชราหวังคนนี้ไม่ธรรมดา”

“ท่านย่าหลิว นี่มันเรื่องอะไรกัน?” พ่ออดที่จะถามไม่ได้

“ชายชราคนนี้เกิดในปีหยาง เดือนหยาง วันหยาง และยามหยาง เป็นชะตาสี่หยางที่หาได้ยากยิ่งในหมื่นคน ดวงชะตาหยางบริสุทธิ์ เป็นดวงชะตาสังหารทำลายที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งหมายถึงในเรือนชะตาและสามภพสี่ทิศ มีดาวเจ็ดสังหาร ดาวทำลาย และดาวโลภรวมกันอยู่ คนที่มีดวงชะตาเช่นนี้ชีวิตย่อมเต็มไปด้วยความผันผวนไม่สิ้นสุด ตอนมีชีวิตอยู่อาจจะไม่มีอะไร แต่เมื่อตายแล้ว ความยึดมั่นจะหนักหน่วงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตายด้วยความแค้นเคือง แม้เพิ่งตายได้ไม่นาน พลังวิญญาณก็จะแข็งแกร่ง ร้ายกาจกว่าผีร้ายสิบเท่า ขอเพียงถูกเขาสิง โดยพื้นฐานแล้วคนที่ถูกเข้าสิงภายในหนึ่งวันจะต้องตายอย่างแน่นอน”

“อันที่จริง คนที่มีดวงชะตาเช่นนี้ยังพอมีวิธีแก้ไขอยู่บ้าง ขอเพียงได้แต่งงานมีลูก ครอบครัวสมบูรณ์ หยินหยางประสานกัน ก็สามารถสลายดวงชะตาหยางบริสุทธิ์ของเขาได้ หลังจากตายไปความยึดมั่นก็จะไม่ได้หนักหน่วงขนาดนั้น แต่บังเอิญว่าชายชราหวังคนนี้ไม่ได้แต่งงานมาทั้งชีวิต ยังคงรักษดวงชะตาหยางบริสุทธิ์ไว้ได้ ดังนั้นหลังจากตายแล้วจึงมีความยึดมั่นที่หนักหน่วงขนาดนี้ เสี่ยวเจี๋ยของเราจึงเคราะห์ร้าย” หลิวปัวจื่อกล่าวอย่างจนปัญญา

“ชายชราหวังคนนี้ทำไมถึงมาสิงเสี่ยวเจี๋ยเราได้? แล้วเสี่ยวพ่างที่อยู่ห้องผู้ป่วยเดียวกันกับเขาทำไมถึงไม่เป็นอะไร?” ท่านปู่กล่าว

“ตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเด็กคนนั้นจะไม่เป็นอะไรจริง ๆ แต่ที่แน่ ๆ วันนี้เป็นวันรับเคราะห์กรรมครั้งที่สามของเสี่ยวเจี๋ย ชายชราหวังคนนั้นมาสิงเขาย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก อีกทั้งชะตาของเสี่ยวเจี๋ยก็พิเศษยิ่งนัก ฉันเคยลองคำนวณชะตาให้เขาแล้ว แต่กลับมืดมัว มองไม่เห็นอะไรเลย อาจจะเป็นเพราะบารมีของฉันยังน้อยเกินไป” หลิวปัวจื่อกล่าว

“ย่าหลิว เมื่อครู่บอกว่าเสี่ยวเจี๋ยถูกชายชราหวังคนนั้นสิง หนึ่งวันก็จะตาย เช่นนั้นแล้วไม่มีวิธีช่วยเขาได้เลยหรือ?” พ่อเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ

หลิวปัวจื่อถอนหายใจ กล่าวว่า “วิธีอาจจะมี แต่บารมีของหญิงชราคนนี้ตื้นเขินนัก แม้แต่เซียนที่ฉันบูชาก็ไม่อาจช่วยได้ เพียงเพราะดวงชะตาหยางบริสุทธิ์ของชายชราผู้นี้พิเศษเกินไป มีพลังที่สามารถปราบปรามภูตผีปีศาจโดยธรรมชาติ แม้กระทั่งเซียนในร่างกายของเสี่ยวเจี๋ยก็ยังถูกชายชราหวังคนนั้นกดขี่ ดวงจิตอ่อนแอ ทำอะไรไม่ได้”

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ดูเหมือนทุกสิ่งจะสิ้นหนทางแล้วจริง ๆ

อย่างที่หลิวปัวจื่อพูด เคราะห์กรรมครั้งที่สามนี้เป็นเคราะห์กรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมต้องเผชิญ หากผ่านพ้นเคราะห์กรรมนี้ไปไม่ได้ ชีวิตน้อย ๆ นี้ก็ถือว่าจบสิ้น

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวปัวจื่อ ทั้งครอบครัวก็ตกอยู่ในความเศร้าโศก แม่เอาแต่กอดผม ร้องไห้สะอื้น ท่านปู่และพ่อก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง

หลิวปัวจื่อเองก็หนักใจจนทนไม่ไหวต้องเดินออกจากห้องไปจุดยาสูบสูบข้างนอก

ดวงตาเผลอมองขึ้นไปบนท้องฟ้า อดที่จะเบิกตากว้างไม่ได้

เห็นเพียงพระจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้า ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กลายเป็นสีแดงเข้มราวกับถูกย้อมด้วยโลหิต ขณะเดียวกัน ดาวเหนือทั้งเจ็ดรวมพลังส่องสว่าง

ที่ประหลาดกว่านั้นคือ บนหลังคาบ้านของเรา ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกมารวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ หันพวกมันหน้าไปทางพระจันทร์สีเลือดบนท้องฟ้าพร้อมมอบกราบไหว้ไม่หยุด ทำพิธีสามคุกเข่าเก้าคำนับ

“เทพเพียงพอนเหลืองคารวะจันทรา จันทราเลือดเดือนแดงฉานเหนือศีรษะ…” หลิวปัวจื่อไม่เคยเห็นภาพที่ประหลาดเช่นนี้มาก่อน

ว่ากันว่า หากสิ่งใดเกิดขึ้นผิดธรรมชาติ ย่อมมีภูติผีหรือปีศาจปรากฏ หากท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงผิดแผก ย่อมหมายถึงเหตุการณ์ใหญ่กำลังจะอุบัติขึ้น

หลิวปัวจื่อมองดูปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า สลับมองพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกที่คุกเข่าไหว้พระจันทร์ จนตะลึงงันไปชั่วขณะ

ตอนนั้นสถานการณ์ของผมยิ่งแย่ลง อาการไข้สูงไม่ลดตลอดทั้งคืน เพ้อพล่ามพูดแต่เรื่องไร้สาระไม่หยุด ส่งเสียงไอแก่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ คนในบ้านและหลิวปัวจื่อไม่ได้หลับตาตลอดคืน ตามการคาดการณ์ของหลิวปัวจื่อ ชีวิตน้อย ๆ ของผมคงไม่อาจอยู่ถึงเที่ยงคืนได้เลย

ทว่าพอถึงเที่ยงของวันรุ่งขึ้นกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ธรรมดาของเราแห่งนี้ ทันใดนั้นก็กลับคึกคักขึ้นมา รถยนต์กว่าสิบคันแล่นเข้ามาในพริบตาเดียว!

** ทุพภิกขภัย คือสภาวะของการขาดแคลนอาหารอย่างกว้างขวาง เป็นภัยอันเกิดจากข้าวยากหมากแพงหรือการขาดแคลนอาหารในบ้านเมือง

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 24 เทพเพียงพอนเหลืองคารวะจันทรา จันทราสีเลือดอยู่เหนือหัว

คัดลอกลิงก์แล้ว