เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 เขามาแล้ว

ตอนที่ 23 เขามาแล้ว

ตอนที่ 23 เขามาแล้ว


ตอนที่ 23 เขามาแล้ว

กลางวันมัวแต่วุ่นวายกับเสี่ยวพ่างทั้งวัน พอได้กินอิ่มเต็มที่ก็พาตัวเองขึ้นเตียงนอนไปอย่างสบายใจ ใครเลยจะคาดคิดว่าผมที่หลับไปครั้งนี้จะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย และยังเกิดเรื่องประหลาดยิ่งกว่านั้นตามมาอีก

คนในบ้านไม่ได้รู้สึกเลยว่าผมมีอะไรผิดปกติ แต่ในใจของหลิวปัวจื่อกลับว้าวุ่น คล้ายว่ามีเหตุร้ายกำลังจะเกิดขึ้น

ตามดวงชะตาที่ฟ้าลิขิต วันนี้คือวันที่ผมต้องประสบเคราะห์กรรม มันไม่ควรจะสงบสุขถึงเพียงนี้

หลิวปัวจื่อที่ไม่อาจวางใจ ก่อนนอนจึงแขวนกระดิ่งพิเศษไว้ที่หน้าประตูบ้านและหน้าประตูห้อง กระดิ่งเหล่านี้เป็นกระดิ่งตัน สายลมพัดไม่อาจก่อเสียงดังได้ แต่เมื่อใดที่มีภูตผีเข้าใกล้ ก็จะส่งเสียงเตือนออกมาทันที

แม้ก่อนหน้านี้ได้วางไม้กั้นผีไว้ที่หน้าประตูบ้าน และยังสาดเลือดไก่ไว้ตรงธรณีประตูแล้ว ภูตผีทั่วไปย่อมไม่อาจเข้ามายังด้านในลานบ้านนี้ได้

แต่ถึงอย่างนั้น หลิวปัวจื่อก็ยังคงรู้สึกมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงจัดวางเครื่องป้องกันเพิ่มอีกหนึ่งชั้น

หลิวปัวจื่อกลับเข้าห้องไปด้วยใจที่ไม่อาจสงบนิ่ง นั่งพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงในห้องฝั่งตะวันตก แต่ด้วยวัยที่มากขึ้นก็ทนไม่ไหว จนในที่สุดก็ค่อย ๆ เคลิ้มหลับไป

กลางดึก หลินปัวจื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ ดังขึ้นข้างหูไม่หยุดว่า “เขามาแล้ว...เขามาแล้ว...”

ตอนแรกยังคิดว่าตัวเองเพียงฝันไป แต่ทันใดนั้นอุณหภูมิในห้องกลับลดลงอย่างรวดเร็ว หลิวปัวจื่อสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นมาทันที

หลังจากตื่นขึ้นมา ก็ได้ยินเสียงข่วนประตูดังอยู่หน้าห้อง ข้างหน้าต่างเองก็มีเงามากมายกระโดดไปมา นอกลานบ้านมีเสียงของกระดิ่งดังกริ๊ง ๆ ไม่หยุด

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวนี้ หลิวปัวจื่อก็พลันตัวสั่น แม้รองเท้ายังไม่ทันสวมก็รีบผลักประตูออกไปดู เห็นว่าในลานบ้านมีเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกเพิ่มขึ้นมามากมาย มีสองสามตัวยังยืนเคาะประตูไม่หยุด

ความวุ่นวายเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้ ทำไมถึงกลับไม่รู้สึกตัวบ้างเลย นี่มันเรื่องอะไรกัน?

ในใจของหลิวปัวจื่อพลันรู้สึกไม่สงบ

เสียงที่ปลุกตนให้ตื่นเมื่อครู่นี้ คงเสียงของเซียนฉางที่ตัวเองบูชาอยู่ เมื่อรู้ว่ามีอันตรายมาเยือนจึงตั้งใจมาบอก

กระดิ่งลมที่ลานบ้านและหน้าประตูห้องดังขึ้นพร้อมกันเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าสิ่งชั่วร้ายได้เข้ามาแล้ว

สิ่งแรกที่หลิวปัวจื่อทำคือวิ่งไปที่หน้าประตูบ้านเพื่อไปดูไม้กั้นผี ครั้นเห็นเข้า ใบหน้าก็เปลี่ยนสีไป เพราะบนไม้กั้นผีนั้นมีรอยฝ่าเท้าที่ชัดเจนสองรอยแถมยังดำคล้ำ ยันต์ที่วาดบนไม้กั้นผีก่อนหน้านี้ด้วยเลือดไก่ราวกับถูกไฟเผา มันกลายเป็นสีดำไปหมด

ไม้กั้นผีนี้ทำจากไม้ท้ออายุสิบปี ช่วยขับไล่ภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายทั่วไปให้ไม่กล้าเข้าใกล้ แต่สิ่งชั่วร้ายนั้นกลับเหยียบข้ามไม้กั้นผีไปโดยตรง แสดงให้เห็นว่าภูตผีตนนี้ต้องร้ายกาจอย่างยิ่ง ไม่เกรงกลัวไม้กั้นผีเลยแม้แต่น้อย

“แย่แล้ว แย่แล้ว เกิดเรื่องร้ายขึ้นแล้วจริง ๆ” หลิวปัวจื่อตื่นตระหนก รีบวิ่งไปยังห้องที่ผมนอน พลางตะโกนเสียงดังว่า “พี่อู๋ รีบตื่นเถอะ เกิดเรื่องแล้ว”

แต่ไม่ว่าจะเรียกกี่ครั้ง ท่านปู่และพ่อแม่ของผมก็ไม่ตื่น

หลิวปัวจื่อที่ไม่อาจรอได้ จึงเดินตรงไปยังห้องที่ผมนอนอยู่ ตอนนั้นผมอายุเก้าขวบ แยกห้องนอนกับพ่อแม่นานแล้ว

เมื่อเดินเข้าไปในห้อง หลิวปัวจื่อก็เห็นว่าผมตัวแดงก่ำ โดยเฉพาะใบหน้าเล็ก ๆ ที่แดงระเรื่อเหมือนกับแอปเปิ้ลสุก เธอรีบยื่นมือแตะหน้าผากของผม ความร้อนแผดเผาจนแทบทนไม่ไหว ขณะที่หลิวปัวจื่อกำลังดึงมือกลับ ผมที่นอนอยู่บนเตียงก็ไอออกมาสองสามครั้ง

ทว่ามันกลับเป็นเสียงของคนแก่อย่างมาก เหมือนเสียงที่มีเพียงคนวัยเจ็ดสิบแปดสิบเท่านั้นที่จะเปล่งออกมาได้

สถานการณ์นี้ทำเอาหลิวปัวจื่อตกใจไม่น้อย ความคิดแรกคือผมถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิง

แต่สิ่งที่หลิวปัวจื่อไม่เข้าใจคือ ภายในร่างกายของผมมีเซียนทรงอำนาจที่สั่งสมตบะนับพันปีอาศัยอยู่ ในเมื่อร่างกายมีเซียนที่ร้ายกาจเช่นนี้ จะมีสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงได้อย่างไร?

ด้วยความสับสน เธอจึงเอามือแตะที่จุดลมปราณบนหน้าผากพร้อมกล่าวขอขมาแล้วก็เริ่มพึมพำอะไรบางอย่าง ตัวสั่นเทิ้ม ผ่านไปครู่หนึ่ง หลิวปัวจื่อจึงดึงมือออกพร้อมสีหน้าที่ยิ่งแย่ลง

เพราะเธอสัมผัสได้ว่าดวงจิตของเซียนในร่างกายของผมนั้นกำลังอ่อนแอลงอย่างยิ่งจนเกือบจะสัมผัสถึงไม่ได้แล้ว

แต่ทว่าในร่างกายของผมกลับมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เป็นพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านยิ่งนัก

และเป็นจริงดังความคิด มีสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงอยู่ในร่างกายของผมจริง ๆ

มื่อย้อนคิดถึงเสียงแก่ชราของผมเมื่อครู่ หลิวปัวจื่อก็พลันนึกถึงชายชราหวังที่เจอที่โรงพยาบาลในตอนกลางวันขึ้นมาทันที

‘หรือว่าบางทีอาจจะเป็นเขา? หรือว่าเขาคือผู้รับเคราะห์กรรมแทนของอู๋เจี๋ยงั้นหรือ?’

ชายชราหวังคนนี้ดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไปที่เพิ่งตายได้ไม่นาน จะมีพลังแกร่งกล้าถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? แม้แต่ไม้กั้นผีและเลือดไก่ก็ยังไม่เกรงกลัว เพิ่งตายไปไม่นานก็สามารถเข้าสิงคนได้เสียแล้ว ต่อให้เป็นผีร้ายอย่างไร ก็ต้องรอให้ครบเจ็ดวันถึงจะมีอำนาจมากเพียงนี้

เรื่องนี้ทำเอาหลิวปัวจื่อถึงกับจนปัญญา รีบวิ่งไปเคาะประตูห้องของท่านปู่ แต่เคาะเท่าไหร่ก็ไร้เสียงตอบกลับ

ด้วยความร้อนใจ หลิวปัวจื่อจึงต้องเชิญเซียนฉางที่สถิตในร่างออกมาช่วย ด้วยดวงตาสองข้างของเธอกลายเป็นสีเขียวเข้ม ก่อนจะพุ่งชนประตูอย่างแรง และในที่สุดก็พังประตูเข้าไปได้

เมื่อประตูห้องเปิดออก ลมเย็นยะเยือกก็พัดผ่าน

หลิวปัวจื่อพบว่า ที่ที่ท่านปู่นอนอยู่ มีกลิ่นอายของความตายสีแดงวนเวียนอยู่ โดยเฉพาะบนศีรษะของท่านปู่ กลิ่นอายของความตายนั้นยิ่งชัดเจน

เมื่อเห็นแบบนี้ หลิวปัวจื่อจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้ที่ข้างนอกวุ่นวายขนาดมีเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกเคาะประตู แต่ตัวเองกลับไม่ได้ยินเลย ที่แท้นั่นก็เป็นเพราะได้รับผลกระทบจากกลิ่นอายของความตายเหล่านี้ เพียงแต่ตอนนั้นตัวเองรีบร้อนเกินไปจึงไม่ทันได้สังเกต

หลิวปัวจื่อจึงเดินตรงไปยังข้าง ๆ ท่านปู่ เขย่าตัวเขาอย่างแรง ท่านปู่จึงตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย

“น้องหญิง...เป็นอะไรไป?” ท่านปู่เห็นหลิวปัวจื่อปรากฏตัวในห้องของตัวเองกลางดึก ก็รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง

“รีบตื่นเถอะ เสี่ยวเจี๋ยเกิดเรื่องแล้ว!” หลิวปัวจื่อกล่าวอย่างร้อนรน

ท่านปู่เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบพลิกตัวลุกขึ้นทันที “เสี่ยวเจี๋ยเป็นอะไรไป ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าสบายดีอยู่หรอกหรือ?”

“เรื่องค่อนข้างซับซ้อน ลุกขึ้นมาก่อนเถอะ พี่อู๋ไปปลุกพ่อแม่ของเสี่ยวเจี๋ยให้ตื่นด้วย” หลิวปัวจื่อกล่าวอีก

หลังจากที่ท่านปู่ลุกขึ้น สิ่งแรกที่ทำคือไปหยิบดาบ ดาบเล่มนี้คือความกล้าหาญของท่านปู่ ขอเพียงมีดาบใหญ่อยู่ในมือก็ไม่มีอะไรต้องกลัว

แต่หลิวปัวจื่อกลับกล่าวว่า “อย่าหยิบดาบนั้นออกมาเลย ตอนนี้ดาบใช้การไม่ได้แล้ว เสี่ยวเจี๋ยถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิง”

ท่านปู่ได้ฟังก็ละมือจากดาบ มีวิ่งตรงไปยังห้องของผมดูแวบหนึ่ง เห็นผมที่กำลังตัวแดงก่ำเหมือนกับถูกน้ำร้อนลวก ตัวร้อนจนสามารถต้มไข่ได้ก็อดตกใจไม่ได้ จึงกล่าวกับหลิวปัวจื่อว่า “ที่หน้าประตูไม่ใช่ว่าวางไม้กั้นผี สาดเลือดไก่ไว้แล้วหรอกหรือ? ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?”

“ตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่ฉันสงสัยว่าสิ่งชั่วร้ายที่เข้าสิงเสี่ยวเจี๋ยตอนนี้อาจเป็นวิญญาณของชายชราหวังที่โรงพยาบาลนั่นแหละ” หลิวปัวจื่อกล่าว

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 23 เขามาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว