เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 ไม้กั้นผี

ตอนที่ 22 ไม้กั้นผี

ตอนที่ 22 ไม้กั้นผี


ตอนที่ 22 ไม้กั้นผี

เสี่ยวพ่างผู้น่าสงสารที่ปากพูดไม่ได้จึงไม่สามารถอธิบายได้ พอเห็นเขานอนร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับดอกไม้เปียกฝนที่โอนเอนอยู่กลางพายุก็พลันพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ็บแค่นี้ก็ร้องไห้ขนาดนี้เลยเหรอ? เรื่องแค่นี้เอง รอเดี๋ยว ๆ ฉันจะทายาแก้อักเสบให้ก็เสร็จแล้ว”

ผมที่เดินเข้าไปใกล้ ๆ จึงได้อธิบายว่า “พี่รองหลิว เมื่อครู่ไก่โต้งตัวนั้นมันกลับมา แล้วมันก็จิกเสี่ยวพ่างไปอีกสามที”

พี่รองหลิวเมื่อได้ยินก็มองไปรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นไก่โต้งตัวนั้นจึงพูดว่า “ไหนไก่? ไม่มีนี่นา?”

“มันหนีไปแล้ว” ผมตอบ

“ช่างเถอะ เธอไปให้อาหารหมาก่อนไป เดี๋ยวทางนี้ทายาอีกหน่อยก็เสร็จแล้ว”

พี่รองหลิวพูดไปพลางช่วยเสี่ยวพ่างทายาแก้อักเสบต่อไป ผมก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา หันมองไปยังเสี่ยวพ่างที่สายตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

จากนั้น ผมก็โยนหมั่นโถวแห้ง ๆ ที่หาเจอในห้องให้เจ้าสุนัขตัวใหญ่ มันดมแล้วกลับทำหน้ายี้เหมือนจะไม่ค่อยอยากกินเท่าไหร่นัก แล้วก็วิ่งไปนอนเล่นที่อื่นแทน

แต่สิ่งที่ผมคาดไม่ถึงก็คือ ไก่โต้งจอมกวนตัวนั้นกลับโผล่มาอีกครั้ง มันเดินตรงมายังหมั่นโถวแห้ง ๆ ก้อนนั้น ก่อนจะจิกคาบแล้ววิ่งหนีไป

แม้เจ้าสุนัขตัวใหญ่นั้นจะไม่อยากกินหมั่นโถว แต่พอเห็นไก่โต้งขโมยของของมันไปก็ย่อมไม่ยอมง่าย ๆ มันออกวิ่งไล่ตามไก่โต้งตัวนั้นไปทันที

ไก่โต้งตัวนั้นวิ่งหนีอย่างไม่เลือกทาง วิ่งตรงมาทางพี่รองหลิวแล้วลอดใต้ตัวเขา

สุนัขตัวใหญ่นั้นก็เอาแต่ไล่ตามไก่โต้ง เผลอชนเข้ากับตัวพี่รองหลิวเต็มแรง

พี่รองหลิวที่กำลังใช้คีมหนีบสำลีชุบน้ำทายาแก้อักเสบให้เสี่ยวพ่างอยู่ แรงกระแทกทำให้คีมที่ถืออยู่พลั้งเผลอแทงเข้าไปตรงบาดแผลเดิมอีกครั้ง

ราวกับดอกไม้เหี่ยวเฉาที่ถูกเหยียบซ้ำ เขาบาดเจ็บไปทั้งบั้นท้าย ผมที่เพียงแค่เห็นมองแล้วถึงกับสูดหายใจเฮือกด้วยความเสียวแปลบแทน

เสี่ยวพ่างที่เพิ่งจะถูกไก่โต้งตัวนั้นจิกซ้ำไปสามที ย่อมทนแรงปะทะนี้ไม่ไหว ทันใดนั้นตาก็พลันมืดดับ ร่างทั้งร่างทรุดลงสลบไปทันที

ครั้งนั้น เป็นครั้งแรกในประวัติหมู่บ้านของพวกเราที่มีรถพยาบาลขับเข้ามารับคน และคนที่ถูกหามขึ้นไปก็คือเสี่ยวพ่างนั่นเอง

ส่วนผมก็นับว่าโชคดีได้นั่งรถพยาบาลกับเขาเป็นครั้งแรก ตามพี่รองหลิวมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลในเมือง

หลังจากรักษาพยาบาลเสร็จ เสี่ยวพ่างก็ถูกย้ายไปพักในห้องผู้ป่วย เสี่ยวพ่างที่ฟื้นขึ้นมาดูอ่อนแอนัก โชคดีที่ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องเขายังมีชีวิตรอดอยู่ได้ ดูท่าว่าเสี่ยวพ่างคงจะไม่ใช่ผู้รับเคราะห์กรรมแทนผม ผมจึงอดที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้

โดยไม่คาดคิด ในห้องผู้ป่วยที่เสี่ยวพ่างถูกจัดให้อยู่นั้น มีคนไข้สูงวัยอีกหนึ่งคนอยู่ก่อนหน้า เป็นปู่หวังที่เคยถูกรถลากเหวี่ยงตกลงมาเพราะเสียงกรีดร้องของเสี่ยวพ่างนั่นเอง

ชายชราผู้นี้เองก็บาดเจ็บไม่เบา เขานอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย แต่คนยังคงตื่นอยู่

ตอนที่ผมมองไปทางเขา ปู่หวังก็กำลังมองมาที่ผมเช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าทำไม ผมถึงรู้สึกว่าสายตาที่ปู่หวังมองมานั้นดูแปลก ๆ แววตาและรอยยิ้มที่เผยออกมามีความลี้ลับเย็นเยือก น่าสะพรึงกลัวอย่างบอกไม่ถูก

ในขณะเดียวกัน ผมยังเห็นว่าบนศีรษะของปู่หวังมีแสงสีแดงจาง ๆ ลอยวนอยู่

ผมไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเห็นสิ่งเหล่านี้ แต่ลึก ๆ ในใจกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์ร้าย

ในขณะเดียวกัน พ่อแม่และท่านปู่ก็กำลังออกตามหาผมจนแทบคลั่ง พวกเขาตามหาจนทั่วทั้งหมู่บ้านแต่ก็ไม่เจอ ภายหลังเมื่อได้ยินว่าผมนั่งรถพยาบาลตามพี่รองหลิวมาในเมืองก็ตกใจมาก นึกว่าผมเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้น

พอดีกับที่วันนั้น หลิวปัวจื่อแห่งหมู่บ้านซานสือหลี่ปู้ก็มาหาพอดี เธอคำนวณไว้แล้วว่าวันนี้คือวันรับเคราะห์กรรมของผม ดังนั้นจึงตั้งใจมาช่วยผมให้ผ่านพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้ไป

เมื่อได้ยินว่าผมไปโรงพยาบาล ก็ตามพ่อแม่และท่านปู่มาที่โรงพยาบาลด้วยกัน

เมื่อเห็นว่าผมไม่ได้เป็นอะไร และคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยกลับเป็นเสี่ยวพ่างที่ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากนัก จึงค่อย ๆ วางใจลง

ท่านปู่รู้สึกผิดต่อเรื่องที่ผมแอบหนีออกมาอย่างมาก บอกว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ดื่มเหล้าไปแล้วเผลอหลับ รู้ตัวอีกทีผมก็หายไปซะแล้ว

พ่อไม่ตำหนิผมเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเห็นผมอยู่ที่นี่ก็เตรียมจะดึงตัวมารับโทษ แต่ถูกหลิวปัวจื่อห้ามปรามเอาไว้

“ตีไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด...ลืมเรื่องของคนที่ห้าบ้านจางกับภรรยาของหม่าเหล่าซานไปแล้วหรือ?”

สุดท้ายพ่อก็ไม่ได้ลงโทษผม เขาเองก็กลัวเช่นกันเพราะใครก็ตามที่ตีผมล้วนจะมีอันเป็นไป แม้แต่พ่อแท้ ๆ ของผมก็ไม่อาจละเว้น

ในตอนนั้นเอง หลิวปัวจื่อก็กวาดสายตาไปรอบ ๆ พลันสะดุดกับปู่หวังที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยอีกเตียงหนึ่ง สายตาเธอพลันเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวขึ้นทันใด เหมือนพบสิ่งน่าสะพรึงจึงรีบเร่งบอกให้คนในบ้านพาผมออกไปโดยด่วน

พ่อแม่และท่านปู่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังคงทำตามคำสั่งของหลิวปัวจื่อและพาผมกลับบ้านทันที

หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลิวปัวจื่ออธิบายว่าชายชราหวังที่นอนอยู่ห้องเดียวกับเสี่ยวพ่างนั้นเป็นคนที่ใกล้จะตายแล้ว ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้น เกรงว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน

ตอนนั้นผมถึงได้เข้าใจ ว่าแสงสีแดงที่ลอยอยู่บนหัวของปู่หวังที่ผมเห็นนั้น แท้จริงแล้วคือกลิ่นอายของความตาย

วันนี้เดิมทีก็เป็นวันที่ผมต้องรับเคราะห์กรรมครั้งที่สาม หลิวปัวจื่อกังวลว่าหากผมอยู่ในห้องผู้ป่วยนั้นนานเกินไปจะได้รับกลิ่นอายของความตายติดตัวดังนั้นจึงให้ผมรีบกลับ

หลังจากกลับบ้านมา ทุกอย่างก็ปกติดี ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเราทั้งครอบครัวยังได้ทานข้าวกับหลิวปัวจื่อด้วยกันมื้อหนึ่ง

ไม่คาดคิดว่าหลังจากฟ้ามืดได้ไม่นาน ทั้งหมู่บ้านก็ได้รับข่าวร้ายว่าปู่หวังสิ้นชีพแล้ว

ส่วนเขาเสียชีวิตอย่างไรยังไม่มีใครทราบถึงสาเหตุ ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นเพราะอายุมาก พอตกจากรถลากแล้วทนไม่ไหว จึงเสียชีวิต

แต่หลิวปัวจื่อเมื่อได้รับข่าวนี้กลับมีท่าทีตื่นตระหนก รีบสั่งให้พ่อไปหาไม้ท้อที่มีอายุมากกว่าสิบปีขึ้นไปมาท่อนหนึ่ง  นอกจากนี้ยังต้องฆ่าไก่โต้งอีกตัวหนึ่ง และต้องเป็นไก่ที่เลี้ยงมานานสามปีขึ้นไปเท่านั้น หลังจากฆ่าเสร็จก็ให้นำเลือดไปสาดที่หน้าประตูบ้านซะ

พ่อทำตามสั่งทั้งหมดในทันที หลังจากหาไม้ท้อมาได้แล้ว หลิวปัวจื่อก็ลอกเปลือกของไม้ท้อออก จุ่มเลือดไก่เล็กน้อยก่อนวาดสัญลักษณ์แปลก ๆ มากมายบนไม้ท้อนั้น จากนั้นจึงให้พ่อของผมนำไปวางไว้ที่หน้าประตูบ้าน

ท่อนไม้ท้อที่เต็มไปด้วยยันต์เลือดไก่นี้ เรียกว่า “ไม้กั้นผี” หากวางไว้ที่หน้าประตูบ้าน จะสามารถป้องกันไม่ให้ภูตผีเข้ามาได้

ส่วนเลือดไก่ที่หน้าประตูเป็นหยางบริสุทธิ์ เป็นเกราะป้องกันอีกชั้นเพื่อไม่ให้สิ่งอัปมงคลย่างกรายเข้ามาได้เช่นกัน

เช่นนี้เอง หลิวปัวจื่อก็ได้จัดวางเครื่องป้องกันไว้ที่บ้านเราถึงสองชั้น

วันนี้คือวันเกิดอายุเก้าขวบของผม และเป็นเคราะห์กรรมครั้งที่สามที่ผมต้องเผชิญ หลิวปัวจื่อเคยบอกไว้ว่า เคราะห์กรรมครั้งที่สามนี้จะเป็นเคราะห์กรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมต้องเผชิญ หากผ่านพ้นไปไม่ได้ ก็อาจจะต้องจบชีวิตลง

และหลิวปัวจื่อก็รู้สึกว่า ปู่หวังคนนั้นคือผู้รับเคราะห์กรรมครั้งที่สามแทนผม

ไม่ว่าจะอย่างไร หลิวปัวจื่อก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม

ส่วนผมเองกลับไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้เท่าไหร่นัก พออิ่มท้องก็รู้สึกง่วงจึงกลับเข้าห้องไปนอน แต่เพิ่งจะหลับไปได้ไม่นาน ผมก็รู้สึกว่าในห้องมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งซะแล้ว...

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 22 ไม้กั้นผี

คัดลอกลิงก์แล้ว