- หน้าแรก
- ราชาฮวงจุ้ย
- ตอนที่ 21 สถานการณ์ตายหมู่ทางสังคม
ตอนที่ 21 สถานการณ์ตายหมู่ทางสังคม
ตอนที่ 21 สถานการณ์ตายหมู่ทางสังคม
ตอนที่ 21 สถานการณ์ตายหมู่ทางสังคม
เมื่อเห็นชาวบ้านช่วยกันนำปู่หวังขึ้นมาจากคูน้ำแล้ว ผมจึงค่อย ๆ เดินกลับไปหาเสี่ยวพ่างอีกครั้ง
เสี่ยวพ่างที่ยังคงเจ็บปวดไม่สามารถขยับลุกขึ้นได้เอาแต่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ตรงบริเวณที่ถูกไก่จิกทั้งแดงทั้งบวม ชวนรู้สึกเจ็บตามจนไม่อาจทนมองได้ ตัวสั่นสะท้านน่าสงสารเหลือเกิน
แต่ก็ต้องบอกเลยว่า ท่าทางนี้ของเจ้านั่นช่างดูแปลกตาดีจริง ๆ
"เสี่ยวเจี๋ย...ช่วยพยุงฉันหน่อยสิ ฉันอยากกลับบ้าน..." เสี่ยวพ่างร้องไห้น้ำตานองหน้า ผมถึงเพิ่งนึกขึ้นได้และรีบเข้าไปประคองให้เขาลุกขึ้นมา
เนื่องจากบริเวณที่ถูกไก่จิกนั้นเจ็บปวดมากเกินกว่าจะใส่กางเกงกลับคืนได้ไหว ผมจึงค่อย ๆ พยุงเสี่ยวพ่างข้าง ๆ โดยเสี่ยวพ่างเองก็จะก้มตัวย่อเข่าลงเล็กน้อย ปากก็แสยะด้วยความเจ็บทุกย่างก้าว พากันเดินโซเซกลับไปยังทิศทางของหมู่บ้าน
พอเดินมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็บังเอิญเจอกับพวกป้า ๆ ที่แบกจอบกลับจากทำงานในไร่เข้าพอดี เมื่อเห็นท่าทางประหลาด ๆ ของเสี่ยวพ่างก็พากันเข้ามามุงดูแล้วถามผมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวพ่างกันแน่
ผมบอกพวกเขาไปตรง ๆ ว่าโดนไก่จิก
พอพวกป้า ๆ ได้ยินก็พากันตกตะลึงราวกับโดนฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ถึงแม้พวกเธอจะมีชีวิตอยู่มาหลายสิบปีก็ยังไม่เคยได้ยินสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนต่างพากันมามุงดูเสี่ยวพ่าง เสี่ยวพ่างเองก็ยื่นก้นโด่ง ๆ ยอมให้พวกป้า ๆ ได้สำรวจกันอย่างเต็มที่
ท้ายที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าให้ผมพาเสี่ยวพ่างไปรักษาที่สถานีอนามัยในหมู่บ้านซะ
ผมจึงต้องพาเสี่ยวพ่างเดินต่อไปยังทิศทางของสถานีอนามัย ระหว่างก็จะเจอกับชาวบ้านจำนวนมาก เมื่อเห็นท่าทางของเสี่ยวพ่างก็แวะเวียนเข้ามามุงดู และพอถามถึงสาเหตุก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
หากพูดด้วยภาษาสมัยใหม่ เสี่ยวพ่างในตอนนั้นก็คือสถานการณ์ตายหมู่ทางสังคมขนาดใหญ่ดี ๆ นี่เอง
มีคนหนึ่งถึงกับพูดด้วยใจจริงว่า ถึงแม้เขาจะรู้สึกเห็นใจ แต่ก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
ความรู้สึกนี้ผมเองก็พอจะเข้าใจได้ แต่เสี่ยวพ่างในตอนนั้นคงจะไม่เลยสักนิด
‘ฉันเจ็บปวดเจียนตายขนาดนี้แต่กลับหัวเราะกันออกมาได้ ยังมีจิตสำนึกความเป็นคนกันอยู่บ้างไหมเนี่ย?!’
หลังจากพยุงเสี่ยวพ่างมาตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงสถานีอนามัยได้สำเร็จ
สถานีอนามัยที่เรียกกันในหมู่บ้านแท้จริงเป็นเพียงบ้านชาวนาหลังหนึ่ง
เจ้าของบ้านหลังนี้แซ่หลิว เป็นคนที่สองของตระกูล พวกเราจึงเรียกเขาว่าพี่รองหลิว
พี่รองหลิวเพิ่งจะจบจากวิทยาลัยแพทย์มาเมื่อสองปีก่อน จึงมาเปิดสถานีอนามัยที่หมู่บ้านแห่งนี้
พอมาถึงหน้าประตูบ้าน สุนัขตัวใหญ่ของพี่รองหลิวก็วิ่งออกมาต้อนรับ มันเดินวนรอบผมกับเสี่ยวพ่างอยู่สองสามรอบ แล้วก็ยื่นจมูกมาดมที่ก้นของเสี่ยวพ่าง ผมรีบเตะเจ้าสุนัขตัวใหญ่ให้ออกไปทันที
พี่รองหลิวเองก็กำลังวุ่น ๆ อยู่กับงานในลานบ้าน เมื่อเห็นผมพยุงเสี่ยวพ่างมาก็รีบเดินเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ผมบอกว่าก้นของเสี่ยวพ่างถูกไก่จิก
พี่รองหลิวเมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะจนน้ำมูกไหล พลางพูดกับเสี่ยวพ่างว่า "งั้นเสียงร้องเมื่อครู่ก็เป็นเสียงของเธอเองหรอกหรอเนี่ย ร้องซะจนยาของฉันเกือบขายหมด เอา ๆ รีบเข้ามาเถอะ ฉันจะตรวจดูให้"
ผมพยุงเสี่ยวพ่างไปยังม้านั่งยาวในลานบ้าน พร้อมปรับท่าให้เขานอนคว่ำลง
พี่รองหลิวเดินเข้าห้อง และในไม่ช้าก็นำยาออกมาขวดหนึ่ง
แต่เมื่อพี่รองหลิวได้เห็นบาดแผลของเสี่ยวพ่างชัด ๆ ก็ถึงกับต้องปิดจมูกพร้อมพูดว่า "โอ้โห! เจ้าหนู นี่เธอไม่ได้เช็ดก้นเลยหรอเนี่ย ไอ้ของสีเหลือง ๆ นี่อะไรกัน ไม่ได้การ ฉันคงต้องช่วยเธอล้างแผลซะก่อน"
พูดจบ พี่รองหลิวก็ให้ผมไปตักน้ำมาหนึ่งกะละมัง จากนั้นพี่รองหลิวก็ใช้คีมหนีบสำลีชุบน้ำแล้วเริ่มทำความสะอาดแผลให้เสี่ยวพ่าง
เสี่ยวพ่างนอนนิ่งบนม้านั่งราวกับสุนัขตายตัวหนึ่ง ร่างกายและจิตใจอ่อนล้าราวกับอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ตอนที่ทำความสะอาดแผล เสี่ยวพ่างกลับดูสบายอย่างน่าประหลาด ไม่ได้ร้องโวยวายออกมาเลยแม้แต่น้อย
ในไม่ช้า พี่รองหลิวก็ทำความสะอาดแผลเสร็จ แล้วพูดกับเสี่ยวพ่างอีกว่า "เสี่ยวพ่าง อดทนหน่อยนะ ฉันจะเริ่มใส่ยาฆ่าเชื้อแล้ว"
หลังจากนั้น พี่รองหลิวก็เริ่มใช้ยาแดงทาแผลให้เสี่ยวพ่าง
ผมแอบมองดูแผลนั้นแล้วก็อดเสียวแทนไม่ได้ มันทั้งแดงทั้งบวมช้ำ ไก่นั่นคงจิกแรงจริง ๆ
ไม่ทันคาดคิด พี่รองหลิวเพียงแค่ทายาแดงลงบนแผลของเสี่ยวพ่างเบา ๆ ก็ทำเอาเสี่ยวพ่างเจ็บจนแทบจะกระโดดเด้งขึ้นมา
"พี่รองหลิว เจ็บเกินไปแล้วนะ!" เสี่ยวพ่างร้องโหยหวน สองมือปิดแผลไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาเช็ดยาต่อ
“เจ้าเด็กดื้อ! รีบเอามือออกไปซะ แผลแบบนี้จำเป็นต้องรักษา ถ้าเกิดอักเสบขึ้นมาแล้วจะทำยังไง?” พี่รองหลิวเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่เสี่ยวพ่างก็ไม่ยอมปล่อยมือ
คราวนี้พี่รองหลิวเริ่มจะโมโห จึงให้ผมเข้าห้องไปหาเชือกมามัดมือมัดเท้าของเสี่ยวพ่างไว้กับขาม้านั่งยาวซะ
อีกทั้งเขายังรำคาญเสียงร้องโหยหวนที่ดังเหมือนหมูถูกเชือดของเสี่ยวพ่างนี่อีก จึงใช้เทปกาวปิดปากเขาไว้รอบหนึ่ง
แต่สุดท้ายก็ยังรู้สึกไม่วางใจ จึงใช้เชือกพันรอบเอวเขาอีกหลาย ๆ ทบ
คราวนี้เสี่ยวพ่างไม่สามารถขยับไปไหนได้อีกโดยสิ้นเชิง ถึงอยากร้องก็ร้องไม่ออก และในที่สุดพี่รองหลิวก็สามารถทายาบนแผลของเสี่ยวพ่างได้สำเร็จ
หลังจากทายาฆ่าเชื้อเสร็จ สุนัขตัวใหญ่ของพี่รองหลิวก็วิ่งเข้ามาอีกครั้ง อาจเป็นเพราะมันกำลังหิวจึงเอาแต่กระดิกหางให้พี่รองหลิวไม่หยุด
พี่รองหลิวเหลือบมองเจ้าสุนัขตัวใหญ่ แล้วพูดกับผมว่า "บนโต๊ะในบ้านมีหมั่นโถวที่เหลือจากเมื่อคืนก่อนอยู่ ไปเอามาให้มันกินที เดี๋ยวฉันจะไปหายาแก้อักเสบมาให้"
ผมตอบรับแล้วก็เข้าบ้านไปหาหมั่นโถว ส่วนพี่รองหลิวก็ไปหายาแก้อักเสบ
ใครจะคิดได้ว่า พอเราสองคนหายไป ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นฝันร้ายครั้งใหม่ของเสี่ยวพ่างทันที
ร่างกายของเสี่ยวพ่างถูกมัดแน่นจนขยับไม่ได้ ปากก็พูดไม่ได้ แต่หูกลับได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวทุกอย่าง
ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงไก่ขัน และเมื่อหันหน้าไปมองก็เห็นไก่โต้งตัวหนึ่งยืนอยู่บนกำแพงบ้าน
มันไม่ใช่ไก่ตัวอื่น แต่เป็นตัวเดียวกับที่ทำร้ายเขาเมื่อไม่นานมานี้เอง
หากเสี่ยวพ่างสามารถขยับตัวได้ เมื่อเห็นไก่โต้งตัวนี้ ที่ซึ่งกลายเป็นศัตรูที่พบหน้ากันย่อมต้องอยากกระโจนใส่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเข้าไปแก้แค้นที่จิกเขาอย่างแน่นอน
แต่น่าเสียดายที่ในตอนนี้เสี่ยวพ่างเหมือนกับหมูที่รอถูกเชือด ขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่ทำให้เสี่ยวพ่างสิ้นหวังก็คือ ไก่โต้งตัวนั้นกระโดดลงมาจากกำแพงบ้านแล้วเดินโซเซตรงเข้ามาหาเขา
ตอนนั้นเอง ผมที่เพิ่งจะหาหมั่นโถวเจอก็ออกมาเห็นภาพฉากสยองตรงหน้าเต็มสองตา
อาจจะเป็นเพราะยาแดงที่ทาบนแผลของเสี่ยวพ่างดึงดูดความสนใจของไก่โต้งตัวนั้น มันจึงวิ่งไปที่ข้างหลังเสี่ยวพ่างด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ก่อนจะจิกลงบนแผลของเสี่ยวพ่างซ้ำอีกสามหน
ถึงแม้ว่าในตอนนั้นผมจะเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดีและอยากจะเข้าไปห้ามเพียงใด แต่ก็สายเกินไป
ความเจ็บปวดในตอนนั้น ถึงแม้ผมจะไม่เคยประสบ แต่ก็สามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดีราวกับเกิดขึ้นกับตัวเอง มั่นคงเหมือนประทัดพันลูกระเบิดแตกใส่ก้นอย่างไรอย่างนั้น
ผมมองดูเสี่ยวพ่างที่เจ็บปวดจนใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ กล้ามเนื้อทั้งตัวเกร็งตึง น้ำตาไหลพรากราวกับเขื่อนแตก ในลำคอส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง
ในตอนนั้น ผมเองก็ถึงกับชะงักทำอะไรไม่ถูก เสี่ยวพ่างผู้น่าสงสาร ถูกไก่โต้งตัวเดียวกันทำร้ายอย่างรุนแรงถึงสองครั้ง และยังเป็นที่เดิมที่เดียวกันอีก
พอดีกับที่พี่รองหลิวเดินออกมาพร้อมยาแก้อักเสบ เมื่อมองดูแผลของเสี่ยวพ่างอีกครั้งก็อดที่จะตะลึงงันไม่ได้ "ทำไมถึงบวมกว่าเมื่อครู่อีกล่ะ?"
ผมได้แต่พูดกับตัวเองว่าวันนี้ไม่ควรออกจากบ้านเลย ย่าหลิวเคยบอกว่าทุก ๆ สามปีจะมีเคราะห์หนึ่งครั้ง หรือว่าวันนี้จะเป็นสี่ยวพ่างที่ต้องมารับเคราะห์กรรมแทนผม?
[จบแล้ว]