เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 สถานการณ์ตายหมู่ทางสังคม

ตอนที่ 21 สถานการณ์ตายหมู่ทางสังคม

ตอนที่ 21 สถานการณ์ตายหมู่ทางสังคม


ตอนที่ 21 สถานการณ์ตายหมู่ทางสังคม

เมื่อเห็นชาวบ้านช่วยกันนำปู่หวังขึ้นมาจากคูน้ำแล้ว ผมจึงค่อย ๆ เดินกลับไปหาเสี่ยวพ่างอีกครั้ง

เสี่ยวพ่างที่ยังคงเจ็บปวดไม่สามารถขยับลุกขึ้นได้เอาแต่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ตรงบริเวณที่ถูกไก่จิกทั้งแดงทั้งบวม ชวนรู้สึกเจ็บตามจนไม่อาจทนมองได้ ตัวสั่นสะท้านน่าสงสารเหลือเกิน

แต่ก็ต้องบอกเลยว่า ท่าทางนี้ของเจ้านั่นช่างดูแปลกตาดีจริง ๆ

"เสี่ยวเจี๋ย...ช่วยพยุงฉันหน่อยสิ ฉันอยากกลับบ้าน..." เสี่ยวพ่างร้องไห้น้ำตานองหน้า ผมถึงเพิ่งนึกขึ้นได้และรีบเข้าไปประคองให้เขาลุกขึ้นมา

เนื่องจากบริเวณที่ถูกไก่จิกนั้นเจ็บปวดมากเกินกว่าจะใส่กางเกงกลับคืนได้ไหว ผมจึงค่อย ๆ พยุงเสี่ยวพ่างข้าง ๆ  โดยเสี่ยวพ่างเองก็จะก้มตัวย่อเข่าลงเล็กน้อย ปากก็แสยะด้วยความเจ็บทุกย่างก้าว พากันเดินโซเซกลับไปยังทิศทางของหมู่บ้าน

พอเดินมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็บังเอิญเจอกับพวกป้า ๆ ที่แบกจอบกลับจากทำงานในไร่เข้าพอดี เมื่อเห็นท่าทางประหลาด ๆ ของเสี่ยวพ่างก็พากันเข้ามามุงดูแล้วถามผมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวพ่างกันแน่

ผมบอกพวกเขาไปตรง ๆ ว่าโดนไก่จิก

พอพวกป้า ๆ ได้ยินก็พากันตกตะลึงราวกับโดนฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ถึงแม้พวกเธอจะมีชีวิตอยู่มาหลายสิบปีก็ยังไม่เคยได้ยินสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน

เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนต่างพากันมามุงดูเสี่ยวพ่าง เสี่ยวพ่างเองก็ยื่นก้นโด่ง ๆ ยอมให้พวกป้า ๆ ได้สำรวจกันอย่างเต็มที่

ท้ายที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าให้ผมพาเสี่ยวพ่างไปรักษาที่สถานีอนามัยในหมู่บ้านซะ

ผมจึงต้องพาเสี่ยวพ่างเดินต่อไปยังทิศทางของสถานีอนามัย ระหว่างก็จะเจอกับชาวบ้านจำนวนมาก เมื่อเห็นท่าทางของเสี่ยวพ่างก็แวะเวียนเข้ามามุงดู และพอถามถึงสาเหตุก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

หากพูดด้วยภาษาสมัยใหม่ เสี่ยวพ่างในตอนนั้นก็คือสถานการณ์ตายหมู่ทางสังคมขนาดใหญ่ดี ๆ นี่เอง

มีคนหนึ่งถึงกับพูดด้วยใจจริงว่า ถึงแม้เขาจะรู้สึกเห็นใจ แต่ก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้

ความรู้สึกนี้ผมเองก็พอจะเข้าใจได้ แต่เสี่ยวพ่างในตอนนั้นคงจะไม่เลยสักนิด

‘ฉันเจ็บปวดเจียนตายขนาดนี้แต่กลับหัวเราะกันออกมาได้ ยังมีจิตสำนึกความเป็นคนกันอยู่บ้างไหมเนี่ย?!’

หลังจากพยุงเสี่ยวพ่างมาตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงสถานีอนามัยได้สำเร็จ

สถานีอนามัยที่เรียกกันในหมู่บ้านแท้จริงเป็นเพียงบ้านชาวนาหลังหนึ่ง

เจ้าของบ้านหลังนี้แซ่หลิว เป็นคนที่สองของตระกูล พวกเราจึงเรียกเขาว่าพี่รองหลิว

พี่รองหลิวเพิ่งจะจบจากวิทยาลัยแพทย์มาเมื่อสองปีก่อน จึงมาเปิดสถานีอนามัยที่หมู่บ้านแห่งนี้

พอมาถึงหน้าประตูบ้าน สุนัขตัวใหญ่ของพี่รองหลิวก็วิ่งออกมาต้อนรับ มันเดินวนรอบผมกับเสี่ยวพ่างอยู่สองสามรอบ แล้วก็ยื่นจมูกมาดมที่ก้นของเสี่ยวพ่าง ผมรีบเตะเจ้าสุนัขตัวใหญ่ให้ออกไปทันที

พี่รองหลิวเองก็กำลังวุ่น ๆ อยู่กับงานในลานบ้าน เมื่อเห็นผมพยุงเสี่ยวพ่างมาก็รีบเดินเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมบอกว่าก้นของเสี่ยวพ่างถูกไก่จิก

พี่รองหลิวเมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะจนน้ำมูกไหล พลางพูดกับเสี่ยวพ่างว่า "งั้นเสียงร้องเมื่อครู่ก็เป็นเสียงของเธอเองหรอกหรอเนี่ย ร้องซะจนยาของฉันเกือบขายหมด เอา ๆ รีบเข้ามาเถอะ ฉันจะตรวจดูให้"

ผมพยุงเสี่ยวพ่างไปยังม้านั่งยาวในลานบ้าน พร้อมปรับท่าให้เขานอนคว่ำลง

พี่รองหลิวเดินเข้าห้อง และในไม่ช้าก็นำยาออกมาขวดหนึ่ง

แต่เมื่อพี่รองหลิวได้เห็นบาดแผลของเสี่ยวพ่างชัด ๆ ก็ถึงกับต้องปิดจมูกพร้อมพูดว่า "โอ้โห! เจ้าหนู นี่เธอไม่ได้เช็ดก้นเลยหรอเนี่ย ไอ้ของสีเหลือง ๆ นี่อะไรกัน ไม่ได้การ ฉันคงต้องช่วยเธอล้างแผลซะก่อน"

พูดจบ พี่รองหลิวก็ให้ผมไปตักน้ำมาหนึ่งกะละมัง จากนั้นพี่รองหลิวก็ใช้คีมหนีบสำลีชุบน้ำแล้วเริ่มทำความสะอาดแผลให้เสี่ยวพ่าง

เสี่ยวพ่างนอนนิ่งบนม้านั่งราวกับสุนัขตายตัวหนึ่ง ร่างกายและจิตใจอ่อนล้าราวกับอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ตอนที่ทำความสะอาดแผล เสี่ยวพ่างกลับดูสบายอย่างน่าประหลาด ไม่ได้ร้องโวยวายออกมาเลยแม้แต่น้อย

ในไม่ช้า พี่รองหลิวก็ทำความสะอาดแผลเสร็จ แล้วพูดกับเสี่ยวพ่างอีกว่า "เสี่ยวพ่าง อดทนหน่อยนะ ฉันจะเริ่มใส่ยาฆ่าเชื้อแล้ว"

หลังจากนั้น พี่รองหลิวก็เริ่มใช้ยาแดงทาแผลให้เสี่ยวพ่าง

ผมแอบมองดูแผลนั้นแล้วก็อดเสียวแทนไม่ได้ มันทั้งแดงทั้งบวมช้ำ ไก่นั่นคงจิกแรงจริง ๆ

ไม่ทันคาดคิด พี่รองหลิวเพียงแค่ทายาแดงลงบนแผลของเสี่ยวพ่างเบา ๆ ก็ทำเอาเสี่ยวพ่างเจ็บจนแทบจะกระโดดเด้งขึ้นมา

"พี่รองหลิว เจ็บเกินไปแล้วนะ!" เสี่ยวพ่างร้องโหยหวน สองมือปิดแผลไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาเช็ดยาต่อ

“เจ้าเด็กดื้อ! รีบเอามือออกไปซะ แผลแบบนี้จำเป็นต้องรักษา ถ้าเกิดอักเสบขึ้นมาแล้วจะทำยังไง?” พี่รองหลิวเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่เสี่ยวพ่างก็ไม่ยอมปล่อยมือ

คราวนี้พี่รองหลิวเริ่มจะโมโห จึงให้ผมเข้าห้องไปหาเชือกมามัดมือมัดเท้าของเสี่ยวพ่างไว้กับขาม้านั่งยาวซะ

อีกทั้งเขายังรำคาญเสียงร้องโหยหวนที่ดังเหมือนหมูถูกเชือดของเสี่ยวพ่างนี่อีก จึงใช้เทปกาวปิดปากเขาไว้รอบหนึ่ง

แต่สุดท้ายก็ยังรู้สึกไม่วางใจ จึงใช้เชือกพันรอบเอวเขาอีกหลาย ๆ ทบ

คราวนี้เสี่ยวพ่างไม่สามารถขยับไปไหนได้อีกโดยสิ้นเชิง ถึงอยากร้องก็ร้องไม่ออก และในที่สุดพี่รองหลิวก็สามารถทายาบนแผลของเสี่ยวพ่างได้สำเร็จ

หลังจากทายาฆ่าเชื้อเสร็จ สุนัขตัวใหญ่ของพี่รองหลิวก็วิ่งเข้ามาอีกครั้ง อาจเป็นเพราะมันกำลังหิวจึงเอาแต่กระดิกหางให้พี่รองหลิวไม่หยุด

พี่รองหลิวเหลือบมองเจ้าสุนัขตัวใหญ่ แล้วพูดกับผมว่า "บนโต๊ะในบ้านมีหมั่นโถวที่เหลือจากเมื่อคืนก่อนอยู่ ไปเอามาให้มันกินที เดี๋ยวฉันจะไปหายาแก้อักเสบมาให้"

ผมตอบรับแล้วก็เข้าบ้านไปหาหมั่นโถว ส่วนพี่รองหลิวก็ไปหายาแก้อักเสบ

ใครจะคิดได้ว่า พอเราสองคนหายไป ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นฝันร้ายครั้งใหม่ของเสี่ยวพ่างทันที

ร่างกายของเสี่ยวพ่างถูกมัดแน่นจนขยับไม่ได้ ปากก็พูดไม่ได้ แต่หูกลับได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวทุกอย่าง

ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงไก่ขัน และเมื่อหันหน้าไปมองก็เห็นไก่โต้งตัวหนึ่งยืนอยู่บนกำแพงบ้าน

มันไม่ใช่ไก่ตัวอื่น แต่เป็นตัวเดียวกับที่ทำร้ายเขาเมื่อไม่นานมานี้เอง

หากเสี่ยวพ่างสามารถขยับตัวได้ เมื่อเห็นไก่โต้งตัวนี้ ที่ซึ่งกลายเป็นศัตรูที่พบหน้ากันย่อมต้องอยากกระโจนใส่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเข้าไปแก้แค้นที่จิกเขาอย่างแน่นอน

แต่น่าเสียดายที่ในตอนนี้เสี่ยวพ่างเหมือนกับหมูที่รอถูกเชือด ขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

สิ่งที่ทำให้เสี่ยวพ่างสิ้นหวังก็คือ ไก่โต้งตัวนั้นกระโดดลงมาจากกำแพงบ้านแล้วเดินโซเซตรงเข้ามาหาเขา

ตอนนั้นเอง ผมที่เพิ่งจะหาหมั่นโถวเจอก็ออกมาเห็นภาพฉากสยองตรงหน้าเต็มสองตา

อาจจะเป็นเพราะยาแดงที่ทาบนแผลของเสี่ยวพ่างดึงดูดความสนใจของไก่โต้งตัวนั้น มันจึงวิ่งไปที่ข้างหลังเสี่ยวพ่างด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ก่อนจะจิกลงบนแผลของเสี่ยวพ่างซ้ำอีกสามหน

ถึงแม้ว่าในตอนนั้นผมจะเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดีและอยากจะเข้าไปห้ามเพียงใด แต่ก็สายเกินไป

ความเจ็บปวดในตอนนั้น ถึงแม้ผมจะไม่เคยประสบ แต่ก็สามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดีราวกับเกิดขึ้นกับตัวเอง มั่นคงเหมือนประทัดพันลูกระเบิดแตกใส่ก้นอย่างไรอย่างนั้น

ผมมองดูเสี่ยวพ่างที่เจ็บปวดจนใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ กล้ามเนื้อทั้งตัวเกร็งตึง น้ำตาไหลพรากราวกับเขื่อนแตก ในลำคอส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง

ในตอนนั้น ผมเองก็ถึงกับชะงักทำอะไรไม่ถูก เสี่ยวพ่างผู้น่าสงสาร ถูกไก่โต้งตัวเดียวกันทำร้ายอย่างรุนแรงถึงสองครั้ง และยังเป็นที่เดิมที่เดียวกันอีก

พอดีกับที่พี่รองหลิวเดินออกมาพร้อมยาแก้อักเสบ เมื่อมองดูแผลของเสี่ยวพ่างอีกครั้งก็อดที่จะตะลึงงันไม่ได้ "ทำไมถึงบวมกว่าเมื่อครู่อีกล่ะ?"

ผมได้แต่พูดกับตัวเองว่าวันนี้ไม่ควรออกจากบ้านเลย ย่าหลิวเคยบอกว่าทุก ๆ สามปีจะมีเคราะห์หนึ่งครั้ง หรือว่าวันนี้จะเป็นสี่ยวพ่างที่ต้องมารับเคราะห์กรรมแทนผม?

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 21 สถานการณ์ตายหมู่ทางสังคม

คัดลอกลิงก์แล้ว