เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ยังเหลืออีกสามวัน

ตอนที่ 5 ยังเหลืออีกสามวัน

ตอนที่ 5 ยังเหลืออีกสามวัน


ตอนที่ 5 – ยังเหลืออีกสามวัน

อันที่จริง ศพนั้นได้ทะลุโลงออกมาตั้งแต่คืนวันที่ฝังศพภรรยาของหม่าเหล่าซานแล้ว เพราะในช่วงเที่ยงคืนวันนั้น ภรรยาของหม่าเหล่าซานเคยมาที่บ้านของผม

ตอนนั้นหมู่บ้านจิ่วซานยังคงยากจนกันมาก ทั้งหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยพื้นฐานแล้วทุกบ้านจะจุดเทียนไขและตะเกียงน้ำมันก๊าด

ถึงอย่างนั้นคนในหมู่บ้านก็ไม่ค่อยอยากจะจุดกันเท่าไหร่นัก เพราะแบบนี้เองพวกเขาจึงเข้านอนกันแต่หัวค่ำแทน

กลางดึก พ่อแม่ผมที่กำลังหลับสนิท ก็เกิดได้ยินเสียงเคาะหน้าต่างห้องนอนดังขึ้น “ปัง ปัง” เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ สามยาวหนึ่งสั้น

พ่อแม่ที่ทำงานไร่มาทั้งวันเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง ตอนแรกที่ได้ยินเสียงนี้ยังคิดว่าเป็นเพียงเสียงลมพัด หรือไม่ก็ค้างคาวบินชนหน้าต่างจึงไม่ได้คิดใส่ใจ

แต่หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เสียงเคาะก็ยังคงอยู่ และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ยังคงเป็นจังหวะสามยาวหนึ่งสั้น

พ่อลุกขึ้นอย่างงัวเงีย เปิดหน้าต่างออก อยากจะดูว่ามีอะไรอยู่ข้างนอกนั่นที่กำลังเคาะหน้าต่าง

ไม่คาดคิดเลยว่าทันทีที่หน้าต่างเปิดออก สิ่งแรกที่สัมผัมได้คือกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยมาปะทะใบหน้า จากนั้นก็เห็นใบหน้าที่บวมอืดเต็มไปด้วยจ้ำเขียวช้ำของศพ ซึ่งก็คือภรรยาของหม่าเหล่าซานที่ตายไปแล้วนั่นเอง

มุมปากของภรรยาหม่าเหล่าซานยังคงมีรอยยิ้มอันแปลกประหลาดเหมือนตอนที่ตาย

ทันทีที่เห็นใบหน้าสุดสะพรึงนี้ พ่อก็ตื่นเต็มตาทันใด ตกใจจนกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะล้มก้นกระแทกพื้น

เสียงกรีดร้องปลุกแม่และผมที่กำลังหลับสนิทให้ตื่นขึ้นตาม

ผมไม่มีวันลืมใบหน้าอันน่าสะพรึงกลัวของภรรยาหม่าเหล่าซานได้เลย มันเคยทำให้ผมฝันร้ายหลายต่อหลายครั้งในยามหลับใหล

เมื่อแม่เห็นภรรยาของหม่าเหล่าซานก็ตกใจจนพูดไม่ออก ทำได้เพียงกอดผมไว้แน่นแม้ตัวจะสั่นเทา

ในตอนนั้นเอง ภรรยาของหม่าเหล่าซานก็เปิดปากพูดขึ้น หล่อนหัวเราะออกมาอย่างน่าขนลุกก่อนเป็นอันดับแรก สายตาจ้องตรงมาที่ผม “เหลืออีกสี่วัน ยังเหลืออีกสี่วัน...”

เสียงกรีดร้องของพ่อปลุกปู่ที่นอนอยู่ในห้องฝั่งตะวันออกให้ตื่นขึ้น ท่านถือดาบเล่มใหญ่ที่ส่องประกายแวววาวพุ่งเข้ามา มองดูพ่อที่ล้มอยู่บนพื้นและแม่ที่ตัวสั่นเทา จากนั้นก็มองตามสายตาของพวกเขาทอดไปยังทิศทางของหน้าต่าง เมื่อมองไปแวบหนึ่ง ก็ทำให้ท่านตกใจจนตัวสั่นไม่แพ้กัน

ปู่เคยเป็นทหารผ่านศึกที่ฆ่าทหารญี่ปุ่นมาก่อน ถึงแม้ในใจจะตื่นตระหนก แต่ก็ยังคงสงบนิ่งกว่าพวกเขาทั้งสองคนมาก

“เมียหม่าเหล่าซาน ฉันรู้ว่าเธอมีความแค้นในใจ แต่นี่คือชะตากรรม ไม่อาจโทษใครได้ ผู้เฒ่าคนนี้ขอเตือนให้รีบไปซะ ไม่อย่างนั้นดาบเล่มใหญ่ในมือฉันเล่มนี้จะไม่เกรงใจ ทหารญี่ปุ่นที่ตายด้วยดาบเล่มนี้มีมาไม่รู้เท่าไหร่ เธอจะร้ายกาจกว่าเจ้าพวกญี่ปุ่นนั่นได้อีกหรือ? แต่ก็ไม่เห็นจะต้องใส่ใจหากมีเลือดเธอเพิ่มอีกสักคน” พูดจบ ท่านปู่ก็แกว่งดาบเล่มใหญ่ที่ส่องประกายแวววาวในมือ

ดาบเล่มใหญ่นี้เป็นของที่ท่านปู่เก็บไว้ตั้งแต่สมัยเป็นทหาร ถือเป็นของที่ระลึก เวลาว่าง ๆ ท่านปู่ก็จะนำออกมาเช็ด ส่องประกายจนเห็นเงาคนได้

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะท่านปู่ชูดาบเล่มใหญ่นั้นขึ้นมาหรือไม่ ภรรยาของหม่าเหล่าซานจึงกลับหันหลังเดินกะเผลก ๆ และจากไป ตอนที่จากไป เธอยังคงหัวเราะอย่างน่าขนลุก พูดประโยคเดิมซ้ำ ๆ ว่า “ยังเหลืออีกสี่วัน ยังเหลืออีกสี่วัน...”

หลังจากภรรยาของหม่าเหล่าซานจากไป ทั้งบ้านก็ตกใจจนไม่มีใครกล้านอนต่อ ต่างครุ่นคิดถึงคำพูดที่ภรรยาของหม่าเหล่าซานพูดว่ายังเหลืออีกสี่วันนั้นหมายความว่าอะไรกันแน่?

เช้าวันรุ่งขึ้น มีคนเลี้ยงแกะในหมู่บ้านพบว่าหลุมศพของภรรยาหม่าเหล่าซานถูกขุด แต่เมื่อหม่าเหล่าซานพาคนไปดูด้วยตนเอง ทุกคนก็สังเกตเห็นว่าหลุมศพนั้นดูเหมือนไม่ได้ถูกขุดขึ้นมาแต่อย่างใด เพราะดินนั้นถูกพลิกออกมาด้านนอก แผ่นไม้โลงศพกระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ จนแตกเป็นชิ้น ๆ ดูอย่างไรก็เหมือนกับว่าภรรยาของเหล่าซานปีนออกมาจากหลุมศพด้วยตัวเอง

ภาพเช่นนี้แค่คิดก็ทำให้คนรู้สึกขนหัวลุกตาม

กลางดึก หลุมศพของภรรยาหม่าเหล่าซานพลันแยกออกอีกครั้ง ภรรยาของหม่าเหล่าซานที่ตายไปแล้วสามวันปีนออกมาจากหลุมศพ จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซไปยังทิศทางของบ้านตระกูลอู๋ ทั้งยังเคาะหน้าต่างบ้านคนอื่นอีกด้วย

แต่หม่าเหล่าซานไม่รู้เลยว่าภรรยาของเขาไปที่บ้านผมกลางดึก เรื่องนี้ท่านปู่และพ่อไม่ได้ป่าวประกาศออกไป เดิมทีความสัมพันธ์กับบ้านหม่าเหล่าซานก็ตึงเครียดอยู่แล้ว ตอนนี้บ้านเรายิ่งไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่ม

หม่าเหล่าซานเพียงแค่คิดว่าศพภรรยาของเขาถูกคนขโมยไป ในยุคนั้นมีคนขโมยศพมากมาย โดยเฉพาะศพหญิงสาวที่ยังสาวเป็นที่ต้องการมากที่สุด ส่วนสาเหตุนั้นมีมากมายหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงในที่นี้

ภรรยาของหม่าเหล่าซานถึงแม้จะไม่จัดว่างดงาม แต่ก็ยังสาว อายุหล่อนยังไม่ถึงสามสิบ ดังนั้นจึงเป็นที่ต้องการอย่างมาก

ถ้าศพนี้ถูกคนขโมยไปก็คงจะดี แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะในคืนที่สอง เธอก็มาที่บ้านผมอีกครั้ง

เนื่องจากเมื่อคืนวานภรรยาของหม่าเหล่าซานมาเคาะหน้าต่างบ้าน ทำให้แม่ของผมตกใจจนนอนไม่หลับ พ่อได้แต่ปลอบแม่ว่าไม่ต้องกลัว บอกว่าศพของภรรยาเหล่าซานถูกขโมยไปแล้ว

แม่ที่กำลังตกใจมาก จึงขอให้ท่านปู่นอนในห้องโถงแทน หากได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวใด ๆ ก็ให้ท่านปู่ถือดาบออกมา

ทำงานไร่มาทั้งวัน ถึงแม้จะกลัว พ่อแม่ก็ยังคงเข้านอนแต่หัวค่ำเช่นเดิม

โดยไม่คาดคิด ตกดึก ขณะที่ทั้งสองคนกำลังหลับสนิทก็ถูกเสียงเคาะหน้าต่างปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวนี้ พ่อก็ตื่นเต็มตาในทันที ลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างแรง อาศัยแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาจากนอกหน้าต่าง ก็เห็นเงาดำทะมึนของคนยืนอยู่ข้างนอก กำลังเคาะหน้าต่างเป็นจังหวะ

แม่ร้องไห้ด้วยความตกใจพร้อมสวมกอดผมพากันซุกอยู่ใต้ผ้าห่มตัวสั่นเทา

“พ่อ...มันมาอีกแล้ว...” พ่อของผมถือท่อนไม้ไว้ในมือ ไม่กล้าลงจากเตียงด้วยซ้ำ เพียงแค่ปกป้องภรรยาและลูกที่อยู่ข้างหลังอย่างสุดชีวิต

ต้องยกให้ท่านปู่ที่เคยฆ่าทหารญี่ปุ่นมาก่อน เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็พุ่งเข้ามาทันที ในมือยังคงถือดาบเล่มใหญ่ที่ส่องประกายแวววาวเล่มนั้น

เมื่อเห็นเงาคนที่ยืนอยู่นอกหน้าต่าง ใบหน้าที่บวมอืดนั้นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“เมียหม่าเหล่าซาน จะเอายังไงกันแน่? ตาแก่อย่างฉันอายุขนาดนี้แล้ว มีชีวิตอยู่มานานพอแล้ว ถ้าเธอมีความสามารถมากนักก็ฆ่าฉันเสีย หากฉันกลายเป็นผี ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุข!”

พูดจบ ท่านปู่ก็ใช้ดาบในมือแทงทะลุหน้าต่างออกไปทันที

นอกหน้าต่างก็คือภรรยาของหม่าเหล่าซาน มุมปากมีรอยยิ้มอันแปลกประหลาด ดวงตาทั้งสองข้างขาวโพลน พูดด้วยเสียงแหลมคมว่า “ยังเหลืออีกสามวัน...ยังเหลืออีกสามวัน...ฮิฮิฮิ...”

แม้ท่านปู่จะใจกล้า แต่เมื่อเห็นสภาพที่น่าสะพรึงกลัวของภรรยาหม่าเหล่าซานเช่นนี้ก็อดที่จะสูดหายใจเข้าลึกไม่ได้

โชคดีที่หลังจากภรรยาของหม่าเหล่าซานพูดประโยคนี้จบ ก็เขย่งเท้าข้างที่เหลือแต่กระดูกขาวโพลนนั้นเดินกลับไปยังทิศทางที่jจากมา สักพักก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

“พ่อ...เมื่อวานภรรยาหม่าเหล่าซานบอกว่ายังเหลืออีกสี่วัน วันนี้บอกว่ายังเหลืออีกสามวัน หรือว่าอีกสามวันข้างหน้า พวกเราทั้งบ้านจะต้องถูกหล่อนฆ่าตาย?” พ่อที่พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงกล่าวอย่างหวาดผวา

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 5 ยังเหลืออีกสามวัน

คัดลอกลิงก์แล้ว