เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 โลงศพตกพื้นดิน

ตอนที่ 4 โลงศพตกพื้นดิน

ตอนที่ 4 โลงศพตกพื้นดิน


ตอนที่ 4 – โลงศพตกพื้นดิน

การตายของภรรยาหม่าเหล่าซานนั้นประหลาดพิกล

ตามคำบอกเล่าของหม่าเหล่าซานในภายหลัง คืนนั้นภรรยาและลูกของเขากลับไปนอนหลับตามปกติ แต่พอตกกลางดึก เขาก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในลานบ้าน แต่เนื่องจากทำงานในไร่มาทั้งวัน เหนื่อยล้าแทบขาดใจเสียจนลืมตาไม่ขึ้น เขาได้ยินเสียงคล้ายมีคนเรียกชื่อภรรยาของเขาแว่ว ๆ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตนเองฝันไปหรือไม่

หลังจากนั้นไม่นาน ภรรยาของหม่าเหล่าซานก็ลุกขึ้นจากเตียง หม่าเหล่าซานที่ง่วงงุนเต็มทีจึงเอ่ยถามว่าเธอจะไปไหน

ภรรยาของหม่าเหล่าซานไม่ได้ตอบอะไรกลับ หม่าเหล่าซานคิดว่าหล่อนคงจะไปเข้าห้องน้ำ จึงไม่ได้ถามอะไรต่อแล้วหลับไปทันที แต่พอตื่นมาในวันรุ่งขึ้น กลับไม่พบภรรยาตนบนเตียงเสียนี่ ออกหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เขาจึงเรียกเพื่อนบ้านสองสามคนให้ช่วยกันตามหา แต่หาจนทั่วทั้งหมู่บ้านก็ยังหาไม่พบ ในที่สุดจึงต้องระดมคนทั้งหมู่บ้านให้ออกมาช่วยกันค้น จนกระทั่งไปพบศพของหล่อนที่หลังภูเขา

เมื่อทุกคนเห็นศพของภรรยาหม่าเหล่าซาน ต่างพากันตกใจจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

คนในหมู่บ้านไม่เคยเห็นใครตายอย่างน่าสยดสยองเช่นนี้มาก่อน ทั่วทั้งร่างไม่รู้ว่าถูกอะไรกัดจนเป็นแผลเหวอะหวะ เท้าข้างหนึ่งถูกกัดกินจนเหลือแต่กระดูกขาวโพลน แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือที่มุมปากของภรรยาหม่าเหล่าซานกลับมีรอยยิ้มอันแปลกประหลาดปรากฏอยู่ ทั้งดวงตาก็ยังคงเบิกโพลง

สภาพการตายน่าอนาถเช่นนี้แต่กลับยังยิ้มออกมาได้ สถานการณ์เช่นนี้แค่คิดก็ชวนให้ขนหัวลุกตาม ๆ กัน

หม่าเหล่าซานร้องไห้ฟูมฟาย พวกชาวบ้านจึงช่วยกันเก็บศพขนกลับมาไว้ที่บ้านเขาก่อน

ตามธรรมเนียมของหมู่บ้านจิ่วซาน ศพจะต้องตั้งไว้ที่บ้านเป็นเวลาสามวันก่อนจึงจะนำไปฝังได้

ในช่วงไม่กี่วันนี้ ก็มีผู้คนทยอยเดินทางมาแสดงความเสียใจไม่น้อย

พวกเขาล้วนเป็นเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน เงยหน้าก็เจอกัน พ่อของผมจึงซื้อกระดาษเงินกระดาษทองไปร่วมแสดงความเสียใจต่อภรรยาของหม่าเหล่าซานเช่นกัน

แต่ขณะที่กำลังเผากระดาษเงินกระดาษทองในกระถางไฟหน้าโลงศพของภรรยาหม่าเหล่าซานนั้นเองเรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น คนอื่นเผากระดาษเงินกระดาษทองต่างไม่เป็นอะไร สักพักก็เผาจนหมดสิ้น เหลือเพียงกองเถ้าถ่าน แต่กระดาษเหลืองที่พ่อของผมซื้อมาโยนเข้าไปในกระถางไฟกลับเผาไม่ติด แม้จะราดสุราขาวก็เผาไปได้เพียงครึ่งเดียวแล้วก็ดับลงอย่างรวดเร็ว

ไม่รู้ว่าลมประหลาดพัดมาจากที่ใด เถ้ากระดาษในกระถางไฟก็ถูกพัดออกมาจนหมด ทำให้พ่อหน้าตามอมแมมไปหมด

เมื่อกระดาษเงินกระดาษทองเผาไม่ติด ก็เปลี่ยนเป็นจุดธูปสามดอกแทน แต่ธูปที่เพิ่งจุดได้ไม่นานกลับแตกหัก ธูปดอกกลางยังคงสมบูรณ์ดี แต่ธูปสองดอกข้าง ๆ กลับหักครึ่ง นี่คือสิ่งที่เรียกว่าสามยาวสองสั้น

เมื่อคนรอบข้างเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็พากันหน้าเปลี่ยนสี หากจุดธูปแล้วเป็นเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าผู้ตายมีความแค้นเคืองต่อผู้ที่มาเคารพศพอย่างมาก

เครื่องเซ่นและกระดาษเงินกระดาษทองที่อีกฝ่ายเผาให้ก็ไม่ยอมรับ

พ่อเองก็ตกใจไม่น้อย รีบวิ่งกลับบ้านคนเดียว แล้วเล่าเรื่องนี้ให้ท่านปู่ฟัง

ท่านปู่ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง รู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา

อันที่จริงแล้ว คนที่พอจะมีความคิดสักหน่อยย่อมรู้ว่าการตายของภรรยาหม่าเหล่าซานนั้นเกี่ยวข้องกับผมอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

เพราะเรื่องที่ผมไปให้ลูกชายของหล่อนดื่มเลือด ภรรยาของหม่าเหล่าซานจึงทุบตีผมไป แล้วตกกลางคืนก็เกิดเรื่องขึ้นเสียนี่

เมื่อก่อนอู๋ป้านเซียนทำนายไว้ว่า ทุก ๆ สามปีผมจะต้องเจอเคราะห์หนึ่งครั้ง หากไม่ใช่ผมที่ต้องตาย ก็จะต้องมีผู้อื่นตายแทน ตอนนี้ภรรยาของหม่าล่าซานก็ตายไปแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าเคราะห์กรรมของผมได้บรรลุจริงดังคำทำนาย

ทั้งยังบาดแผลน้อยใหญ่บนร่างของภรรยาหม่าเหล่าซาน เห็นได้ชัดว่าถูกสัตว์ป่ากัดแทะ ดูจากรอยเขี้ยวแล้ว ช่างคล้ายกับถูกเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกกัดเสียไม่มีผิด

คนทั้งหมู่บ้านต่างรู้ดีว่าในวันที่ผมเกิด มีเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกหลายร้อยตัวล้อมรอบประตูบ้านเราเพื่อคำนับ ทั้งยังมีเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกนำของป่ามาส่งให้บ้านเราทุกวัน

ตอนนี้ผู้คนในหมู่บ้านต่างเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ว่าเป็นผมที่ฆ่าภรรยาของหม่าเหล่าซาน

แรกเริ่มเดิมที คนในหมู่บ้านยังคงแค่สงสัย

แต่ในวันที่สอง เรื่องนี้ก็ได้รับการยืนยัน

เพราะในคืนวันที่พ่อของผมกลับมาจากการเคารพศพภรรยาของหม่าเหล่าซาน ทั้งบ้านของผมต่างก็ฝันร้ายเรื่องเดียวกัน ยกเว้นผม

ในฝันนั้น ภรรยาของหม่าเหล่าซานมาที่บ้านของเรา เธอเขย่งเท้าข้างหนึ่ง ส่วนเท้าอีกข้างเป็นเพียงกระดูกขาวโพลน มุมปากมีรอยยิ้มอันอำมหิต บอกกับคนในบ้านว่าเป็นผมที่ฆ่าเธอ และต้องการให้ผมชดใช้ด้วยชีวิต ทั้งยังต้องการให้คนในบ้านฆ่าผมเสีย มิฉะนั้นตระกูลอู๋ทั้งตระกูลจะต้องตายตกตามกันไป

คืนวันนั้น หม่าเหล่าซานก็ฝันเช่นกัน ฝันว่าภรรยาของเขากลับมา ร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าเขา บอกว่าเป็นผมที่ฆ่าเธอ และให้หม่าเหล่าซานไปฆ่าผมเสีย มีเพียงเช่นนั้น เธอจึงจะจากไปสุคติได้อย่างสงบ

เช้าตรู่ หม่าเหล่าซานก็มาที่บ้าน สายตามองมาที่ผมเต็มไปด้วยจิตสังหาร พร้อมต้องการคำอธิบายจากบ้านเรา ในมือยังถือมีดพร้าอยู่เล่มหนึ่ง

พ่อแม่ผมต่างตื่นตระหนก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ในที่สุดท่านปู่ก็ออกหน้า ผลักผมออกไปข้างหน้าแล้วพูดกับหม่าเหล่าซานด้วยใบหน้าเย็นชาว่า “ถ้าคิดว่าเด็กคนนี้ฆ่าเมียแกจริง ๆ ก็ฆ่าเขาเพื่อชดใช้ชีวิตให้เมียแกได้เลย ถ้ากล้าพอ ก็ลงมือเดี๋ยวนี้”

หม่าเหล่าซานไหนเลยจะกล้าลงมือจริง ๆ หากเขาฆ่าผม เขาเองก็คงจะต้องถูกยิงเป้า ในที่สุดก็ได้แต่ล่าถอยกลับไปอย่างหงอย ๆ

โลงศพตั้งอยู่ที่บ้านหม่าเหล่าซานเป็นเวลาสามวัน และในที่สุดก็ถึงเวลาฝัง

ณ วันที่จะฝังโลง ท้องฟ้าทั้งผืนมืดครึ้ม ไม่มีลมแม้แต่น้อย

ชาวบ้านได้หาชายหนุ่มสองสามคนมาช่วยกันแบกโลงศพ แต่ทว่าเชือกที่ใช้แบกโลงศพกลับขาดสะบั้นทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะแบกมาถึงหน้าประตูบ้านเสียนี่

ช่างเป็นลางร้ายอย่างยิ่ง หมู่บ้านนี้มีความเชื่อว่า หลังจากโลงศพออกจากประตูบ้านจนกระทั่งถึงสุสาน ห้ามโลงศพตกถึงพื้นเป็นอันขาด แต่ทันทีที่เพิ่งจะพ้นจากประตูบ้าน เชือกโลงศพก็ขาด ทำให้โลงศพตกลงพื้นอย่างแรง นี่เป็นลางไม่ดีอย่างยิ่ง จะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอน

หม่าเหล่าซานเมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็ตกใจไม่น้อย ทรุดตัวลงบนโลงพลางร้องไห้ฟูมฟายก่อนจะพูดว่า “แม่เอ๊ย ฉันรู้ว่าแม่ตายอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ยอมจากไป หากมีความแค้นเคืองในใจก็ไปหาคนที่ทำร้ายแม่เถอะ อย่ามารบกวนคนในบ้านเลยนะ...”

ขณะที่หม่าเหล่าซานกำลังกอดโลงศพร่ำไห้อยู่นั้น ด้านหลังพลันมีเสียงจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้น

เหมือนกับวันที่ผมเพิ่งเกิด ที่บริเวณหน้าประตูบ้านของหม่าเหล่าซาน พลันปรากฏเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกหลายร้อยตัว หนึ่งในนั้นมีเพียงพอนเหลืองตัวหนึ่งที่ตัวใหญ่เป็นพิเศษ ตั้งแต่หัวจรดหลังของมันมีขนสีขาวเป็นแนวยาว

เพียงพอนเหลืองตัวใหญ่มหึมานี้นำเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกหลายร้อยตัวพุ่งตรงมายังหน้าโลงศพ ทำให้คนรอบข้างต่างตกใจจนถอยกรูดไปสองข้างทาง บางคนที่ขี้ขลาด ตกใจจนขาอ่อนวิ่งไม่ไหว ก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที

เพียงพอนเหลืองที่มีขนสีขาวบนหลังตัวนั้น เดินมาข้างโลงศพของภรรยาหม่าเหล่าซาน เดินวนรอบโลงศพสามรอบ ยื่นอุ้งเท้าที่มีขนปุยออกมาข้างหนึ่งตบลงบนโลงศพสามครั้งติดต่อกันจนเกิดเสียงทึบ ๆ ดัง “ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ”

หลังจากนั้น เพียงพอนเหลืองตัวใหญ่ก็นำฝูงสัตว์เดรัจฉานจากไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกเหล่านี้จากไป ชายหนุ่มสองสามคนที่แบกโลงศพก็ลองยกโลงศพอีกครั้ง คราวนี้ โลงศพกลับยกขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์

หลังจากที่เพียงพอนเหลืองที่มีขนสีขาวบนหลังตบโลงศพสามครั้ง ในที่สุดก็สามารถนำศพไปฝังได้อย่างราบรื่น

แต่ในวันที่สองหลังจากที่ฝังภรรยาของหม่าเหล่าซานแล้ว ผู้คนกลับพบว่าหลุมศพของภรรยาหม่าเหล่าซานถูกขุดขึ้นมา และศพก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 4 โลงศพตกพื้นดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว