เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 จิ้งจอกขาวหอบอาหารมาให้

ตอนที่ 2 จิ้งจอกขาวหอบอาหารมาให้

ตอนที่ 2 จิ้งจอกขาวหอบอาหารมาให้


ตอนที่ 2 - จิ้งจอกขาวหอบอาหารมาให้

อู๋ป้านเซียนผู้นี้บอกว่าผมมีชะตาต้องเผชิญเคราะห์กรรม แค่เฉพาะตระกูลผมไม่มีทางเลี้ยงผมรอดได้ การยอมมอบให้เป็นศิษย์ต่อเขาเท่านั้นจึงจะมีหนทางรอดชีวิต

เขายังบอกอีกว่า ต่อให้ฝึกวิชาแห่งเต๋ากับเขาก็ยังยากที่จะผ่านพ้นเคราะห์กรรมสามครั้งไปได้ นั่นก็คือเมื่อผมอายุเก้าขวบ เคราะห์กรรมที่พบเจอจะรุนแรงที่สุด หากผ่านเคราะห์นี้ไปไม่ได้ก็ต้องตาย แต่หากผ่านไปได้ก็จะเกิดจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่

ท่านปู่กับพ่อจึงปรึกษากัน เห็นควรว่ามีชีวิตอยู่ย่อมดีกว่าตาย อย่างน้อยก็ยังมีความหวัง จึงยินยอมตกลงมอบผมให้ไป

ผลปรากฏว่าอู๋ป้านเซียนผู้นั้นรีบอุ้มผมออกจากบ้านไปทันที เขาจากไปอย่างเร่งรีบ ราวกับกลัวว่าคนที่บ้านจะเปลี่ยนใจ

แต่หลังจากเดินห่างหมู่บ้านไปได้ไม่นาน ก็มีคนพบศพของอู๋ป้านเซียนเข้า สภาพศพช่างน่าเวทนายิ่งนัก เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ดวงตาเบิกโพลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวราวกับว่าถูกทำให้ตกใจจนตาย

แต่ผมกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่นอนอยู่ข้างกายอู๋ป้านเซียน ไม่ร้องไห้ไม่งอแงใด ๆ

เมื่อพ่อแม่ได้ยินข่าว ก็ทำได้เพียงอุ้มผมกลับบ้านมาอีกครั้ง ตระกูลของอู๋ป้านเซียนตามติดมาที่บ้านเราเพื่อก่อเรื่องวุ่นวาย เดิมทีเรื่องนี้เห็นจะโทษบ้านเราก็ไม่ได้ อู๋ป้านเซียนสิ้นใจตายเองระหว่างทาง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องจ่ายเงินชดเชยให้ตระกูลของเขาไปก้อนหนึ่ง ทำให้ตระกูลเราที่ยากจนอยู่แล้วยิ่งย่ำแย่ลงไปกันใหญ่

ภายหลังผมได้ยินจากอาจารย์บอกว่าสาเหตุที่อู๋ป้านเซียนผู้นั้นตายเป็นเพราะจิตใจของเขาไม่บริสุทธิ์ ตอนที่เขาอุ้มผมออกไปก็เพราะโลภในของสิ่งหนึ่งบนตัวผม ทั้งยังต้องการชีวิตของผมอีกต่างหาก

นี่เป็นเพียงเรื่องราวในภายหลัง ซึ่งจะยังไม่ขอกล่าวถึงในตอนนี้

กลับมาพูดถึงตอนที่ผมถูกพ่ออุ้มกลับบ้าน ความกังวลก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

คำพูดของอู๋ป้านเซียนก่อนหน้านี้ไม่อาจรู้ได้ว่าจริงหรือเท็จ แต่การตายอย่างกะทันหันของอู๋ป้านเซียนทำให้คนในบ้านเริ่มรู้สึกหวาดระแวงผมขึ้นมาอีกครั้ง

แม้แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านเองก็กล่าวหาว่าผมเป็นพวกตัวซวย พอเกิดมาก็ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตายไปหนึ่งคนเสียแล้ว

ส่วนอาหารของผมยิ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ ผมไม่ยอมดื่มนมเลย จะดื่มเพียงแต่เลือดเท่านั้น

นับตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ ผมยังไม่ได้กินอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เอาแต่ร้องไห้จ้าด้วยความหิวโหย

ท่านปู่และพ่อต่างกลัดกลุ้มจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ส่วนแม่ก็ได้แต่แอบหลั่งน้ำตาคนเดียวอย่างเศร้าสร้อย

ไม่คาดคิดว่าคืนหนึ่ง ขณะที่พ่อออกไปเข้าห้องน้ำกลางดึก ก็เกิดได้ยินเสียงกรอบแกรบดังขึ้นกลางลานบ้าน เมื่อมองตามเสียงไป เห็นเป็นจิ้งจอกขนขาวหลายตัวปรากฏ ด้านหลังยังมีเพียงพอนเหลืองอีกหลายตัวตามมาติด ๆ

ในความมืดมิด ดวงตาของสัตว์ร้ายเหล่านั้นส่องประกายวาววับ เคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ

หนึ่งในนั้นมีจิ้งจอกขนขาวตัวใหญ่มากเกาะอยู่บนขอบหน้าต่าง กำลังทำท่าแอบมองเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง

เมื่อพ่อเห็นภาพนี้ ตอนแรกก็รู้สึกหวาดกลัว แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นความโกรธขึ้นแทน ในใจคิดว่าเดิมทีที่บ้านเราต้องให้กำเนิดทารกประหลาดก็นับว่าแย่พอแล้ว สัตว์ร้ายพวกนี้ยังจะตามมาสร้างความวุ่นวายอีก เขาจึงหยิบก้อนอิฐจากพื้นขึ้นมาแล้วขว้างใส่สัตว์เหล่านั้น

ก้อนอิฐก้อนนั้นกระทบเข้ากับร่างของจิ้งจอกขนขาวที่เกาะอยู่บนขอบหน้าต่างพอดี ทำเอาจิ้งจอกขนขาวตัวนั้นร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด ในคืนที่เงียบสงัด เสียงร้องนั้นช่างโหยหวนยิ่งนัก มันหันกลับมามองพ่ออย่างดุร้าย พร้อมกับแยกเขี้ยวแหลมคมจ้องขู่ ทำเอาพ่อตกใจจนไม่กล้าขยับตัว

ในตอนนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดออก ท่านปู่ถือดาบเล่มใหญ่พุ่งออกมา แม้จะอายุเกือบเจ็ดสิบปี แต่ร่างกายของท่านปู่ยังคงแข็งแรงนัก สมัยหนุ่ม ๆ ท่านเคยเป็นทหารรบกับพวกญี่ปุ่นมาก่อน ทั้งยังเคยเป็นหัวหน้าหน่วยดาบใหญ่ เพียงแค่จ้องตาก็เต็มไปด้วยจิตสังหาร ดาบในมือของท่านก็ส่องประกายวาววับ

ทันทีที่สัตว์ร้ายเหล่านั้นเห็นท่านปู่ก็พากันตกใจกลัวจนรีบวิ่งหนีออกจากลานบ้านไป

“เกิดอะไรขึ้น?” ท่านปู่หันไปถามพ่อ

“ผมเห็นสัตว์ร้ายพวกนี้ด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ในลานบ้าน แล้วก็มีจิ้งจอกขนขาวตัวหนึ่งเกาะอยู่บนหน้าต่างกำลังมองเข้าไปในห้อง” พ่อกล่าวด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายตกใจ

“ช่างเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียจริง เฒ่าผู้นี้สั่งสมบุญกุศลมาทั้งชีวิต ปกป้องบ้านเมือง ไม่เคยทำเรื่องชั่วช้าเลวทราม พอแก่ตัวลง เหตุใดจึงต้องมาเจอกับเรื่องพรรค์นี้ด้วย” ท่านปู่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา

ในตอนนั้นเอง สมองของท่านก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ สายตาเหลือบไปเห็นก้อนดำ ๆ ก้อนหนึ่งที่หน้าประตู มันเหมือนกำลังขยับอยู่

เมื่อก้มลงไปดู ก็ต้องประหลาดใจขึ้นมาทันที “ของพวกนี้มาจากไหนกัน?”

พ่อเข้าไปดูใกล้ ๆ และต้องตกตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อเห็นว่าที่ด้านข้างประตูบ้านของพวกเรา มีกระต่ายป่าอ้วนพีหลายตัวนอนหายใจรวยรินอยู่

เมื่อหยิบกระต่ายป่าตัวนั้นขึ้นมาดู ก็พบว่าที่คอของมันมีรอยเลือดเป็นรูอยู่หลายแห่ง ราวกับถูกสัตว์ป่าบางชนิดกัดมา

“พ่อ ไม่ใช่ว่ากระต่ายป่าพวกนี้เป็นของที่พวกจิ้งจอกกับเพียงพอนเหลืองเอามาให้หรอกหรอ?” พ่อของผมกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา

ท่านปู่ทำหน้าเคร่งขรึม พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “มีความเป็นไปได้สูง เมื่อตอนกลางวัน เพียงพอนเหลืองกับจิ้งจอกหลายร้อยตัวมาคุกเข่าคำนับหน้าบ้านเรา ไม่รู้ว่าเด็กบ้านเรามีความเกี่ยวข้องอะไรกับสัตว์ร้ายพวกนี้ แต่ในเมื่อมันเอามาให้ เราก็รับไว้ก็แล้วกัน เอานี่ไปรีดเลือดให้ลูกแกกินซะ ส่วนเนื้อเราก็เอามากินกันเอง”

เมื่อได้เลือดกระต่ายนี้มา ในที่สุดผมก็อิ่มหนำสำราญและหลับใหลไปอย่างสงบ พร้อมกับที่บ้านก็ได้กินอาหารดี ๆ ไปมื้อหนึ่ง

แต่สิ่งที่คนในบ้านคาดไม่ถึงก็คือ จิ้งจอกและเพียงพอนเหลืองเหล่านี้ไม่ได้มาส่งของให้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมา พวกมันก็มาด้อม ๆ มอง ๆ ที่บ้านเราเกือบทุกคืน และทุกครั้งที่มา ก็จะทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้เสมอ บางครั้งก็เป็นไก่ป่า กระต่ายป่า บางครั้งก็มีปลาสองตัว หรือบางวันก็มาส่งให้ถึงสองมื้อ

คราวนี้ยิ่งดีเลย บ้านผมได้กินอาหารดี ๆ ทุกวัน ในยุคนั้น มาตรฐานการครองชีพเช่นนี้ย่อมดีกว่าบ้านอื่น ๆ มากนัก บ้านคนทั่วไปจะได้กินเนื้อก็ต่อเมื่อถึงวันปีใหม่หรือวันตรุษจีน แต่บ้านเรามีให้กินได้ทุกวัน บางครั้งกินไม่หมด พ่อก็นำไปขายที่ตลาด ทำเอาชาวบ้านน้ำลายสอด้วยความอิจฉา

เมื่อพ่อเห็นเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกเหล่านี้ในลานบ้านอีกครั้ง ก็ไม่มีความคิดที่จะไล่พวกมันอีกต่อไป ถึงเห็นก็ทำเป็นไม่เห็น บางครั้งก็เดินสวนกันโดยบังเอิญ สัตว์ร้ายเหล่านี้ไร้ซึ่งท่าทีหวาดกลัวพ่อเช่นเคย พวกมันคาบของป่าเดินผ่านพ่อไปอย่างรวดเร็ว วางของลงแล้วก็จากไป ไม่หันกลับมามองเลยแม้แต่น้อย ช่างดูองอาจผ่าเผยยิ่งนัก

เช่นนี้ แล้วเวลาก็ผ่านไปสามปี พวกสัตว์ก็ยังคงส่งของมาให้เรื่อย ๆ บ้านเราก็ได้กินเนื้อ ส่วนผมก็ได้ดื่มเลือด

เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเกินไป พ่อแม่จึงอ้วนขึ้นกันถ้วนหน้า

ผมที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้น นอกจากนิสัยชอบดื่มเลือดแล้วอย่างอื่นก็ไม่ต่างจากเด็กปกติทั่วไป

คนในบ้านเคยลองให้กินอาหารอย่างอื่นบ้าง แต่ทุกครั้งที่กินเข้าไปก็จะอาเจียนออกมาทันที กลืนลงไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ตอนที่เพิ่งเกิด  บนตัวผมมีแต่ขนสีขาว หน้าตาก็คล้ายกับจิ้งจอก แต่เมื่อเติบโตวันแล้ววันเล่า ขนสีขาวบนร่างกายก็ค่อย ๆ หลุดร่วง ใบหน้าก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นมนุษย์ปกติ ทั้งยิ่งโตยิ่งดูหล่อเหลา

ทว่าเมื่อตอนที่ผมอายุได้สามขวบ ท่านปู่และพ่อก็เริ่มกังวลขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขายังจำคำพูดของอู๋ป้านเซียนได้ว่าผมเป็นคนที่มีชะตาต้องเผชิญเคราะห์กรรมโดยกำเนิด ทุกสามปีจะมีเคราะห์หนึ่งครั้ง ตอนนี้ก็อายุครบสามขวบพอดี ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับเคราะห์กรรมอะไร

ในวันเกิดอายุครบสามขวบ เคราะห์กรรมก็มาถึงจริง ๆ ในหมู่บ้านมีคนตายไปหนึ่งคน และชาวบ้านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นผมที่ฆ่าเขา

[จบแล้ว]

จบบทที่ ตอนที่ 2 จิ้งจอกขาวหอบอาหารมาให้

คัดลอกลิงก์แล้ว