- หน้าแรก
- ราชาฮวงจุ้ย
- ตอนที่ 1 ทารกปีศาจ
ตอนที่ 1 ทารกปีศาจ
ตอนที่ 1 ทารกปีศาจ
ตอนที่ 1 - ทารกปีศาจ
วันที่ผมเกิด มีสายฟ้าฟาดลงมารอบลานบ้านถึงสิบเก้าสาย แต่ไม่มีสายใดเลยที่ฟาดลงบนหลังคาบ้านของผม
มีเพียงสายฟ้าเส้นที่สิบเก้าเท่านั้นที่ฟาดลงบนต้นเอล์มเก่าแก่ในลานบ้านจนหักโค่น เพียงชั่วพริบตา ควันดำก็ม้วนตลบอบอวล ผู้คนทั้งหมู่บ้านต่างเห็นกันเต็มตา
ยังมีคนกล่าวอีกว่า ในวันที่ผมเกิด มีพรานป่าเฒ่าคนหนึ่งซึ่งกำลังหลบฝนอยู่ในถ้ำบนภูเขาด้านหลังได้พบกับหญิงงามล่มเมืองผู้มีแปดหางเข้าโดยบังเอิญ ใบหน้าหล่อนซีดเผือด ท่าทางร่อแร่ใกล้สิ้นใจ เมื่อหล่อนเห็นพรานป่าเฒ่าคนนั้น ก็เอ่ยถามว่าที่หมู่บ้านจิ่วซานมีตระกูลแซ่อู๋ที่กำลังจะให้กำเนิดเด็กใช่หรือไม่
พรานป่าเฒ่าตกใจกลัวจนตัวแข็งทื่อ พยักหน้าตอบตามสัญชาตญาณและไม่กล้าขยับเขยื้อนใด ๆ
หญิงสาวที่งดงามราวเทพธิดาผู้นั้นถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “หนี้กรรมที่ติดค้างไว้ในชาติปางก่อน ดูท่าว่าคงถึงเวลาต้องชดใช้เสียแล้ว”
สิ้นเสียงของหญิงผู้นั้น พลันด้านนอกก็มีเสียงฟ้าร้องลั่นดังขึ้น หญิงสาวหลับตาก่อนจะล้มลงบนพื้นแน่นิ่งไป
เมื่อพรานป่าเฒ่าเรียกคนให้กลับไปที่ถ้ำเพื่อหาร่างของหญิงสาวอีกครั้ง กลับพบว่าร่างของหล่อนได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
ในขณะเดียวกัน ผมก็ได้ถือกำเนิด เมื่อหมอตำแยเห็นหน้าผมเป็นครั้งแรก หล่อนตกใจร้องเสียงหลงจนเผลอเกือบจะโยนผมทิ้งไปเสียได้
ตัวผมที่เพิ่งเกิดมามีรูปร่างหน้าตาประหลาดนัก คางทรงแหลม หัวที่ดูเหมือนจิ้งจอก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเกิดแต่กลับมีเขี้ยวแหลมเล็ก ๆ งอกขึ้นเต็มปาก ทั่วทั้งตัวมีขนสีขาวละเอียดปกคลุมอยู่
เด็กแรกเกิดส่วนใหญ่มักจะร้องไห้ แต่ผมกลับไม่ร้อง เพียงแค่ดูหิวโหยมากเท่านั้น
ขณะที่แม่ของผมพยายามจะให้นม ผมก็เผลอกัดลงไปเต็มคำ สิ่งที่ดูดมาได้ล้วนมีแต่เลือด ทำเอาแม่เจ็บปวดจนเผลอผลักผมออกเต็มแรง แม่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้งต่อผมผู้ซึ่งเป็นลูกที่เพิ่งให้กำเนิดมา
หมอตำแยบอกว่าตัวเองทำคลอดมาทั้งชีวิต ผู้คนในหมู่บ้านรอบ ๆ นี้กว่าครึ่งล้วนเป็นเธอที่ทำคลอดให้ แต่กลับไม่เคยเห็นทารกแรกเกิดใดที่แปลกประหลาดเช่นผมมาก่อน เกรงว่านี่จะเป็นการให้กำเนิดทารกปีศาจ
ทารกประหลาดเช่นนี้คงจะเก็บไว้ไม่ได้ แถมยังแนะนำให้พ่อนำผมไปทิ้งที่ป่าช้าแล้วให้เผชิญตามยถากรรมเสีย มิฉะนั้นอาจจะนำภัยพิบัติมาสู่ตระกูลก็เป็นได้
พ่อเองก็รู้ว่าตัวผมที่เพิ่งเกิดมานั้นผิดปกติ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นลูกคนแรก เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา จะใจร้ายทำเช่นนั้นลงได้อย่างไร เรื่องใหญ่เช่นนี้เขาตัดสินใจเองไม่ได้ จึงไปเชิญท่านปู่มาเพื่อขอคำชี้แนะ
ท่านย่าเสียไปนานแล้ว ตระกูลเราจึงมีท่านปู่เป็นเสาหลัก
พ่อของผมเป็นคนกตัญญูอย่างมาก และมักเชื่อฟังคำพูดของท่านปู่มาโดยตลอด
เมื่อท่านปู่เห็นรูปร่างหน้าตาของผมครั้งแรกก็ดูจะตกใจไม่น้อย เอาแต่อุทานไม่หยุดว่าเป็นเวรกรรมอะไรหนอ ชาติที่แล้วตนเองบกพร่องในคุณธรรมใดกัน ถึงทำให้ตระกูลอู๋ถือกำเนิดทารกประหลาดเช่นนี้ออกมา
แต่เมื่อพูดถึงว่าจะนำผมไปทิ้งที่ป่าช้าและให้เผชิญชะตาตามยถากรรม ท่านปู่เองก็ทำใจไม่ได้เช่นกัน สำหรับท่านปู่แล้ว ถึงแม้ผมจะประหลาดเพียงใด ก็ยังถือเป็นหลานชายแท้ ๆ ของท่าน
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ท่านปู่ก็พลันนึกความคิดหนึ่งขึ้นมาได้ กล่าวคือเด็กคนนี้มีแต่เรื่องแปลกประหลาดเต็มไปหมด ตอนที่เกิดก็มีสายฟ้าฟาดลงมาสิบเก้าสายรอบลานบ้าน จนในที่สุดสายสุดท้ายก็ฟาดใส่ต้นเอล์มเก่าแก่จนโค่น เรื่องนี้จะต้องมีที่มาที่ไปอย่างแน่นอน จึงให้พ่อของผมไปเชิญปรมาจารย์หยินหยางนามว่าอู๋ป้านเซียนจากหมู่บ้านปาหลี่วามาช่วยให้คำชี้แนะว่าเด็กคนนี้เป็นอะไรกันแน่
พ่อเดินทางไปยังหมู่บ้านปาหลี่วาทั้งคืน ออกเดินเท้าไปหลายสิบกิโล และเมื่อไปถึงหมู่บ้านปาหลี่วาฟ้าก็พลันสว่าง
เมื่อเล่าเรื่องให้อู๋ป้านเซียนผู้นั้นฟัง อู๋ป้านเซียนมีท่าทีประหลาดใจเล็กน้อยและรีบตามพ่อกลับมายังหมู่บ้านในทันที
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูบ้าน ก็ได้เห็นภาพที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด ที่หน้าประตูบ้านปรากฏเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกเป็นจำนวนมากพากันยืนแน่นขนัดเป็นพรืด นับด้วยสายตาอย่างน้อย ๆ มีประมาณหลายร้อยตัวเห็นจะได้ ไม่รู้ว่าพวกมันโผล่ออกมาจากที่ใดกันแน่
เพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกเหล่านี้ล้อมรอบลานบ้านของพวกเราจนแน่นขนัด ส่งเสียงร้องจ้อกแจ้กจอแจไม่หยุด
เรื่องนี้ดึงดูดความสนใจจากชาวบ้านจำนวนมากให้มามุงดู ทว่าไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ยังมีคนวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ว่าบ้านเราให้กำเนิดทารกประหลาด ล่วงเกินเทพเพียงพอนและเทพจิ้งจอก ไม่ช้าก็เร็วบ้านเราต้องถูกพวกมันรังควานจนบ้านแตกสาแหรกขาด
เมื่อพ่อที่เห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็ยิ่งตื่นตระหนก เขาหยิบท่อนไม้หนาจากพื้นขึ้นมาหวังจะไล่สัตว์เหล่านี้ให้ออกไปพ้น ๆ ทว่ากลับถูกอู๋ป้านเซียนผู้นั้นรั้งห้ามไว้ เขาหรี่ตามองสัตว์เหล่านี้ครู่หนึ่ง แล้วพูดกับพ่อว่า “อย่าทำเช่นนั้นเลย พวกมันไม่มีเจตนาร้ายใดหรอก”
เมื่อสิ้นคำพูด เพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกที่กำลังส่งเสียงร้องจอแจอยู่เป็นกลุ่มก็พากันคุกเข่าลงเหมือนมนุษย์ทีละตัว ๆ ก่อนจะโค้งคำนับสามครั้งมาทางบ้านของเราแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
สัตว์เหล่านี้ช่างมาเร็วไปเร็ว ชั่วครู่เดียวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
พ่อเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกอัศจรรย์ใจนัก จึงถามอู๋ป้านเซียนว่านี่มันสถานการณ์ใดกันแน่
ป้านเซียนมีสีหน้าเคร่งขรึมทันใด เขาไม่ได้ตอบคำถามของพ่อ เพียงแค่บอกว่าเข้าไปดูเด็กข้างในก่อนเถอะ
เมื่อเข้ามาในห้อง ท่านปู่ก็อุ้มเด็กออกมา อู๋ป้านเซียนเพียงมองแวบเดียวก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง แววตาเป็นประกายวาววับก่อนจะเริ่มถามถึงวันเดือนปีเกิดของผม จากนั้นอู๋ป้านเซียนก็เริ่มคำนวณดวงชะตา ผ่านไปครู่ใหญ่จึงกล่าวอย่างตื่นเต้น “เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา เป็นทารกปีศาจอย่างแท้จริง หากเก็บไว้เกรงว่าจะเป็นภัยต่อบ้านเมือง ภายภาคหน้าจะเกิดปัญหาไม่รู้จบ เขาดูดกินแต่เลือด ไม่สามารถกินของเช่นคนธรรมดาได้ ถึงแม้จะเก็บไว้ก็เลี้ยงเขาไม่รอดแน่ ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องตายสถานเดียว”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งตระกูลต่างพากันตื่นตระหนก พ่อเข่าอ่อนแทบจะคุกเข่าลงต่อหน้าอู๋ป้านเซียนผู้นั้น “ท่านอู๋ ท่านช่วยคิดหาวิธีหน่อยเถอะ อย่างไรเสียก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่ภรรยาผมอุ้มท้องมา จะให้มองดูเขาตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไง”
“ท่านอู๋ ไม่มีวิธีใดที่จะทำให้เขารอดชีวิตได้เลยหรือ?” ท่านปู่ก็กล่าวด้วยใจที่ร้อนรนเช่นกัน
“พวกคุณรู้ไหมว่าเหตุใดตอนที่เด็กคนนี้เกิดมาจึงมีสายฟ้าสวรรค์สิบเก้าสายฟาดลงมารอบลานบ้านพวกคุณ?” อู๋ป้านเซียนไม่ตอบแต่กลับเอ่ยคำถามใหม่
เรื่องนี้พวกเขาจะไปรู้ได้อย่างไร ทั้งสองคนต่างก็ส่ายหน้า
อู๋ป้านเซียนผู้นั้นกล่าวต่อไปว่า “เมื่อครู่ ผมได้ลองคำนวณดู ก็พบว่าเด็กคนนี้ถูกดวงวิญญาณของปีศาจเข้าสิง ปีศาจตนนั้นมีตบะแก่กล้าอย่างยิ่ง จวนเจียนจะผ่านด่านเคราะห์กลายร่างเป็นมนุษย์ได้อยู่แล้ว แต่กลับต้องเผชิญกับทัณฑ์สวรรค์ เกรงว่าจะทำให้วิญญาณสลายไปในที่สุด เพราะการที่ปีศาจจะสำเร็จมรรคผลนั้นถือเป็นการฝืนลิขิต ย่อมต้องประสบกับทัณฑ์สวรรค์อย่างแน่นอน พอดีกับที่เด็กบ้านพวกคุณเกิดมาในช่วงเวลาเดียวกัน ปีศาจตนนั้นไม่ต้องการถูกสายฟ้าสวรรค์ฟาดจนกลายเป็นเถ้าถ่าน จึงได้ส่งดวงจิตของตนมาสถิตอยู่ในร่างของเด็กคนนี้ ด้วยเหตุนี้ สายฟ้าสวรรค์จึงไม่ฟาดลงบนร่างของปีศาจตนนั้น อย่างไรเสีย เด็กบ้านพวกคุณก็เป็นผู้บริสุทธิ์ สายฟ้าสวรรค์สิบเก้าสายนั้นจึงฟาดลงแค่รอบ ๆ บ้าน ไม่ได้ทำร้ายผู้ใด”
“เพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกที่คุกเข่าคำนับอยู่หน้าลานบ้านพวกคุณเมื่อครู่คือเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุด เกรงว่าปีศาจที่สิงสู่ในร่างเด็กคนนี้อาจจะเป็นปีศาจจิ้งจอกที่บำเพ็ญตบะจนแก่กล้า เพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกเหล่านั้นล้วนเป็นญาติสนิทมิตรสหายและลูกหลานของมัน”
เมื่อพ่อได้ยินดังนั้นก็แทบจะร้องไห้ รีบกล่าวอีกว่า “ท่านอู๋ แล้วจะทำอย่างไรดี?”
อู๋ป้านเซียนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนกล่าวอย่างจนปัญญา “สถานการณ์เช่นนี้ ผมก็เพิ่งเคยพบเคยเจอเป็นครั้งแรก ต่อให้วันนี้เด็กคนนี้จะรอดชีวิตไปได้ แต่ในภายภาคหน้าก็ยังต้องประสบกับภัยพิบัติมากมาย ชะตาชีวิตอาภัพ ดูจากดวงชะตาของเขาแล้วเป็นดวงเพลิงสวรรค์ใหญ่ เพลิงวารีมิอาจประสาน เพลิงบึงหนองขัดแย้ง เพลิงอสนีบาตกัดกิน เป็นดวงชะตาที่ต้องเผชิญเคราะห์กรรม โดยเฉลี่ยทุกสามปีจะมีเคราะห์ใหญ่หนึ่งครั้ง เมื่อถึงคราวเคราะห์ จะต้องมีคนสังเวยชีวิต หากไม่ใช่เขาตายก็ต้องเป็นผู้อื่นตาย ตลอดชีวิตจะมีเคราะห์อย่างน้อยสิบแปดครั้ง”
“ผมเองก็พอจะมีวิธีหนึ่งที่สามารถรักษาชีวิตเขาไว้ได้อยู่หรอก นั่นคือการรับมาเป็นศิษย์ เดินบนเส้นทางแห่งเต๋า แต่ชั่วชีวิตของเด็กคนนี้จะต้องประสบกับห้าเภทสามขาด ซึ่งก็ยังดีกว่าตาย แต่หากเป็นเช่นนี้ เกรงว่าในภายภาคหน้าเขาจะไม่สามารถพบเจอกับพวกคุณได้อีก”
แต่ใครเลยจะคาดคิด ว่าอู๋ป้านเซียนผู้นี้คือผู้รับเคราะห์กรรมคนแรกของผม เขาที่เพิ่งจะอุ้มผมพ้นปากทางหมู่บ้าน กลับพลันต้องสิ้นใจอย่างกะทันหัน เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดจนเสียชีวิต
[จบแล้ว]