เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - อินทรีหน้ามาร

บทที่ 41 - อินทรีหน้ามาร

บทที่ 41 - อินทรีหน้ามาร


✡︎✡︎✡︎✡︎✡︎✡︎

ในคืนวันนั้น

เจ้าของร้านค้าใหญ่ ๆ ในตลาดต่างก็เดินทางไปยังคฤหาสน์เหมันต์แดงบนยอดเขาภูเขาใบไผ่ เพื่อเข้าร่วมการประชุมหารือที่ตระกูลหวงแห่งหุบเขาเหมันต์แดงจัดขึ้น

หนึ่งชั่วยามต่อมา

มู่ซิ่วอวิ๋นกลับมาถึงร้าน สิ่งแรกที่ทำคือไปหาลู่ฉางอันและอธิบายสถานการณ์

“โจรบำเพ็ญเพียรที่โจมตีข้ามีนามว่า ‘อินทรีหน้ามาร’ หลายปีก่อนเคยอาละวาดอยู่ที่ตลาดอื่น บุคคลผู้นี้เคยถูกผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานไล่ล่า หลังจากได้รับบาดเจ็บก็ซ่อนตัวอยู่หลายปี คาดไม่ถึงว่าจะมาปรากฏตัวอยู่บริเวณรอบ ๆ ภูเขาใบไผ่”

ข่าวแรกที่มู่ซิ่วอวิ๋นกล่าวถึง เป็นสิ่งที่ลู่ฉางอันให้ความสนใจ

“อินทรีหน้ามารรึ”

ลู่ฉางอันจดจำชื่อนี้ไว้ สามารถหลบหนีจากการไล่ล่าของผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานได้ ย่อมไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับบำเพ็ญเพียรขั้นที่เก้าธรรมดา มิน่าเล่าจึงสามารถบีบคั้นมู่ซิ่วอวิ๋นจนถึงทางตันได้

จากนั้น มู่ซิ่วอวิ๋นก็กล่าวถึงเรื่องที่สอง:

“พื่อเป็นการปลอบขวัญและชดเชยให้แก่ร้านค้าทั้งสองที่ถูกโจมตี ทางตระกูลหวงจึงได้มีเมตตางดเว้นค่าดูแลจัดการของร้านค้าให้เป็นเวลาสิบปี”

ค่าดูแลจัดการสิบปี มีมูลค่าไม่น้อย

ตระกูลหวงแห่งหุบเขาเหมันต์แดงก็แสดงความรับผิดชอบอยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์โจมตีไม่ได้เกิดขึ้นภายในตลาด แต่อยู่ห่างออกไปพอสมควร

ลู่ฉางอันครุ่นคิดในใจ: “ร้านค้าได้รับค่าชดเชย ส่วนผู้ฝึกตนอิสระที่ตายอย่างน่าอนาถเหล่านั้น ก็ตายไปโดดเดี่ยวถูกลืมเลือนสื้น”

นี่คือวิถีแห่งผู้แข็งแกร่งกินผู้อ่อนแอในโลกบำเพ็ญเพียร

ร้านค้าในตลาดส่วนใหญ่ล้วนมีกองกำลังหนุนหลัง บางแห่งแม้แต่ตระกูลหวงแห่งหุบเขาเหมันต์แดงก็ไม่กล้าล่วงเกินได้ง่าย ๆ

“นอกจากนี้ ตระกูลหวงยังเตรียมที่จะเสริมสร้างค่ายกลและผู้บำเพ็ญเพียรที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของตลาดให้แข็งแกร่งขึ้น และกำจัดโจรบำเพ็ญเพียรอย่างจริงจัง เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป จะต้องเพิ่มค่าบริหารจัดการของร้านค้าขึ้นอีกสามส่วน”

น้ำเสียงที่ไพเราะของมู่ซิ่วอวิ๋นมีความเย้ยหยันอยู่เล็กน้อย

เพิ่มค่าบริหารจัดการรึ

ลู่ฉางอันอดที่จะชื่นชมไม่ได้ ตระกูลหวงช่างรู้จักฉวยโอกาสเสียจริง

สองปีแรกที่ตลาดเพิ่งเปิด เพื่อดึงดูดผู้คน ค่าบริหารจัดการจึงเก็บในอัตราที่ต่ำมาก

เมื่อเห็นว่าผู้คนในตลาดเพิ่มขึ้น ร้านค้าส่วนใหญ่เริ่มมีกำไร ตระกูลหวงจึงฉวยโอกาสจาก “โจรบำเพ็ญเพียร” ที่คุกคามความปลอดภัยของตลาด เพื่อเพิ่มค่าบริหารจัดการของร้านค้า

ตอนนี้สถานการณ์แตกต่างไปจากเดิมแล้วจริง ๆ

ก่อนหน้านี้คือตลาดเพิ่งเปิด ต้องอ้อนวอนให้คนมาทำธุรกิจ

ตอนนี้ผู้คนเพิ่มขึ้นทุกปี มีแต่คนแย่งกันเข้ามา

ตระกูลหวงประกาศอย่างเปิดเผย: หากไม่พอใจกับการเพิ่มค่าบริหารจัดการ ก็สามารถให้ตระกูลหวงซื้อร้านค้าคืนได้ในราคาตลาดปัจจุบัน และจะให้ค่าชดเชยด้วย

จากจุดนี้ จะเห็นได้ว่าตระกูลหวงมองการณ์ไกลถึงอนาคตของตลาดเป็นอย่างดี

เมื่อกลับมาถึงห้อง ลู่ฉางอันก็จมอยู่ในภวังค์ความคิด

เขานึกถึงเมื่อหนึ่งปีก่อน เถ้าแก่สวีและฮูหยินเจิ้งในตลาด พยายามหาทางให้ตนเองออกไปข้างนอก

ลู่ฉางอันและมู่ซิ่วอวิ๋นร่วมมือกัน กิจการของร้านยันต์วิเศษตระกูลมู่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณภาพและประเภทของยันต์ล้วนมีความสามารถในการแข่งขันสูง

ตระกูลมู่นอกจากจะมีผลผลิตสัตว์น้ำจากทะเลสาบจันทร์มรกตและเหมืองทองแดงม่วงแล้ว ยังมีต้นไม้เงินต้นไม้ทองเพิ่มขึ้นมาอีกต้นหนึ่ง การพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

เพียงแค่กำจัดคนใดคนหนึ่งไป ก็จะสามารถยับยั้งแนวโน้มนี้ได้เล็กน้อย

ลู่ฉางอันหัวแข็ง ไม่ยอมออกจากตลาดเลย ไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย

มู่ซิ่วอวิ๋นแตกต่างออกไป นางต้องเดินทางไปกลับระหว่างตระกูลกับตลาดเป็นครั้งคราว

ระดับพลังของมู่ซิ่วอวิ๋นค่อนข้างสูง มีเรือบินเป็นศาสตราวุธ การลงมือจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ยังมีโอกาสอยู่บ้าง

ยอดเขาภูเขาใบไผ่

คฤหาสน์เหมันต์แดง, ภายในตำหนักแห่งหนึ่ง

“อวี่เอ๋อร์ ครั้งนี้เจ้าทำเกินไปหน่อยแล้ว”

ชายชราวัยเจ็ดสิบผู้มีโหนกแก้มสูงคนหนึ่ง นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่งที่หัวตำหนัก สีหน้าไม่สบอารมณ์:

“พึงรู้ไว้ว่าร้านค้าที่เปิดกิจการในตลาดนี้ล้วนมีเบื้องหลังที่มิอาจดูแคลน การเลือกพวกเขาเป็นเป้าหมายจึงเป็นแผนการที่ต่ำช้านัก เพียงเพื่อจัดการกับเด็กสาวผู้หนึ่ง เหตุใดเจ้าจึงต้องลดตัวลงไปลงมือเอง และนำพาชื่อเสียงของตลาดไปเสี่ยงภยันตรายเล่า”

“ท่านลุงหลิงกล่าวถูกแล้วขอรับ”

หวงอวี่มีสีหน้าเคารพ อธิบายว่า: “เรื่องนี้ข้ามิได้มีส่วนร่วมโดยตรง เพียงแค่ให้ข้อมูลแก่ ‘อินทรีหน้ามาร’ เท่านั้น เจ้านั่นเกิดความสนใจในหญิงงามผู้บำเพ็ญเพียรที่มีฐานะร่ำรวยเช่นคุณหนูใหญ่ของตระกูลมู่ จึงได้ลงมือโดยพลการ”

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ แววตาของหวงอวี่ก็ฉายแววมืดมน

เดิมทีเขาต้องการวางแผนอย่างรอบคอบ จับกุมมู่ซิ่วอวิ๋น อาศัยชื่อของโจรบำเพ็ญเพียร เพื่อควบคุมตระกูลมู่และลู่ฉางอัน

ทว่า “อินทรีหน้ามาร” กลับมั่นใจในฝีมือของตนเอง ประเมินคุณภาพของยันต์ในมือมู่ซิ่วอวิ๋นต่ำไป ในตอนแรกจึงเสียเปรียบเล็กน้อย อินทรีบินของมันถูกยันต์ทำร้ายจนบาดเจ็บ

ด้วยความโกรธแค้นอับอาย กลับลงมือทำร้ายดอกไม้งามอย่างโหดเหี้ยม

หากสังหารมู่ซิ่วอวิ๋นได้ก็แล้วไป แต่กลับปล่อยให้นางรอดชีวิตมาได้ ทั้งยังยุยงให้ร้านค้ารวมตัวกันกดดันตระกูลหวงอีก

ชายชราวัยเจ็ดสิบส่งเสียงฮึ่มในลำคอ กล่าวอย่างเรียบเฉย: “เจ้าจงดูแลตัวเองให้ดี ความเจริญรุ่งเรืองของตลาดแห่งนี้ เกี่ยวข้องกับแผนการใหญ่ในอีกร้อยปีข้างหน้าของตระกูลหวงของเรา”

นับตั้งแต่มู่ซิ่วอวิ๋นถูกโจมตี ตระกูลหวงก็ได้เสริมกำลังลาดตระเวนและดูแลความสงบเรียบร้อยรอบ ๆ ตลาดให้เข้มงวดขึ้น กระทั่งจัดการเหตุการณ์ฆ่าคนชิงทรัพย์ไปหลายครั้ง

บริเวณรอบ ๆ ภูเขาใบไผ่ สภาพความปลอดภัยได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น

ผู้คนในตลาดก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กิจการของร้านค้าต่าง ๆ ก็เจริญรุ่งเรืองขึ้น การต่อต้านเรื่องการเพิ่มค่าบริหารจัดการก็ไม่รุนแรงนัก

สามปีต่อมา

ลู่ฉางอันเลื่อนระดับเป็นบำเพ็ญเพียรขั้นที่หก ระดับพลังก้าวหน้าไปอีกขั้น

เป็นไปตามที่คาดไว้ ใช้เวลารวมทั้งสิ้นหกปี

ปราณพฤกษาในตลาด เพียงแค่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกตนของเขาเท่านั้น

แต่ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการหมุนเวียนของกาลเวลาได้

ลู่ฉางอันมีเวลาว่างมากมายในแต่ละวัน ทั้งฝึกตน วาดภาพยันต์ หลอมกายา ปรุงโอสถ และให้อาหารสัตว์วิเศษ...

นอกจากนี้ยังเป็นความสนใจส่วนตัว คือการดื่มชาดื่มสุรา เล่นหมากล้อม และไปเดินเล่นที่แผงลอยของผู้ฝึกตนอิสระ ลองเสี่ยงโชคดูบ้าง

วันเวลาช่างเปี่ยมล้นและสบายยิ่งนัก

สี่ห้าปีที่มาอยู่ที่ภูเขาใบไผ่ ลู่ฉางอันไม่เคยออกจากตลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด

ที่ตั้งฉายาให้เขาว่า “ปรมาจารย์ยันต์เต่า” กลายเป็นเรื่องขบขันหลังมื้อชาของผู้บำเพ็ญเพียรบางคนในตลาด

ลู่ฉางอันไม่ใส่ใจเรื่องนี้ รอให้ในอนาคตได้เป็นใหญ่ในระดับหลอมรวมแก่นปราณหรือวิญญาณแรกกำเนิดแล้ว คนที่หัวเราะเยาะเขาเหล่านี้ เกรงว่าจะกลายเป็นเพียงกองดินเหลืองไปแล้ว

สองสามปีมานี้ นอกจากจะฝึกตนและทำตามใจชอบแล้ว ชีวิตของลู่ฉางอันก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ในวันนี้ ลู่ฉางอันตื่นขึ้นมาอย่างกระปรี้กระเปร่า ลุกจากเตียง แต่งกายให้เรียบร้อย

ข้างเตียง มีเสื้อผ้าของหญิงงามผู้บำเพ็ญเพียรกองหนึ่งตกอยู่

ชุดกระโปรงยาวสีเขียวหยก เอี๊ยมอกสีคราม ถุงเท้าไหมสีขาว รองเท้าปักลายอันงดงาม...

ในผ้าห่ม มีกลิ่นหอมกรุ่นโชยมา

เรือนร่างงดงามที่ผิวพรรณดุจน้ำแข็งหยกขาว ส่วนโค้งส่วนเว้าเด่นชัด เผยให้เห็นเรียวขางามดุจหิมะที่ยาวระหง

โอ้ นี่คือห้องนอนของคุณหนูใหญ่นี่เอง

มู่ซิ่วอวิ๋นลืมตาขึ้น ใบหน้าเผยความเหนื่อยล้าเล็กน้อย มองไปยังลู่ฉางอันที่ดูสดชื่นมีชีวิตชีวา สายตาค่อนข้างขุ่นเคือง

มีคำกล่าวที่ว่า: มีแต่วัวที่เหนื่อยตาย ไม่มีนาที่ไถจนพัง

ทว่า สำหรับลู่ฉางอันผู้ฝึกฝนคัมภีร์คืนความเยาว์แล้ว คำกล่าวนี้ใช้ไม่ได้ผล

“พี่ลู่ ข้าจะแต่งตัวแล้ว ห้ามแอบดูนะ!”

เบื้องหลังมีเสียงขยับของหญิงงามขณะแต่งกายดังขึ้น

ลู่ฉางอันเดินมาที่หน้าต่าง ความคิดเลื่อนลอย รู้สึกว่าสองสามปีที่ชุ่มชื่นนี้ผ่านไปเร็วยิ่งนัก

สามปีก่อน

หลังจากได้รับการรักษาจน “ฟื้นคืนจากความตาย” ครั้งนั้น คุณหนูใหญ่ก็ค่อย ๆ ละทิ้งความไว้ตัวในฐานะของตนลง บางครั้งก็ส่งสายตาแสดงความในใจ และชวนถกเรื่องวิชาปรุงยันต์อย่างกระตือรือร้น

ครั้งหนึ่งขณะที่วาดภาพยันต์ด้วยกัน นางได้สารภาพความในใจ: ชีวิตของนางล้วนเป็นลู่ฉางอันมอบให้ แม้ในอนาคตลู่ฉางอันจะต้องจากไป นางก็ยินดี

เมื่อกล่าวถึงขนาดนี้แล้ว

หากลู่ฉางอันยังปฏิเสธอีก ก็คงจะไม่ใช่บุรุษปกติ แม้แต่ขันทีก็ยังไม่เท่า

ชายหญิงที่อยู่ด้วยกันตามลำพังมานานหลายปี ดุจเชื้อไฟแห้งที่อยู่ใกล้เปลวเพลิง ทั้งสองที่มีใจให้กันจึงได้ร่วมเตียงกันอย่างเป็นธรรมชาติ

ทุกมุมในห้องนอนของคุณหนูใหญ่ ล้วนทิ้งร่องรอยการพลิกตัวของคนทั้งสองไว้

แน่นอนว่า ไม่ว่าจะรักกันลึกซึ้งเพียงใด

ในใจของลู่ฉางอันก็ยังคงเยือกเย็น เขาใช้วิชาลับในเคล็ดลับวิชาสะกดมังกร สามารถเก็บรักษาสารมังกรไว้ได้โดยไม่สูญเสีย จะไม่มีวันทิ้งทายาทไว้เป็นอันขาด

เช้าตรู่

ที่ชั้นหนึ่งของร้าน มูเอ้อร์ซุ่นและมู่ซานกำลังจัดของบนชั้นวาง

ปัจจุบัน ศิษย์ฝึกหัดทั้งสองสามารถปรุงยันต์ระดับหนึ่งบางส่วนได้แล้ว เพียงแต่อัตราความสำเร็จยังไม่สูงนัก อยู่ในระดับที่เสมอตัว

มู่ซิ่วอวิ๋นเดินตรวจตราในร้าน คอยดูข้อบกพร่อง

ลู่ฉางอันไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานในร้าน เตรียมจะไปเดินเล่นที่แผงลอยของผู้ฝึกตนอิสระ

ชาติก่อนเขาเคยได้ยินมาว่า มีผู้บำเพ็ญเพียรไปเสี่ยงโชคที่แผงลอย ซื้อของวิเศษหรือศาสตราวุธที่ซ่อนเร้นหรือถูกผนึกไว้ได้

ดังนั้น หลายปีที่มาอยู่ที่ตลาด เขามักจะไปเดินเล่นที่แผงลอย ดูว่าจะสามารถเสี่ยงโชคได้หรือไม่

อย่างไรเสียก็มีเวลามาก ลองเสี่ยงโชคดู

หลายปีมานี้ เขาก็เสี่ยงโชคได้จริง ๆ ซื้อเศษศาสตราวุธขนาดเท่าผ้าเช็ดหน้ามาได้ชิ้นหนึ่ง

รูปร่างคล้ายหนังสัตว์ ไม่กลัวน้ำไม่กลัวไฟ วัสดุอ่อนนุ่ม

ศาสตราวุธ อย่างน้อยก็ต้องเทียบเท่ากับระดับหลอมรวมแก่นปราณ

แม้จะเป็นเพียงเศษศาสตราวุธ ด้วยระดับพลังของลู่ฉางอันก็ยังใช้ไม่ได้ จึงได้ใช้เป็นเกราะป้องกันหัวใจ ติดไว้ที่ซับในของชุดคลุมศาสตราวุธ

เดินเล่นที่แผงลอยหนึ่งรอบ ไม่ได้อะไร

ก็ไปนั่งเล่นที่โรงน้ำชา ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้บำเพ็ญเพียรมากมาย

“งานประมูลที่ภูเขาใบไผ่จัดขึ้นครั้งนี้ ได้ยินว่าจะมีการประมูลโอสถสร้างรากฐานหนึ่งเม็ดรึ”

“โอสถสร้างรากฐานรึ จริงหรือเท็จ”

“ไม่ใช่แค่โอสถสร้างรากฐาน ยังมีอุปกรณ์วิเศษชั้นสุดยอด โอสถยืดอายุขัย...”

เช้าตรู่วันนี้ โรงน้ำชาคึกคักกว่าปกติมาก

ลู่ฉางอันจิบชาไปพลาง สำหรับการพูดคุยเรื่องงานประมูลและโอสถสร้างรากฐานนั้น เขาไม่รู้สึกประหลาดใจแม้แต่น้อย

ร้านค้าในตลาด ทราบข่าวเรื่องงานประมูลล่วงหน้าหนึ่งเดือนแล้ว

ตระกูลหวงเคยส่งคำเชิญมาที่ร้านยันต์วิเศษตระกูลมู่ หวังว่าร้านจะสามารถนำยันต์ชั้นสูงจำนวนหนึ่งมาประมูลได้

ตระกูลหวงแห่งหุบเขาเหมันต์แดงตัดสินใจที่จะจัดงานประมูลขนาดใหญ่ขึ้นที่ภูเขาใบไผ่ในอีกสามเดือนข้างหน้า

มีข่าวลือเรื่องโอสถสร้างรากฐานจริง ๆ

นอกจากนี้ ตระกูลโจวผู้ฝึกสัตว์ก็จะนำสัตว์วิเศษคุณภาพดีจำนวนหนึ่งมาขายในงานนี้ด้วย

ในชั่วพริบตา ตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรในบริเวณใกล้เคียง กระทั่งผู้ฝึกตนอิสระและผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักที่อยู่ไกลออกไปต่างก็ได้รับข่าว

“โอสถสร้างรากฐานหนอ...”

ลู่ฉางอันจิบชาคำหนึ่ง ถอนหายใจในใจ

ผ่านการปูทางมาหลายรอบ ตลาดภูเขาใบไผ่กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางของคลื่นลม

นี่ก็เป็นเป้าหมายที่ตระกูลหวงต้องการให้บรรลุ ทำให้ตลาดภูเขาใบไผ่เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างแท้จริง!

เมื่อใกล้วันประมูลเข้ามา

ผู้คนในตลาดภูเขาใบไผ่ก็เพิ่มขึ้นทุกวัน

ช่วงนี้ ลู่ฉางอันกระทั่งได้รับจดหมายสอบถามจากจ้าวซือเหยาและหลินอี้

เมื่อทราบข่าวเรื่องงานประมูลครั้งใหญ่ที่ภูเขาใบไผ่ สหายทั้งสองก็เตรียมจะมาร่วมงานด้วย

✡︎✡︎✡︎✡︎✡︎✡︎

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 41 - อินทรีหน้ามาร

คัดลอกลิงก์แล้ว