- หน้าแรก
- ผมคือบั๊กที่พระเจ้าสร้าง
- บทที่ 2 - พ่อน่ะสิ
บทที่ 2 - พ่อน่ะสิ
บทที่ 2 - พ่อน่ะสิ
บทที่ 2 - พ่อน่ะสิ
วิญญาณ...
เมื่อนึกถึงคำนี้ ในหัวของเวินเหยียนก็ปรากฏภาพความฝันเมื่อคืนนี้ขึ้นมา ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เขาฝันถึงป่าศิลาจารึกที่แปลกประหลาด ศิลาบางแท่งผุกร่อนจนตัวอักษรเลือนหายไป ส่วนบางแท่งก็ดูเหมือนใหม่มาก
เมื่อเขาสัมผัสศิลาแท่งหนึ่ง ในหัวของเขาก็มีข้อมูลบางอย่างปรากฏขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ
ให้เขาเลือกหนึ่งอย่าง
ศิลาแท่งแรกที่เขาสัมผัส เป็นแท่งที่ผุกร่อนอย่างรุนแรง แต่ตัวอักษรกลับชัดเจนมาก ด้านข้างมีรอยบิ่นไปมุมหนึ่ง
ด้านหน้าสลักอักษรคำว่า “แพทย์”
ข้อมูลจากศิลาจารึกส่งผ่านมา
ในความเลือนลาง เขาเห็นเงาคนมากมาย มีทั้งคนที่แต่งกายแบบโบราณสวมชุดยาว และคนที่สวมเสื้อกาวน์สีขาว
แต่ไม่มีข้อยกเว้น ทุกภาพล้วนเป็นฉากตอนที่พวกเขาเสียชีวิต
เขาสัมผัสศิลาแท่งอื่นๆ ต่อไป และก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน ทั้งหมดเป็นภาพการตายของผู้คนในอาชีพที่สอดคล้องกับศิลาจารึกนั้นๆ
เขาเห็นนักพรตถูกอสูรกายบิดเบี้ยวฉีกเป็นชิ้นๆ
เขาเห็นคนถือธงขาว ร่างกายมีไอสีดำพวยพุ่งออกมา เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ตายอยู่ริมถนนในยามค่ำคืน
เขาเห็นชายร่างใหญ่มีหนวดเคราสวมชุดคลุมลายมังกร ถูกลูกธนูที่ส่องประกายแสงสีเลือด ยิงจนพรุนไปทั้งตัวราวกับเม่น
มีนักพรตยืนอยู่หน้าแท่นบูชา เรียกสายฟ้าจากสวรรค์ให้ฟาดลงมา ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง ณ ที่ที่เขายืนอยู่
ยิ่งดูต่อไป ภาพการตายของผู้คนก็ยิ่งน่าสยดสยองมากขึ้น ส่วนใหญ่เสียชีวิตระหว่างการต่อสู้
บางคนที่ตายบนเตียงนอน ก็ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ราวกับตายทั้งเป็น ก่อนจะสิ้นใจอย่างน่าเวทนา
ในฐานะคนที่เพิ่งได้รับการบรรจุเข้าทำงานวันนี้ เงินเดือนเดือนแรกยังไม่ได้รับ เขาย่อมไม่เลือกอาชีพที่ดูแล้วมีความเสี่ยงสูงขนาดนั้น
อันที่จริง เขาไม่อยากเลือกเลยด้วยซ้ำ
เขารู้สึกว่าเงินเดือนเดือนละ 4,800 หยวน หยุดสองวันต่อสัปดาห์ มีประกันสังคมห้าอย่างกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสองอย่าง โบนัสต่างหาก มีค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ให้ ก็ถือว่าดีมากๆ แล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านผู้อำนวยการยังแอบบอกเขาเป็นการส่วนตัวว่า ปีที่แล้วเพื่อนร่วมงานที่ได้โบนัสสิ้นปีสูงสุด ได้ไปถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นหยวน
ตอนนี้เขาไม่คิดอะไรทั้งนั้น คิดเพียงแค่ว่าจะตั้งใจทำงานครึ่งปี แล้วรอรับโบนัสสิ้นปี
เขาถามมาโดยเฉพาะแล้วว่า ทำงานครึ่งปี ก็ได้โบนัสสิ้นปีเหมือนกัน
ทว่า ตอนนี้ถ้าไม่เลือก เขาก็ไม่รู้ว่าจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร
คงจะ... อาจจะ... ประมาณว่าติดอยู่ในหน้าจอเลือกอาชีพ
เขาสัมผัสศิลาจารึกไปทีละแท่งๆ เพียงเพื่อต้องการเลือกอาชีพที่ไม่เป็นอันตรายนัก และตายไม่น่าอนาถจนเกินไป
คำอธิบายอาชีพที่ว่านั่น บางอันตัวอักษรก็เลือนลางจนอ่านไม่ออก ส่วนอันที่ไมเลือนลาง เขาก็ไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว
โม้ไว้ซะดิบดี แต่พอดูเข้าจริงๆ ค่าเฉลี่ยคือตายโหงกันทั้งนั้น
จนกระทั่งเขาพบศิลาจารึกแท่งหนึ่งที่ผุกร่อนจนตัวอักษรแทบจะหายไปหมดสิ้น
ครั้งนี้ เขาไม่เห็นภาพการตายอันน่าสยดสยองจำนวนมากอีกต่อไป มีเพียงชายชราคนหนึ่ง นั่งสงบนิ่งอยู่บนแท่นหินในถ้ำแห่งหนึ่ง ในมือกำม้วนหนังสัตว์ไว้ สีหน้าสงบนิ่ง ค่อยๆ หลับตาลง
นี่เป็นอาชีพเดียวที่เขาหาเจอ ที่คนซึ่งเลือกอาชีพนี้ตายได้ไม่น่าอนาถนัก แถมยังตายอย่างสงบตามอายุขัยได้อีกด้วย
เอาอันนี้แหละ
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา เขาก็เห็นศิลาแท่งนั้นแตกสลายในทันที กลายเป็นลำแสงสายหนึ่งพุ่งเข้ามาในร่างของเขา
เขารู้สึกว่าป่าศิลากำลังห่างออกไป เขากำลังร่วงหล่นลงไปเรื่อยๆ และกำลังจะตื่นขึ้น
ในตอนนี้เองที่เขาพลันตื่นขึ้นในความฝัน ความทรงจำมากมายผุดขึ้นมา เขาจำได้แล้วว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาที่นี่
เขามาที่นี่หลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเลือกเลย จนกระทั่งวันนี้ที่ต้องเลือก
ระหว่างที่ร่วงหล่น ทุกสิ่งรอบตัวกลายเป็นลำแสงและความว่างเปล่า ป่าศิลาหายไปอย่างสิ้นเชิง
และในท่ามกลางลำแสง จุดแสงหนึ่งก็พุ่งมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว เมื่อลำแสงนั้นเข้ามาใกล้ เวินเหยียนจึงมองเห็นได้ชัดเจน
มันคือแมงกะพรุนที่ใหญ่กว่าภูเขาทั้งลูก แมงกะพรุนตัวนั้นส่องแสงเรืองรองสีน้ำเงินเข้ม ลากหนวดและแขนรอบปากที่ยาวอย่างน้อยสิบกว่าลี้*
เพียงแค่ถูกแสงเรืองรองนั้นส่องเข้าตา เขาก็รู้สึกเหม่อลอยไปชั่วขณะ ดวงตาทั้งสองข้างว่างเปล่า
ในหัวของเขามีข้อมูลบางอย่างปรากฏขึ้นทันที
“อสูรกลืนวิญญาณ, ไร้ซึ่งศัตรูตามธรรมชาติ”
แสงสีน้ำเงินเข้มสาดส่องมาที่ร่างกายของเขา แสงจากศิลาจารึกที่เพิ่งเข้าไปในร่างของเขาก็ถูกปั่นป่วนทันที
ข้อมูลเหล่านั้นปรากฏเป็นรูปธรรมในสายตาของเขา อักขระที่สับสนวุ่นวายนับไม่ถ้วนแวบผ่านไป สลายและประกอบขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากอักษรกระดองเต่าโบราณสู่อักษรจินเหวิน และสุดท้ายก็กลายเป็นอักษรจีนตัวย่อที่เขาคุ้นเคย
“คุณได้เผชิญหน้ากับอสูรกลืนวิญญาณผู้ไร้เทียมทาน ซึ่งสามารถกลืนกินวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล และต้านทานความเสียหายทุกชนิดได้
คุณที่เพิ่งดูอาชีพนับไม่ถ้วน ภาพการตายของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนมา รู้สึกว่าคำว่าไร้เทียมทานเป็นเรื่องไร้สาระอย่างสิ้นเชิง ไม่มีทางที่จะมีสิ่งที่ไร้เทียมทานโดยสมบูรณ์ได้
พูดได้มีเหตุผลดีนี่
เข้ากับอาชีพของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ: ศัตรูตามธรรมชาติ
สอดคล้องกับความคิดของคุณ ดูเหมือนคุณจะพบเส้นทางแห่งศัตรูตามธรรมชาติของตัวเองแล้ว
ตอนนี้ จงเค้นพลังที่แกร่งที่สุดของคุณออกมา แล้วตะโกนว่า: กูคือพ่อมึง
เพื่อเปิดใช้งานความสามารถติดตัวอย่างแรกของคุณซะ
คำแนะนำที่เป็นมิตร ภาษาจีนกลางสำเนียงจงหยวนอาจให้ผลดียิ่งขึ้น”
เวินเหยียนไม่ลังเลเลย แม้แต่จะคิดให้มากความก็ยังไม่ทัน
เพราะเขารู้สึกได้อย่างชัดเจน และรับรู้ได้อย่างชัดเจนอย่างน่าประหลาดว่า วิญญาณของเขากำลังถูกฉีกกระชาก แม้จะยังไม่ได้สัมผัส เขาก็รู้สึกได้ว่าเขากำลังถูกกิน
เพียงแค่ลังเลนิดเดียว เขาก็จะไม่มีโอกาสแม้แต่จะตะโกนประโยคเดียวออกมา
ดังนั้น เขาจึงตะโกนประโยคนั้นออกไปใส่หน้าเจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์ที่ส่องแสงเรืองรองสีน้ำเงินเข้มและยาวอย่างน้อยสิบกว่าลี้
“อั๊วคือป๊ามึง”*
หลังจากพูดจบประโยค เขาก็เห็นแสงจ้าพุ่งออกมาจากร่างของสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนั้น แล้วก็มองไม่เห็นอะไรอีกเลย แม้แต่จะทำความเข้าใจว่ามันมีผลอะไรก็ยังไม่ทัน
ในชั่วพริบตา เขาก็สะดุ้งตื่นจากเตียง ทุกสิ่งในความฝัน เมื่อเขาตื่นขึ้น ก็เริ่มเลือนลางและจมหายไปเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
...
เวินเหยียนนอนอยู่บนโซฟา ในหัวของเขาปรากฏภาพความฝันเมื่อคืนนี้ขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
ตอนกลางวัน ในหัวของเขาเต็มไปด้วยเรื่องที่จะไปทำงานวันแรก เมื่อตื่นขึ้น ความทรงจำในฝันก็เริ่มเลือนลาง
แต่หลังจากประสบกับการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดมาทั้งวัน ในตอนนี้ ความทรงจำบางอย่างก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาเองอย่างช้าๆ
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ย่อมต้องมีสาเหตุ คงไม่ใช่ว่าทุกคนกำลังแสดงละครตบตาเขาหรอกใช่ไหม?
โดยเฉพาะพ่อครัวอ้วนที่ร้านอาหารเสฉวนคนนั้น หลังจากที่เขาแนะนำวิธีการทำอาหารให้ ดวงตาก็เบิกกว้างราวกับเจอคู่แข่งมาหาเรื่อง ถ้าไม่ติดว่ากลัวโดนเรียกค่าเสียหาย คงจะเอาทัพพีมาฟาดหัวเขาไปแล้ว
เรื่องที่ไม่ปกติที่เขานึกออก เรื่องแรกคือความฝันที่สมจริงผิดปกติเมื่อคืนนี้
เรื่องที่สอง คือวันนี้เป็นวันแรกที่ไปทำงาน ก็ได้เซ็นเอกสารเป็นตั้งๆ แล้วก็ได้บรรจุเข้าทำงานอย่างราบรื่น
เดิมทีเขายังคิดว่าอย่างน้อยต้องทำงานหนึ่งหรือสองปีก่อนถึงจะมีโอกาส
เมื่ออาหารย่อยพอสมควรแล้ว เขาก็จัดเตรียมเอกสารกองโต เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ขยับร่างกายเล็กน้อย เอาอาหารปลาออกมาให้อาหารปลาทองในตู้
มองดูปลาทองตัวนั้นกินอาหารเสร็จแล้วดำดิ่งลงไปใต้น้ำอีกครั้ง เวินเหยียนก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับปลาทอง
“อั๊วคือป๊ามึง”
ปลาทองไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ยังคงว่ายวนอยู่ในตู้ปลาต่อไป พอว่ายขึ้นมาที่ผิวน้ำ ก็พ่นน้ำพรวดออกมา ทำให้เกิดระลอกคลื่นเล็กๆ น้ำกระเซ็นโดนหน้าของเวินเหยียน
เวินเหยียนลูบหน้าตัวเอง ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยแฮะ
...
ตวนโจว, ไช่ฉี่ตงที่ไม่ได้นอนมาสองวันสองคืนมองแผนที่ด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าขณะคุยโทรศัพท์
“ใช่ ประชาชนในรัศมีร้อยลี้อพยพออกไปหมดแล้ว โชคดีที่แถวนี้มีแต่ภูเขากับทะเลสาบ จริงๆ แล้วมีบ้านคนไม่กี่หลัง”
“ใช่ครับ เหตุผลคือโรงงานเคมีรั่วไหล โรงงานนั้นก็มีปัญหาอยู่ไม่น้อยพอดี ถือโอกาสจัดการไปเลย”
“ไม่ครับ ไม่เจออะไรเลย มีทีมงานเข้าไปสำรวจลึกแล้ว บวกกับดาวเทียม, โดรนที่บินสำรวจซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบรอบแล้ว ก็ไม่พบความผิดปกติอะไรเลย”