- หน้าแรก
- พลิกชะตาเกิดใหม่เป็นซินแส
- บทที่ 23 แขกผู้มาเยือน
บทที่ 23 แขกผู้มาเยือน
บทที่ 23 แขกผู้มาเยือน
บทที่ 23 แขกผู้มาเยือน
เซี่ยเสาพอเห็นศาสตราจารย์โจว ก็เดาได้ทันทีว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับจานลายครามเป็นแน่ เพราะหลายปีมานี้ คนในหมู่บ้านต่างรู้ว่าเธอขึ้นเขามาเป็นประจำ แต่ทุกคนล้วนคิดว่าเธอมาดูแลผู้สูงอายุ ไม่มีใครรู้ว่าเธอมาฝากตัวเป็นศิษย์อยู่บนเขา
จะพูดว่าถังจงปั๋วมาพักฟื้นอยู่ในหมู่บ้าน สู้พูดว่าเขามาปลีกวิเวกจะดีเสียกว่า เขาไม่อยากเปิดเผยตัวตน เซี่ยเสาเองก็คิดว่าด้วยอายุน้อยเช่นนี้ ยังไม่เหมาะที่จะให้ทางบ้านรู้ว่าเธอกำลังเรียนวิชาพวกนี้ เกรงว่าพวกเขาจะรู้สึกไม่ดีและเข้ามาขัดขวาง ส่วนเธอเองก็ยังไม่มีอำนาจต่อรองในบ้าน มีแต่จะเพิ่มความลำบาก
ดังนั้น อาจารย์กับศิษย์จึงตกลงกัน ถังจงปั๋วคิดว่าทุกอย่างต้องดูตามกาลเทศะ เซี่ยเสาคิดว่ารออีกสักสองสามปีค่อยพูด เรื่องนี้จึงถูกปิดเอาไว้เป็นความลับ
ศาสตราจารย์โจวเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกปิดบังเรื่องนี้เช่นกัน
ดังนั้น เมื่อเซี่ยเสาเห็นศาสตราจารย์โจวมา ก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ทำให้เขาสนใจมากจนต้องมาหาถึงที่ได้นั้น มีเพียงเรื่องของเก่าของสะสมเท่านั้น
เซี่ยเสากวาดตามองทั้งสามคน เมื่อเห็นว่าคุณปู่เซี่ยกั๋วสี่ไม่ได้มาด้วย จึงค่อยวางใจลงได้ แม้ว่าเธอจะมีตาที่สาม แต่กลับมองไม่เห็นเรื่องราวของตัวเอง อาจเป็นเพราะว่าเธอได้เกิดใหม่ แม้แต่อาจารย์ก็ยังทำนายชะตาชีวิตของเธอไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงทำนายเรื่องราวของตัวเองไม่ได้มาโดยตลอด
เห็นว่าเซี่ยกั๋วสี่ไม่ได้มาด้วย คาดว่าเรื่องนี้คงไม่ร้ายแรงอะไร ด้วยนิสัยของเซี่ยกั๋วสี่ หากรู้เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ตามมา
หลังจากวางใจลงแล้ว เซี่ยเสาจึงเชิญทั้งสามคนเข้าไปในลานบ้าน
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในลานบ้าน ชายชราผู้มีภูมิฐานและสง่างามก็อุทานด้วยความประหลาดใจว่า “โอ้! ฮวงจุ้ยในลานบ้านนี้ช่างดีเหลือเกิน!”
ศาสตราจารย์โจวได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบ ๆ “ฮ่า ๆ ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสหลี่จะเป็นผู้แก่กล้าวิชาในด้านนี้”
หลี่ปั๋วหยวนยิ้มทักทาย “มิได้ มิได้ ศาสตราจารย์โจวชมเกินไปแล้วครับ ผมเป็นเพียงพ่อค้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นเงิน เพราะเมื่อก่อนได้รู้จักกับอาจารย์ท่านหนึ่ง จึงมีความรู้บ้างเท่านั้น จะไปเทียบกับศาสตราจารย์โจวได้อย่างไร ได้ยินมาว่าพวกท่านขอทุนวิจัยเกี่ยวกับคัมภีร์โจวอี้(อี้จิง)โดยเฉพาะ ในเรื่องพวกนี้ผมก็แค่พวกมือใหม่อวดฉลาดต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น”
“ฮ่า ๆ ผู้อาวุโสหลี่ถ่อมตัวเกินไป กลุ่มวิจัยถูกยุบไปนานแล้วเนื่องจากปัญหาเรื่องเงินทุน ผมก็มาใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ จะไปเทียบกับผู้อาวุโสหลี่ได้อย่างไร ธุรกิจกำลังรุ่งโรจน์ มีส่วนสำคัญในการผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบของเมืองตงซื่อ”
ศาสตราจารย์โจวโบกมือ ทั้งสองคนทักทายยกยอกันอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะ
เซี่ยเสาที่ฟังอยู่ข้าง ๆ มองสำรวจหลี่ปั๋วหยวนอย่างละเอียด นึกแล้วเชียวว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นหน้าชายชราคนนี้อยู่บ้าง แต่กลับนึกไม่ออก พอได้ฟังคำพูดของศาสตราจารย์โจวเมื่อครู่ ชายชราคนนี้ก็คือผู้อาวุโสหลี่ปั๋วหยวน นักธุรกิจชื่อดังชาวฮ่องกงหรือนี่? ในชาติก่อน หลี่ปั๋วหยวนเคยมาที่เมืองตงซื่อ และอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบของเมืองตงซื่อก็ได้รับการส่งเสริมเนื่องมาจากการลงทุนของเขา
หรือว่า สหายเก่าของอาจารย์ก็คือหลี่ปั๋วหยวน?!
เซี่ยเสาหันไปมองชายร่างเตี้ยอ้วนที่มากับหลี่ปั๋วหยวนอีกครั้ง ชายคนนี้มีสีหน้ากังวล ลูบมือไปมาพลางมองมาที่เธอ อยากจะพูดแต่ก็ไม่พูด
เซี่ยเสาหลุบตาลง รู้สึกว่าคนผู้นี้ไม่ว่าจากอายุหรือลักษณะท่าทาง ก็ไม่เหมือนสหายเก่าของอาจารย์ จึงพูดกับหลี่ปั๋วหยวนว่า “ผู้อาวุโสหลี่ อาจารย์ของหนูรออยู่ในบ้าน ขอเชิญท่านเข้าไปพูดคุยกันด้านในค่ะ”
“หืม? อาจารย์?” ศาสตราจารย์โจวมองเซี่ยเสาด้วยความประหลาดใจก่อนเป็นอันดับแรก
ส่วนหลี่ปั๋วหยวนนั้นมีแววตาประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เรื่องความสุขุมเยือกเย็นไม่แสดงออกนั้น ศาสตราจารย์โจวเทียบเขาไม่ติดเลย
เซี่ยเสาไม่ตอบคำถามของศาสตราจารย์โจว เพียงแต่ยิ้มและพาศาสตราจารย์โจวกับเฉินหม่านก้วนไปยังห้องปีกตะวันออก จากนั้นจึงพาหลี่ปั๋วหยวนไปหาถังจงปั๋ว แต่เธอไม่ได้เข้าไปด้วย เพียงแค่พาหลี่ปั๋วหยวนเข้าไปในห้อง แล้วขอตัวออกมา
ในห้องหนังสือ ชายชราทั้งสองได้พบหน้ากัน ถังจงปั๋วยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง แต่หลี่ปั๋วหยวนกลับตกใจจนหน้าถอดสี แตกต่างจากความสุขุมเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “อะ อาจารย์ถัง! คุณ… เป็นคุณจริง ๆ หรือ?!”
ถังจงปั๋วยิ้มพลางลูบเครากล่าวว่า “ฮ่า ๆ น้องหลี่ ไม่ได้เจอกันหลายปี คลังสมบัติของคุณเปล่งประกาย การงานรุ่งเรืองดีนี่”
“โอ๊ย อาจารย์ถัง! เป็นคุณจริง ๆ ด้วย! คุณ คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” หลี่ปั๋วหยวนเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ปิดบังความตกตะลึงไว้ไม่มิด “หลังจากเรื่องเมื่อครั้งนั้น คุณก็หายตัวไป พวกเรานึกว่าคุณ...”
“ฮ่า ๆ เมื่อครั้งนั้น ผมประลองวิชาแล้วถูกลอบทำร้าย อาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์ของคนรู้จัก จึงระหกระเหินมาถึงเมืองตงซื่อ เห็นว่าฮวงจุ้ยที่นี่เหมาะแก่การพักฟื้น จึงได้มาตั้งหลักปักฐาน ไม่นึกว่าเจ็ดปีให้หลัง จะได้มาพบคุณที่นี่ ช่างเป็นลิขิตฟ้าโดยแท้”
ถังจงปั๋วทำท่าเชิญให้หลี่ปั๋วหยวนนั่งลง “ขาของผมไม่สะดวก จะลุกขึ้นเชิญคุณก็กระไรอยู่ คุณนั่งเองเถิด”
หลี่ปั๋วหยวนมองไปที่ขาของเขา “อาจารย์ถัง ขาของคุณ… ยังไม่หายดีหรือครับ?”
“เส้นลมปราณบาดเจ็บ รักษามาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่หายดี” ถังจงปั๋วโบกมือ พลางรินน้ำชาให้แขกด้วยตัวเองแล้วยื่นให้
หลี่ปั๋วหยวนรีบรับไว้ ชายชราผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวงธุรกิจฮ่องกง ตอนนี้กลับดูนอบน้อมระมัดระวังต่อหน้าถังจงปั๋วเป็นอย่างมาก หากคนนอกมาเห็นสภาพนี้เข้า คงได้อ้าปากค้างเป็นแน่
“หลายปีมานี้ ผมไม่รู้เลยว่าคุณจะมาอยู่ในสถานที่เล็ก ๆ เช่นนี้ หลังจากที่คุณหายตัวไปเมื่อครั้งนั้น ผมเคยส่งคนออกตามหาทุกทิศทาง แต่ก็หาข่าวคราวของคุณไม่พบ นานวันเข้า ผมก็เริ่มได้ยินข่าวลือว่าคุณได้… เฮ้อ! สรุปคือหลังจากที่คุณหายตัวไป คนผู้นั้นก็โด่งดังคับฟ้าในฮ่องกงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาจารย์อันดับหนึ่ง ผู้ทรงอิทธิพลทั้งในแวดวงการเมืองและธุรกิจต่างก็เป็นลูกค้าของเขา โดดเด่นไม่เบา กระทั่งผมเองก็… เฮ้อ!”
หลี่ปั๋วหยวนมีสีหน้าละอายใจ แต่ถังจงปั๋วกลับยิ้มพลางโบกมือ การกระทำของหลี่ปั๋วหยวนนั้น เขาย่อมเข้าใจดี เพราะในเมื่อเขาหายตัวไป ในฮ่องกงก็ไม่มีใครเก่งกาจไปกว่าน้องชายของเขาอีกแล้ว หลี่ปั๋วหยวนเป็นนักธุรกิจ แน่นอนว่าต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของกิจการในเครือ ไม่มีนักธุรกิจคนไหนที่จะทำเรื่องโง่ ๆ อย่างการไปสร้างศัตรูกับอาจารย์ฮวงจุ้ยหรอก เว้นแต่ว่าเขาอยากจะล้มละลาย
“เฮ้อ! เจ็ดปีไม่ได้พบกัน วันนี้กลับได้มาพบกันที่นี่ นับเป็นเรื่องน่ายินดี อย่าได้พูดถึงเรื่องในอดีตเลย” ถังจงปั๋วยิ้มพลางกล่าว “ผมไม่ปิดบังคุณหรอกนะ หลายปีมานี้ นอกจากพักฟื้นแล้ว ผมยังได้รับศิษย์ไว้คนหนึ่ง เด็กสาวคนนี้น่าสนใจมากทีเดียว!”
“ศิษย์ของอาจารย์ถัง?” หลี่ปั๋วหยวนชะงักไป ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “เด็กสาวคนที่พาผมเข้ามาเมื่อครู่นี้หรือ?”
“ใช่” ถังจงปั๋วพยักหน้า
“เรื่องนี้ช่าง... หากรู้ว่าเป็นศิษย์ของอาจารย์ถัง เมื่อครู่ผมคง...”
ศิษย์ของถังจงปั๋วมีความหมายอย่างไร? หากข่าวนี้แพร่งพรายออกสู่โลกภายนอก แม้แต่ผู้ทรงอิทธิพลบางคนก็ยังต้องนอบน้อม! เหตุผลที่สำนักปรัชญายังไม่ยอมฟังคำสั่งน้องชายของถังจงปั๋ว นั่นก็เพราะเขาไม่ได้สืบทอดวิชาสายตรงของสำนัก จึงไม่ใช่เจ้าสำนักปรัชญาที่แท้จริง ตอนนี้ถังจงปั๋วยังมีชีวิตอยู่ ศิษย์สายตรงของเขาย่อมมีสถานะในสำนักอย่างไม่ต้องสงสัย หรือว่า ถังจงปั๋วคิดจะให้ศิษย์ช่วยล้างแค้นในอดีต?
เมื่อเห็นความคิดของหลี่ปั๋วหยวน ถังจงปั๋วก็ยิ้มพลางส่ายหน้า “ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องบาดหมางของคนรุ่นก่อน ผมไม่อยากให้เด็กสาวคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เด็กคนนี้หาใช่ปลาในบ่อ ไม่ช้าก็เร็วต้องไปถึงจุดนั้น เพื่อไม่ให้เธอต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องในตอนนั้น อีกไม่กี่ปี ผมจะกลับไปสะสางเรื่องนี้ด้วยตัวเอง!”
หลี่ปั๋วหยวนได้ฟังก็มีสีหน้าเคร่งขรึม ตอนนี้ฮ่องกงเป็นเหมือนอาณาจักรของคนผู้นั้น ถังจงปั๋วกลับไปสะสางเรื่องนี้ เกรงว่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
“อาจารย์ถัง เรื่องราวในช่วงหลายปีมานี้ ผมจะเล่าให้คุณฟังอย่างละเอียด” อย่างไรเสีย ถังจงปั๋วก็เคยมีบุญคุณกับเขา เมื่อครั้งนั้นที่เขาสร้างตัวขึ้นมาได้ ก็ล้วนแต่ได้รับคำชี้แนะจากเขา หากจะให้เขามองดูอีกฝ่ายกลับไปเช่นนี้ เขาย่อมไม่วางใจ
ถังจงปั๋วพยักหน้า แม้ว่าเรื่องราวทางฝั่งฮ่องกงจะมีคนคอยส่งข่าวมาให้เขาเป็นระยะ แต่เพื่อไม่ให้ถูกสืบพบที่ซ่อนตัว ตลอดหลายปีมานี้เขากับสำนักปรัชญาจะติดต่อกันเพียงปีละครั้ง ได้ฟังข่าวคราวจากหลี่ปั๋วหยวน ก็นับว่าไม่เลว
ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่ในห้อง ส่วนด้านนอกห้องทางทิศตะวันออก ศาสตราจารย์โจวกำลังถามเซี่ยเสาด้วยความสงสัย “เสี่ยวเสาเอ๊ย หลายปีมานี้ เธอไม่ได้ขึ้นเขามาดูแลชายชราในบ้านหลังนี้หรอกหรือ? ทำไมเมื่อครู่ฉันได้ยินเธอเรียกเขาว่า 'อาจารย์'? นี่มันเรื่องอะไรกัน?”