- หน้าแรก
- พลิกชะตาเกิดใหม่เป็นซินแส
- บทที่ 24 บอกความจริง
บทที่ 24 บอกความจริง
บทที่ 24 บอกความจริง
บทที่ 24 บอกความจริง
ตั้งแต่ศาสตราจารย์โจวปรากฏตัวในวันนี้ เซี่ยเสาก็รู้สึกว่าปิดบังต่อไปไม่ได้แล้ว อย่างไรเสียเธอก็รู้สึกขอบคุณสำหรับคำสอนของศาสตราจารย์โจวตลอดหลายปีที่ผ่านมา การที่เธอปิดบังเขามานานเช่นนี้ เธอย่อมรู้สึกผิดอยู่บ้าง เขาเป็นคนรักษาคำพูด คิดว่าต่อให้รู้ก็คงไม่เอาไปบอกต่อ ดังนั้นจึงกล่าวว่า “ศาสตราจารย์ เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ค่ะ...”
จากนั้น เซี่ยเสาก็เล่าเรื่องราวตลอดหลายปีที่ผ่านมาแบบย่อ ๆ
ศาสตราจารย์โจวยิ่งฟังก็ยิ่งเบิกตากว้าง ฟังจบก็ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันที “อะไรนะ? เธอจะบอกว่าชายชราที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เป็นปรมาจารย์ด้านอภิปรัชญา ทั้งยังมีสำนักที่สืบทอดกันมา แล้วเธอก็ฝากตัวเป็นศิษย์ของเขาตั้งนานแล้วงั้นเหรอ?!”
ศาสตราจารย์โจวเดินวนไปมาในห้องด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็ทำท่าจะเดินออกไปข้างนอก “ฉันจะบอกอะไรให้นะเจ้าเด็กคนนี้ เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันกำลังศึกษาวิจัยเรื่องพวกนี้อยู่ แต่กลับปิดบังฉันมาตั้งนาน! ไม่ได้ ไม่ได้ ฉันต้องไปทำความเคารพผู้อาวุโสท่านนี้สักหน่อย! ทั้งยังมีสำนักที่สืบทอดกันมา! คนแบบนี้ในประเทศ ฉันยังไม่เคยพบเจอมาก่อน!”
“ศาสตราจารย์ อาจารย์ของหนูกับผู้อาวุโสหลี่เป็นสหายเก่ากัน พวกเขากำลังรำลึกความหลังกันอยู่ในห้อง เดี๋ยวพวกเขาก็ออกมาเอง คุณนั่งลงดื่มชารอสักครู่เถอะค่ะ” เซี่ยเสายิ้มพลางดึงศาสตราจารย์โจวกลับมา คิดในใจว่าคนผู้นี้ ยิ่งแก่ก็ยิ่งทำตัวเป็นเด็ก
“อาจารย์ของเธอกับผู้อาวุโสหลี่ปั๋วหยวนเป็นสหายเก่ากัน?” ศาสตราจารย์โจวตะลึง
เฉินหม่านก้วนเองก็มองเซี่ยเสาด้วยความตกตะลึง ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในบ้านก็ร้อนใจจนเหงื่อแตก ในใจคิดแต่เรื่องจานลายคราม คิดไม่ตกว่าถ้าจานใบนั้นเป็นของจริง จะหลอกล่อเอาจานมาจากมือเซี่ยเสาได้อย่างไร
ในสายตาของเฉินหม่านก้วน การที่เซี่ยเสาซื้อจานลายครามใบนี้ได้นั้น เป็นเพราะโชคช่วยล้วน ๆ และอีกอย่างเธอก็เป็นเพียงนักเรียนคนหนึ่ง เขาจึงไม่ได้เห็นเธออยู่ในสายตา คิดว่าการหลอกเธอคงเป็นเรื่องง่าย ๆ
แต่คาดไม่ถึงว่า ผู้อาวุโสหลี่ปั๋วหยวนที่เขาคิดว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะมาช่วยชีวิต กลับเป็นสหายเก่าอาจารย์ของเด็กสาวคนนี้? นี่ นี่ นี่... เช่นนี้ก็ยากเสียแล้ว
หรือว่า สวรรค์ลิขิตให้เขาต้องวุ่นวายโดยเปล่าประโยชน์?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉินหม่านก้วนก็หน้าซีดเผือด ก้มหน้าห่อเหี่ยว
ในตอนนั้นเอง กลับได้ยินศาสตราจารย์โจวพูดว่า “เอ๊ะ? ไม่ถูกนะ เมื่อครู่ตอนที่พวกเราเดินเข้ามา อาจารย์ของเธอไม่ได้ออกมาด้วย เขารู้ได้อย่างไรว่ามีคนมา แล้วยังรู้ได้อย่างไรว่าเป็นสหายเก่าของเขาที่มาถึงแล้ว?”
เฉินหม่านก้วนได้ฟังก็รู้สึกแปลกเช่นกัน หันไปมองเซี่ยเสา ในใจเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง หวังว่าจริง ๆ แล้วจะไม่มีสหายเก่าอะไรทั้งนั้น เช่นนี้เรื่องก็ง่ายขึ้นแล้ว
เซี่ยเสาดื่มชา นั่งอย่างมั่นคงดั่งขุนเขา ก้มหน้ายิ้ม “เมื่อวานได้ทำการทำนาย และคำนวณไว้แล้วว่าพวกคุณจะมา”
“ทำนาย?” ศาสตราจารย์โจวตาเป็นประกาย “อาจารย์ของเธอทำนายงั้นเหรอ?”
“จะทำการทำนายตัวเองไม่ได้ เรื่องของอาจารย์ เขาไม่มีทางคำนวณด้วยตัวเองแน่นอน การทำนายครั้งนี้หนูเป็นคนทำเอง”
“เธอ?” ศาสตราจารย์โจวและเฉินหม่านก้วนต่างตกตะลึง ศาสตราจารย์โจวถึงกับหน้าแดงก่ำ “เธอก็มีความสามารถนี้จริง ๆ เหรอ?”
สำหรับเรื่องนี้ เซี่ยเสาเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ พลางดื่มชาโดยไม่พูดอะไร
ท่าทางเช่นนี้ของเธอกลับทำให้ทั้งสองคนตกตะลึง เฉินหม่านก้วนยิ่งพิจารณาเซี่ยเสาอย่างละเอียด การมองครั้งนี้ทำให้เขาอดตกใจไม่ได้ เด็กสาวคนนี้อายุเพียงสิบห้าย่างเข้าสิบหกปีจริงหรือ? แต่กลับมีบุคลิกที่สุขุมเยือกเย็น อย่างน้อยบุคลิกเช่นนี้ เขาก็ยังไม่เคยเห็นในตัวเด็กคนไหนในวัยนี้มาก่อน!
ศาสตราจารย์โจวเห็นท่าทางที่ยากจะหยั่งถึงของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะหุบรอยยิ้ม “ดี ดี ดี ในเมื่อเธอมีความสามารถนี้ เช่นนั้นก็ช่วยฉันดูหน่อยเถอะ ช่วงนี้พอดีมีเรื่องหนึ่งที่ตัดสินใจไม่ถูก เธอช่วยฉันดูหน่อยว่าสุดท้ายแล้วควรทำอย่างไรถึงจะดี”
เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงก่อนหน้านี้ ที่บ้านของศาสตราจารย์โจวในเมืองหลวงโทรมา บอกว่าเขามาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ก็หลายปีแล้ว อยากจะรับเขากลับไป ตอนแรกศาสตราจารย์โจวอยากจะสอนหนังสืออยู่ที่หมู่บ้านนี้มาโดยตลอด นี่เป็นความปรารถนาสุดท้ายของพ่อแม่เขา แต่ครอบครัวในเมืองหลวง ลูก ๆ ต่างก็แต่งงานมีครอบครัวกันหมดแล้ว ตัวเขาเองก็มีหลาน ไม่ได้เจอกันหลายปีก็คิดถึงอยู่ไม่น้อย อีกอย่างลูก ๆ ก็งานยุ่ง เขากลับไปก็อาจจะช่วยเลี้ยงหลานตัวน้อย ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข
ด้านหนึ่ง ศาสตราจารย์โจวก็วางเรื่องการสอนหนังสือในหมู่บ้านไม่ลง อีกด้านหนึ่ง ก็อยากกลับเมืองหลวงไปมีความสุขกับลูกหลาน เขาสองจิตสองใจ ตัดสินใจไม่ถูก
“เธอช่วยฉันดูหน่อย ฉันตัดสินใจอย่างไรถึงจะดีกว่ากัน?” ศาสตราจารย์โจวมองเซี่ยเสา
แต่เซี่ยเสากลับมองศาสตราจารย์โจว ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้ม “ศาสตราจารย์ จริง ๆ แล้วในใจคุณตัดสินใจได้นานแล้ว แล้วจะถามหนูไปทำไม ความจริงคุณตัดสินใจแล้วว่าจะกลับเมืองหลวง หนูพูดถูกไหมคะ?”
เซี่ยเสาพูดอย่างไม่รีบร้อน แต่ศาสตราจารย์โจวกลับเบิกตากว้าง “เธอรู้ได้อย่างไร?”
เซี่ยเสายิ้ม มองไปที่ใบหน้าของศาสตราจารย์โจว “ร่องแก้มของคุณปรากฏชัดเจน แสดงว่าช่วงนี้จะมีการโยกย้าย คุณตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะกลับเมืองหลวง ช่วงนี้ไม่แน่ว่ากำลังคิดจะเก็บข้าวของอยู่ ใช่ไหมคะ?”
ศาสตราจารย์โจวตบมือลงบนต้นขา “ช่างแม่นยำจริง ๆ! เรื่องนี้ฉันยังไม่ได้บอกใครเลย แม้แต่โจววั่งกับภรรยาก็ยังไม่รู้ ฉันกะว่ารอเก็บของเสร็จแล้ว ค่อยประกาศเรื่องนี้ให้คนแก่คนหนุ่มในหมู่บ้านรู้ จะได้ไม่ต้องให้ทุกคนมาเยี่ยมเยียนฉัน เดี๋ยวฉันก็จะรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาอีก สุดท้ายก็ไปบอกลูก ๆ ที่เมืองหลวงว่าเปลี่ยนใจแล้ว ทำให้พวกเขาดีใจเก้อ”
ในความจริง แม้ว่าเขาจะตัดสินใจได้นานแล้ว แต่ในเวลานี้กลับจงใจไม่พูด นำมาใช้เพื่อทดสอบเซี่ยเสา ไม่นึกเลยว่า เธอจะมองออกได้ในแวบเดียว? นี่ช่างแม่นยำอย่างน่าเหลือเชื่อ...
เซี่ยเสาเองก็รู้ดีว่านี่คือการทดสอบของศาสตราจารย์โจว แต่ในใจของเธอเวลานี้กลับเกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมา เธอเองก็ไม่อยากให้ชายชราผู้ใจดีคนนี้จากหมู่บ้านไป
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเซี่ยเสาก็ยิ้มออกมา “ศาสตราจารย์วางใจเถอะค่ะ จากลักษณะใบหน้าแล้ว บั้นปลายชีวิตของคุณในด้านวิชาการจะยังประสบความสำเร็จ เมืองหลวงนั่นแหละที่เหมาะกับคุณ เพียงแต่ว่า หนูเห็นเส้นเลือดสีเขียวปรากฏอยู่เหนือขมับ นี่แสดงว่า ตำแหน่งการโยกย้ายจะมีปัญหาเล็กน้อย ตอนที่คุณเดินทางกลับเมืองหลวง จะต้องเก็บรักษาทรัพย์สินให้ดี และอีกอย่างคือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น”
ศาสตราจารย์โจวฟังจนตะลึง พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า สีหน้าทอดถอนใจ “ดูแค่เพียงผิวเผิน ก็สามารถมองเห็นเรื่องราวมากมายเพียงนี้ ฉันถึงได้บอกว่าวัฒนธรรมของประเทศเรานั้นลึกซึ้งและกว้างใหญ่ แต่บางคนกลับบอกว่าเป็นเรื่องงมงาย ตามที่ฉันดู มันแม่นยำและลึกลับมากทีเดียว! มีนักวิชาการชาวตะวันตกแสดงความคิดเห็นว่า นี่คือวิชาสถิติที่ลึกซึ้ง ฉันค่อนข้างจะเห็นด้วย”
เซี่ยเสายิ้มเล็กน้อย “มีพวกครูพักลักจำอยู่มากมาย ทำลายชื่อเสียงของวงการนี้ คนที่มีการสืบทอดในวงการนี้มีน้อยเกินไป ก็ไม่แปลกที่คนอื่นจะเข้าใจผิด”
“เฮ้อ! นั่นสินะ”
“จริงสิ ศาสตราจารย์ เรื่องนี้คุณต้องช่วยหนูเก็บเป็นความลับไว้ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งให้คนในครอบครัวหนูรู้”
ศาสตราจารย์โจวตะลึงไป จากนั้นก็ถอนหายใจ “เข้าใจแล้ว พวกเธอเป็นสำนักที่มีการสืบทอด ฉันจะไม่ทำให้เธอต้องขาดการสืบทอด รอให้เธอเติบใหญ่ในภายภาคหน้า ตัดสินใจอะไรเองได้แล้ว ค่อยไปบอกพวกเขาก็ได้”
เซี่ยเสายิ้มและพยักหน้า จากนั้นก็วางใจลงได้
ทั้งสองคนพูดคุยกัน แต่เฉินหม่านก้วนที่อยู่ข้าง ๆ กลับมองดูด้วยความร้อนใจ ในเวลานี้ เขาได้ละทิ้งความคิดดูแคลนไปจนหมดสิ้นแล้ว ตอนแรกที่เขาได้ยินว่าเซี่ยเสาเรียนศาสตร์ทางนี้ ในใจก็รู้สึกไม่ค่อยเห็นด้วยอยู่บ้าง ถึงกับคิดว่าอายุก็ยังน้อย เรียนอะไรไม่เรียน กลับมาเรียนวิชาของพวกนักต้มตุ๋น ในอนาคตก็คงจะไม่ใช่คนดีอะไร
แต่เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเรื่องที่ศาสตราจารย์โจวถามในเวลาต่อมานั้นกลับตรงเผง! ตอนนี้เขากำลังเผชิญกับความโชคร้าย แม้ว่าจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ แต่เมื่อคนเราจนตรอกแล้ว ก็ไม่รังเกียจที่จะลองวิธีเหล่านี้ดู จากนั้นก็หันไปมองเซี่ยเสา อึกอัก ๆ เปิดปากพูด
“นี่... เอ่อ...”
เฉินหม่านก้วนทำเสียงอึกอักอยู่ในลำคอ พอจะพูดกลับพบว่าไม่รู้จะเรียกเซี่ยเสาอย่างไร