- หน้าแรก
- พลิกชะตาเกิดใหม่เป็นซินแส
- บทที่ 20 เฉินหม่านก้วน
บทที่ 20 เฉินหม่านก้วน
บทที่ 20 เฉินหม่านก้วน
บทที่ 20 เฉินหม่านก้วน
ชายร่างเตี้ยท้วมอายุประมาณสี่สิบปีคนนี้ชื่อเฉินหม่านก้วน ชื่อมีความหมายดี แต่ในตอนนี้เขากลับกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก
เฉินหม่านก้วนเกิดในครอบครัวชาวนา ครอบครัวยากจนมาตั้งแต่เด็ก เขาเข้ามาทำงานในเมืองตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบ ฝึกหัดงานในร้านขายของเก่า ด้วยความขยัน พยายาม และอดทน เขาจึงได้รับความโปรดปรานจากเจ้านายจนได้รับการเลื่อนขั้น แถมเขายังเป็นคนรักพวกพ้อง ใจกว้าง จึงสร้างเครือข่ายที่ดีได้
ช่วงต้นทศวรรษ 1980 เจ้าของร้านขายของเก่าถูกพวกลูกหลานพาไปตั้งรกรากที่อเมริกา ร้านขายของเก่าจึงเปลี่ยนมือไปเป็นของคนอื่น เฉินหม่านก้วนคิดอยากจะออกมาทำธุรกิจเองนานแล้ว แต่เขาเป็นคนที่เห็นคุณค่าของความสัมพันธ์และความมีน้ำใจ คิดว่าเจ้านายมีบุญคุณกับเขา จึงยังคงทำงานที่ร้านต่อไป ตอนนี้เจ้านายย้ายไปอยู่อเมริกาแล้ว สำหรับเจ้านายคนใหม่ เฉินหม่านก้วนไม่ได้รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอะไร จึงลาออกจากร้านขายของเก่าแล้วออกมาทำธุรกิจของตัวเอง
แต่ตลอดหลายปีที่อยู่ในวงการของเก่า ถึงแม้จะได้รับการดูแลจากเจ้านายเป็นอย่างดี เฉินหม่านก้วนก็ไม่ได้เก็บเงินเก็บทองมากนัก ไม่มีเงินทุนพอที่จะเปิดร้านขายของเก่า สุดท้ายเขาจึงได้แต่เป็น “นายหน้า” ในตลาดขายของเก่า คอยแนะนำและดำเนินการระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ถ้าขายของได้สำเร็จก็จะได้ค่านายหน้า ด้วยเครือข่ายที่เขาสร้างมาหลายปีและความสามารถในการประเมินค่าของเก่าที่แม่นยำ เพียงแค่สามปีเขาก็มีเงินเก็บมากมาย หลังจากนั้นเขาก็ได้เปิดร้านขายของเก่าในเมืองอย่างเป็นทางการ
ธุรกิจรุ่งเรืองมาก เฉินหม่านก้วนกลายเป็นรองประธานสมาคมผู้ค้าของเก่าในเมืองตงซื่ออย่างรวดเร็ว กลายเป็นพ่อค้าของเก่าที่มีชื่อเสียงทั้งในเมืองตงซื่อและในประเทศ
ยิ่งทำธุรกิจใหญ่ขึ้น ความทะเยอทะยานก็ยิ่งมากขึ้น แถมหลายปีมานี้ยังมีคนยกยอปอปั้น ทำให้เฉินหม่านก้วนเริ่มเหลิง หลังจากปี 1992 นโยบายของประเทศเปลี่ยนแปลง เริ่มหันมาพัฒนาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ชาวต่างชาติเข้ามาเจรจาเรื่องการลงทุนในประเทศ บางคนก็สนใจของเก่าจากจีน แต่ประเทศควบคุมการส่งออกโบราณวัตถุอย่างเข้มงวด ขั้นตอนการขออนุญาตยุ่งยาก แถมของเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ถึงแม้จะขออนุญาตแล้วก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออก
แต่ราคาโบราณวัตถุในตลาดต่างประเทศสูงกว่าในประเทศมาก นี่เป็นเหมือนเนื้อก้อนโตที่เฉินหม่านก้วนอยากจะฮุบไว้ จึงคิดคดโกง ทำธุรกิจลักลอบนำโบราณวัตถุออกนอกประเทศ
ธุรกิจผิดกฎหมายนี้ เฉินหม่านก้วนทำอย่างระมัดระวัง ทำไปหลายครั้งก็ไม่มีปัญหาอะไร พอได้ลิ้มรสชาติความสำเร็จ เขาก็เริ่มกล้ามากขึ้น
สามปีก่อน โบราณวัตถุมูลค่ากว่าพันล้านหยวนถูกส่งออกไปยังเวียดนาม ผ่านเส้นทางที่เคยใช้หลายครั้งโดยไม่มีปัญหาอะไร แต่แล้วกลับเจอเหตุการณ์ปะทะกัน ลูกน้องที่ส่งของเสียชีวิต แถมโบราณวัตถุยังแตกเสียหาย
เฉินหม่านก้วนขาดทุนย่อยยับ โชคดีที่ตลอดหลายปีที่ทำธุรกิจลักลอบขนส่ง เขาระมัดระวังตัวมาตลอด ถึงแม้จะโดนสอบสวนไปหลายครั้ง แต่เรื่องก็ไม่แดงขึ้นมา ทำให้เขารอดพ้นจากการติดคุก แต่เขาก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมาก จนต้องวิ่งวุ่นหาหยิบยืมเงิน แต่ตอนนี้ใครจะกล้าให้เขายืมเงินล่ะ? จากเศรษฐีพ่อค้าของเก่าที่ใคร ๆ ในเมืองตงซื่อต่างก็รู้จัก กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว เพื่อนร่วมธุรกิจเริ่มหาข้ออ้างต่าง ๆ นานาเพื่อเลี่ยงที่จะพบเขา เจ้าหน้าที่รัฐก็ทำท่าทางข่มขู่ พูดจาแบบขอไปที แม้แต่ญาติ ๆ ที่เคยได้รับผลประโยชน์จากเขามากมาย ก็เริ่มพูดจาเย็นชา
การเยาะเย้ย การดูถูก การนินทาว่าร้าย การเปลี่ยนแปลงของน้ำใจคน เฉินหม่านก้วนได้ลิ้มรสอย่างครบถ้วนในช่วงสามปีมานี้
เมื่อเผชิญกับช่วงเวลาที่ตกต่ำของชีวิต มีเพียงภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาตั้งแต่ต้นที่คอยปลอบใจ แม้จะต้องทนกับการยุยงและคำตำหนิของครอบครัวเธอ เธอก็ยังยืมเงินมาช่วยให้เขากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งโดยไม่เคยบ่นสักคำ เมื่อเห็นภรรยาเป็นเช่นนี้ ทำให้เฉินหม่านก้วนรู้สึกละอายใจอย่างมากเมื่อนึกถึงการกระทำของตัวเองที่เย็นชาต่อภรรยาหลังจากที่เขาร่ำรวยขึ้นและได้เห็นโลกกว้าง เขาเคยรังเกียจที่ภรรยาไม่สวย หุ่นไม่ดี การศึกษาไม่สูง แถมยังไม่มีความรู้เรื่องของเก่า คุยกับเขาไม่รู้เรื่อง หลายปีมานี้ เขาต้องออกไปพบปะผู้คนมากมาย ต้องเผชิญหน้ากับการยั่วยวนของสาว ๆ หน้าตาดี ถึงแม้สุดท้ายเขาจะควบคุมตัวเองได้ ไม่ทำอะไรที่ผิดต่อภรรยา แต่ในใจลึก ๆ เขาก็รู้สึกดูถูกภรรยาตัวเอง
หลังจากที่ผ่านทั้งช่วงเวลาที่รุ่งเรืองและตกต่ำ จึงได้เห็นธาตุแท้ของคน เฉินหม่านก้วนตาสว่างในที่สุด เขาไม่ได้พูดอะไรกับภรรยา แต่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เพื่อให้ภรรยาของเขามีชีวิตที่สุขสบายในบั้นปลาย!
หลังจากนั้น เฉินหม่านก้วนก็กลับมาเดินที่ตลาดของเก่าอีกครั้ง แต่เพื่อน ๆ ในแวดวงธุรกิจต่างก็เลี่ยงที่จะพบเขา เครือข่ายความสัมพันธ์ต่าง ๆ ก็ใช้ไม่ได้แล้ว อยากจะกลับไปเป็นนายหน้าเหมือนเดิมก็ไม่มีทุน เขาจึงต้องหันมาพึ่งการหาซื้อของดีราคาถูก เพราะยังไงเขาก็ยังมีประสบการณ์และความสามารถในการดูของ
แต่การหาซื้อของดีราคาถูกนั้นไม่ง่ายเลย เพราะในวงการของเก่าของเมืองตงซื่อ ไม่มีใครไม่รู้จักเขา ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะตกอับ แต่เขาก็ยังดูของเป็น ดังนั้นของที่เขาสนใจ พ่อค้าแม่ค้าก็ต้องพิจารณาดูหลาย ๆ รอบ สุดท้ายก็จะหาข้ออ้างไม่ขาย เพราะกลัวขายขาดทุน
สุดท้าย ด้วยความจนปัญญา เฉินหม่านก้วนจึงต้องไปจ้างพวกที่ดูของเก่าไม่เป็นมาช่วย เขาเป็นคนดู แล้วให้พวกนั้นมาซื้อ สามปีผ่านไป เขาก็พอจะได้ของดีมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร กำไรที่ได้ก็เอาไปใช้หนี้ค่าจัดงานศพจนหมด ตอนนี้ก็ยังไม่มีเงินเก็บเท่าไหร่
วันนี้ เขามาเดินเล่นในตลาดตามปกติ จานลายครามที่วางอยู่บนแผงของจ้าวหมิงจวินดึงดูดความสนใจของเขา
ในประเทศไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบเครื่องเคลือบดินเผาลายครามสมัยราชวงศ์หยวนที่เชื่อถือได้ สาเหตุหลัก ๆ คือมีการขุดพบเครื่องเคลือบลายครามสมัยราชวงศ์หยวนน้อยมาก การศึกษาวิจัยจึงไม่เพียงพอ แม้ว่าจะได้เห็นของจริง แต่ก็คงต้องมีการถกเถียงกันอย่างดุเดือดก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญจะตัดสินใจได้ ดังนั้น เฉินหม่านก้วนจึงไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองเท่าไหร่ เขาก็เลยไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา แค่เหลือบมองแล้วก็เดินจากไป
แต่ครั้งนี้ เฉินหม่านก้วนไม่ได้ให้พวกคนที่ดูของไม่เป็นมาซื้อ แต่เขากลับนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา
คนคนนั้นคือผู้เชี่ยวชาญด้านการสะสมของเก่าในฮ่องกง ผู้อาวุโสหลี่ปั๋วหยวน ช่วงที่ฮ่องกงกำลังจะกลับคืนสู่จีน พอดีกับผู้อาวุโสหลี่ปั๋วหยวนได้รับเชิญให้มาที่เมืองตงซื่อ เพื่อบูรณะโรงงานเซรามิกของรัฐบาลและโรงงานเอกชนหลายแห่งในสมัยโบราณ และลงทุนในอุตสาหกรรมเซรามิก หลี่ปั๋วหยวนชอบสะสมเครื่องเคลือบดินเผา โดยเฉพาะเครื่องเคลือบลายคราม เขาถึงกับเปิดพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวในฮ่องกง เพื่อจัดแสดงเครื่องเคลือบลายครามที่เขาซื้อมาจากในและต่างประเทศ ดังนั้นในเรื่องของเครื่องเคลือบลายคราม เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
เฉินหม่านก้วนไม่สามารถรับรองว่าจานลายครามใบนั้นเป็นของจริง และเขาไม่ค่อยเชื่อในโชคของตัวเอง จึงคิดแผนการขึ้นมา
เขาอยากจะเชิญหลี่ปั๋วหยวนมาช่วยดู ถึงแม้จานใบนั้นจะเป็นของปลอม ก็จะทำให้คนในเมืองตงซื่อรู้ว่าเฉินหม่านก้วนยังสามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการสะสมของเก่าจากฮ่องกงมาได้ อย่างที่สองคือการที่เขาเชิญผู้อาวุโสหลี่มาก็ถือเป็นเรื่องดี พาท่านมาเดินที่ตลาดของเก่า บางทีอาจจะช่วยสร้างเครือข่ายได้ และถ้าจานใบนั้นเป็นของจริง ถึงแม้ว่าเขาจะขาดทุนเรื่องเงิน แต่ถ้าผู้อาวุโสหลี่ซื้อไป เขาก็ถือว่าเป็นคนกลาง ค่านายหน้าคงไม่น้อย ถือว่าได้สร้างมิตรภาพที่ดี
เฉินหม่านก้วนคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นของจริงหรือของปลอม การตัดสินใจครั้งนี้ล้วนเป็นผลดีกับเขา เขาจึงตามไปที่โรงแรมที่ผู้อาวุโสหลี่พักอยู่ บอกว่ามีจานที่น่าจะเป็นเครื่องเคลือบลายครามสมัยราชวงศ์หยวน อยากจะให้ผู้อาวุโสหลี่ช่วยดูให้หน่อย หลี่ปั๋วหยวนได้ยินดังนั้นก็ตอบตกลงมากับเขาทันที ทั้งสองคนจึงเดินทางมาที่ตลาดของเก่าด้วยกัน
แต่ใครจะคาดคิดว่า ในขณะที่เฉินหม่านก้วนพาหลี่ปั๋วหยวนมายังที่ร้านของจ้าวหมิงจวินอย่างนอบน้อม จานใบนั้นกลับหายไปเสียแล้ว!