เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ช่วงเวลาห้าปี

บทที่ 16 ช่วงเวลาห้าปี

บทที่ 16 ช่วงเวลาห้าปี


บทที่ 16 ช่วงเวลาห้าปี

ในยุคนี้ คนส่วนใหญ่ที่มาซื้อของในตลาดของเก่ามักเป็นผู้สูงอายุที่เกษียณอายุแล้ว หรือเป็นนักสะสมวัยกลางคนที่สนใจในการสะสมของเก่า แทบไม่ค่อยเห็นคนหนุ่มสาว และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเด็กอายุสิบขวบอย่างเซี่ยเสา

เซี่ยเสาดูโดดเด่นมากขณะเดินในตลาดของเก่า แต่คนส่วนใหญ่คิดว่าเธอมากับผู้ปกครอง เมื่อเธอเดินไปถามราคาที่ร้าน คนขายเห็นว่าเธอเป็นเด็ก ก็เลยคิดว่าเธอแค่เล่นขายของแบบเด็ก ๆ อยากซื้อขวดโหลพวกนี้ไปเล่นสนุก

ดังนั้นจึงไม่มีใครโก่งราคาเธอ และไม่มีใครต่อรองราคาสินค้ากับเธอ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดคิดว่าเธอคงไม่ซื้อจริง ๆ หลายคนจึงแค่อยากจะไล่เธอไป จึงบอกราคาแบบขอไปที

โดยไม่คาดคิด เซี่ยเสาควักเงินออกมาซื้อขวดยานัตถุ์ซึ่งมีราคา 20 หยวนไปจริง ๆ

คนขายกำเงินในมือ จ้องมองแผ่นหลังของเธอที่เดินจากไปอยู่นาน ก่อนส่ายหัวและถอนหายใจ “ลูกเต้าเหล่าใครเนี่ย อายุแค่นี้ก็ออกมาใช้เงินฟุ่มเฟือย... ดูจากเสื้อผ้าหน้าตา ก็ดูเหมือนเด็กจากครอบครัวธรรมดาทั่วไป ไม่รู้หรือไงว่าพ่อแม่หาเงินมาลำบากแค่ไหน แต่กลับใช้จ่ายเงินทองง่าย ๆ แบบนี้… ช่างเถอะ ช่างเถอะ ทำไมต้องไปยุ่งกับเรื่องนี้ด้วย ของไร้ค่าที่รับซื้อมาแค่ 5 หยวน ก็ถือว่าขายได้กำไรแล้ว”

ในขณะเดียวกัน เซี่ยเสามองขวดยานัตถุ์ในมือซึ่งมีพลังงานบางอย่างห่อหุ้มอยู่ด้วยดวงตาเปล่งประกาย เธออมยิ้มแล้วเก็บมันลงกระเป๋า

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มักจะเห็นเซี่ยเสาเดินอยู่ที่ตลาดของเก่าในเมืองตงซื่อแทบจะทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ นานวันเข้า พ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็จำเธอได้เกือบหมด มีคนเรียกเธออย่างขำ ๆ ว่านักสะสมตัวน้อย เวลาเจอพ่อค้าแม่ค้าที่รู้จักกัน พวกเขาก็จะทักทายเธออย่างอบอุ่น ให้เธอมาดูของที่ร้าน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าพ่อค้าแม่ค้าจะโฆษณาเกินจริงแค่ไหน เธอก็แค่ยิ้มแล้วส่ายหน้า แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนยังอดใจไม่ไหวจนต้องซื้อของไปบ้าง แต่เซี่ยเสากลับยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นแสดงให้เห็นถึงความสุขุมและความเยือกเย็นที่แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังเทียบไม่ได้

หลายครั้งที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้ารู้สึกสับสน แต่ถ้าพูดถึงการดูของ เซี่ยเสาก็ทำตัวเหมือนเด็กจริง ๆ ของเก่าที่เธอถามราคามีทั้งดีทั้งไม่ดี บางชิ้นที่เห็นได้ชัดว่าเป็นของปลอม หรือของเก่าที่ทำเลียนแบบ เธอก็ยังถามราคา

แต่คนอื่นไม่รู้เลยว่า นี่แหละคือความฉลาดของเซี่ยเสา

ด้วยวัยของเธอ การเดินอยู่ในตลาดของเก่าเป็นจุดสนใจอยู่แล้ว แน่นอนว่าเธอจะไม่โง่ถึงขนาดใช้ตาที่สามถามราคาสิ่งของที่เธอชอบแล้วค่อยจ่ายเงิน ถึงแม้การหาซื้อของดีราคาถูกจะต้องเป็นการมองหาของจริงท่ามกลางของปลอม กระนั้นแม้แต่ของปลอมก็ยังต้องทำให้ดูเก่า เธอไม่โง่พอที่จะหยิบของเก่าขึ้นมาแล้วถามราคาทุกครั้ง แน่นอนว่าต้องถามราคาของปลอมที่เห็นได้ชัดบ้าง เพื่อที่จะได้ตบตาคนอื่น ไม่ให้พวกที่มีเจตนาไม่ดีจับได้

บางครั้ง เมื่อเธอเห็นของแท้แล้วพบว่ามีคนมองอยู่ด้านหลัง เธอจะเลือกหยิบของหลาย ๆ อย่างตอนซื้อ รวมถึงหยิบของปลอมที่แม้แต่จะเรียกว่าของปลอมก็ยังไม่ได้มาด้วย เพราะหลังจากมาเดินเล่นบ่อย ๆ เธอก็เลยรู้ราคาของต่าง ๆ ในตลาด ดังนั้นทุกครั้งก็จะซื้อของถูกติดไม้ติดมือกลับมา

แต่ถึงอย่างนั้น ในใจของเซี่ยเสาก็ยังเจ็บปวด เงินเก็บฉันไม่ได้มีเยอะนะ!

ด้วยความสามารถในการตบตาคนอื่นแบบนี้ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดของเก่าคิดว่าเธอแค่สนใจของเก่าพวกนี้เท่านั้น เห็นว่าอายุยังน้อยก็สนใจเรื่องพวกนี้แล้ว หลายคนจึงเอ็นดูเธอ เวลาว่าง ๆ ก็จะคุยกับเธอสองสามคำ บางทีผู้คนก็มารวมตัวเพื่อพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย ความรู้เกี่ยวกับของเก่าในวงการก็หลุดออกมาบ้าง นานวันเข้า เซี่ยเสาจึงได้เรียนรู้ไม่น้อย

นอกจากจะกลับไปเดินเล่นที่ตลาดของเก่าในเมืองทุกวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว วันจันทร์เซี่ยเสาจะกลับมาบ้านคุณปู่คุณย่าที่หมู่บ้านสิบลี้ ตอนกลางวันเรียนหนังสือที่โรงเรียน ตอนเช้าและเที่ยงก็ขึ้นเขาไปหาอาจารย์เพื่อฝึกกายใจ เรียนวิชาสำนักปราชญ์ พอเลิกเรียนก็ไปที่บ้านศาสตราจารย์โจว ก่อนนอนตอนกลางคืนเธอก็จะนั่งสมาธิอีกระยะหนึ่ง ช่วงปิดเทอมส่วนใหญ่ก็จะอยู่บนเขากับอาจารย์

ในช่วงนี้ ความรู้เกี่ยวกับวิชาอภิปรัชญาและหลักอี้จิงของเธอพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด สำหรับผลการเรียนยิ่งไม่ต้องห่วง คุณแม่หลี่เจวียนเห็นว่าเธอสอบได้คะแนนเต็มทุกครั้ง ก็เลยวางใจ

ต่อมา เซี่ยเสาสอบเข้าโรงเรียนมัธยมต้นที่สังกัดโรงเรียนมัธยมตงซื่อด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง จึงได้กลับมาที่ภูเขาในหมู่บ้านสิบลี้แค่ช่วงสุดสัปดาห์และปิดเทอมเท่านั้น แต่เธอก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ทุกเช้าเธอจะตื่นมาออกกำลังกาย ตอนกลางคืนพอพ่อแม่หลับแล้ว เธอก็จะลุกขึ้นมาฝึกวิชาบำรุงพลังชี่ ก่อนกลับไปหมู่บ้านสิบลี้ในช่วงสุดสัปดาห์ เธอจะแวะไปที่ตลาดของเก่าเพื่อหาซื้อของดีราคาถูกด้วยตาที่สาม

วันเวลาในชีวิตเซี่ยเสาผ่านไปด้วยความวุ่นวายและเป็นระบบเช่นนี้ หนาวบ้าง ร้อนบ้าง พริบตาเดียวก็ผ่านไปห้าปี…

ณ บ้านบนภูเขาด้านหลังของหมู่บ้านสิบลี้

ใต้ต้นทับทิมที่เขียวชอุ่ม เด็กสาวในชุดกระโปรงสีขาวลืมตาขึ้นหลังจากนั่งสมาธิ เธออายุประมาณสิบห้าปี ใบหน้ายังคงดูกลม ผิวขาวอมชมพูอ่อน ๆ เหมือนกับแสงสีแดงเรื่อบนท้องฟ้า เธอยิ้มบาง ๆ พลางขยับตัว ลมพัดผ่านเรือนผมสีดำขลับ ความงามสง่าดุจหยกที่แผ่ออกมาจากตัวเธอราวกับดอกโบตั๋นที่กำลังผลิบาน เติมเต็มความงามแบบคลาสสิกให้กับเธอ

ในตอนนั้น ปรากฏรอยยิ้มวาดผ่านดวงตาสอง เธอมองชายชราที่นั่งอยู่บนรถเข็นกำลังตัดแต่งกิ่งกุหลาบอยู่ไม่ไกล และพูดเสียงเบาว่า “อาจารย์คะ วันนี้ท่านจะมีเคราะห์เลือดตกยางออก”

ชายชราเกือบจะหน้าทิ่มลงไปในพุ่มกุหลาบ พอรู้สึกตัวก็ร้อง “โอ๊ย” เมื่อมองลงไป เห็นหนามของกุหลาบตำอยู่ที่ปลายนิ้ว พอดึงหนามออกก็มีเลือดไหลออกมาหนึ่งหยด

เซี่ยเสาหัวเราะเบา ๆ ในแววตามีความเจ้าเล่ห์ “เห็นไหมคะ? มีเคราะห์เลือดตกยางออกจริงด้วย”

ระหว่างที่พูด เธอก็ลุกขึ้นและเดินเข้าไปในบ้าน

เสียงคำรามของชายชราดังมาจากข้างหลัง “เจ้าเด็กบ้า! วัน ๆ เอาแต่แกล้งอาจารย์ ในสายตาของเธอยังมีความเคารพผู้ใหญ่เหลืออยู่บ้างไหม!”

เสียงด่ายังไม่ทันหาย เซี่ยเสาก็เดินออกมาจากในบ้าน มือถือกล่องยาและพูดด้วยรอยยิ้ม “นี่ไง มันไม่ใช่การแสดงความเคารพต่อผู้สูงอายุเหรอคะ?”

เมื่อถังจงปั๋วเห็นกล่องยาในมือเธอ ก็โบกมือพูดว่า “เอาล่ะ อาจารย์ไม่ใช่เด็ก ๆ เหมือนเธอ โดนหนามตำนิดเดียว เลือดออกแค่หนึ่งหยด จะทายาไปทำไม!”

แต่เซี่ยเสาไม่ฟังเขา เธอย่อตัวลง ทายาให้ชายชราอย่างระมัดระวัง ก่อนเงยหน้าขึ้นและพูดว่า “อาจารย์คะ วันนี้หนูจะไม่อยู่บนเขาแล้วนะ นัดกับเพื่อนไว้ว่าจะออกไปเที่ยวข้างนอก เดี๋ยวก็จะไปแล้วค่ะ บ่าย ๆ เที่ยวเสร็จแล้วจะกลับมา ช่วงปิดเทอมหนูจะมาอยู่บนเขาเป็นเพื่อนนะ”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เซี่ยเสาจะอยู่บนเขาเป็นเพื่อนอาจารย์ในช่วงปิดเทอมทุกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะหลิวชุ่ยชุ่ย ตู้ผิง และพั่งตุนนัดเธอออกไปเที่ยวเป็นครั้งคราว เธอคงไม่ออกจากภูเขาไปไหนเลย เพราะหลังจากกลับไปเรียนในเมืองแล้ว เธอจะได้เจออาจารย์แค่ช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้น

หลายปีมานี้ ถึงแม้ถังจงปั๋วจะเป็นอาจารย์ของเธอในนาม แต่ในใจของเซี่ยเสา ท่านเป็นเหมือนกับคุณปู่ของเธอ หากพูดจากใจจริง คุณปู่แท้ ๆ อย่างเซี่ยกั๋วสี่ยังไม่เคยรักและเอ็นดูเธอเหมือนที่ถังจงปั๋วทำเลย

และในช่วงหลายปีมานี้ เซี่ยเสาได้รู้เรื่องราวบางอย่างของถังจงปั๋ว ภรรยาของเขาเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ไม่มีลูกหลาน ในสายตาของถังจงปั๋ว เซี่ยเสาเป็นเหมือนกับหลานสาวของเขาเอง

ถังจงปั๋วเห็นแววตาอาลัยอาวรณ์ของเซี่ยเสาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เฮ้อ! เด็กโง่! เธออยู่กับอาจารย์มานานหลายปี น่าจะรู้ว่าสวรรค์มีกฎเกณฑ์ มนุษย์นั้นไม่แน่นอน ในโลกนี้ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา การที่เราได้เป็นอาจารย์กับลูกศิษย์กัน ก็นับว่าเป็นวาสนาแล้ว”

ถึงแม้จะพูดแบบนั้น แต่ในแววตาของชายชรากลับมีความรู้สึกปลื้มปีติ สำนักปราชญ์ให้ความสำคัญกับจิตใจและความกตัญญูเป็นอันดับแรก ซึ่งเด็กคนนี้ก็ไม่ขาดตกบกพร่องเลย

“พอแล้ว พอแล้ว ทำอย่างกับจะจากกันไปตายงั้นแหละ! อาจารย์เพิ่งจะอายุหกสิบห้า ยังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี! จะลงเขาก็รีบ ๆ ไป มัวชักช้าทำไม!” ถังจงปั๋วทำท่าทางโกรธและไล่เธอออกไป

เซี่ยเสายิ้มและลุกยืนขึ้น “ค่ะ จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ พวกเราจะเข้าไปในเมือง ช่วงบ่าย ๆ ก็กลับมาแล้ว”

“ในเมือง? แม่หนู คงไม่ได้วางแผนไปตลาดของเก่าอีกใช่ไหม? อย่าเอาของอะไรกลับมาอีกล่ะ ลานหลังบ้านของอาจารย์จะกลายเป็นโกดังเก็บของของเธอแล้ว!” ถังจงปั๋วทำตาขวางขู่เธอ แต่ในแววตามีรอยยิ้มแฝงอยู่

เซี่ยเสาหัวเราะออกมา ตลอดหลายปีมานี้ ของล้ำค่าที่เธอซื้อมาจากตลาดของเก่ามีร้อยกว่าชิ้น ทุกครั้งเธอจะซ่อนไว้ในกระเป๋า ไม่กล้าให้พ่อแม่รู้ และก็ไม่สามารถเก็บไว้ที่บ้านคุณปู่คุณย่าได้ จึงได้แต่เอามาให้อาจารย์ช่วยเก็บไว้บนเขา อาจารย์ถึงกับจัดห้องให้เธอห้องหนึ่งในสวนหลังบ้าน เพื่อเอาไว้เก็บของเก่าพวกนี้โดยเฉพาะ ปัจจุบันตู้โชว์ทั้งหกเต็มไปด้วยของโบราณ แถมยังเป็นของแท้ทั้งหมด!

เธอยังคงเก็บสะสมมาโดยตลอด จนถึงทุกวันนี้

มันเป็นช่วงฤดูร้อนของปี 1997 ฮ่องกงเพิ่งจะกลับคืนสู่ประเทศจีน อีกไม่นานก็จะมีนักธุรกิจจากฮ่องกงเข้ามาในเมืองตงซื่อ อุตสาหกรรมเซรามิกและของเก่ากำลังจะฟื้นตัว ภายในสามปี แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของเมืองตงซื่อจะเริ่มพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

ของล้ำค่าที่เธอสะสมไว้ คงถึงเวลาที่จะได้รับผลตอบแทนแล้ว

ในชีวิตชาติก่อน พ่อของเธอตกงานในช่วงฤดูร้อนปีหน้า ตอนที่เธอเรียนจบมัธยมต้น ซึ่งเธอควรจะแก้ไขได้ทันเวลา!

ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง!

จบบทที่ บทที่ 16 ช่วงเวลาห้าปี

คัดลอกลิงก์แล้ว