เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ของโบราณ

บทที่ 15 ของโบราณ

บทที่ 15 ของโบราณ


บทที่ 15 ของโบราณ

หลังจากที่ศาสตราจารย์โจวรู้ว่าเซี่ยเสาช่วยพั่งตุนไว้ โจววั่งและภรรยาของเขาก็ซื้อบุหรี่พร้อมเหล้าชั้นดี แล้วพาพั่งตุนไปขอบคุณเซี่ยกั๋วสี่ที่บ้าน เซี่ยกั๋วสี่ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่คิดว่าเซี่ยเสาช่วยดึงพั่งตุนไว้ไม่ให้ล้มเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ว่าจับคอเสื้อแล้วหมุนเป็นวงกลม คงเป็นเรื่องที่เด็ก ๆ แต่งขึ้นมา

และเมื่อตู้ผิงกลับบ้าน ก็โดนพ่อของเขาลงโทษยกใหญ่ ทำให้เขาทำตัวเรียบร้อยอยู่ระยะหนึ่ง

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ศาสตราจารย์โจวก็ยิ่งใจดีกับเซี่ยเสามากขึ้น ทุ่มเทสอนหนังสือให้เธออย่างสุดความสามารถ ในไม่ช้า เขาก็ได้พบกับสิ่งที่ทำให้เขาดีใจมากกว่าเดิม

เซี่ยเสามีพรสวรรค์ด้านการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม สอนอะไรไปก็เรียนรู้ได้หมด เขียนหนังสือสวยกว่าเด็กทั่วไป โจทย์เลขยิ่งแล้วใหญ่ ไม่เคยเห็นเธอทำผิดเลยสักข้อ

ศาสตราจารย์โจวดีใจมาก หลังเกษียณแล้วยังได้สอนเด็กอัจฉริยะอีกหรือนี่?

เขาดีใจจนเนื้อเต้น ตั้งแต่นั้นมาก็พูดว่าเด็กเรียนแค่นี้ถือว่าเสียพรสวรรค์ไปเปล่า ๆ หลังจากที่ได้คุยกับเซี่ยกั๋วสี่แล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าหลังเลิกเรียนจะพาเซี่ยเสาไปบ้านของเขา เพื่อสอนเธอเขียนพู่กันจีนและวาดภาพเป็นการส่วนตัว

เซี่ยกั๋วสี่คิดว่านี่เป็นเรื่องดี ก็เลยไม่ปฏิเสธ แต่พอคิดถึงหลานสาวที่เขาเมินเฉยมาโดยตลอด จู่ ๆ ก็มีความสามารถขึ้นมาตั้งแต่ช่วงวันปีใหม่ ทำแต่เรื่องที่ทำให้เขาได้หน้ามากขึ้น แถมผลการเรียนก็ยังดีมากด้วย ทำให้ทัศนคติของเขาที่มีต่อเซี่ยเสาดีขึ้นมาก จึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องเซี่ยเสาตื่นเช้าขึ้นไปบนภูเขาทุกวัน

เซี่ยเสาเองก็รู้สึกสนใจวิชาการดั้งเดิมอยู่เหมือนกัน ก็เลยตอบรับไป

ตั้งแต่นั้นมา เธอขึ้นเขาไปทุกเช้าและเที่ยง ส่วนตอนบ่ายหลังเลิกเรียนก็ไปบ้านศาสตราจารย์โจว ชีวิตของเธอจึงเต็มไปด้วยความสมบูรณ์และน่าตื่นเต้น

ศาสตราจารย์โจวสร้างบ้านอีกหลังไม่ไกลจากบ้านโจววั่ง โดยมีบ้านหลักและห้องด้านข้างสองห้องทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ปีกตะวันตกเป็นที่ที่เซี่ยเสากับพั่งตุนเรียนเขียนพู่กันจีนและวาดภาพ ศาสตราจารย์โจวเป็นคุณปู่คนที่สองของพั่งตุน ในเมื่อศาสตราจารย์โจวจะเปิดคลาสสอน ก็เลยพาเขามาเรียนด้วยกัน

วันนี้หลังเลิกเรียน เซี่ยเสาและพั่งตุนเข้าไปในบ้าน ทั้งสองคนเพิ่งจะกางกระดาษข้าวและวางแท่นฝนหมึกลงบนโต๊ะ ก็เห็นศาสตราจารย์โจวถืออะไรบางอย่างเข้ามาในบ้านอย่างระมัดระวัง

พั่งตุนสงสัย รีบวิ่งเข้าไปดูที่โต๊ะและถามว่า “คุณปู่สอง ถืออะไรมาด้วยเหรอครับ?”

“โอ้ ระวังหน่อย! แตะต้องไม่ได้ แตะต้องไม่ได้! นี่มันของเก่าแก่ ทำแตกไปเสียดายแย่” ศาสตราจารย์โจวหวงแหนสิ่งของนั้นราวกับของสมบัติล้ำค่า

เซี่ยเสาเดินเข้าไปดู เห็นว่าบนโต๊ะมีแท่นฝนหมึกอันหนึ่ง สลักลายเมฆคล้ายเห็ดหลินจือลอยนูนสี่ด้าน ใต้แท่นมีอักษรที่สลักไว้ว่า “จางเวิ่นเถาแห่งฉวนซาน” นอกจากนี้ยังมีตราประทับตัวอักษรโบราณสลักคำว่า “ฉวนซาน” “ประทับจางเวิ่นเถา” และ “ไหลโจวไท่โส่ว” ซึ่งแกะสลักอย่างประณีต และอยู่ในสภาพสมบูรณ์

ศาสตราจารย์โจวสีหน้าตื่นเต้น เหมือนเด็กที่ขุดเจอสมบัติ เขาไม่ได้สนใจว่าเด็กสองคนตรงหน้าจะอายุแค่เจ็ดแปดขวบ ก่อนดึงพวกเขามาแบ่งปันความสุข “ปู่จะเล่าให้ฟังนะ หลังจากไปสอนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ของเมือง ระหว่างทางกลับบ้าน ปู่ได้ผ่านตลาดของเก่าและพบแท่นหมึกตวนเอี้ยนอันนี้! จางเวิ่นเถาเป็นบัณฑิตในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง เป็นกวีและจิตรกรที่มีชื่อเสียง ท่านเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการแคว้นไหลโจว แท่นฝนหมึกอันนี้มีตราประทับ ‘ไหลโจวไท่โส่ว’ อยู่ แต่ก็เพราะแท่นฝนหมึกอันนี้สภาพสมบูรณ์เกินไป มีชื่อและตราประทับ แถมยังเป็นแท่นฝนหมึกตวนเอี้ยน หลายคนเลยคิดว่าต้องเป็นของปลอม! ฮ่า ๆ สุดท้ายปู่ก็ซื้อกลับมาในราคา 100 หยวน จากประสบการณ์การสะสมกว่า 20 ปีของปู่ แท่นฝนหมึกอันนี้เป็นของเก่าแก่แน่นอน แปดในเก้าส่วนต้องเป็นของดีราคาถูกที่ปู่บังเอิญได้มันมาครอบครอง!”

ศาสตราจารย์โจวพูดเร็วมาก เห็นได้ชัดว่าเขากำลังตื่นเต้น พั่งตุนฟังแล้วไม่เข้าใจ ได้แต่พยักหน้ารับอย่างงง ๆ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความเคารพ ในสายตาของเขา คุณปู่สองคือบุคคลที่น่าทึ่งที่สุดในโลก

แต่สายตาเซี่ยเสาจับจ้องไปที่แท่นฝนหมึกตวนเอี้ยนอันนี้ตั้งแต่ที่ศาสตราจารย์โจวพูดไปได้ครึ่งทาง

เธอรับรู้ได้ว่าแท่นฝนหมึกอันนี้ให้ความรู้สึกแปลก ๆ กับเธอ เหมือนกับมีคลื่นความถี่เก่าแก่ส่งออกมา นับตั้งแต่ที่เธอฝึกฝนการบำรุงพลังชี่บนภูเขา การรับรู้พลังชี่ปฐมภูมิฟ้าดินของเซี่ยเสาก็ไวขึ้นมาก ดังนั้นหลังจากที่เธอรู้สึกแบบนี้ เธอจึงใช้ตาที่สามมองแท่นฝนหมึกตวนเอี้ยนบนโต๊ะทันที

พอได้มองดูเท่านั้น ก็เห็นว่ารอบ ๆ แท่นฝนหมึกตวนเอี้ยนแปล่งรัศมีบางอย่างออกมา ถึงแม้จะไม่เหมือนกับน้ำเต้าหยกที่อาจารย์มอบให้เธอ ซึ่งมีรัศมีมงคลสีทองล้อมรอบ แต่แท่นฝนหมึกนี้มีพลังงานบางอย่างจริง ๆ

ซึ่งพลังงานนี้เองที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความเก่าแก่และจิตใจสงบ

หัวใจของเซี่ยเสาสั่นไหว หรือว่าแท่นฝนหมึกตวนเอี้ยนนี้จะเป็นของแท้?

“รออีกไม่กี่วัน ปู่จะกลับเข้าไปในเมืองอีกครั้ง ปู่พอจะรู้จักผู้เชี่ยวชาญที่เกษียณแล้วบางคนในเมือง เลยว่าจะเอาไปให้พวกเขาช่วยกันตรวจสอบดู!” ศาสตราจารย์โจวยิ้ม

เช้าวันรุ่งขึ้นที่เซี่ยเสาขึ้นไปบนเขา เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ถังจงปั๋วฟังอย่างลองเชิง เธอไม่ได้พูดถึงเรื่องตาที่สาม แค่บอกว่าศาสตราจารย์โจวมีแท่นฝนหมึกตวนเอี้ยนอันเก่าแก่ พอเธอได้มองดูก็รู้สึกว่าจิตใจสงบลง

ถังจงปั๋วฟังแล้วหัวเราะ “ทุกสรรพสิ่งล้วนมีวิญญาณ ของเก่าแก่บางอย่างผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ตัวมันเองก็จะซึมซับพลังงานแห่งฟ้าดิน ผู้ที่สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้บ่อย ๆ จะไม่เพียงมีจิตใจที่สงบ แต่ยังช่วยให้อายุยืนยาวอีกด้วย เพียงแต่ของพวกนี้ต้องได้มาอย่างถูกต้อง ของที่ออกมาจากสุสานส่วนใหญ่จะมีพลังงานอัปมงคลปะปนอยู่ หากสัมผัสนาน ๆ จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย คนที่สามารถสื่อสารกับพลังชี่ปฐมภูมิแห่งฟ้าดินย่อมมีความรู้สึกไวกับพลังงานเหล่านี้มากกว่าคนทั่วไป แต่ของเก่าแก่ที่หาได้ทั่วไป มันจะซึมซับพลังงานเหล่านี้ได้เพียงเล็กน้อย แม้แต่พวกเราส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้สึกถึงพลังงานของมัน ในยุครุ่งเรืองที่สุดของสำนักปราชญ์ของเรา ว่ากันว่ามีปรมาจารย์ที่สามารถรับรู้ถึงพลังชี่ปฐมภูมิแห่งฟ้าดินที่เบาบางได้ แต่ในปัจจุบันคงไม่มีคนแบบนี้อีกแล้ว”

เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของเซี่ยเสาก็สั่นไหว เธอสามารถมองเห็นพลังชี่ปฐมภูมิแห่งฟ้าดินได้ด้วยตาที่สาม นั่นหมายความว่าเธอสามารถใช้ตาที่สามแยกแยะของเก่าได้อย่างนั้นหรือ?

ถึงแม้เมืองตงซื่อจะเป็นเมืองเล็กระดับสาม แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ที่นี่จะกลายเป็นศูนย์กลางด้านเซรามิกและของเก่าที่มีชื่อเสียงทางภาคเหนือ ในสมัยอดีตที่นี่เคยมีโรงงานเซรามิกของรัฐบาลและเอกชนหลายแห่ง ผู้คนจำนวนมากในเมืองตงซื่อต่างก็ทำอาชีพเกี่ยวกับเซรามิกมาหลายชั่วอายุคน

ตอนนี้เป็นช่วงต้นฤดูร้อนปี 1992 เศรษฐกิจของประเทศเพิ่งจะเข้าสู่ช่วงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมเซรามิกจะกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักของเมืองตงซื่อ และจะส่งผลให้ธุรกิจของเก่าเติบโตตามไปด้วย กระแสความนิยมในการสะสมของเก่ากำลังจะมาถึง

ในความทรงจำของเซี่ยเสา น่าจะตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นมา ในเมืองตงซื่อก็เริ่มมีถนนที่เต็มไปด้วยเซรามิกและของเก่า มีคนเดินเที่ยวอย่างคึกคัก เกิดกลุ่มพ่อค้าแม่ขายเซรามิกและของเก่ามากมาย ในบรรดาพ่อค้าเหล่านี้ยังมีกลุ่มบริษัทเซรามิกและพ่อค้าของเก่ารายใหญ่ที่มีชื่อเสียงในประเทศ ทำให้เมืองเล็ก ๆ อย่างตงซื่อมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ท่ามกลางเมืองที่อยู่รอบ ๆ

แต่นั่นเป็นเรื่องราวในอีกห้าปีข้างหน้า

ตอนนี้เศรษฐกิจเพิ่งเริ่มพัฒนาจากเมืองชายฝั่ง กระแสยังมาไม่ถึงเมืองตงซื่อ เศรษฐกิจในตอนนี้จึงยังไม่ดีนัก

แต่ ก็เพราะเป็นแบบนี้ มันถึงเป็นโอกาส! ใช่ไหมล่ะ?

ดวงตาของเซี่ยเสาเป็นประกาย ตอนนี้ตลาดของเก่ายังไม่ค่อยคึกคัก กระแสความนิยมในการสะสมของเก่ายังไม่เกิด คนที่มาเดินในตลาดของเก่ายังไม่เยอะ และยังไม่มีคนจำนวนมากมาตระเวนซื้อของเก่าตามบ้านนอก นั่นหมายความว่า ในตอนนี้การหาซื้อของดีราคาถูกไม่ใช่เรื่องยากเหมือนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ยิ่งกว่านั้นเธอยังมีตาที่สามด้วย จึงไม่มีทางที่จะขาดทุนแน่นอน!

ตัวเซี่ยเสาพอจะมีเงินติดตัวอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเงินที่คุณแม่หลี่เจวียนให้ไว้ เพราะกลัวว่าเธอจะไปขอเงินคุณย่าซื้อขนมกิน จึงไม่ได้เก็บเงินอั่งเปาคืนตอนปีใหม่ โดยบอกว่ามันเป็นค่าขนมและให้ใช้จ่ายอย่างประหยัด

ถึงเงินจำนวนนี้จะดูไม่มาก แต่ราคาสินค้าในสมัยนี้ถูกกว่าเมื่อสิบปีหลังหลายเท่า!

เซี่ยเสาคลี่ยิ้ม และลงมือทำทันทีที่คิดได้!

ทุกครั้งที่ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ พ่อแม่จะมารับเธอกลับไปอยู่บ้านในเมืองสองวัน เซี่ยเสาจึงถือโอกาสโกหกว่าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน จากนั้นสะพายกระเป๋าแล้วมุ่งหน้าไปยังตลาดขายของเก่า

จบบทที่ บทที่ 15 ของโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว