- หน้าแรก
- พลิกชะตาเกิดใหม่เป็นซินแส
- บทที่ 10 ถูกหยั่งเชิง
บทที่ 10 ถูกหยั่งเชิง
บทที่ 10 ถูกหยั่งเชิง
บทที่ 10 ถูกหยั่งเชิง
ทิวทัศน์ของลานด้านในงดงามกว่าลานด้านหน้ามาก แต่เซี่ยเสาไม่มีเวลามาสนใจทิวทัศน์ เธอเห็นเพียงชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่งพร้อมกับรถเข็นล้มลงอยู่บนพื้นใต้ฐานของตัวบ้าน และดูเหมือนว่าจะล้มลงไปอย่างแรง!
เซี่ยเสารีบวิ่งเข้าไปหา
ชายชรานอนคว่ำอยู่บนพื้น โดยมีรถเข็นทับอยู่บนตัว เมื่อเซี่ยเสาเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปยกรถเข็น ถึงแม้เธอจะยังเด็ก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับยกรถเข็นไม่ไหว แต่ไม่รู้ว่าทำไมรถเข็นคันนี้ถึงหนักผิดปกติ! หลังจากขยับอยู่สองสามครั้ง เซี่ยเสาก็พบว่ารถเข็นด้านหนึ่งถูกชายชราทับอยู่ ทำให้ดึงอย่างไรก็ดึงไม่ออก
เมื่อจนปัญญา เซี่ยเสาจึงต้องวิ่งไปตรงหน้าชายชรา ช่วยยกรถเข็นที่ทับอยู่บนตัวเขาขึ้นมา และพูดอย่างยากลำบากว่า “รีบออกมาเร็วค่ะ!”
เธอพูดพลางดันรถเข็นไว้ กลัวว่าถ้าเธอทานไม่ไหว รถเข็นจะหล่นลงมาทับชายชราอีก
เนื่องจากเธอสนใจอยู่กับการช่วยเหลืออีกฝ่าย จึงไม่ได้สังเกตว่าชายชราที่นอนคว่ำอยู่บนพื้นแอบหันกลับมามองเธอ เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอแดงก่ำ ขมวดคิ้ว สีหน้าแน่วแน่ ดูท่าว่าถ้าไม่สามารถช่วยชายชราออกไป เธอคงไม่ยอมปล่อยมือแน่ ๆ
ชายชราพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาที่เปล่งประกายของเขากลอกไปมาทันที ร้องโอดโอยว่า “โอ๊ย ๆ ๆ! นี่แม่หนู! ไม่เห็นหรือว่าคนแก่อย่างฉันนั่งรถเข็นอยู่? ขาขยับไม่ได้... โอ๊ย!”
เซี่ยเสารู้สึกหงุดหงิดพร้อมคิดในใจว่า ขาขยับไม่ได้ แต่เสียงร้องดังมีพลังเชียวนะ! ไม่เห็นหรือว่าแขนขาสั้น ๆ ของเธอทำได้แค่นี้? เธอสามารถดันรถเข็นไว้ได้นานขนาดนี้ก็นับว่ายากมากแล้ว!
ถึงจะหงุดหงิด แต่เซี่ยเสายังไม่ถึงกับปล่อยมือทิ้ง เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้เฒ่าชรา และก็เป็นเรื่องจริงที่เขาล้มลงกับพื้นเพราะขาพิการ เธอคงไม่ถือสาคนแก่ที่เจอเคราะห์ร้ายหรอก ดังนั้นเซี่ยเสาจึงต้องขยับไปด้านข้าง ถ่ายน้ำหนักของรถเข็นมาที่บ่าของตัวเอง และใช้มือข้างหนึ่งประคองไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งดันหลังของชายชรา โดยใช้แรงทั้งหมดของเธอในการผลักเขาออกไป
แต่ชายชราที่มีน้ำหนักกว่าร้อยชั่ง แม้จะเป็นผู้ใหญ่ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้มือเพียงข้างเดียวผลักออกไปได้ แล้วนับประสาอะไรกับเซี่ยเสาในเวลานี้?
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หนาวเย็น เหงื่อเริ่มซึมออกมาจากหน้าผากของเซี่ยเสา บ่าของเธอถูกรถเข็นกดทับจนเจ็บมาก ดูท่าว่าเธอใกล้จะทานไม่ไหวแล้ว
ในขณะนั้นเอง ร่างของชายชราก็ดูเหมือนจะเริ่มขยับออกไปข้างนอก
เซี่ยเสาดีใจ รีบออกแรงเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในขณะนั้นชายชราก็ดูเหมือนจะพักเหนื่อยบ้างแล้ว ถึงแม้ขาจะขยับไม่ได้ แต่เขาก็ใช้มือยันพื้น ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปข้างนอก
ทันทีที่เขาขยับออกไป เซี่ยเสาก็ถอนหายใจ โล่งอก แรงทั้งหมดหายวับไปในพริบตา รถเข็นที่ยกอยู่บนบ่าสั่นคลอน และกำลังจะหล่นทับเธอที่อยู่ด้านล่าง
จู่ ๆ มือของเซี่ยเสาก็ถูกคว้าไว้! มือของชายชรามีข้อนิ้วชัดเจน แข็งราวกับคีมเหล็ก เซี่ยเสาชะงักไป ในขณะที่สงสัยอยู่ในใจ เธอรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังต่อเนื่องกันในลาน
“โครม!”
“ตึง!”
“โอ๊ย!”
เซี่ยเสาถูกชายชรากระชากออกมาเต็มแรง ล้มลงกับพื้น ท้ายทอยกระแทกเข้ากับฐานด้านหลังอย่างจัง เจ็บจนน้ำตาแทบไหลออกมา ภาพตรงหน้ามืดดับ เห็นแต่ดาวหมุนวนเต็มไปหมด
เซี่ยเสาเริ่มสงสัยขึ้นมาทันทีว่าสัญชาตญาณของเธอแม่นยำขนาดนั้นจริงหรือเปล่า! วันนี้เป็นวันซวยของเธอ ชายชราคนนี้เป็นเหมือนตัวอัปมงคลของเธอ!
อีกอย่าง ในช่วงเวลานี้ เธออดไม่ได้ที่จะสงสัย
มือของชายชรา เห็นได้ชัดว่าผ่านการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มา! เซี่ยเสารู้เรื่องนี้เพราะเซี่ยกั๋วสี่เป็นทหารผ่านศึก เคยฝึกมวยมาบ้าง ซึ่งมือของเขามีลักษณะเดียวกัน ข้อนิ้วชัดเจน แข็งราวกับคีมเหล็ก! เธอรับประกันได้ว่าชายชราคนนี้ต้องเป็นคนมีฝีมือแน่นอน!
ด้วยความสงสัยนี้ เซี่ยเสาก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยเรื่องที่ชายชราล้มลงเมื่อครู่ คนที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ตกลงจากรถเข็น ทำไมถึงต้องร้องโอดโอยขนาดนี้? ยิ่งไปกว่านั้น เสียงโอดโอยของชายชราเมื่อกี้ฟังดูมีพลังมาก!
… นี่กำลังแกล้งเธอเล่นหรือ? แต่ว่า มีจุดประสงค์อะไรกัน?
ในขณะที่เซี่ยเสากำลังสงสัย ลุงหวังก็วิ่งออกมาจากห้องข้าง ๆ
“ผู้อาวุโสถัง! โอ๊ย ผู้อาวุโสถัง! คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” ลุงหวังพูดพลางรีบยกรถเข็น และช่วยชายชรากลับขึ้นไปนั่ง
แต่เซี่ยเสากลับสงสัยมากขึ้น เพราะลุงหวังวิ่งออกมาจากห้องทางปีกตะวันตก เขาตั้งใจมาหาชายชราแซ่ถังคนนี้ ชายชราก็อยู่ในลานแท้ ๆ ทำไมเขาถึงไปหาในห้อง? และถ้าเมื่อกี้เขาอยู่ในห้องตลอด ทำไมเขาถึงไม่ได้ยินเสียงชายชราล้ม?
เซี่ยเสาขมวดคิ้ว เธอจำภาพเหตุการณ์ของวันนี้ตอนที่ใช้ตาที่สามได้ว่า ลุงหวังและผู้อาวุโสถังกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างอยู่ในห้อง แต่มันกลับไม่ได้เกิดขึ้นในเวลานี้…
หรือว่า หลังจากที่ลุงหวังเข้ามาในลาน ก็ได้พบกับชายชรา ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่ในห้องสักพัก แล้วก็แสดงละครฉากนี้ขึ้น?
การคาดเดาของเซี่ยเสาไม่ผิด ลุงหวังก็สงสัยเช่นกัน ตอนที่เขาเข้ามาในลาน ก็พบว่าผู้อาวุโสถังอยู่ในห้อง เขาไม่ได้เป็นอะไรเลย แถมยังบอกให้ลุงหวังนั่งรอในห้องสักพัก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในลาน เขาก็ห้ามออกมา จากนั้นเขาก็เห็นผู้อาวุโสถังล้มลงกับพื้นด้วยตัวเอง จากนั้นเซี่ยเสาวิ่งมาจากหน้าด้านและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือผู้อาวุโสถังออกมาจากใต้รถเข็น
แต่เมื่อเห็นเซี่ยเสาล้มกระแทกเข้ากับแท่นหิน ลุงหวังก็ทนอยู่ในห้องไม่ได้อีกต่อไป นิสัยที่ทั้งดื้อทั้งหัวแข็งของเซี่ยกั๋วสี่เป็นที่รู้กันในหมู่บ้าน เดิมทีเขาไม่ต้องการให้หลานสาวขึ้นเขามาพบผู้อาวุโสถังอยู่แล้ว ตอนนี้ผู้อาวุโสถังยังมาทำให้หลานสาวตาเฒ่าเจ็บตัวอีก ถ้าเด็กกลับไปฟ้องปู่ของเธอ เขาที่เป็นผู้ใหญ่บ้านคงต้องลำบากแน่ ๆ
ลุงหวังพยุงผู้อาวุโสถังขึ้นมาก่อน จากนั้นก็เข้าไปพยุงเซี่ยเสา แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือ เธอเพียงแค่ปัดฝุ่นตามตัวแล้วลุกขึ้น ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอะไรมาก และไม่มีท่าทีว่าจะร้องไห้โวยวายเหมือนเด็กทั่วไป หรือวิ่งกลับไปฟ้องคุณปู่ ตรงกันข้ามเธอกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง เพียงแต่เอามือนวดท้ายทอยเล็กน้อย
ความสงบนิ่งแบบนี้ ถือเป็นเรื่องแปลกในสายตาของลุงหวัง เด็กคนนี้ ศีรษะกระแทกจนเสียสติไปแล้วหรือเปล่า?
“เสี่ยวเสาเอ๊ย! หนูลื่นล้มหัวกระแทกเหรอ? พูดอะไรหน่อยสิ!” ลุงหวังย่อตัวลง จับตัวเซี่ยเสาแล้วเขย่า เขาเป็นคนพาเด็กคนนี้ขึ้นมาบนภูเขา หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา เขาจะอธิบายเรื่องนี้กับตระกูลเซี่ยอย่างไร?
“… คุณลุงหวัง หนูไม่เป็นอะไรค่ะ!” เซี่ยเสาตอบกลับอย่างจนปัญญา ตอนที่ล้มลงไปก็เจ็บอยู่หรอก แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ที่แปลกคือเมื่อครู่ล้มลงไปแรงขนาดนั้น ท้ายทอยของเธอกลับไม่ปูดบวม แต่ถ้าถูกลุงหวังเขย่าแบบนี้ต่อไป เธอคงต้องเวียนหัวตายแน่ ๆ!
“ไม่เป็นอะไร? ไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ?” ลุงหวังไม่แน่ใจจึงลูบ ๆ ที่ท้ายทอยของเซี่ยเสา พบว่าไม่มีรอยบวมจริง ๆ เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
กระทั่งเซี่ยเสาเป็นอิสระจากการเขย่าอย่างแรงของลุงหวัง เธอถึงได้มองไปที่ชายชราที่นั่งอยู่บนรถเข็นข้าง ๆ
เมื่อมองไป ก็ต้องตกใจ
เห็นเพียงชายชราผมขาวโพลน ใบหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาเป็นประกาย แม้ไม่อยู่ในอารมณ์โกรธก็ดูน่าเกรงขาม มีเคราขาวแซมยาวประมาณหนึ่งนิ้วที่คาง รอบกายดูมีสง่าราศีคล้ายเซียน มีกลิ่นอายของปรมาจารย์ผู้เร้นกาย
เซี่ยเสาหรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้าแดงระเรื่อนี้ดูอย่างไรก็ไม่เห็นเหมือนคนป่วยเลยไม่ใช่เหรอ? ทั้งยังดูมีพลังเต็มเปี่ยม! เธอยิ่งมั่นใจว่าเมื่อกี้เธอถูกหลอกเสียแล้ว!
“ฮึฮึ”
ในขณะนั้นเอง ชายชราก็หัวเราะออกมา เสียงของเขากังวานและทรงพลัง “ผู้ใหญ่บ้าน วันนี้ขอบคุณมากที่พาเด็กคนนี้ขึ้นเขามา ในห้องทางปีกตะวันตกมีชาอยู่ เชิญคุณไปนั่งรอในห้องสักครู่ ผมมีเรื่องจะคุยกับเด็กคนนี้สักหน่อย”
หืม?
ทั้งเซี่ยเสาและลุงหวังต่างก็ชะงักไป
ชายชรากลับหมุนรถเข็นด้วยตัวเอง เคลื่อนตัวขึ้นไปบนชานชาลาและเข้าไปในเรือนหลัก ก่อนที่เสียงของเขาจะดังลอดออกมา
“แม่หนู ตามเข้ามาในบ้านกับฉันสิ”