เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ขึ้นภูเขา

บทที่ 9 ขึ้นภูเขา

บทที่ 9 ขึ้นภูเขา


บทที่ 9 ขึ้นภูเขา

สองข้างทางของถนนลาดยางบนภูเขาเต็มไปด้วยป่าสน แม้จะเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิที่หนาวเหน็บของทางเหนือ แต่ก็ยังคงมีทิวทัศน์ที่เขียวชอุ่มเป็นพิเศษ คนแก่หนึ่งคนและเด็กอีกหนึ่งคนกำลังเดินขึ้นไปบนภูเขา คนแก่ก็คือลุงหวัง ส่วนเด็กก็คือเซี่ยเสา

ลุงหวังเดินนำอยู่ข้างหน้า เขาแอบหันกลับไปมองเด็กผู้หญิงที่เดินตามหลังมาเป็นระยะ

ในที่สุดเขาก็สามารถพูดเกลี้ยกล่อมเซี่ยกั๋วสี่ให้ยอมปล่อยเซี่ยเสาขึ้นมาบนภูเขาเพื่อพบผู้อาวุโสถัง แต่เด็กคนนี้แปลกมาก! เธอไม่ถามคำถามใด ๆ เลยตลอดทาง

โดยทั่วไปแล้ว เด็ก ๆ มักจะมีความอยากรู้อยากเห็นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกพาไปพบคนแปลกหน้า อย่างไรก็ควรจะถามไม่หยุดตลอดทางไม่ใช่หรือ? ลุงหวังเป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน ถือได้ว่าเป็นอีกคนที่เฝ้ามองเซี่ยเสาเติบโตมา เด็กคนนี้ขี้อายและไม่ค่อยชอบพูดคุย การถูกพาไปพบคนแปลกหน้า ตามหลักแล้วเธอควรจะมีท่าทีต่อต้าน หรือไม่ก็ร้องไห้ออกมาบ้างสิ

แต่พอดูตอนนี้ เธอกลับเดินอยู่บนถนนบนเขาอย่างสบายอารมณ์ มองป่าสนสองข้างทางเป็นครั้งคราว สีหน้ามีความสุข มุมปากยังคงมีรอยยิ้มบาง ๆ แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงบนตัวเธอทำให้เกิดเป็นออร่าที่สง่างามออกมา

ออร่านั้นทำให้ลุงหวังคิดไปแวบหนึ่งว่าเขาตาฝาด นี่ไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ แล้ว แต่ดูเหมือนผู้ใหญ่ชัด ๆ! และแม้แต่ในกลุ่มผู้ใหญ่ ลุงหวังก็ไม่เคยเห็นใครเป็นแบบนี้มาก่อน

ลุงหวังส่ายหน้า เซี่ยเสาเด็กคนนี้ หลังจากผ่านวันปีใหม่ ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้นะ…

เขาส่ายหัวแล้วพาเซี่ยเสาเดินขึ้นเขาไป แต่เขาไม่รู้ว่าเหตุผลที่เซี่ยเสาทำตัวสงบนิ่งเช่นนี้ เป็นเพราะเธอได้ใช้ตาที่สามดูเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นล่วงหน้าแล้ว

หลังจากที่ได้ประสบกับการเกิดใหม่และความสามารถพิเศษของตาที่สาม เซี่ยเสาไม่ถือว่าเรื่องนี้สามารถทำให้เธอตกใจได้ ดังคำกล่าวที่ว่า หลังจากที่ได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความคิดการอ่านของคนเราจะเติบโตขึ้น ความสงบนิ่งของเธอในตอนนี้ เกรงว่าแม้แต่ในชาติที่แล้วก็ยังเทียบไม่ได้

ทั้งสองคนเดินอยู่บนถนนประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนจะมองเห็นบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนั้นซ่อนตัวอยู่ในป่าบนไหล่เขา เซี่ยเสาที่เรียนสถาปัตยกรรมมาในชาติที่แล้ว เพียงแค่มองแวบเดียวก็ตัดสินได้ว่านี่คือบ้านแบบสี่เรือนล้อมลาน และดูจากความลึกของกำแพงที่ล้อมรอบแล้ว อย่างน้อยก็ต้องมีพื้นที่สามส่วน

ในขณะนั้น ประตูใหญ่แง้มอยู่ ลุงหวังยืนอยู่หน้าประตูอย่างนอบน้อมและเรียกเข้าไปสองครั้ง แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน และไม่มีใครออกมา

ลุงหวังรู้สึกสับสน “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมประตูถึงแง้มอยู่ แถมยังไม่มีใครตอบรับอีก? หรือว่าเกิดบางอย่างขึ้น?”

ผู้อาวุโสถังคนนี้อายุมากแล้ว แถมยังขาพิการ เขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้คนเดียว ถ้าจะบอกว่าเกิดอาการป่วยขึ้นมาอย่างกะทันหันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเขาเกิดเป็นอะไรไป ลุงหวังคงรับผิดชอบไม่ไหว ยิ่งคิดลุงหวังก็ยิ่งกลัว รีบผลักประตูเข้าไปข้างในทันที

พอวิ่งไปได้สองก้าว เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันกลับมาพูดกับเซี่ยเสาที่เดินตามเข้ามาว่า “หนูรออยู่ตรงนี้ก่อน ห้ามวิ่งซนไปทั่วล่ะ”

เซี่ยเสาพยักหน้ารับ ลุงหวังจึงวิ่งเข้าไปข้างในเพื่อตรวจสอบ

เมื่อเห็นร่างของเขาหายเข้าไป เซี่ยเสาก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมา เธอรับประกันได้ว่าผู้อาวุโสถังคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรหรอก เพราะจากภาพนิมิตที่ปรากฏในตาที่สาม เธอเห็นภาพหนึ่งที่ชายชรานั่งอยู่บนรถเข็นกำลังพูดคุยกับลุงหวัง เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสถังคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรเลย!

เซี่ยเสาไม่เข้าใจว่า ในเมื่อชายชราต้องการให้เธอขึ้นภูเขามาพบ แล้วทำไมเขาถึงต้องทำเป็นลึกลับด้วย เธอจึงเลือกที่จะไม่คาดเดา ปล่อยให้เป็นไปตามเรื่องราว เดี๋ยวก็รู้เอง จะต้องกังวลไปทำไม?

อีกอย่างเธอรู้สึกสนใจบ้านหลังนี้มากทีเดียว เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามา เธอก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงความรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก

ในยุคนี้ มลพิษจากอุตสาหกรรมยังมีน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทจะมีอากาศบริสุทธิ์มาก แต่บ้านหลังนี้กลับทำให้เซี่ยเสารู้สึกว่า อากาศในบ้านบริสุทธิ์กว่าบนเขาข้างนอกเสียอีก!

เซี่ยเสาอดไม่ได้ที่จะใช้พลังของตาที่สาม ก่อนจะต้องประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อมองดู เธอเห็นว่าพลังชีวิตในบ้านหลังนี้แข็งแกร่งมาก ราวกับว่าพลังแห่งฟ้าดินมารวมตัวกันอยู่ที่นี่จุดเดียว! เธออดไม่ได้ที่จะก้าวเท้าเข้าไปในลานส่วนแรกของบ้านหลังนี้ แต่หลังจากที่ก้าวเข้าไป เซี่ยเสาก็ต้องมนต์สะกดกับทิวทัศน์ภายใน

เห็นเพียงทางเดินหินในลานเงียบสงบ ดอกไม้บานสะพรั่ง แม้จะเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่ต้นไม้ในกระถางส่วนใหญ่กลับเป็นสีเขียว มีทั้งต้นทับทิม ต้นยี่โถ ต้นกุ้ยเงินกุ้ยทอง ต้นกุหลาบพันปี ต้นพุด พรรณไม้นานาชนิดถูกปลูกอย่างเป็นระเบียบ สวยงามน่าอยู่ ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นรู้สึกสดชื่น! นอกจากนี้ยังมีอ่างบัวและบ่อปลาทอง ลานบ้านดูมีชีวิตชีวา เป็นบ้านเก่าแก่ที่งดงามอย่างยิ่ง

เมื่อกวาดสายตาดูคร่าว ๆ เซี่ยเสาก็สรุปได้ว่า หากผู้อาวุโสถังที่อาศัยอยู่ที่นี่เป็นผู้รับผิดชอบการจัดเตรียมทุกอย่างในลานนี้ เขาต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยอย่างแน่นอน!

ถึงอย่างไรตอนที่เซี่ยเสาอยู่มหาวิทยาลัยก็เคยเรียนวิชาเลือกศาสตร์ฮวงจุ้ย แม้จะไม่ต้องใช้ตาที่สาม เธอก็ดูออกว่าการจัดวางทุกอย่างในลานนี้พิถีพิถันมาก แต่หลังจากใช้ตาที่สามมองดู เซี่ยเสาก็พบว่าการจัดวางทุกชิ้นในลานล้วนมีผลต่อการดึงดูดและรวมพลังชีวิตในลาน ทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่าเรื่องฮวงจุ้ยนั้นไม่ใช่เรื่องเหลวไหล!

หลังจากดูฮวงจุ้ยในลานแล้ว เซี่ยเสาก็เริ่มสนใจผู้อาวุโสถังที่เธอจะต้องพบในวันนี้! ในชาติก่อน เธอไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ ผู้อาวุโสถังคนนี้เลย แม้แต่ชื่อแซ่ของเขาก็ไม่เคยได้ยิน เพราะเขาต้องการพักฟื้นร่างกายในหมู่บ้าน สร้างบ้านบนเขาด้านหลัง ถึงแม้จะให้เงินชดเชยก้อนโตแก่ชาวบ้าน แต่เซี่ยกั๋วสี่ก็ไม่เคยหยุดบ่น ทุกครั้งที่ดื่มเหล้าก็จะก่นด่าคนคนนี้เสมอ เขารังเกียจพวกคนมีอำนาจมากที่สุด และผู้อาวุโสถังผู้น่าสงสาร ในสายตาของเซี่ยกั๋วสี่กลายเป็นตัวอย่างของคนรวยมีอำนาจที่ทำอะไรตามใจชอบ เซี่ยกั๋วสี่ถึงกับเตือนเซี่ยเสาอย่างเข้มงวดว่า เวลาขึ้นไปเล่นบนเขา ให้หลีกเลี่ยงบ้านหลังนี้ให้ไกล! ตอนนั้นเซี่ยเสากลัวคุณปู่มาก จึงไม่กล้าขัดคำสั่ง ต่อมาเธอก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องบนเขาด้านหลัง แม้แต่คนข้างในย้ายออกไปเมื่อไหร่ก็ไม่เคยรู้

วันนี้ เมื่อลุงหวังบอกว่าผู้อาวุโสถังต้องการพบเซี่ยเสา เซี่ยกั๋วสี่ก็เกิดความสงสัยและปฏิเสธอย่างแข็งขัน โชคดีที่มีศาสตราจารย์โจวอยู่ด้วย จึงช่วยพูดเกลี้ยกล่อมเขา “น้องเซี่ย พี่ได้ยินมาว่าผู้อาวุโสถังอายุหกสิบกว่าแล้ว เขาอายุมากกว่าเธออีก ขาทั้งสองก็เดินเหินไม่สะดวก แถมยังเป็นผู้ใหญ่ ถ้าปฏิเสธไปก็อาจดูไม่ค่อยเหมาะสมใช่ไหมล่ะ?”

ศาสตราจารย์โจวสมกับเป็นศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง พูดจาเกลี้ยกล่อมคนได้ตรงประเด็น เซี่ยกั๋วสี่เป็นคนกลัวการเสียหน้า ให้ความสำคัญกับมารยาทต่อผู้สูงอายุมาก จึงยอมตกลงอย่างไม่เต็มใจ

ในความจริง ถึงวันนี้เซี่ยกั๋วสี่จะไม่เห็นด้วย เซี่ยเสาก็วางแผนจะออกจากบ้านและขึ้นเขาไปกับลุงหวังอยู่ดี

บางทีอาจเป็นเพราะการเปิดใช้งานตาที่สาม ถึงแม้จะไม่สามารถมองเห็นเรื่องของตัวเองล่วงหน้าได้ แต่เซี่ยเสาก็รู้สึกว่าสัญชาตญาณของเธอเฉียบคมกว่าเมื่อก่อนมาก!

เธอรู้สึกสังหรณ์ใจว่า การขึ้นเขามาในวันนี้สำคัญกับเธอมาก! สำคัญแค่ไหนเธอก็บอกไม่ถูก แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่าต้องมาให้ได้!

เซี่ยเสาสูดอากาศบริสุทธิ์ในลานเข้าไปลึก ๆ สองสามครั้ง เมื่อเห็นว่าลุงหวังยังไม่ออกมา เธอจึงคิดว่าจะเดินเล่นในลานอีกสักหน่อย

ในขณะนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากลานด้านหน้า

“โครม!”

จากนั้น ก็เป็นเสียงครวญครางของชายชรา

“โอ๊ย ๆ ๆ ๆ… กระดูกกระเดี้ยวฉันไปหมดแล้ว…”

เซี่ยเสาตกใจ เมื่อได้ยินเสียงมาจากลานด้านหน้าส่วนที่สอง เธอก็ไม่รีรอรีบสาวเท้าวิ่งเข้าไปทันที

จบบทที่ บทที่ 9 ขึ้นภูเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว