เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 ทดสอบตาที่สาม

บทที่ 5 ทดสอบตาที่สาม

บทที่ 5 ทดสอบตาที่สาม


บทที่ 5 ทดสอบตาที่สาม

ท้ายที่สุดเธอเคยผ่านการเกิดใหม่มาแล้ว ต่อให้พบเจอเรื่องเหลือเชื่อแค่ไหน เซี่ยเสาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว

เธอพยายามนึกย้อนถึงภาพที่ปรากฏขึ้นในหัวเมื่อสักครู่ นึกถึงภาพที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอกับภรรยาทะเลาะกัน ตอนนั้นลูกที่ภรรยาของเขาอุ้มอยู่ยังตัวเล็ก ถ้าคำนวณจากช่วงเวลาแล้ว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกันได้ราวสองถึงสามปีหรือเปล่านะ?

ถ้าเป็นแบบนั้น สิ่งที่เธอเห็นเมื่อกี้... คือเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตงั้นเหรอ?

ทำไมเธอถึงมองเห็นอนาคตของคนอื่นได้?

มองเห็นอนาคต หรือเธอจะได้รับพลังความสามารถด้านนี้มา?

เซี่ยเสายังไม่แน่ใจนัก เพราะถึงอย่างไรเธอก็ได้เกิดใหม่แล้ว ส่วนเรื่องที่เธอเห็นเมื่อกี้ ก็เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอีกอย่างน้อยยี่สิบปีข้างหน้า เธอไม่มีเวลารอยี่สิบปีเพื่อพิสูจน์ เธอจะมองเห็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ได้ไหมนะ? หรือไม่ก็เรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันนี้?

ในขณะที่คิดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงอาสะใภ้เจี่ยงชิวหลินพูดขึ้นว่า “พ่อคะ แม่คะ หนูจะออกไปเดินเล่นหน่อยนะ นั่งนาน ๆ แล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายเลย”

เมื่อเซี่ยเสาได้ยิน ก็รู้ว่าโอกาสมาถึงแล้ว จึงหันไปมองที่อาสะใภ้ทันที

เธอตั้งสมาธิและนึกถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป ที่จริงแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือเปล่า เพียงแต่รู้สึกว่าก่อนที่ภาพเหล่านั้นจะปรากฏขึ้นในหัว เธออยากรู้มาก ๆ ว่าครอบครัวของอาใหญ่จะเป็นยังไงในอนาคต แล้วภาพเหล่านั้นก็ปรากฏขึ้นมา เซี่ยเสาจึงลองดู เผื่อจะใช้วิธีนี้ได้

โดยไม่คาดคิด ขณะที่กำลังเพ่งสมาธิ ก็มีภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของเธอจริง ๆ อาสะใภ้ลงจากเตียง พอลุกขึ้นยืน เข่าก็อ่อนแรงเกือบล้มลง คุณแม่หลี่เจวียนรีบเข้าไปช่วยพยุง จากนั้นคุณปู่ก็เริ่มดุอาชาย

ภาพฉากนี้ปรากฏขึ้นเร็วมาก เพราะเหตุการณ์กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว!

เจี่ยงชิวหลินคงจะนั่งนานเกินไป ขาและเท้าเลยเป็นเหน็บชา พอลงจากเตียงก็ร้อง “โอ๊ย” เข่าอ่อนแรง ทำเอาทุกคนในบ้านตกใจร้องเสียงหลง แต่โชคดีที่คุณแม่หลี่เจวียนนั่งอยู่ใกล้ ๆ จึงรีบเอื้อมมือไปช่วยพยุงไว้ได้ทัน

เจี่ยงชิวหลินรอดตัวไปอย่างหวุดหวิด พลางเอามือตบหน้าอกเบา ๆ แต่เซี่ยกั๋วสี่กลับหน้าบึ้งตึง หันไปดุลูกชายคนเล็กเซี่ยจื้อเทาว่า “เมียตัวเองท้องแก่เจ็ดเดือนแล้ว เจ้าตัวอยากออกไปเดินเล่น ทำไมแกไม่ดูแลเลย!”

เซี่ยจื้อเทาทำหน้าเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด เขามีนิสัยเหมือนเซี่ยกั๋วสี่มาก จึงเถียงกลับทันทีว่า “พ่อ ผมกำลังฟังพี่เขยคนรองพูดถึงการทำธุรกิจอยู่ เลยไม่ได้สนใจ อีกอย่างก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ!”

“แกว่าไงนะ!” เซี่ยกั๋วสี่ตวาดลั่น

เมื่อเห็นความตึงเครียดระหว่างพ่อกับลูก คุณย่าเจียงซูฮุ่ยจึงพูดขึ้นว่า “พ่อลูกมาทะเลาะอะไรกันในวันมงคลปีใหม่แบบนี้! จื้อเทา รีบไปดูแลเมียแกสิ”

ความขัดแย้งจึงยุติลง

แต่เซี่ยเสากำลังตกตะลึงสุดขีด คราวนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อ เธอสามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้จริง ๆ!

แต่ทำไมจู่ ๆ เธอถึงมีพลังความสามารถแบบนี้ได้?

ตอนนี้เซี่ยเสายังไม่สามารถคิดหาคำตอบ และไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เพราะไม่นานเธอก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หมดเรี่ยวแรง เหมือนพลังงานในร่างกายถูกใช้ไปจนหมด

อาการของเธอดึงดูดความสนใจของคุณแม่และคุณย่าอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมาก คิดแค่ว่าเธอน่าจะยังไม่หายดีจากการตกลงไปในน้ำแข็งก่อนวันปีใหม่ ร่างกายยังอ่อนแอ คุณแม่จึงพาเซี่ยเสาเข้าไปนอนในห้อง

หลังจากปีใหม่ พ่อแม่ก็กลับไปทำงานในเมือง เซี่ยเสายังอยู่ในช่วงปิดเทอม กว่าจะเปิดเทอมก็อีกตั้งเดือน คุณย่าจึงขอให้เธออยู่ต่อ บอกว่าจะใช้ช่วงปิดเทอมนี้บำรุงร่างกายให้เธอ เซี่ยจื้อหยวนและภรรยารู้ว่าพ่อแม่รักหลานสาวมาก จึงทิ้งเงินไว้ให้ แล้วปล่อยให้เซี่ยเสาอยู่ที่บ้านเกิดต่อ

หลังจากนั้นเซี่ยเสาก็เริ่มศึกษาความสามารถในการมองเห็นอนาคตของตัวเอง เธอจ้องมองผู้คนอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่คุณปู่ คุณย่า ป้าเมิ่ง พี่ชุ่ยเอ๋อร์ ไปจนถึงคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน ใครก็ตามที่เธอพบเห็น ล้วนกลายเป็นเป้าหมายของเธอ

แต่หลังจากทดลองมาหลายวัน เซี่ยเสาพบว่า  ความสามารถในการมองเห็นอนาคตของเธอมีข้อจำกัด ถ้าเธออยากจะมองเห็นอนาคตของใครสักคนในอีกหลายปีข้างหน้า เธอจะมองเห็นได้แค่ครั้งเดียวต่อวัน และต้องจ้องมองเป็นเวลานาน ถ้าใช้พลังมากเกินไป ผลลัพธ์ก็จะเหมือนกับวันนั้น นั่นคือเหนื่อยจนหมดแรง ต้องพักผ่อนถึงจะหาย

แต่ถ้าเธออยากจะมองเห็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันนั้น หรือในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอจะใช้ความสามารถนี้ได้สามถึงหกครั้งต่อวัน ขึ้นอยู่กับว่าเธออยากจะมองเห็นอนาคตที่ใกล้หรือไกล

หลังจากทดลองอยู่พักหนึ่ง เมื่อเซี่ยเฉายอมรับได้อย่างสนิทใจแล้วว่าตัวเองมีความสามารถในการมองเห็นอนาคต เธอก็นึกขึ้นได้ว่า พลังของเธอนั้นดูคล้ายกับตาที่สาม

ตามความเชื่อทางพุทธศาสนา ตาที่สามมีความสามารถในการมองเห็นนิมิตหรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หมายความว่า คนที่มีตาที่สามจะสามารถมองเห็นอนาคตได้ ยิ่งพลังของตาที่สามแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมองเห็นอนาคตได้ไกลและแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น

สิ่งที่เรียกว่าความแม่นยำนั้นหมายถึง ถ้ามีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เหตุการณ์ในอนาคตก็อาจจะไม่เป็นไปตามที่มองเห็น กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากเซี่ยเสามองเห็นอนาคต แต่มีคนเข้ามาแทรกแซง อนาคตก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้!

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน อนาคตก็เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ แต่ก็เป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้เช่นกัน!

เมื่อคิดได้ดังนั้น เซี่ยเสาก็เกิดปิ๊งไอเดีย เธอรู้แล้วว่าตัวเองคว้าอะไรไว้ได้ แต่จะใช้ความสามารถนี้ยังไง เธอต้องวางแผนให้ดี

แน่นอนว่าจะเปิดเผยเรื่องนี้ออกไปไม่ได้ เด่นเกินไปก็มีแต่จะโดนเพ่งเล็ง ยิ่งเซี่ยเสาเป็นแค่เด็ก เหมือนต้นกล้าเล็ก ๆ ไม่มีครอบครัวหรืออำนาจใด ๆ คอยปกป้อง หากเปิดเผยออกไป ก็มีแต่จะนำหายนะมาสู่ตัวเอง ถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูรัฐบาลหรือคนที่มีเจตนาร้าย เธอก็อาจจะตกอยู่ในอันตราย

เซี่ยเสาไม่สนใจที่จะตกเป็นเครื่องมือของใคร  สิ่งที่เธอต้องการทำก็คือ เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองและครอบครัว ถ้าเธอทำได้ดี เธอก็สามารถทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น จนคนอื่นต้องกลายมาเป็นเครื่องมือของเธอแทน!

แต่ตอนนี้เธอยังเด็ก จะใช้ความสามารถนี้ยังไงดีล่ะ?

ในขณะที่เซี่ยเสากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น วันรุ่งขึ้น ป้าเมิ่งก็พาพี่ชุ่ยเอ๋อร์มาเยี่ยมพร้อมกับนำข่าวมาบอก

“ป้าเจียง รู้ข่าวแล้วหรือยังคะ? อารองของโจววั่ง ศาสตราจารย์โจวกลับมาแล้วนะ!”

จบบทที่ บทที่ 5 ทดสอบตาที่สาม

คัดลอกลิงก์แล้ว