- หน้าแรก
- ตัวข้าเลี้ยงกองทัพด้วยการทำนาค้าขาย
- บทที่ 22 สัญญาขายตัว
บทที่ 22 สัญญาขายตัว
บทที่ 22 สัญญาขายตัว
รถม้าจอดที่ประตูข้างของจวนเว่ยกั๋วกง ถังเหวินซึ่งได้รับข่าวแล้วกำลังยืนรออยู่ข้างๆ
ชิวอวี่ลงจากรถ “ข้าคือชิวอวี่ สาวใช้ขั้นหนึ่งข้างกายท่านหญิง ไม่ทราบว่าท่านใดคือผู้จัดการ?”
ถังเหวินมองดูคนสามคนที่ถูกมัดเหมือนบ๊ะจ่างถูกหามลงมาจากรถม้า ท่าทีของเขายิ่งนอบน้อมขึ้นไปอีกสามส่วน ประสานมือคารวะ “ข้าคือผู้จัดการใหญ่เรือนหน้า ถังเหวิน”
ชิวอวี่คำนับ “คารวะท่านผู้จัดการถัง ข้าได้รับคำสั่งจากท่านหญิงให้มาขอเข้าพบฮูหยินรองที่จวนเว่ยกั๋วกงเจ้าค่ะ”
ถังเหวินนำคนจากตำหนักหวางเข้าไปในเรือนหน้า “แม่นางโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเรียนให้ฮูหยินทราบ”
“รบกวนท่านแล้ว”
ภายในเรือนเซิ่งหนิง ฮูหยินรองสกุลอันกำลังดื่มยาบำรุงครรภ์ เมื่อได้ยินถังเหวินมาแจ้งข่าว ก็วางถ้วยหยกในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง แล้วเย้ยหยันว่า “ดีล่ะ ข้ายังไม่ได้ไปเอาเรื่องมัน นางแพศยาน้อยนั่นกลับกล้าส่งคนมาถึงที่ เรียกคนเข้ามา ข้าจัดการนางแพศยาน้อยนั่นไม่ได้ แต่ยังจะสั่งสอนบ่าวไพร่คนหนึ่งไม่ได้เชียวหรือ?”
แม่นมจ้าวรีบช่วยลูบหลังให้นางเพื่อระงับโทสะ “ฮูหยินจะไปถือสาอะไรกับบ่าวไพร่คนหนึ่งเล่าเจ้าคะ? โมโหขนาดนี้ระวังจะกระทบกระเทือนถึงองค์รัชทายาทในครรภ์นะเจ้าคะ”
นับตั้งแต่ชื่อเสียงของสกุลอันป่นปี้ เด็กในท้องก็กลายเป็นความหวังเดียวของนาง
“เช่นนั้นจะทำอย่างไร? หรือข้าจะต้องทนดูนางแพศยาน้อยนั่นขี่อยู่บนหัวข้าอย่างกำเริบเสิบสานเช่นนี้รึ?” สกุลอันโกรธจนตาแดงก่ำ “ตอนที่ข้าเข้าจวนมาเป็นอนุ ภรรยาแซ่ซ่งนั่นยังไม่กล้าหยามข้าถึงเพียงนี้เลย”
นั่นเป็นเพราะซ่งซื่อจิตใจดี แม่นมจ้าวถอนหายใจ ฮูหยินช่างโชคดีนัก แม้จะเป็นอนุ แต่ป้าเป็นแม่สามี ลูกพี่ลูกน้องเป็นสามี ภรรยาเอกก็เป็นคนจิตใจดีไม่มีเล่ห์เหลี่ยม จึงได้มีชีวิตสุขสบายมาเกือบยี่สิบปี
แต่เมื่อมองดูคุณหนูใหญ่ผู้นั้น ไม่สิ บัดนี้เป็นท่านหญิงแล้ว ดูท่าจะเป็นคนที่ไม่ง่ายเลย
“ฮูหยินเจ้าขา ครั้งนี้ท่านหญิงส่งคนมา คงจะต้องมาหาเรื่องท่านเป็นแน่ หากท่านโมโห นอกจากจะทำร้ายร่างกายของตนเองแล้ว หากเกิดกระทบกระเทือนถึงองค์รัชทายาทน้อยเข้าก็จะแย่เอาได้นะเจ้าคะ”
เมื่อสกุลอันได้ยินคำว่าท่านหญิงก็เหม่อไปครู่หนึ่ง กว่าจะรู้ตัวว่าหมายถึงนางแพศยาน้อยถังเจา เมื่อนึกถึงนางแพศยาน้อยนั่นที่ฉกชิงเงินทองของนางไป ทำให้นางต้องอับอายขายหน้าจนหมดสิ้น ในทางกลับกัน ตัวนางเองกลับก้าวหน้าอย่างรวดเร็ววจนได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านหญิง สกุลอันก็กำผ้าเช็ดหน้าแน่น ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ
แต่แม่นมจ้าวพูดถูก นางถูกป้าของนางยึดอำนาจการจัดการบ้านไปแล้ว ท่านกั๋วกงก็กำลังจะนำทัพกลับมา เมื่อได้ยินเรื่องราวในเมืองหลวงก็ไม่รู้ว่าจะลงโทษนางอย่างไร หากไม่มีลูกในท้องเป็นเครื่องป้องกัน...
สกุลอันตัวสั่นไม่หยุด “แม่นมพูดถูก” นางร่ำไห้อย่างน้อยใจ “แม้จะเป็นการหยามเกียรติที่ยิ่งใหญ่เพียงใด เพื่อลูกในท้อง ข้าก็จะทนต่อไป”
แม่นมจ้าวรู้สึกสงสาร ไม่คาดคิดว่าฮูหยินที่รุ่งเรืองมาสิบปีจะถูกคนที่เคยรังแกทุบตีได้ตามใจชอบบีบคั้นจนถึงขั้นนี้ แต่พวกนางกลับทำได้เพียงถอยร่นทีละก้าว
มีข่าวจากเรือนเซิ่งหนิงมาว่าให้แขกเข้าพบได้ ถังเหวินที่รออยู่เนิ่นนานก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบไปเชิญคนเข้ามา
แม่นมจ้าวปรนนิบัติสกุลอันสระผมล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว จึงประคองคนไปที่เรือนหลัก
ชิวอวี่ย่อเข่าคำนับ “บ่าวหญิงชิวอวี่ สาวใช้ขั้นหนึ่งข้างกายท่านหญิงจาวซ่าน ขอคารวะฮูหยินเจ้าค่ะ”
สกุลอันแสร้งทำเป็นดื่มชา จงใจเมินนางอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่านางไม่มีท่าทีร้อนรน ทั้งยังยิ้มแย้มแจ่มใส ก็รู้สึกเหมือนชกโดนปุยนุ่น ทันใดนั้นก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมา
“ลุกขึ้นเถอะ” สกุลอันขมวดคิ้ว “อยู่ดีๆ กลับมาทำอะไร?”
นางตำหนิว่า “ลูกสาวที่แต่งออกไปก็เหมือนน้ำที่สาดทิ้ง อย่าได้กลับมาบ้านเดิมบ่อยนัก เดี๋ยวจะถูกคนนินทาเอาได้”
ชิวอวี่เบ้ปาก ไม่ตอบคำ แต่กลับพูดไปตามเรื่องของตน “บ่าวหญิงมาครั้งนี้มีเรื่องสองอย่างมารบกวนฮูหยินเจ้าค่ะ”
สกุลอันขมวดคิ้ว “เรื่องอะไร?”
“เรื่องแรก คือการส่งคนคืนให้ฮูหยินเจ้าค่ะ” ชิวอวี่ตบมือ องครักษ์ตำหนักหวางก็ลากแม่นมอันทั้งสามคนเข้ามาในห้องแล้วโยนลงบนพื้น “คนสามคนนี้มือไม้ไม่สะอาด ขโมยทรัพย์สินของท่านหญิงหลายครั้ง นับเป็นความผิดมหันต์ แต่เนื่องจากเป็นบ่าวที่ผู้ใหญ่ประทานให้ ท่านหญิงจึงไม่สะดวกที่จะลงโทษ ดังนั้นจึงส่งกลับมายังจวนกั๋วกงให้ฮูหยินจัดการเจ้าค่ะ”
แม่นมอันถูกกดลงกับพื้น ปากถูกอุดด้วยผ้าขี้ริ้ว ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้
“อย่างไรก็ต้องให้บ่าวไพร่มาไต่สวนก่อน” สกุลอันไม่พอใจ
แม่นมจ้าวเดินเข้าไปดึงผ้าขี้ริ้วออกจากปากแม่นมอัน
“ฮูหยิน บ่าวหญิงถูกใส่ร้าย ถูกใส่ร้ายเจ้าค่ะ!” แม่นมอันร้องโหยหวน “บ่าวหญิงอยู่ข้างกายฮูหยินมากว่ายี่สิบปี เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตที่สุด ไม่เคยหยิบฉวยแม้แต่เข็มเล่มเดียวด้ายเส้นเดียว! เป็นนางแพศยาน้อยนั่น” นางเปลี่ยนคำพูดภายใต้สายตาอันดุดันของแม่นมจ้าว “เป็นท่านหญิง เป็นท่านหญิงที่ใส่ร้ายบ่าวหญิงเจ้าค่ะ!”
สกุลอันเหลือบมอง “เจ้าจะว่าอย่างไร?”
ชิวอวี่ไม่ตื่นตระหนก “ขอเรียนถามฮูหยิน ท่านจะเชื่อท่านหญิง หรือจะเชื่อบ่าวเฒ่าผู้นี้เจ้าคะ?”
สกุลอันอึ้งไป นางจะเชื่อใคร? ย่อมต้องเชื่อแม่นมอัน แต่นางพูดเช่นนั้นไม่ได้!
“ย่อมต้อง... เชื่อท่านหญิง” สกุลอันกัดฟันพูด
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” ชิวอวี่มองแม่นมอันอย่างท้าทาย “หรือว่าท่านหญิงผู้สูงศักดิ์จะมาใส่ร้ายบ่าวไพร่คนหนึ่งได้เล่าเจ้าคะ?”
แม่นมอันแทบอยากจะพุ่งเข้าไปตบหน้าตาอวดดีของชิวอวี่ให้แหลกคามือ แต่กลับถูกองครักษ์กดตัวไว้กับที่ขยับไม่ได้ ทำได้เพียงร้องขอความช่วยเหลือ “ฮูหยิน ฮูหยิน บ่าวหญิงถูกใส่ร้ายเจ้าค่ะ!”
“เจ้าต้องการจะทำอะไร?” สกุลอันโกรธจนแทบเป็นไฟ
“แม่นมอันเป็นแม่นมสินเดิมของฮูหยิน ย่อมต้องส่งคืนให้ฮูหยินจัดการเจ้าค่ะ” ชิวอวี่ยื่นข้อเสนอ “ท่านหญิงตรัสว่า รับรองว่าจะไม่ให้เรื่องนี้แพร่งพรายไปให้คนนอกรู้เจ้าค่ะ”
คิ้วอันงดงามของสกุลอันแทบจะตั้งตรง ความหมายของนางแพศยาน้อยนั่นก็คือ นางจะเรียกสายลับของนางกลับไป นางแพศยาน้อยนั่นก็จะไม่ใส่ร้ายว่าแม่นมอันขโมยของ หากไม่เรียกกลับไป นางแพศยาน้อยนั่นก็จะปักปรำว่าแม่นมอันขโมยของ
แม่นมอันเป็นแม่นมสินเดิมของนาง บ่าวขโมยของ คุณธรรมของนายก็จะถูกตั้งคำถาม นางไม่ใช่แม่แท้ๆ ถึงตอนนั้นก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายอีก!
นางแพศยาน้อยนี่กุมจุดอ่อนของนางไว้แน่น!
สกุลอันโกรธจนเสียงสั่น “คนอยู่ไหน เอาแม่นมอันที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อนายไปขังไว้ในห้องเก็บฟืนรอการตัดสิน!”
“แล้วสองคนนี้เล่าเจ้าคะ?” ชิวอวี่เตือน
สกุลอันมองใบหน้าที่น่าสงสารแต่ก็ยังคงงดงามของซานหูและเฝ่ยชุ่ยก็รู้สึกรังเกียจอย่างยิ่ง นี่เป็นคนที่บ้านเดิมของนางส่งมาให้หลังจากที่นางตั้งครรภ์ “ลากลงไปทั้งหมด!”
ชิวอวี่เห็นว่าเรื่องราวเป็นไปตามที่คุณหนูคาดการณ์ไว้ จิตใจที่กระสับกระส่ายก็สงบลงมาก “เรื่องที่สอง ขอฮูหยินโปรดมอบสัญญาขายตัวของคนไม่กี่คนให้ด้วยเจ้าค่ะ”
นางเอ่ยชื่อซ่งไคและคนอื่นๆ “คนรับใช้ข้างกายท่านหญิงมีน้อยนัก นานๆ ทีจะมีคนภักดีและเป็นที่โปรดปรานของท่านหญิงเช่นนี้ ท่านหญิงจึงสั่งให้บ่าวหญิงหน้าด้านมาขอให้ฮูหยินโปรดยกให้เจ้าค่ะ”
สกุลอันยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม “ผู้จัดการและบ่าวสินเดิมมีตั้งหลายร้อยคน จะเอาแค่ไม่กี่คนนี้ได้อย่างไร?”
ชิวอวี่: “ท่านหญิงก็อยากจะให้คนอยู่ต่อ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาเอาแต่คิดถึงฮูหยิน ท่านหญิงก็ไม่ต้องการจะบังคับคนอื่น ดังนั้นจึงปล่อยให้พวกเขากลับมารับใช้นายเก่าต่อไปเจ้าค่ะ”
“จวนกั๋วกงตอนนี้จะใช้คนมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร” สกุลอันจงใจยั่วโมโหถังเจา “ในเมื่อให้เป็นสินเดิมของท่านหญิงแล้ว ย่อมต้องเป็นคนของท่านหญิง จะมีเหตุผลให้กลับมาได้อย่างไร?”
“แม่นมจ้าว ไปเอาสัญญาขายตัวของบ่าวสินเดิมทั้งหมดที่ให้ท่านหญิงมา” สกุลอันจิบชา “ถ้าไม่เอาไปทั้งหมด ก็ทิ้งไว้ทั้งหมด”
“แม่นางชิวอวี่ เจ้าดูเอาเองแล้วกัน!”
ชิวอวี่กัดฟัน คุณหนูคงไม่อยากได้พวกคนทรยศพวกนั้นแน่ แต่ถ้าไม่เอา สกุลอันก็คงไม่ยอมปล่อยสัญญาขายตัวของซ่งไคและคนอื่นๆ ให้แน่
นี่ควรจะทำอย่างไรดี?
(จบตอน)