- หน้าแรก
- ท่านเต๋า อย่าแกล้งซื่อ เรารู้ว่าท่านมีเวทย์เซียน
- บทที่ 38 อย่าทำอะไรโง่ๆเลยนะ
บทที่ 38 อย่าทำอะไรโง่ๆเลยนะ
บทที่ 38 อย่าทำอะไรโง่ๆเลยนะ
ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน สถานีตำรวจเมืองหยางได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น และเพียงไม่นานก็ถูกผลักขึ้นสู่กระแสร้อนแรงบนเว่ยป๋อและติดอันดับต้นๆของชาร์ตโต่วอิน
ความร้อนแรงและอิทธิพลของเหตุการณ์นี้พุ่งทะยานแบบฉุดไม่อยู่
ทำเอาชาวเน็ตที่กำลังเสพข่าวอยู่ถึงกับตาค้างกันเป็นแถบ
ในขณะเดียวกัน…ชื่อของซูหานก็กลับขึ้นมาอยู่บนเทรนด์อีกครั้ง
#นักพรตที่ติดกล้องวงจรปิดไว้บนทุกคน
แฮชแท็กนี้ดูเหมือนเป็นมุกล้อเลียน แต่กลับทะยานขึ้นอันดับหนึ่งบนเทรนด์เว่ยป๋ออย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อกดเข้าไปดู จะพบกับคลิปบางช่วงจากการไลฟ์สดที่ถูกอัดไว้
ถึงขั้นคําว่าแม่นราวกับเทพยังดูเบาเกินไปเลย
มันทะลุกรอบความเข้าใจของใครหลายคนไปแล้ว
[เจ้ากุ้งขี้เล่น]: "ดูแล้ว นักพรตท่านนี้คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ… มีใครรู้บ้างว่าต้องทำยังไงถึงจะได้ให้เขาดูดวงให้"
[ลมทรายยาวไกล]: "หลานชายฉันหายตัวไปปีกว่าแล้ว ยังไร้เบาะแสเลย… ใครมีช่องทางติดต่อช่วยแนะนำที ฉันอยากให้นักพรตช่วยดูดวง"
[ลุงหวังข้างบ้าน]: "จะดูดวงกับนักพรตนี่ต้องพึ่งวาสนาแล้วล่ะ ลองกดติดตามในโต่วอินไว้เถอะ เขาจะแจกซองแดงสุ่มโชคสามใบทุกคืน ใครจับได้ก็ได้ดู ใครจับไม่ได้ก็ไปนอนซะ"
…
ช่วงเวลานี้ ซูหานกำลังกลายเป็นกระแสอย่างร้อนแรงและยังลากเอาอาชีพหมอดูให้กลายเป็นกระแสนิยมตามไปด้วย
เพราะเขารับดูดวงแค่วันละสามเคสเท่านั้น และทุกครั้งที่เปิดไลฟ์ จะมีผู้ชมมากกว่าสองแสนคนมารอลุ้นซองแดงสุ่มโชค
ถ้าไม่ใช่คนที่ดวงดีสุดขีด ก็แทบไม่มีโอกาสเลยจริงๆ
ผู้คนจำนวนมากที่ผิดหวังเลยพากันแห่ไปหาหมอดูรายอื่น… แล้วผลลัพธ์ก็คือโดนหลอกจนเดินไม่ไหว
ขณะเดียวกัน ทางโต่วอินก็เริ่มเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ปราบปรามไลฟ์สดสายศาสตร์ลี้ลับอื่นๆ แบบเต็มแรง
นอกจากซูหานแล้ว ช่องไลฟ์สายพลังจิตแทบไม่เหลือรอดเลยสักราย
…
ที่อาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง
ในห้องทำงานส่วนตัวหลินชิงเล่อมองดูเทรนด์เว่ยป๋อบนหน้าจอมือถือแล้วหัวเราะเบาๆ
“นักพรตหานช่างติดเทรนด์ได้ทุกวีทุกวันจริงๆ…”
เธอเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้แอคเคานต์ โต่วอินของเขามียอดผู้ติดตามทะลุ 3.5 ล้านแล้วนะ โตไวสุดๆไปเลย”
ในฐานะเจ้าหน้าที่ของโต่วอิน เธอมองเห็นข้อมูลหลังบ้านได้
และนี่คือหนึ่งในบัญชีที่โตเร็วที่สุดในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ แถมไม่มีสังกัด ไม่ได้พึ่งเอเจนซี่ใดๆ ด้วยซ้ำ
ในขณะที่แอคเคานต์ดังๆหลายรายมีทีม MCN (องค์กรจัดการเน็ตไอดอล) หนุนหลัง
ซูหานกลับโตขึ้นมาได้ด้วยกระแสจากธรรมชาติล้วนๆซึ่งหาได้ยากมาก
“…แต่แอคเคานต์นี้ไม่ลงวิดีโอเลยสักคลิป”
หลินชิงเล่อขมวดคิ้วเล็กน้อย ถึงซูหานจะมีจุดขายอยู่ที่ไลฟ์สดแต่การไม่ลงวิดีโอเลยแม้แต่คลิปเดียวก็ดูแปลกอยู่ดี
เธอที่กำลังหาเรื่องคุยกับเขาพอดีจึงเปิดแชตขึ้นทันที
“นักพรต ถ้ามีเวลาก็ลองลงวิดีโอบ้างนะคะ อย่างเช่นชีวิตประจำวันในสำนักอะไรแบบนี้ เชื่อว่ามีแฟนๆรอชมเยอะเลยค่ะ”
ส่งข้อความเสร็จก็นั่งรอคำตอบอย่างเงียบๆ
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง…ยังไม่มีแม้แต่การอ่าน
“นักพรตเป็นผู้ทรงภูมิที่อยู่เหนือทางโลก คงไม่ค่อยแตะมือถือเลยยังไม่เห็นข้อความแน่ๆ… เขาไม่ได้ตั้งใจเมินฉันหรอก”
หลินชิงเล่อปลอบใจตัวเอง
ทันใดนั้น ผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆก็กลั้นหัวเราะก่อนจะพูดขึ้น
“คุณหลินคะ ไช่คุนซื้อเทรนด์ก็ยังโดนนักพรตกดหัวอยู่ดีค่ะ”
“หืม”
หลินชิงเล่อเหลือบตามองอันดับที่สี่ในเทรนด์เว่ยป๋อ
#ไช่คุนข้อเท้าพลิกแต่ยังฝึกซ้อมร้องเต้นต่อ
…
แฮชแท็กนี้เพิ่งขึ้นอันดับหนึ่งเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่พอประกาศจากสถานีตำรวจเมืองหยางออกมา ก็ร่วงลงมาทันที
ตอนนี้สามอันดับบนของเทรนด์เว่ยป๋อล้วนเกี่ยวข้องกับซูหานทั้งหมด
ที่สำคัญแฮชแท็กของไช่คุนดูออกเลยว่าใช้เงินซื้อและกว่าซื้อขึ้นไปได้อันดับหนึ่งก็คงเปลืองเงินไม่น้อย
แต่แค่สองนาทีก็ถูกเบียดตกลงมา
หลินชิงเล่อหัวเราะ “ดาราตัวเล็กๆต่อให้ใช้เงินก็คงสู้นักพรตหานไม่ได้หรอก”
ไช่คุนเพิ่งดังขึ้นมาในช่วงปีที่ผ่านมาเป็นไอดอลสายร้องเต้นและแร็ปที่พอมีชื่อเสียง
แต่ถึงจะเป็นคนดังระดับนั้น กลินชิงเล่อก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
เพราะเธอคือหัวหน้าฝ่ายดูแลไลฟ์สดของโต่วอิน
แพลตฟอร์มที่ตอนนี้ดาราแทบทุกคนแห่มาไลฟ์ขายของ
ทั้งกาจื่อ ปานจื่อ คนพวกนี้ยังสร้างมีมดังๆ อย่างมิตรภาพของปานกับกาจื่อขึ้นมาด้วยซ้ำ
ดาราทั้งหลายเลยไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับหลินชิงเล่ออีกต่อไป
…
ที่ห้องพักของบริษัทบันเทิง ภาษาดอกไม้ใต้แสงดาว
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย”
ไช่คุนมองเทรนด์ที่อยู่ตรงหน้าด้วยอารมณ์เดือดดาล
“ฉันข้อเท้าพลิกจนเดินไม่ไหว ยังลงทุนซื้อน้ำเพื่อดันกระแสไปตั้งหลายแสนหยวน”
“แต่แฮชแท็กกลับอยู่บนสุดได้แค่สองนาที”
ผู้จัดการส่วนตัวฮวาเจี่ยถอนหายใจ
"จังหวะมันไม่ดีน่ะ ก็ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ”
“นักพรตหานนี่มันเป็นใครกันแน่วะ ทำไมขึ้นเทรนด์อยู่ได้ทุกวัน”
ไช่คุนบ่นเสียงแข็ง “เขามีอะไรดีนักหนา”
“ก็หล่อ…แล้วก็ดูดวงแม่นด้วย”
ฮวาเจี่ยตอบแบบไม่ลังเล
“เชอะ~” ไช่คุนทำหน้าระอา
“จะไปหล่อกว่าฉันได้ยังไงกัน”
แต่พอเขากดเข้าไปดูแฮชแท็ก แล้วเห็นหน้าของซูหาน…ก็เงียบไปทันที
ผ่านไปพักใหญ่…
“…ก็ได้ ฉันยอมรับว่าเขาหล่อกว่าฉันนิดหน่อย”
แล้วเขาก็บ่นต่ออย่างไม่พอใจ “แต่ถึงจะหล่อก็ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้นะ!”
“แบบนี้มันงมงายชัดๆ!”
“ไม่เข้าใจเลยว่าแพลตฟอร์มโต่วอินปล่อยให้เขาอยู่ได้ยังไง”
“ฉันจะชวนแฟนคลับไปกดรีพอร์ตเขาให้หมด ต่อต้านความงมงายแบบนี้”
ฮวาเจี่ยถึงกับเอามือกุมขมับ รีบห้ามทันที
“อย่าทำอะไรโง่ๆเลยนะ”
“ใครจะไปมีเรื่องด้วยก็ได้ แต่กับปรมาจารย์ด้านศาสตร์ลี้ลับตัวจริงแบบนี้…อย่าเชียวนะ เข้าใจไหม”
ช่วงนี้ฮวาเจี่ยเองก็ดูไลฟ์ของซูหานมาบ้าง และมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาไม่ใช่พวกหลอกลวงแน่นอน
แต่เป็นของจริง
“ห๊าา”
ไช่คุนเบ้หน้า “ฮวาเจี่ย…คุณก็เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ”
“เธอยังอยู่ในวงการได้ไม่นาน เจออะไรมาน้อย ไม่แปลกหรอกที่ไม่เชื่อ”
ฮวาเจี่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“ฉันอยู่ในวงการบันเทิงมากว่าสิบปี เจอเรื่องที่คนธรรมดาคาดไม่ถึงมาเยอะแล้ว”
"บอกได้แค่ว่า…โลกใบนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เธอคิดหรอกนะ”
ไช่คุนยิ่งฟังก็ยิ่งงง
ฮวาเจี่ยโน้มตัวมากระซิบ “รู้จักลั่วเอี้ยนเอี้ยนไหม เธอดังเร็วขนาดนั้นได้เพราะมีคนหนุน…”
พอได้ยินจบ ไช่คุนถึงกับเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ
ไม่คิดเลยว่าเรื่องลับในวงการที่เคยคิดว่าเป็นแค่ข่าวลือ…จะเป็นเรื่องจริง
“แล้วบรรดาผู้บริหารใหญ่ๆที่ฉันเคยติดต่อมา ไม่มีใครไม่เคารพนักพรตพวกนี้เลยนะ”
ฮวาเจี่ยจ้องหน้าเขาแล้วเตือนเสียงเข้ม
“เพราะงั้นฉันถึงบอกว่า อย่าทำอะไรโง่ๆ เข้าใจไหม”