เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.100 - สถานชุมชนเฟิงหลี

Ep.100 - สถานชุมชนเฟิงหลี

Ep.100 - สถานชุมชนเฟิงหลี


2/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.100 - สถานชุมชนเฟิงหลี

“บัดซบ! มันตายแล้ว งั้นคราวนี้ก็เป็นพวกมือปืนน่ะสิที่ได้รับเครดิตไปเต็มๆ!”

“ไม่ใช่หรอก ลองดูดีๆสิ ตรงคอของมันมีรอยถูกเฉือนอยู่!”

“แก่นพลังงานของมันก็หายไปแล้วด้วย สารเลว! ใครกันที่เป็นคนขโมยไป”

“บ้าจริง อุตส่าห์ถ่อมาถึงนี่แต่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย!”

ในพริบตา ฝูงชนก็กลายเป็นโกรธแค้น

แต่พวกเขาไม่มีใครสงสัยฉินเฟิงเลย เพราะท้ายที่สุดแล้ว ภายใต้การค้นหาชุดคลุมดำกระหายเลือด ฉินเฟิงน่ะอยู่ในสายตาของพวกเขาตลอดเวลา

สุดท้าย การตายของชุดคลุมดำกระหายเลือดก็ปริศนาดำมืดที่ไม่มีวันคลี่คลาย

บางคนที่ต้องการจะได้รับเครดิตครั้งใหญ่ ในเวลานี้โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก สะบัดแขนจากไปด้วยความฉุนเฉียว

แต่สำหรับผู้ใช้พลังระดับต่ำ นี่นับว่าเป็นข่าวดีที่สุดที่พวกเขาอยากจะได้ยิน

เพราะยังไงซะ สัตว์ร้ายที่แกร่งที่สุดในกองทัพซากศพก็ตายลงแล้ว และหากไม่มีชุดคลุมดำกระหายเลือดคอยเปิดช่องว่างมิติ สถานที่แห่งนี้ก็ย่อมปลอดภัย นั่นหมายความว่าทหารรับจ้างและพวกที่ถูกระดมพลมาจากกองทัพต่างๆ จะสามารถกลับบ้านหรือหวนคืนสู่ตำแหน่งประจำการเดิมของตนได้!

วิกฤติได้รับการแก้ไข และไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชื่อของบางคนได้ถูกกำหนดให้เป็นที่จดจำ

และชายผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น ---เป็นฉินเฟิง!

ฉินเฟิงและเหล่าผู้ใช้พลังเลเวล F จำนวนมากยังคงมีส่วนร่วมในปฏิบัติการปิดล้อม เข้าปราบปรามกองทัพซากศพที่เหลือ และในวันต่อมา อุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติก็ถูกส่งมาจากเมืองเฉิงหยาง

ไม่อาจบอกบรรยายได้เลยว่าราคาของอุปกรณ์ดังกล่าวแพงขนาดไหน

อุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติลอยขึ้นในระดับความสูงสองร้อยเมตร มันแลคล้ายกับดาวเทียมขนาดใหญ่ ลอยเข้าปกคลุมพื้นที่แห่งนี้ และในอนาคต ตำแหน่งนี้จะถูกพัฒนาจนกลายเป็นสถานที่ชุมชนอีกแห่งหนึ่ง

ในเวลานี้ บนภูเขาแม่ ฉินเฟิงกับไป๋หลีมองออกไป ก็พบกับคนสองคน

“ผู้ว่าการเจิ้ง!” ฉินเฟิงมองคนที่กำลังตรงเข้ามา เขาเป็นชายที่สูงกว่า1.9 เมตร มีมัดกล้ามที่สามารถมองเห็นได้ชัด ดวงตาสุกใสดั่งคบเพลิง และมีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล E4!

เป็นชายที่ยังอยู่ในช่วงวัยสำคัญ และอนาคตอันสดใส!

ผู้เป็นหัวหอกประจำชุมชนทางตอนเหนือ ผู้ว่าการเจิ้งหยาง!

“ฉินเฟิง ไอ้หนูวีรบุรุษ!” เจิ้งหยางกับฉินเฟิงเชคแฮนด์กันอย่างแข็งขัน

“ท่านผู้ว่าการเจิ้งยกย่องกันเกินไปแล้ว”

ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจางๆ

ขณะเดียวกัน ซูซิงฝูที่ยืนอยู่ข้างๆเจิ้งหยางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

“ไอ้น้องชาย ฉันพูดไม่ออกเลยจริงๆ สิ่งที่เธอทำมันโคตรจะยิ่งใหญ่!”

ปฏิบัติการปิดล้อมราชันย์อัศวินและชุดคลุมดำกระหายเลือด แม้ว่าทุกคนจะทะเลาะกัน แต่ผลลัพธ์ในท้ายที่สุดกลับชัดเจน

ฉินเฟิงเป็นคนแรกที่โจมตีชุดคลุมดำกระหายเลือด ทำให้ชุดคลุมดำได้รับบาดเจ็บสาหัส และในที่สุดเหล่าตัวตนทรงพลังก็บุกไปถึง แม้จะไม่ทราบว่าเป็นใครที่สังหารชุดคลุมดำกระหายเลือด แต่ก็ไม่มีใครออกมารับหน้าว่าเป็นตน ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลย ว่าฉินเฟิงกลายเป็นคนที่มีส่วนร่วมในการสังหารมันมากที่สุดไปโดยปริยาย

ในส่วนของราชันย์อัศวิน ก็เป็นฉินเฟิงอีกเช่นกันที่เป็นคนปิดฉากสังหารมัน แม้จะมีข้อสงสัยในเรื่องการขโมยสินสงคราม แต่การกระทำก่อนหน้านี้ของคนอื่นๆ มันไม่ใช่การพยายามขโมยสินสงครามเหมือนกันหรอกหรือ?

ฉินเฟิงเพียงแค่โต้ตอบ และลงมือเหมือนกับอีกฝ่าย ให้ลิ้มชิมรสการกระทำเดียวกันก็เท่านั้นเอง

แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือ เทศมนตรีเมืองเฉิงหยางดันให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ ว่าจะส่งตำแหน่งผู้นำสถานชุมชนที่ใหม่ให้กับคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเนี่ยสิ

ด้วยเหตุนี้เอง เจิ้งหยางจึงมาที่นี่ เพื่อส่งมอบอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติ และสร้างพันธมิตรกับฉินเฟิง

“เกรงว่าผมคงไม่มีเวลามาจัดการกับสถานชุมชนแห่งนี้ ยังไงก็ตาม ผมสามารถรับตำแหน่งเป็นผู้นำกิตติมศักดิ์ได้ เหมือนกับที่เคยรับตำแหน่งร้อยเอกกิตติมศักดิ์ประจำกองทหารรักษาการณ์ก่อนหน้านี้”

“น้องชาย มันอาจจะทำให้ฉันรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ต้องพูดตรงๆ แต่เธอยังเด็กเกินไปที่จะถูกผูกติดไว้กับสถานที่แบบนี้ เธอมีความคิดที่จะให้ใครมารับผิดชอบมันรึเปล่า?” เจิ้งหยางเอ่ยถาม

ฉินเฟิงยิ้ม และหันไปมองซูซิงฝูที่ยืนอยู่ข้างๆเจิ้งหยาง

“พี่ชายฝูกับผมสนิทกันมากที่สุด งั้นทำไมพวกเราไม่ให้พี่ชายฝูเป็นคนดูแลล่ะ?” ฉินเฟิงกล่าว

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ก็ได้ ตกลง! ฉันจะยอมฝากมือขวาคนนี้ให้แก่เธอ!” เจิ้งหยางพยักหน้าและกล่าว

ซูซิงฝูรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ เขาไม่คิดเลยว่าฉินเฟิงจะใจดีกับตนเองถึงขนาดนี้ เจ้าตัวรีบพยักหน้าโดยไม่ลังเล

“แล้วเธอจะตั้งชื่อสถานที่ชุมชนแห่งนี้ว่าอะไรล่ะน้องชาย?” เจิ้งหยางถาม

“เอ่อ คือผมยังไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” ฉินเฟิงไม่เร่งร้อนที่จะตั้งชื่อ

“งั้นเอาเป็นเรียกว่าสถานที่ชุมชนเป่ยเฟิงเป็นไง? มันมีทั้งชื่อของที่ๆเธอเกิดมา และชื่อของเธอ เข้าท่าไหมน้องชายฉิน?” ซูซิงฝูเสนอความคิด

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงกลับมองไปทางซูซิงฝูด้วยรอยยิ้ม “ชื่อนั้นไม่ดีหรอก เพราะที่นี่ไม่ใช่ทางตอนเหนือของเมืองเฉิงหยาง”

อันที่จริง ฉินเฟิงรู้ดีว่าคำพูดของซูซิงฝูเมื่อครู่ เป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อเจิ้งหยางแห่งเขตเฉิงเป่ย

แต่ซูซิงฝูถูกฉินเฟิงขอร้องให้มารับผิดชอบดูแลสถานชุมชนแห่งใหม่แล้ว ดังนั้นในอนาคต แม้ซูซิงฝูจะยังอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเจิ้งหยาง แต่ภายภาคหน้า เมื่อสถานชุมชนแห่งนี้ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นอีกต่อไป!

และอีกอย่าง หากในสถานชุมชนมีคำว่าเป่ย นั่นก็เทียบเท่ากับเป็นลูกเมียน้อยของเขตเฉิงเป่ยเลยไม่ใช่รึไง!

“ยิ่งไปกว่านั้น คำว่าเป่ยเฟิง(北风) มันรวมกันมีความหมายว่าลมทางตอนเหนือ ฟังดูไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่”

ซูซิงฝูยิ้มอย่างกระดากอาย แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ

เจิ้งหยางหัวเราะ “มันก็ฟังดูไม่เหมาะจริงๆนั่นแหละ งั้นน้องชาย ในฐานะผู้นำ เธอสมควรที่จะเป็นคนตั้งชื่อมันด้วยตัวเอง”

ฉินเฟิงมองไปทางไป๋หลีที่ยืนอยู่ข้างๆ และเกิดความคิดขึ้นในหัวใจ

“หรือจะเรียกมันว่าสถานที่ชุมชนเฟิงหลี่! เฟิง(风)ที่มาจากคำว่าสายลม และหลี(黎) ที่มาจากหลีหมิง(黎明) ที่แปลว่ารุ่งอรุณ!”

ความจริงแล้วความหมายมันค่อนข้างไร้สาระ ฉินเฟิงตั้งชื่อมันให้สอดคล้องกับเขาและไป๋หลีก็เท่านั้น

ยังไงก็ตาม ชื่อนี้ก็ยังฟังดูดีกว่าเป่ยเฟิงมิใช่หรือ?

“สถานที่ชุมชนเฟิงหลี? เป็นชื่อที่ดี! เอาตามนั้นเลยแล้วกัน!” เจิ้งหยางพยักหน้าเห็นด้วย

“จริงสิฉินเฟิง ปฏิบัติการปราบปรามกองทัพซากศพในครั้งนี้ นอกจากจะเรื่องการสร้างสถานชุมชนเฟิงหลีแล้ว หลังจากกลับไป ฉันจะทำการประชาสัมพันธ์บางอย่าง โดยจะใช้วิดีโอบางส่วนในช่วงที่เธอออกสู้กับกองทัพซากศพไปฉายนะ อย่าถือสาล่ะ!”

“แน่นอนครับ ทำตามที่ท่านเห็นสมควรได้เลย”

“น้องชาย นายกำลังจะได้เป็นวีรบุรุษแล้วนะรู้ตัวไหม!” ซูซิงฝูหัวเราะ

ในความเป็นจริง สิ่งต่างๆที่คล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นแทบทุกครั้ง ในช่วงเวลาที่ทุ่งล่าเกิดวิกฤติ หลังจากมนุษย์ได้รับชัยชนะ พวกเขาก็จะทำการโฆษณาชวนเชื่อ และให้กำลังใจผู้คนอยู่เสมอ ด้วยภาพบันทึกจากวิดีโอ บางครั้งกระทั่งทำเป็นภาพยนต์ก็ยังมีความเป็นไปได้

สิ่งนี้จะค่อยๆส่งอิทธิพลต่อการแนวคิดของผู้คนในสถานที่ชุมชน ทำให้พวกเขาตระหนักว่าการออกล่าสัตว์ร้าย และพวกซากศพเน่าเปื่อยจะช่วยให้ได้รับเกียรติยศ สถานะ และความมั่งคั่ง

และฉินเฟิงในปัจจุบันเอง ก็เป็นตัวอย่างที่ดีเลยมิใช่หรือ?

เพราะเขาถึงขั้นได้กลายเป็นผู้นำของสถานที่ชุมชนแห่งใหม่!

นี่มันสุดยอดแรงบันดาลใจชัดๆ!

จากนั้น ทั้งสามก็หารือเกี่ยวกับการแบ่งผลประโยชน์

เพื่อความชัดเจน ตอนนี้ฉินเฟิงครอบครองสิทธิ์ในการพัฒนา , เจิ้งหยางครอบครองสิทธิ์ในการลงทุน , ซูซิงฝูครอบครองสิทธิ์ในการบริหารจัดการ และทั้งสามก็เห็นด้วยกับข้อตกลงนี้ สำหรับส่วนแบ่งผลประโยชน์ จะแบ่งออกเป็น ฉินเฟิง 30% , เจิ้งหยาง 45% , ซูซิงฝู 10% และสุดท้ายอีก 15% กระจายให้กับผู้บริหารคนอื่นๆในสถานชุมชนแห่งใหม่

แต่ผลประโยชน์เหล่านี้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาในอนาคต เพราะคงจะมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย และจะมีการเจรจากันในทุกๆครึ่งปี

ฉินเฟิงไม่ได้ใส่ใจกับผลประโยชน์ในปัจจุบันเท่าใดนัก เพราะครึ่งปีหลังจากนี้ จะเกิดหลายสิ่งหลายอย่างขึ้น มากจนน่ากลัวว่าอาจจะทำให้ทั้งสองคนตรงหน้าตกตะลึงกลายเป็นตัวโง่งมเลยก็ยังได้!

ฉินเฟิงแท้จริงแล้วไม่ใส่ใจเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของสถานที่ชุมชน แต่เนื่องจากผลกระทบที่ตนเป็นคนขโมยเอาศิลานรกมา ดังนั้นเขาเลยเกิดความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ

เขาจำเป็นต้องรับผิดชอบสถานที่แห่งนี้!

และสักวันหนึ่ง เขาจะออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จัก สถานที่ซึ่งตัวตนทรงอำนาจอย่างเจ้าของมือที่ถูกตัดขาดอาศัยอยู่ สังหารมัน และช่วยนำพาสถานชุมชนแห่งนี้ไปสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง!

จบบทที่ Ep.100 - สถานชุมชนเฟิงหลี

คัดลอกลิงก์แล้ว