เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.99 - โจมตีก่อนได้เปรียบ

Ep.99 - โจมตีก่อนได้เปรียบ

Ep.99 - โจมตีก่อนได้เปรียบ


1/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.99 - โจมตีก่อนได้เปรียบ

ฮั่นเจียนแสดงออกชัดเจนว่ายืนอยู่ฝ่ายฉินเฟิง

“อะไรกัน? จู่ๆตอนนี้ก็ดันมาต้องการเครดิตซะได้ ทั้งๆที่พวกเราไม่ได้ฆ่ามันแท้ๆ ตอนนี้พวกเรามีกัน 5 คนนะ ต่อให้แบ่งรางวัลกันมันก็คนละ 1/5  มากสุดแค่ไม่กี่สิบล้าน เงินแค่นี้จิ๊บจ๊อยสำหรับบิดา ไม่พอใช้เลี้ยงครอบครัวด้วยซ้ำ!” แม้ปากของฮั่นเจียนจะกำลังกล่าวถึงเรื่องเงิน แต่ก็ยังไม่วายเสียดสีเหล่าตัวตนทรงพลังที่เหลือ

“ฮั่นเจียน อย่าลืมว่าคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมปิดล้อมราชันย์อัศวินเหมือนกัน!” หลิวบาคำราม แม้ฮั่นเจียนจะเอ่ยลอยๆออกมา ไม่ได้กล่าวถึงตนเอง แต่หลิวบาก็เป็นคนที่ทะนงในศักดิ์ศรีมาก เขารับไม่ได้!

“ก็แล้วยังไง? อย่างน้อยครั้งนี้ ผลจากการฆ่าของราชันย์อัศวิน ก็เป็นเขตเฉิงเป่ยของฉันที่ได้เครดิตมากที่สุดไปอยู่ดี!”

ในทั้ง 5 คน มีฉินเฟิงกับฮั่นเจียน 2 คนที่มาจากชุมชนทางตอนเหนือ ส่วนอีก 3 คนมาจากชุมชนคนละเขต ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจน ว่าผลงานในครั้งนี้ เขตใดได้รับเครดิตไปมากที่สุด

ฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะเปล่งเสียงหัวเราะขบขันในเวลานี้

“ถ้าหากผมเป็นพวกคุณ ผมจะไม่เสียเวลาเถียงกันที่นี่ อย่าลืมสิว่าชุดคลุมดำกระหายเลือดยังมีชีวิตอยู่นะ”

ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา สีหน้าของหลายคนก็เปลี่ยนไป

“ไม่ดีแล้ว!”

ก่อนหน้านี้ มีเฉพาะหลินเซิงคนเดียวเท่านั้น ที่แยกออกไปจัดการชุดคลุมดำกระหายเลือด แต่พวกเขาที่เหลือไม่ยินดีที่จะร่วมมือกำจัดมัน เพราะการกำจัดราชันย์อัศวินดูเหมือนจะเป็นงานง่ายกว่า

แต่ไม่คาดคิดเลย ว่าเครดิตจากการสังหารราชันย์อัศวินจะถูกฉกชิงไปโดยฉินเฟิง และตอนนี้ ก็เหลือเพียงชุดคลุมดำกระหายเลือดเท่านั้น มันครอบครองสถานะที่สามารถเปิดช่องว่างมิติได้ ดังนั้นจึงเป็นตัวเครดิตมหาศาลตัวเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่!

เมื่อได้สติ ทั้งหมดก็หันหลังวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว ฉินเฟิงกับฮั่นเจียนเองก็ตามไปเช่นกัน

เมื่อมาถึง แท้จริงแล้วทุกคนกลับพบว่า สถานการณ์ทางฝั่งชุดคลุมดำกระหายเลือดเองก็ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าที่คิด

เนื่องจากชุดคลุมดำกระหายเลือดครอบครองพลังซ่อนเงา ดังนั้นการจะกำจัดมันจึงยากเย็นยิ่งกว่าราชันย์อัศวิน ไหนจะเรื่องที่มันมีภูมิปัญหาหลักแหลม ฉลาดพอๆกับมนุษย์อีก -เมื่อหลุดจากการไล่ล่าของฉินเฟิง ชุดคลุมดำกระหายเลือดก็ใช้ซ่อนเงา และพุ่งไปหลบอยู่ท่ามกลางกองทัพซากศพทันที

หลังจากชุดคลุมดำกระหายเลือดเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในกองทัพซากศพเหล่านั้น ก็ไม่มีใครสามารถหามันพบได้อีกเลย

ปัจจุบัน สีหน้าของหลินเซิงไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะเมื่อเขารู้ว่าราชันย์อัศวินถูกสังหารลงโดยฉินเฟิง สีหน้าของเขาก็น่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม

ในเวลานี้ เหล่าผู้ใช้อบิลิตี้ที่ตามมาสมทบภายหลังก็เกิดความสับสนขึ้นเช่นกัน

ณ จุดนี้ นอกจากเติ้งเหนียนแล้ว ก็ยังมีผู้ใช้อบิลิตี้ดินและไฟในเลเวล E ที่ตามเข้ามา

พวกเขามาที่นี่ได้ เพราะเห็นว่าสถานการณ์ค่อนข้างมั่นคงแล้ว ต้องไม่ลืมนะว่าการดำรงอยู่ของผู้ใช้อบิลิตี้คือสมบัติของชาติ พวกเขาไม่สามารถตกตายได้ แม้แต่ละคนจะครอบครองความแข็งแกร่งมากก็ตาม แต่ก็ไม่เหมาะสมที่จะบุกเข้ามาเพียงลำพังโดยไร้ซึ่งผู้ใช้วรยุทธโบราณคอยคุ้มกัน

“สถานการณ์ตอนนี้ ดูท่าว่ายังไงก็คงจะไม่สามารถหาชุดคลุมดำกระหายเลือดเจอ”

“ปัจจุบันมีซากศพมากมายมากองรวมกันอยู่บนยอดเขา กรณีนี้น่าจะฝากมือปืนจัดการคงเหมาะกว่า ให้พวกเขาระดมขีปนาวุธลงมา ล้างบางพวกมันให้หมดไปเลย!”

“หลังจากนั้น ถึงพวกเรายังหาชุดคลุมดำกระหายเลือดไม่เจอ แต่ราชันย์อัศวินก็ตายไปแล้ว นั่นหมายความว่า ต่อให้ชุดคลุมดำเปิดช่องว่างมิติอีกครั้ง ก็จะไม่มีใครมาช่วยปกป้องมันอีกต่อไป”

“ถูกต้องที่สุด!”

ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแล้ว ดังนั้นมนุษย์ทุกคนย่อมไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไป!

แล้วพวกเขาก็ส่งผ่านข้อมูลให้แก่มือปืน

แต่ข้อมูลที่ถูกส่งกลับมา ทำให้ทุกคนแทบจะกลายเป็นใบ้

“อะแฮ่ม ฉินเฟิง มานี่ซิ!” เติ้งเหนียนเป็นคนแรกที่เอ่ยปากเรียกฉินเฟิง

“ผู้อำนวยการ!” ฉินเฟิงก้าวมาข้างหน้า “ผู้อำนวยการอยากให้ผมคอยคุ้มครองระหว่างล่าถอยใช่ไหมครับ?”

เติ้งเหนียนอายุมากแล้ว ดังนั้นการต่อสู้ในแนวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งลึกเข้ามาในแนวทัพศัตรูแบบนี้ เป็นเรื่องอันตรายเกินไปจริงๆ

“มันไม่ใช่เรื่องนั้น ฉินเฟิง ตอนนี้พลังสมาธิของเธอกำลังล็อคตำแหน่งของมือปืนอยู่ใช่ไหม? คือว่าพวกเรากำลังวางแผนที่จะถล่มภูเขาแม่อยู่น่ะ เธอช่วยถอนพลังสมาธิที่คอยสะกดข่มพวกเขาออกให้หน่อยสิ!”

เมื่อกล่าวถึงจุดนี้ เติ้งเหนียนก็มองฉินเฟิงด้วยความชื่นชมในจิตใจ คลื่นลูกใหม่นี่ร้ายกาจสุดๆไปเลย! เขาเกิดความรู้สึกว่าตัวเองแก่แล้วอีกครั้ง

พรสวรรค์ที่ฉินเฟิงแสดงมันออกมาช่างแข็งแกร่งอย่างแท้จริง!

ถึงขั้นครอบครองพลังสมาธิที่สามารถต่อกรกับมือปืนเลเวล E ได้!

ยิ่งไปกว่านั้น ฉินเฟิงเพิ่งต่อสู้มา แต่ดูจากท่าทีของเขาแล้ว ยังไม่เหนื่อยเลย มันเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง -ใครจะสามารถจินตนาการได้กันว่าเขาทรงพลังเพียงใด

“ตราบใดที่พวกเขาใช้อาวุธปืนในมืออย่างรอบคอบ ไม่กระทบมาถึงตัวผม แล้วผมจะไปวุ่นวายกับพวกเขาทำไม?” ฉินเฟิงกล่าวประชดประชัน

อันที่จริง หลังจากการดวลปืนครั้งแรกจบลง หากฉินเฟิงไม่ได้ล็อคพลังสมาธิสะกดข่มการรับรู้ของพวกเขาเอาไว้ล่ะก็ อีกฝ่ายคงช่วยกันระดมยิงใส่เขาจนไม่เหลือซากไปแล้ว

นี่แหละคือวิธีการของพวกมือปืน ไม่คิดใช้พละกำลังเผชิญหน้ากันตรงๆ แต่คอยจู่โจมระยะไกลแล้วได้รับเครดิตไปเต็มๆ

“เอาล่ะ ฉันจะแจ้งคำพูดของเธอให้พวกเขาทราบเอง และอีกอย่าง เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องที่เธอไปทำร้ายลู่เหิงหรอกนะ หึหึ .. เพราะเขาสมควรแล้วที่จะโดนแบบนั้น!” เติ้งเหนียนกล่าว

ลู่เหิงคือมือปืนที่ร่วมมือกับหลิวบากำจัดศัตรูในครั้งแรกที่ฉินเฟิงมาที่นี่ และเขาคือคนๆเดียวกับที่รับประทานกระสุนสามนัดของฉินเฟิงไป

อย่างไรก็ตาม พวกมือปืนน่ะเป็นเศรษฐี ดังนั้นแน่นอนว่าย่อมสวมใส่อุปกรณ์รูนบางอย่างเพื่อปกป้องชีวิต เลยเป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่ตาย

“ครับ ผมไม่สนใจเรื่องนั้นเลย!”

ฉินเฟิงพยักหน้า

หลังจากสนทนากันจบ ทุกคนก็ถอยกลับไปตั้งหลักกันที่ตีนภูเขาแม่ ทางฝั่งมือปืนก็ร่วมมือกัน ระดมยิงเข้าใส่ยอดเขาทันที

ไม่นานเกินรอ กองทัพซากศพจำนวนมากก็พินาศสิ้น

ครึ่งชั่วโมงต่อมา การระดมปืนใหญ่ก็หยุดลง ทั้งผู้ใช้วรยุทธโบราณและผู้ใช้อบิลิตี้ต่างก็พากันขึ้นไปบนยอดเขาแม่อีกครั้ง

ทั้งหมดตระหนักดีว่าชุดคลุมดำกระหายเลือดใกล้ถึงแก่วาระแล้ว นั่นหมายความว่าหากใครก็ตามในที่นี้เป็นคนค้นพบตัวมัน และสามารถโค่นมันลงได้ ก็จะได้ครอบครองสถานที่แห่งนี้ในอนาคต!

เติ้งเหนียนอาสาเป็นผู้นำเปิดการโจมตี

“จงเฉิดฉาย!”

รูนอบิลิตี้วสาดแสงพรั่งพรูออกมา เปลี่ยนยอดเขาจนเต็มไปด้วยรังสีแสงสว่าง สาดส่องดั่งดวงตะวันร่วงตกลงมายังโลก ความมืดมิดใดๆ ก็ไม่อาจหลบซ่อนได้อีกต่อไป

เติ้งเหนียนเร่งพุ่งตรงไปยังสถานที่ที่มีรูนมืดกระจุกตัวอยู่เข้มข้นที่สุดทันที เพราะนั่นน่าจะเป็นสถานที่ซึ่งชุดคลุมดำกระหายเลือดซ่อนตัวอยู่

ในขณะที่บางคนก็กระจัดกระจายกันออกไป และบางคนก็ตัดสินใจตามเติ้งเหนียน

ต้องบอกว่าเติ้งเหนียนยังคงมีไม่ตก เพราะสถานที่ๆเขามุ่งไป มันคือจุดที่ชุดคลุมดำกระหายเลือดซ่อนตัวอยู่จริงๆ

ฉินเฟิงตามเติ้งเหนียนไปติดๆ สายตาคอยสอดส่องผู้ใช้พลังเลเวล E คนอื่นๆอย่างระแวดระวัง แต่ในจิตใจของเขาบังเกิดความคิดที่ว่า หากในบรรดาคนเหล่านี้ มีใครเสียชีวิตลง เขาก็จะดูดกลืนพลังงานมา ไม่ปล่อยไปอย่างเปล่าประโยชน์

กลุ่มผู้ใช้พลังทั้งหมดในที่นี้ ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนจ้องจะเขมือบพวกเขาอยู่ พวกเขาเพียงตามเติ้งเหนียนมาโดยไม่สนไม่แคร์สิ่งใด

“ฮี่ฮี่ เสี่ยวไป๋ จัดการมันซะ!” ฉินเฟิงไม่ได้เอ่ยมันออกมา แต่ถ่ายทอดความคิดผ่านทางสัญญา ส่งหาเสี่ยวไป๋โดยตรง ให้มันลงมือทันที

คนเหล่านี้กำลังทำตัวเปรียบดั่งสำนวน ‘螳螂捕蝉  黄雀在后’ (ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง)  จ้องแต่จะรับผลประโยชน์จากผู้อื่น โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองก็กำลังถูกผู้อื่นจ้องจะเอาผลประโยชน์เช่นกัน

และฉินเฟิงรู้ดีถึงความคิดของพวกเขา ดังนั้นเจ้าตัวเลยตัดสินใจชิงลงมือก่อน

ด้วยพลังมิติของไป๋หลี ทำให้เธอสามารถปรากฏกายขึ้นและหายวับไปอย่างลับๆได้ ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ก่อนหน้านี้ฉินเฟิงทุ่มทุนซื้อแก่นพลังงานระดับราชันย์สัตว์ร้ายให้เป็นอาหาร ปัจจุบันเธอเลยยกระดับเป็นราชันย์สัตว์ร้ายเลเวล F2 แล้ว --นี่แทบจะไม่แตกต่างไปจากเลเวลของชุดคลุมดำกระหายเลือดเลย

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ชุดคลุมดำกระหายเลือดได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ไป๋หลีปรากฏกายขึ้นราวกับภูติผีเบื้องหลังชุดคลุมดำกระหายเลือด

“ใบมีดมิติ!”

รังสีแสงสีเงินพลันเปล่งประกาย พร้อมกับรอยแยกปรากฏขึ้นใจกลางพื้นสีดำสนิท ส่งผลให้บริเวณรอยแยกกลายเป็นช่องว่างมิติ

และตำแหน่งที่ไป๋หลีซัดใบมีดลงไป มันคือส่วนหัวของชุดคลุมดำกระหายเลือดพอดิบพอดี

ฉัวะ!

ชุดคลุมดำกระหายเลือดเดิมเตรียมการที่จะลอบจู่โจมมนุษย์ ทั้งร่างของมันเริ่มซวนเซ หัวร่วงกลิ้งลง

ไม่รอช้า ไป๋หลียื่นแขนออกไป และพรึบ! แก่นพลังงานสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นในมือ จากนั้นเด็กสาวก็หายวับไปทันที

ในเวลานี้ ฝูงชนต่างหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวาง และมาถึงตำแหน่งของชุดคลุมดำกระหายเลือดกันในที่สุด

-ทุกสายตาพบเห็นถึงร่างของมัน

ฉินเฟิงก้าวออกไปสองสามก้าว แสร้งทำเป็นว่าจะสำรวจตรวจสอบ แต่ความจริงเขากำลังดูดกลืนพลังงานและพลังสมาธิที่กระจายไปในอากาศมาเป็นของตนเอง

เมื่อทุกอย่างไหลวนเข้าสู่ร่างกายตัวเอง จิตสำนึกของฉินเฟิงก็กลายเป็นคึกคัก พลังสมาธิของเขายกระดับขึ้นอีกครั้ง

อบิลิตี้ก้าวขึ้นสู่เลเวล F3!

จบบทที่ Ep.99 - โจมตีก่อนได้เปรียบ

คัดลอกลิงก์แล้ว