เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.101 - มุ่งหน้าสู่เมือง

Ep.101 - มุ่งหน้าสู่เมือง

Ep.101 - มุ่งหน้าสู่เมือง


3/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.101 - มุ่งหน้าสู่เมือง

“เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ฉันคงต้องขอตัวก่อน”

เจิ้งหยางมีหลายสิ่งต้องทำ ดังนั้นเขาจึงไม่สะดวกอยู่ในทุ่งล่านานไปกว่านี้

ส่วนที่เหลือเลยมอบหมายให้ดำเนินการต่อโดยซูซิงฝูกับฉินเฟิง

ฉินเฟิงผ่านประสบการณ์วิกฤตมามากมายในชีวิตก่อนหน้า ดังนั้นเรื่องการก่อสร้างสถานที่ชุมชนเขาเลยไม่กังวลเกี่ยวกับมันมากจนเกินไป แต่ก็ยังไม่คิดจะละเลยเช่นกัน

“จริงสิน้องชาย เธอคิดว่าในอนาคต ฐานของพวกเราควรจะมุ่งเน้นพัฒนาไปทางด้านไหนเป็นหลัก?” ซูซิงฝูถามขึ้นอย่างกระทันหัน

สำหรับสถานที่ชุมชนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ประชากรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซูซิงฝูเลยถามถึงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับประชากรโดยตรง

ฉินเฟิงมองไปยังซูซิงฝู ในสมองย้อนคิดไปว่าแม้อีกฝ่ายจะได้รับฉายานักขูดรีดในอนาคต แต่เขาก็เป็นนักธุรกิจชั้นยอด จะกลายเป็นผู้ที่สามารถทำกำไรได้สูงสุดในเมืองหลวง

พอคิดได้ดังนั้น ฉินเฟิงก็เผยรอยยิ้มขึ้นทันใด

“พัฒนาด้านเศรษฐกิจให้กับสถานที่ชุมชนเฟิงหลี ให้มันกลายเป็นย่านธุรกิจที่มีชื่อเสียงที่สุด และในอนาคตจะก้าวขึ้นไปในตำแหน่งเมืองแห่งการค้า แบบนี้คุณคิดว่ายังไง?”

ดวงตาของซูซิงฝูเปล่งประกาย

“ก็ดีนะ ฉันชอบความคิดนี้!”

ฉินเฟิงตอบกลับในหัวใจ ‘แน่นอนอยู่แล้วว่าคุณจะต้องชอบมัน ก็ต่อไปคุณจะกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงในเรื่องนี้มากที่สุดนี่นา’

“แม้ว่าจะเป็นการพัฒนาย่านธุรกิจ แต่ผลประโยชน์ของประชากรแต่ละคนก็ไม่ควรถูกปรับเปลี่ยน ควรใส่ใจด้านนี้ให้มาก ยิ่งมากยิ่งดี สำหรับเรื่องการตามหาคนมีความสามารถมาช่วยเหลือ … ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง”

ในโลกใบนี้ หลังจากเกิดหายนะ เทคโนโลยีที่มีประโยชน์ที่สุดคงไม่พ้นสามประเภทนี้ อันได้แก่ การผลิตอาวุธปืน , การผลิตอุปกรณ์รูน และความสามารถทางเกษตรกรรม!

และด้วยความทรงจำในอีกสิบปีข้างหน้าของชีวิตก่อน ฉินเฟิงจึงรู้จักการดำรงอยู่ของผู้มีพรสวรรค์ดังที่กล่าวมาข้างต้นมากมาย

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ชื่อๆหนึ่งก็วาบผ่านเข้ามาในหัวใจของฉินเฟิง

“ดูเหมือนว่า ‘เหตุการณ์นั้น’ จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ฉะนั้นฉันต้องใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ว่า พาตัวลุงหลิวมาเข้าร่วมกับเมืองเฟิงหลีให้จงได้!”

พอคิดได้ ฉินเฟิงก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เขากล่าวร่ำลากับซูซิงฝู และส่งมอบงานต่างๆให้อีกฝ่าย

จากนั้น เขาก็กลับมาที่ฐาน

“ฉินเฟิง ปฏิบัติการที่นี่เสร็จสิ้นลงแล้ว พาหนะของสถาบันเองก็กำลังจะกลับ พวกเราก็ไปกันเถอะ!” โจวฮ่าวกล่าว

ฉินเฟิงพยักหน้าและตอบกลับไป “อืม แต่นายกลับไปก่อนนะ พอดีฉันตั้งใจว่าจะออกไปที่ๆหนึ่งก่อน แล้วจะกลับไปเข้าร่วมงานสวนล่าใบไม้ผลิอีกครึ่งเดือนต่อจากนี้!”

“นายยังจะโดดเรียนอีกหรอ!” โจวฮ่าวไม่คิดว่าฉินเฟิงยังไม่ตั้งใจจะกลับไปที่โรงเรียน

“อย่าเชียวนา คิดจะไปในที่อันตรายอีกแล้วใช่ไหม นายกลับไปเรียนเถอะ” ฉินเฟิงชิงเอ่ยดักคอ เพราะเขารู้ว่านี่คือประโยคต่อไปที่โจวฮ่าวจะพูด

“ไม่เอาน่า ฉันแข็งแกร่งจะตาย ---เพ้ยยย! แล้วแต่เอ็งเถอะ!” โจวฮ่าวไม่ยอมน้อยหน้า ชิงพูดประโยคที่ฉินเฟิงจะต้องเอ่ยมันหากได้ยินประโยคข้างบน เขาหันหลังเดินกลับไปที่รถศึก ฉินเฟิงเดินตาม แต่ตรงไปยังรถศึกของตัวเองที่อยู่ใกล้ๆ เวลานั้นเลยพลอยมองเห็นที่นั่งข้างคนขับของโจวฮ่าว และพบว่าลู่เหมิงกำลังนั่งอยู่อย่างกระทันหัน

ฉินเฟิงยกมือขึ้นลูบคาง หัวเราะในจิตใจ

“ไอ้หมาตัวไหนนะ ที่มันเคยด่าฉันว่าเห็นสาวสำคัญกว่าเพื่อน?!”

อันที่จริง ฉินเฟิงเข้าใจโจวฮ่าวผิดไป เพราะบนเบาะหลังของโจวฮ่าว ก็มีหลี่เหยาเหยานั่งอยู่เช่นกัน

หลังจากอีกฝ่ายขับรถออกไปแล้ว ฉินเฟิงก็สตาร์ทรถล่องเวหา แต่ขับไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับสถานชุมชนทางตอนเหนือ

ท่ามกลางทุ่งล่า ถนนแคบๆค่อยๆกว้างขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏป้อมรักษาการณ์ขึ้นในทุกๆ 100 เมตร

นี่คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่ามีสถานชุมชนอยู่ข้างหน้า!

ในที่สุด กำแพงเมืองที่ทรุดโทรมก็ปรากฏขึ้นในสายตา แต่มองจากระยะไกล ตัวเมืองเทียบไม่ได้เลยกับสถานชุมชนเขตเฉิงเป่ย

พื้นที่ของมัน สามารถเรียกได้ว่าเป็นเมืองเล็กๆเท่านั้น

-นี่คือเมืองหาน เป็นหนึ่งในเมืองที่แสนจะธรรมดา กล่าวได้ว่าเป็นสถานชุมชนขนาดเล็ก และเนื่องจากเมืองนี้อยู่ไกลเกินกว่าจะควบคุม มันก็ค่อยๆกลายเป็นเมืองอิสระไปในที่สุด

รัฐบาลกลางไม่มีอำนาจครอบคลุมมาถึงที่ห่างไกลเช่นนี้!

กระทั่งเทศมนตรีประจำเมืองหาน ยังเป็นแค่ผู้ใช้วรยุทธโบราณเลเวล F8 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในเมืองนี้ เขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว!

ถึงมันจะเป็นแค่เมืองเล็กๆไม่โดดเด่นหรือสำคัญอะไร แต่ภายในกลับมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก

ฉินเฟิงขับรถไปตามท้องถนนของเมืองหาน ผู้คนโดยรอบต่างก็ประหลาดใจระคนอิจฉายามเมื่อมองเห็นรถของฉินเฟิง จนกระทั่งรถค่อยๆหยุดลงหน้าร้านที่เขียนว่า ‘ร้านอุปกรณ์เซินซาน’

ในหัวใจของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเลยกระจ่างแจ้ง

“ที่แท้คนๆนี้ก็มาเพื่อตามจีบหลิวซู”

“แต่ครั้งนี้ค่อนข้างเล่นใหญ่ไปหน่อยนะ!”

“รถศึกคันนั้นเจ๋งมากเลย จะต้องซื้อจากในสถานชุมชนแห่งอื่นแน่ๆ ของพวกเราไม่มีแบบนี้หรอก!”

ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจางๆ ขณะรับฟังเสียงของผู้คนโดยรอบ

หลิวซู?

เธอเป็นผู้หญิงที่หยิ่งผยอง ฉินเฟิงเคยพบหน้าเธอไม่กี่ครั้งเท่านั้น และยังจดจำได้ว่าเธอตายก่อนวัยอันควร

ในชีวิตก่อนหน้า เมืองหานคือเมืองที่ฉินเฟิงมาเป็นที่แรกหลังจากที่เขาหลบหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่อยู่ได้ไม่ถึงเดือน ก็ปรากฏรอยแยกมิติขึ้น สิ่งมีชีวิตคืบคลานออกมารุกรานจากรอยแยกมิติ ส่งผลให้ทั้งเมืองตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง

หลิวซูเป็นผู้ใช้พลังเลเวล F คนหนึ่งที่มีฝีมือ ในช่วงเวลานั้น  เธอออกไปข้างนอก และไม่กลับมาอีกเลย น่ากลัวว่าเธอคงจะตายยลงท่ามกลางการต่อสู้ไปแล้ว

“ออกไปจากรอบๆรถฉันซักที!” ฉินเฟิงเปิดประตู และผู้คนที่มามุงดู พอเห็นฉินเฟิง ดวงตาของพวกเขาก็เปล่งประกาย

ในเวลาสั้นๆเพียงครึ่งเดือน กระดูกของฉินเฟิงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความสูงของร่างกายเขาปาไปถึง 1.8 เมตรแล้ว และยังสวมใส่ชุดต่อสู้ T7 ที่มีมูลค่าถึง 150,000 เหรียญ ให้บรรยากาศอันสูงส่ง เพียงแวบแรกที่มอง ก็บ่งบอกว่าทั้งคนทั้งร่างเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง

เมื่อเห็นเช่นนั้น สายตาของผู้คนก็เต็มไปด้วยความอิจฉา

เพราะฉินเฟิงยังเยาว์วัย แถมยังดูดีมากอีกด้วย

ทว่าเมื่อสายตาของคนเหล่านั้นตกลงบนตราผู้ใช้พลังบนหน้าอกของฉินเฟิง ทั้งหมดก็ชะงักไป

กลับกลายเป็นว่าคนเบื้องหน้าคือผู้ใช้พลังในเลเวล G

ยิ่งไปกว่านั้นช่วงท้ายยังไม่มีตัวเลขระบุเอาไว้อีกด้วย ---นี่มันก็คือผู้ใช้พลังที่ผ่านการรับรองทั่วๆไปเท่านั้น!

สักพักหนึ่ง ทุกคนก็รู้สึกว่าเจ้าหนุ่มตรงหน้ากำลังมั่นใจเกินความสามารถของตนเอง -- แข็งแกร่งเท่านี้ไม่มีทางจีบหลิวซูได้หรอก!

ฉินเฟิงไม่สนใจเกี่ยวกับความคิดของคนอื่น หลังจากที่เขาลงจากรถ ไป๋หลีเองก็ออกมาบ้าง แม้จะสวมแว่นกันแดดและหมวกฟาง แต่เธอก็ยังเด่นสะดุดตา ยิ่งไปกว่านั้นไป๋หลียังควงแขนฉินเฟิง เดินเข้าไปในร้านอย่างงดงาม

ในช่วงเวลานั้นเอง ไทยมุงจึงตระหนักได้ว่าตนเองเข้าใจผิดไป!

เพราะยังไงซะ หากฉินเฟิงต้องการจะตามจีบหลิวซูจริงๆ เขาจะควงผู้หญิงสาวสวยที่ดูสนิทสนมมาด้วยทำไม?

ฉินเฟิงไม่ใส่ใจกับสายตาคนรอบข้าง เขาแหวกฝูงชนออกมา และตรงเข้าไปในร้านอุปกรณ์เซินซาน เริ่มย้อนระลึกถึงห้วงความทรงจำอีกครั้ง

หน้าต่างยังคงสะอาดและใสแจ๋ว ทางเข้าหน้าร้านดูใหญ่โตโอ่อ่า บนประตูกระจกยังคงติดแผ่นพับที่ระบุว่ากำลังรับสมัครพนักงานขาย โดยมีทั้งที่พักและอาหาร

ย้อนกลับไปในช่วงนั้น ฉินเฟิงได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่มีความแข็งแกร่งใดๆ เขาขี่มอเตอร์ไซผุๆพังๆที่ขโมยมา มายังเมืองหานโดยไม่พึ่งพาใคร และได้งานดังกล่าว

ยังไงก็ตาม ตอนนี้เขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้แล้ว

ฉินเฟิงเปิดประตูเข้าไป

หลิวเซินซานนั่งอยู่บนเก้าอี้เจ้าของร้าน เมื่อพบว่ามีลูกค้าเข้ามา เขาก็กวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว และรู้ได้ทันทีว่าลูกค้าผู้มั่งคั่งได้มาเยือนแล้ว!

“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการอะไร” ก่อนที่พนักงานจะมาถึง หลิวเซินซานก็มาคอยต้อนรับด้วยรอยยิ้มอยู่ก่อนแล้ว

ฉินเฟิงพยักหน้าให้เขาและกล่าว “ผมต้องการ ‘หลอมคืน’ อุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง คุณมีเทคโนโลยีนี้รึเปล่า?”

“แน่นอน ทางเรายินดีรับคำร้องส่วนบุคคล ที่นี่การหลอมคืนเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ฉันเองก็จบการศึกษาเฉพาะด้านเกี่ยวกับการผลิตอุปกรณ์รูนมาเหมือนกัน พ่อของฉันเองก็เป็นปรมาจารย์ด้านการผลิตอุปกรณ์รูนระดับอาวุโส! แต่น่าเสียดายที่เขาดันมาจากไปเร็วเกินไป” ลุงหลิวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ฉินเฟิงเองก็ยิ้ม เขาทราบดีว่าลุงหลิวกำลังคุยโม้อีกแล้ว แต่เจ้าตัวก็ไม่คิดฉีกหน้าอีกฝ่ายแต่อย่างใด

“งั้นก็ดี ผมอยากให้คุณช่วยหลอมคืนเจ้าสิ่งนี้”

ว่าจบ ฉินเฟิงก็หยิบชุดเกราะของราชันย์อัศวินออกมา!

จบบทที่ Ep.101 - มุ่งหน้าสู่เมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว