- หน้าแรก
- กำเนิดเทพเจ้าโบราณ
- บทที่ 252 นครหมื่นวิญญาณ
บทที่ 252 นครหมื่นวิญญาณ
บทที่ 252 นครหมื่นวิญญาณ
อันที่จริงแล้ว อันโตนิโออยากจะพูดกับราชันย์มังกรฟ้าว่า ความสัมพันธ์ข้างในนี้ไม่ได้วุ่นวายเลยแม้แต่น้อย ถ้าหากว่ากันแค่เรื่องเป้าหมายสุดท้ายเท่านั้น
แต่อันโตนิโอจะพูดแบบนั้นไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น ราชันย์มังกรฟ้าย่อมต้องโกรธอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่ามังกรฟ้าจะไม่ใช่มนุษย์ แต่ว่า ขอเพียงแค่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา ก็ล้วนแต่ไม่ชอบให้คนอื่นมาเปิดโปงความจริง
ในเมื่อสถานการณ์ของศัตรูที่พวกเขาต้องเผชิญก็ชัดเจนโดยคร่าวแล้ว ราชันย์มังกรฟ้าก็ได้เสนอข้อเสนอแนะขึ้นมา
เขากล่าวว่า ในเมื่อมนุษย์กับเหล่าอันเดดมาถึงแล้ว สู้ล่อพวกมันไปยังที่ "โศกาลัยแด่ผู้วายชนม์" เลยจะดีกว่า
อันโตนิโอถามว่าทำไม ราชันย์มังกรฟ้ากล่าวว่า ที่นั่นมีระบบป้องกันที่ดีกว่า พวกเขาอยู่ที่นั่นคอยท่าอยู่แล้ว ไปสกัดกั้นการบุกของศัตรู จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
ในเมื่อราชันย์มังกรฟ้ามีข้อเสนอเช่นนี้ ทางฝั่งอันโตนิโอก็ย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ
ดังนั้น พวกเขาจึงต้องเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อีกแล้ว
เดิมที ตามความเห็นของอันโตนิโอและคนอื่น ๆ คือจะต้องสกัดกั้นผู้ที่บุกรุก "โศกาลัยแด่ผู้วายชนม์" กลางทาง คิดว่าแบบนั้นจะดีกว่า
และหลังจากที่ราชันย์มังกรฟ้าเสนอความคิดเห็นเช่นนี้ อันโตนิโอก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง
เพราะถ้าหากเกิดการต่อสู้ขึ้นที่นี่ ก็ไม่แน่ว่าศัตรูจะมาแผนแบ่งกำลังอีก จัดกองทัพส่วนหนึ่ง อ้อมผ่านสนามรบหลักโดยตรง ไปจู่โจม "โศกาลัยแด่ผู้วายชนม์"
พวกเขาไปป้องกันที่ "โศกาลัยแด่ผู้วายชนม์" โดยตรงเช่นนี้ ก็จะสามารถขจัดความกังวลเช่นนี้ได้
หลังจากที่เรื่องนี้ได้ข้อสรุปแล้ว มังกรฟ้ากับมนุษย์ก็ได้พักผ่อนประมาณสามวัน จากนั้นก็ได้ส่งกองทัพที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร มุ่งหน้าไปยังเสาหมื่นวิญญาณที่ใจกลางดินแดนอุดร
เสาหมื่นวิญญาณเดิมที เป็นเพียงแค่เสาหินที่ทะลุขึ้นฟ้าที่ดำสนิทอย่างยิ่ง เส้นผ่านศูนย์กลางเกือบหนึ่งร้อยเมตร
ไม่มีใครรู้ว่าเสาหินนี้ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร พื้นผิวของมันเรียบเนียนอย่างยิ่ง ไม่มีลวดลายใด ๆ ให้คนปีนป่ายได้ ภายในเสาหินต้นนี้ ผนึกไว้ด้วยวิญญาณที่ไม่สิ้นสุด จนทำให้ท้องฟ้าที่นี่ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ล้วนแต่ดำมืดไปหมด
พื้นที่ที่เสาหมื่นวิญญาณตั้งอยู่ ในรัศมีร้อยลี้ กลางวันราวกับเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง พอถึงกลางคืน ยิ่งดำมืดราวกับโลกที่ถูกหมึกเข้มสาดใส่
ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ในลมกลางคืนมักจะมีเสียงภูตผีคร่ำครวญโหยหวน ดังนั้นที่นี่จึงแทบจะเป็นดินแดนที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลย
นั่นคือดินแดนแห่งความตายที่แท้จริง หรือที่เรียกว่าดินแดนแห่งผู้วายชนม์
เนื่องจากเสาหมื่นวิญญาณสูงตระหง่านเสียดฟ้า คนธรรมดาปรกติก็ไม่สามารถขึ้นไปได้ และเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้มีฝีมือคนใดไปที่ยอดเสาหมื่นวิญญาณ ทำลายผนึกของ "โศกาลัยแด่ผู้วายชนม์" ดังนั้น มังกรฟ้าจึงได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสิ่งก่อสร้างของศัตรูในอดีตของพวกเขาที่นี่
ศัตรูในอดีตของมังกรฟ้า ก็คือเทพโบราณที่ถูกผนึกไว้ในเสาหมื่นวิญญาณ
ก็คือเทพโบราณผู้นี้ ที่ได้สร้างเหล่าอันเดดจำนวนมากขึ้นมา ในตอนนั้น มังกรฟ้าก็เหมือนกับมนุษย์ในปัจจุบัน เมื่อเผชิญหน้ากับการบุกของเหล่าอันเดด ก็แทบจะถูกล้างเผ่าพันธุ์
สุดท้าย ภายใต้ความช่วยเหลือของจอมเวทในตำนานมอริน ถึงได้แก้ไขวิกฤตของเหล่าอันเดดได้ และได้ผนึกเทพโบราณตนนั้นไว้ ชื่อของมัน ทุก ๆ มังกรฟ้าล้วนจำได้ ก็คือ——สนีค
เพียงแต่ว่า มังกรฟ้าก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับบุญคุณความช่วยเหลือของมอรินเท่าไหร่ แต่การปกป้อง "โศกาลัยแด่ผู้วายชนม์" กลับทำได้อย่างดีเยี่ยม
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การปกป้องมันไว้ ก็คือการปกป้องอนาคตของเผ่ามังกรฟ้า
มิเช่นนั้นหากปล่อยให้เทพโบราณสนีคฟื้นคืนชีพขึ้นมา เผ่ามังกรฟ้าย่อมต้องกลายเป็นเป้าหมายแรกที่ถูกแก้แค้นอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายของเทพโบราณสนีคคือการพิชิตทั้งโลก มังกรฟ้าจัดเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนอุดร หากต้องการที่จะตั้งหลักปักฐานที่นี่ให้มั่นคง ก็ต้องสยบมังกรฟ้าให้ได้เสียก่อน
"โศกาลัยแด่ผู้วายชนม์" นี้ก็คือกุญแจสำคัญของความปลอดภัยของทั้งโลก จะประมาทไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
มังกรฟ้าได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสิ่งก่อสร้างที่ล้อมรอบเสาหมื่นวิญญาณ และ ได้อาศัยเสาหมื่นวิญญาณสร้างหอคอยสูงขึ้นมาแห่งหนึ่ง เพื่อให้พวกเขาสามารถรู้เรื่องราวบนยอดเสาหมื่นวิญญาณได้ตลอดเวลา
บนท้องฟ้าเหนือเสาหมื่นวิญญาณนี้ ก็มีมังกรฟ้าจำนวนไม่น้อยคอยโบยบินอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะตรวจสอบสถานการณ์บนยอดเสาหมื่นวิญญาณ
พิทักษ์เสาหมื่นวิญญาณเช่นนี้ มาแล้วหลายสิบปี
ในดินแดนภูตผีแห่งนี้ มังกรฟ้าที่ปฏิบัติภารกิจ ก็ได้จ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาล
และค่าตอบแทนที่พวกเขาจ่ายไป ยังห่างไกลจากเพียงเท่านี้
กองทัพมังกรฟ้าได้ผ่อนปรนให้กับกองทัพของเรดน่า เดินทัพประมาณครึ่งเดือนกว่า ถึงได้มาถึงป้อมปราการที่สูงตระหง่านใต้เสาหมื่นวิญญาณ
ลมกระโชกแรง คำรามกึกก้อง เงาทมิฬ เสียงมังกรคำราม...
นี่คือสิ่งที่ผู้คนมาถึงที่นี่แล้วสามารถสัมผัสได้เพียงอย่างเดียว หลายคนอยู่ที่นี่ ก็รู้สึกว่าในใจเกิดความหวาดกลัวที่ยากจะสงบลงได้
ถ้าหากไม่ใช่เพราะคนเยอะ ก็แค่คนคนเดียวอยู่ที่นี่ ไม่เกินสามวินาที ก็สามารถทำให้คนตกใจตายได้
มังกรฟ้าในป้อมปราการหมื่นวิญญาณออกมาต้อนรับขบวนทัพ เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้มีทหารสอดแนมมารายงานสถานการณ์ทางฝั่งนี้แล้ว
ทันทีที่เห็นทหารยามมังกรฟ้าที่นี่ คาร์ลอยก็รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง เพราะมังกรฟ้าที่นี่กับมังกรฟ้าในเมืองมังกรฟ้าททั้งหมดล้วนแต่มีสองสถานะ
ถ้าหากบอกว่ามังกรฟ้าในเมืองมังกรฟ้า ยังมีกลิ่นอายของชีวิตอยู่บ้าง ก็คือยังมีความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง
แต่ทหารยามมังกรฟ้าที่นี่ ทั้งหมดล้วนเหมือนกับก้อนน้ำแข็งก้อนหนึ่ง ถึงแม้จะเจอกับราชาของพวกเขา ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
กองทัพของมังกรฟ้ากับมนุษย์ล้วนได้เข้าไปในนครหมื่นวิญญาณ ค่ายพักที่เตรียมไว้ให้พวกเขาแยกกันก็เตรียมพร้อมแล้ว
กองทัพของทั้งสองฝ่ายล้วนตั้งค่ายเสร็จสิ้น บุคคลสำคัญที่เป็นผู้นำก็ได้พบปะทำความรู้จักและแนะนำสถานการณ์พื้นฐานบางอย่างให้กันและกัน
ส่วนคาร์ลอยกับมาทิลด้าก็เดินเล่นในขอบเขตที่พวกเขาคิดว่าสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
"ข้าได้ยินว่าที่นั่นดูเหมือนจะมีคนนับไม่ถ้วนกำลังพูดคุยกันเบา ๆ" มาทิลด้าชี้ไปยังทิศทางของเสาหมื่นวิญญาณแล้วกล่าว
"ว่ากันว่า ‘โศกาลัยแด่ผู้วายชนม์’ ก็อยู่บนนั้น" คาร์ลอยกล่าว "ที่นั่นมีภูตผีนับไม่ถ้วน เจ้าได้ยินเสียงพูดคุยก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล"
มาทิลด้าพยักหน้า แล้วกล่าว "ข้าเดิมทีก็เป็นอันเดดแล้ว ดูเหมือนว่าสำหรับดินแดนภูตผีเช่นนี้ไม่ควรจะกลัวแล้ว แต่ว่า ข้ากลับรู้สึกว่าในใจไม่สงบอย่างยิ่ง"
"ไม่เพียงแต่ต่อวิญญาณในเสาหมื่นวิญญาณนั้น แม้แต่มังกรฟ้าที่นี่ ก็ให้ความรู้สึกเช่นนี้กับข้า"
"ข้ารู้สึกอยู่เสมอว่ามังกรฟ้าที่นี่ แปลกประหลาดอย่างยิ่ง"
คาร์ลอยยิ้มแล้วกล่าว "เจ้าก็เริ่มจะแสดงสัญชาตญาณของตัวเองแล้วเหรอ?"
มาทิลด้าถาม "อะไรกัน สัญชาตญาณของข้าไม่มีทางแม่นยำเท่าของท่านเหรอ?"
คาร์ลอยครุ่นคิดแล้วกล่าว "ไม่แม่นยำจะดีกว่า มิเช่นนั้น พวกเราก็รับมือได้ไม่ดี"
"และ ในสภาพแวดล้อมที่มืดมนกดดันเช่นนี้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ ถ้าหากจะไม่แปลกประหลาด นั่นต่างหากที่แปลกประหลาด"
มาทิลด้าพยักหน้าอย่างไม่ค่อยจะยอมรับนัก
คาร์ลอยไม่ได้บอกกับมาทิลด้าว่า อันที่จริงแล้วเขาก็มีความรู้สึกไม่สงบเช่นกัน และ เขาเองก็ไม่ควรจะกลัวสิ่งของเช่นภูตผี
หลังจากนั้น พวกเขาก็ได้ยินข่าวบางอย่างมา ว่ากองทัพของอาณาจักรมนุษย์ อันเดด และคนแคระ อีกประมาณห้าวัน ก็จะสามารถมาถึงที่นี่ได้แล้ว
พวกเขายังมีเวลาเตรียมตัวอีกห้าวัน สงครามดูเหมือนจะยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ปะทุขึ้นแล้ว
ทว่า ผ่านไปสองวัน ก็มีข่าวมาอีก: คนแคระเวลานี้ได้เปลี่ยนเส้นทางชั่วคราว มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ว่า ไปทางนั้นอีก ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลย