- หน้าแรก
- กำเนิดเทพเจ้าโบราณ
- บทที่ 249 ขึ้นเรือ (ไปทำเรื่องพิสดาร)
บทที่ 249 ขึ้นเรือ (ไปทำเรื่องพิสดาร)
บทที่ 249 ขึ้นเรือ (ไปทำเรื่องพิสดาร)
เมื่อมาถึงบนเรือธง คาร์ลอยก็ได้พบกับหนวดปลาหมึกที่ขาดสองข้างที่อสูรใต้ทะเลทิ้งไว้
มาทิลด้าขมวดคิ้วถาม "ท่านหาสิ่งนี้ไปทำอะไรกันแน่คะ?"
คาร์ลอยนั่งยอง ๆ ลง ลูบไล้หนวดปลาหมึกที่ทั้งใหญ่ทั้งยาวนั้น พลางสัมผัสอย่างต่อเนื่อง สุดท้าย เขาก็พูดกับมาทิลด้า "เป็นไปตามที่ข้าคาดไว้ไม่ผิด ในหนวดปลาหมึกนี้มีพลังงานแห่งเงาทมิฬอยู่เป็นจำนวนมาก อสูรตัวนั้น ก็ใช้พลังแห่งเงาเช่นกัน"
มาทิลด้าถาม "แล้วจะทำไมล่ะคะ?"
คาร์ลอยมองมาทิลด้า น้ำเสียงมีความละโมบเจือปน "มีพลังแห่งเงามากมายขนาดนี้ ถ้าหากปล่อยให้มันสลายไปเฉย ๆ ก็คงจะน่าเสียดายเกินไปแล้ว"
มาทิลด้าถามอย่างประหลาดใจ "แล้วท่านจะยังทำอะไรได้อีก?"
คาร์ลอยกล่าว "เจ้าไม่ทันสังเกตเหรอว่าระหว่างการเดินทาง ข้าตั้งใจอ่าน 'คัมภีร์มารดำ' มากเป็นพิเศษ?"
มาทิลด้ากล่าว "ท่านไปเรียนวิชามารอะไรที่ไหนมา?"
คาร์ลอยกล่าว "ก็ไม่มีอะไร ก็แค่เวทมนตร์ที่คล้ายกับที่ตัวกินวิญญาณใช้นั่นแหละ ข้าตั้งใจว่าจะลองดูสักหน่อย"
มาทิลด้ามองคาร์ลอยอย่างเป็นห่วง "ท่านอย่าได้เข้าสู่หนทางแห่งมารไปเลยนะคะ"
คาร์ลอยยิ้มแล้วกล่าว "หนทางแห่งมาร? หนทางแห่งธรรม? นั่นไม่ใช่หนทางของข้าทั้งนั้น"
มาทิลด้าถาม "แล้วหนทางของท่านคือหนทางอะไร?"
"หนทางแห่งธรรมชาติ" คาร์ลอยพูดจบ ก็ได้นั่งลงแล้วเริ่มทำสมาธิ
"หนทางแห่งธรรมชาติ" ที่เขาพูดถึง ย่อมไม่ใช่หนทางแห่งธรรมชาติแบบของเผ่าไนต์เอลฟ์อย่างแน่นอน นี่เป็นแนวคิดทางอารยธรรมอย่างหนึ่งบนโลก มาทิลด้าย่อมไม่สามารถเข้าใจได้
นางนั่งลง กอดเข่ามองดูคาร์ลอย ด้านหนึ่งก็เป็นห่วงการกระทำที่หุนหันพลันแล่นเช่นนี้ของเขา อีกด้านหนึ่ง ก็รู้ดีว่า ไม่ว่าจะอย่างไร ตนเองก็ต้องสนับสนุนเขา
คาร์ลอยสงบจิตใจลง จากนั้น เขาก็ได้เริ่มเตรียมการดูดซับพลังแห่งเงาทมิฬในหนวดปลาหมึกนี้แล้ว
การที่จะดูดซับพลังข้างในนี้ คาร์ลอยต้องการอุปกรณ์บางอย่าง
เดิมทีต้องใช้อักขระเงาที่ต้องการ แต่ว่า เขาก็ยังไม่สามารถเชี่ยวชาญอักขระชนิดนี้ได้
แต่ว่า ดาบอักขระของเดธไนท์ กลับสามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพียงแต่ว่าผลลัพธ์จะด้อยลงไปมาก และยังต้องสัมผัสกับร่างแห่งความมืดถึงจะทำได้
ถ้าหากคาร์ลอยสามารถเชี่ยวชาญอักขระเงาได้ ก็จะสามารถเหมือนกับตัวกินวิญญาณโดยสมบูรณ์ อยู่ห่างไกลก็สามารถดูดซับพลังได้ และความเร็วและประสิทธิภาพก็จะสูงมาก
ในตอนนี้ทำได้เพียงแค่เป็นเวอร์ชันดาวน์เกรดสุด ๆ แต่คาร์ลอยก็ทำได้เพียงเท่านี้
และ การที่เขาทำเช่นนี้ ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นการทำการทดลองอย่างหนึ่ง ดูว่าตนเองจะสามารถดูดซับพลังแห่งเงาทมิฬของผู้อื่น มาช่วยในการฝึกฝนของตนเองได้หรือไม่
ต้องบอกว่า ความคิดเช่นนี้ของคาร์ลอย ก็มีส่วนอ้างอิงมาจากพวกวิชาดูดดาว วิชาพลังอุดรดูดสมุทรอะไรทำนองนั้น
เหล่านั้นเป็นเพียงแค่วิชาในตำนานในนิยาย คาร์ลอยในโลกที่แปลกประหลาดเช่นนี้ รู้สึกว่าการจะทำวิชาเช่นนี้ให้สำเร็จ ก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง
สำหรับหนวดปลาหมึกนี้ ที่เขากังวลมากกว่าก็คือ มันจะเกิดผลสะท้อนกลับต่อร่างกายของตนเองหรือไม่
นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาต้องทำการทดลอง
ถ้าหากเป็นการดูดซับพลังแห่งเงาทมิฬของสิ่งมีชีวิต นั่นย่อมทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด เรื่องนี้ก็ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้แล้ว จะไม่กล่าวซ้ำอีก
และสำหรับแขนขาที่ขาด หรือศพ คาร์ลอยก็ตั้งใจที่จะจัดการอย่างระมัดระวัง
หลังจากที่เตรียมการบางอย่างพร้อมแล้ว คาร์ลอยก็ได้นำดาบอักขระออกมา บนดาบอักขระเล่มนี้ มีอักขระทั้งหมดห้าตัว มันจะผสมผสานกันอย่างไร จะเกิดผลอย่างไร คาร์ลอยก็ได้ศึกษามารอบด้านแล้ว
เขาเสียบดาบอักขระเข้าไปในหนวดปลาหมึก จากนั้นก็ได้เปิดใช้งานอักขระที่สอดคล้องกัน
มาทิลด้าสามารถมองเห็นได้ว่า บนดาบอักขระนั้น มีประกายแสงสีม่วงดำระลอกหนึ่งแผ่ออกมาราวกับคลื่นน้ำ และส่งต่อไปยังหนวดปลาหมึกนั้น
จากนั้น ทั้งหนวดปลาหมึกก็เหมือนกับโดนไฟฟ้าช็อต ก็สว่างขึ้นมาเป็นประกายแสงสีม่วงดำเช่นกัน
ประกายแสงเช่นนี้ เหมือนกับเป็นเยื่อหุ้มแสงชั้นหนึ่ง ปกคลุมทั้งหนวดปลาหมึก จากนั้น มาทิลด้าก็สามารถเห็นประกายแสงสีม่วงดำนั้น เคลื่อนไหวเป็นจังหวะช้า ๆ มาทางคาร์ลอย
คาร์ลอยหลับตา ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นพิเศษ
และสำหรับตัวคาร์ลอยเองแล้ว ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ กำลังอยู่ในความเจ็บปวดเล็กน้อย
หนวดปลาหมึกที่ขาดนี้ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นปลายสุดของอสูรใต้ทะเล การเชื่อมต่อกับร่างหลักย่อมจะอ่อนลงไปไม่น้อย แต่ในตอนที่คาร์ลอยดูดซับพลังของมัน ร่างกายของเขาก็ยังคงต้องได้รับความเสียหาย
นี่เป็นเพราะว่า พลังแห่งความมืดสายนี้ ได้รับอิทธิพลทางจิตใจของอสูรใต้ทะเลนั้นไปแล้ว จัดเป็นของ "มีเจ้าของ" แล้ว
ก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงของคนคนหนึ่ง ถ้าหากถูกคนขโมยไป ย่อมต้องขัดขืนอยู่ช่วงหนึ่ง
คาร์ลอยด้านหนึ่งก็ดูดซับพลังสายนี้ ด้านหนึ่งก็สยบความเป็นเจ้าของของพลัง แล้วจึงกลายเป็นพลังในร่างกายของตนเอง
กระบวนการนี้ย่อมต้องช้าลงไปบ้าง แต่ว่า พลังที่ตอบกลับมายังร่างกายของคาร์ลอยนั้น ก็ไม่ใช่ย่อย
การฝึกฝน สำหรับผู้มีพลังพิเศษทั่วไปแล้ว ต้องค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น ที่คนจีนพูดกันว่า ต้องมีเวลาพักบ้าง จะกินคำเดียวแล้วอ้วนเลยไม่ได้
ผู้ฝึกฝนทั่วไป ระดับการฝึกฝนในแต่ละวัน ล้วนมีขีดจำกัด แบ่งเป็นสองด้านคือด้านเส้นลมปราณและด้านสภาพจิตใจ
ในระดับเส้นลมปราณ เนื่องจากว่าการฝึกฝนก็คือการดูดซับพลังงานต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง แล้วจึงค่อย ๆ ปรับปรุงร่างกายและสะสมพลัง
แต่ว่า ในตอนที่ดูดซับพลังงาน พลังงานนี้จะชะล้างเส้นลมปราณอย่างต่อเนื่อง ย่อมจะทำให้มันได้รับความเสียหาย
ก็เหมือนกับตอนที่เราออกกำลังกายมากเกินไป เกิดอาการบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ ๆ การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะก็มีเหตุผลคล้าย ๆ กัน
และในระดับจิตใจ การฝึกฝนทุกอย่าง ล้วนต้องใช้พลังจิตในระดับหนึ่ง กิจกรรมทางปัญญานานเกินไป สมองจะเหนื่อยล้า พลังจิตก็เช่นกัน เมื่อถึงจุดที่เหนื่อยล้า ก็จะเกิดความเสียหายขึ้นบ้าง หากฝืนทำต่อไปก็จะได้ไม่คุ้มเสีย
ก็เพราะว่ามีข้อจำกัดมากมายเหล่านี้ ดังนั้น ผู้มีพลังพิเศษทั่วไปการฝึกฝนจึงจะมีขีดจำกัด ถึงแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ดี ได้รับพลังภายนอกมาก ระดับของมันก็จะมีช่วงเวลาที่ถึงเพดาน
การที่จะทำลายข้อจำกัดเช่นนี้ สิ่งที่ต้องทำ ก็คือต้องเปลี่ยนแปลงสภาพของร่างกาย
ร่างกายก็เหมือนกับภาชนะ ขนาดของมัน ก็คือขนาดของความสำเร็จส่วนบุคคล อย่าได้คิดว่าจะได้มาเกินเลยแม้แต่น้อย แต่ว่า ถ้าหากทุบทำลายภาชนะนี้ แล้วหล่อขึ้นมาใหม่ ทำให้ความจุของมันเพิ่มขึ้น ก็จะยกระดับจุดสูงสุดของการฝึกฝนได้
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นหนทางที่เป็นไปได้ แต่น่าเสียดายที่ ด้วยวิธีการทั่วไปในโลกนี้ ภาชนะร่างกายยากที่จะมีการยกระดับที่เพียงพอได้
คาร์ลอยในด้านนี้ ก็ครองข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล และก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขามีความมั่นใจที่จะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ข้อได้เปรียบนี้ ก็คือร่างกายที่พิเศษของเขา ร่างกายที่ถูกผลึกแสงศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมนั้น ขีดความสามารถของมัน ก็เป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงนี้ยากที่จะจินตนาการได้แล้ว
เพียงแค่ด้วยขีดความสามารถเช่นนี้ ฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุด ในดาวเคราะห์ดวงนี้จะบอกว่าไม่มีคู่ต่อสู้ นี่เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์
และข้อได้เปรียบของคาร์ลอย ยังไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่ในขั้นนี้ ข้อได้เปรียบที่เขาสามารถใช้ได้ ก็ยังคงเป็นแค่ผลึกแสงศักดิ์สิทธิ์
ด้วยร่างกายเช่นนี้ ถึงจะทำให้เขาสามารถยืนอยู่ที่นี่ ดูดซับพลังในหนวดปลาหมึกนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าหากเปลี่ยนเป็นผู้มีพลังพิเศษคนอื่น ก็คงจะเส้นลมปราณเสียหาย ร่างกายก็จะถูกอัดจนระเบิดไปนานแล้ว
คาร์ลอยดูดซับพลังแห่งเงาทมิฬอยู่ที่นั่น การจัดการกับพลังงานพิเศษนี้ก็ได้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลาที่ผ่านไป
มาทิลด้ามองดูคาร์ลอย ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้ว ก็ได้เลือกที่จะคอยคุ้มกันให้เขา เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครบางคนก็เหมือนกับพวกเขา เดินเตร็ดเตร่ไปทั่ว แล้วมาเจอเข้ากับคาร์ลอยที่กำลังทำเรื่องเช่นนี้
พลังงานหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของตนเองอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของคาร์ลอยเริ่มรู้สึกสบายขึ้น เขารู้สึกเพียงแค่ว่ามีพลังสายหนึ่ง จากหัวจรดกระดูกก้นกบ
จากนั้น ก็มีความรู้สึกพิเศษอย่างหนึ่ง ทำให้คาร์ลอยรู้สึกสะใจอย่างยิ่ง
เขารู้สึกงุนงง ตนเองจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ได้อย่างไร?
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงก่อนที่จะข้ามมิติมา บ้านเกิดของตนเองกลับมีคำพูดหนึ่ง เรียกว่ากินอะไรบำรุงอย่างนั้น
เช่น วอลนัทเหมือนสมอง กินแล้วก็บำรุงสมอง
ดังนั้น ที่แผงขายของปิ้งย่าง หรือร้านอาหารอื่น ๆ หรือในเหล้ายา ก็จะมีของที่เรียกว่า "鞭" (อวัยวะเพศสัตว์) อย่างหนึ่ง
หนวดปลาหมึกที่ตนเองดูดซับนี้ หรือว่าก็เป็นการดูดซับรูปร่างบำรุงรูปร่าง?
เมื่อเห็นว่าทิศตะวันออกได้ปรากฏแสงรำไรแล้ว กำลังจะได้เห็นภาพพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลแล้ว
คาร์ลอยได้ดูดซับหนวดปลาหมึกเส้นที่สองจนถึงช่วงสุดท้ายแล้ว
มาทิลด้าในตอนนี้ในใจรู้สึกร้อนรน เพราะว่าไม่ได้กลับไปทั้งคืน นางกลัวว่าอาจารย์ของตนจะกังวล
ดังนั้น นางจึงมองไปยังคาร์ลอย
จากนั้น นางก็ได้เห็น...
"ท่านฉี่ราดกางเกง!" มาทิลด้าพูดอย่างตกตะลึง
คาร์ลอยดูดซับหนวดปลาหมึกเส้นสุดท้ายเสร็จ สำหรับคำถามของมาทิลด้า ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง
เขาสองมือปิดไว้ รู้ดีว่าตนเองนี่น่าจะอยู่ในสภาพที่เต็มจนล้นออกมา เขายิ้มแล้วกล่าว "ไม่เป็นไร ก็แค่ตอนฝึกฝน ไม่ทันได้ระวังไปหน่อย"
มาทิลด้าขมวดคิ้ว "แบบนี้ได้ยังไง? รีบเปลี่ยนเร็วเข้า ถ้าหากให้คนอื่นเห็น ท่านจะอายไหม?"
คาร์ลอยถาม "เจ้าพกกางเกงมาด้วยเหรอ?"
มาทิลด้ากล่าว "แน่นอนสิ ไม่งั้นท่านจะเปลี่ยนอะไร?" พูดจบ มาทิลด้าก็หยิบกางเกงกับกางเกงในออกมาให้คาร์ลอย
ในแหวนมิติของนาง มีส่วนหนึ่ง ก็คือไว้พกเสื้อผ้าของคาร์ลอยโดยเฉพาะ
คาร์ลอยรับกางเกงมาแล้วกล่าว "ข้าไปหาที่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้"
มาทิลด้ายิ้ม ๆ ก็รอเขาอยู่ที่นี่
ผ่านไปครู่ใหญ่ คาร์ลอยถึงได้ออกมา ในมือพับกางเกงตัวนั้นไว้ ซ่อนที่ที่เปียกไว้มิดชิด
มาทิลด้ยิ้มแล้วกล่าว "ให้ข้าเถอะ ท่านจะซักเองได้เหรอ?"
คาร์ลอยพูดอย่างใจไม่ดี "คราวนี้ข้าซักเองดีกว่า เจ้าซักไม่ดี"
มาทิลด้าคว้ากางเกงมาแล้วกล่าว "ข้าจะรังเกียจท่านได้ยังไง?"
แต่ว่า ทันทีที่กางเกงอยู่ในมือ มาทิลด้าก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง นี่ดูเหมือนจะไม่ใช่ฉี่ ความรู้สึกนั้นไม่เหมือนกัน จากนั้น หัวใจของนางก็เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
"ท่านคนบ้า!" มาทิลด้าด่า แล้วก็รีบม้วนกางเกง
คาร์ลอยอ้อนวอน "ให้ข้าเถอะ"
มาทิลด้ยิ้มอย่างท้าทาย "ไม่ให้ ข้าจะทำให้ท่านจำไปตลอดชีวิต" พูดจบ ก็แกว่งกางเกงตัวนั้นไปมาต่อหน้าคาร์ลอย แล้วก็วิ่งลงไปจากเรือ
คาร์ลอยถอนหายใจเฮือกหนึ่ง คิดในใจ ตนเองยังจะเสียท่าแบบนี้ได้อีก ในขณะเดียวกัน เขาก็นึกถึงบทหนึ่งของ "ความฝันในหอแดง" ช่างเป็นเรื่องบังเอิญอะไรเช่นนี้ก็เกิดขึ้นได้
เขาวิ่งตามมาทิลด้าไปยังค่ายพัก ในขณะเดียวกันก็สัมผัสถึงการเก็บเกี่ยวในคืนนี้
ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่คืนเดียว คาร์ลอยก็สามารถรู้สึกได้ถึงการยกระดับฝีมือของตนเอง