เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - หนทางที่เร็วที่สุดในการกำจัดศัตรู

บทที่ 18 - หนทางที่เร็วที่สุดในการกำจัดศัตรู

บทที่ 18 - หนทางที่เร็วที่สุดในการกำจัดศัตรู


บทที่ 18 - หนทางที่เร็วที่สุดในการกำจัดศัตรู

◉◉◉◉◉

“ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาทจะจัดหาน้ำแข็งได้มากน้อยเพียงใด”

ซูต่านรู้ดีว่า ธุรกิจซูซานนั้นได้กำไรมหาศาลอย่างแน่นอน

แค่ลองคิดดูเล็กน้อย ก็จะเข้าใจถึงอนาคตของมันได้

ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียว ก็คือดูว่าทางฝั่งรัชทายาทจะผลิตน้ำแข็งได้มากน้อยแค่ไหน

หลี่เฉิงเฉียนยิ้ม “มีให้ใช้ไม่หมดสิ้น”

คำพูดนี้ไม่ใช่การโอ้อวดเลย

การทำน้ำแข็งจากดินประสิว สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ วัตถุดิบเพียงอย่างเดียว ก็คือน้ำ

จะไม่เรียกว่ามีให้ใช้ไม่หมดสิ้นได้อย่างไร

“คำพูดขององค์รัชทายาท เป็นความจริงหรือ”

หัวใจของซูต่านสั่นไหว ถามย้ำอีกครั้ง

เมื่อได้ยินเข้าหูของเขา มันช่างดูเกินจริงไปมาก

“จริงยิ่งกว่าทองคำแท้” หลี่เฉิงเฉียนตอบกลับ แล้วเสริมว่า “หากข้าคิดจะทำอย่างเต็มที่ ประชากรทั้งล้านคนในเมืองฉางอัน ก็จะได้กินซูซานกันถ้วนหน้า”

“แน่นอนว่า หากเป็นเช่นนั้น เราก็จะไม่มีเงินให้หาแล้ว ของยิ่งหายากยิ่งมีค่า ย่อมไม่สามารถเปิดขายได้อย่างอิสระเช่นนี้”

“ครอบครัวของท่านพ่อตาเพียงอย่างเดียวไม่พอแน่นอน ยังต้องหาคนมาเข้าร่วมอีกมาก”

“ตามที่ข้าได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ แบ่งกันสี่หกส่วน โดยข้าจะเป็นผู้จัดหาน้ำแข็ง”

“ในร้านขายน้ำแข็ง ควรจะมีห้องใต้ดินสำหรับเก็บน้ำแข็งด้วย แบบนี้ก็ไม่ต้องขนส่งบ่อยเกินไป”

เมื่อได้ยินคำพูดของรัชทายาท ซูต่านก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย

หากมีน้ำแข็งมากถึงเพียงนี้ ธุรกิจซูซานจะต้องโด่งดังไปทั่วฉางอันอย่างแน่นอน

เงินทองในนั้น จะมากมายเกินกว่าจะจินตนาการได้

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ในมือของข้าก็ยังมีร้านค้าอยู่สิบกว่าร้าน ควรจะเปลี่ยนเป็นร้านขายซูซานให้หมด”

“อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ร้านขายซูซาน ควรจะรีบเปิด ไม่ควรจะชักช้า”

ซูต่านตัดสินใจลงไปทันที

หลี่เฉิงเฉียนกลับไม่รีบร้อน ไอศกรีมอย่างซูซาน ตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมา ก็ยังคงเป็นสินค้าขายดีมาตลอดจนถึงยุคหลังสองพันปี

ฤดูร้อนขายดี ฤดูหนาวก็ยังขายได้

เขาได้วางแผนไว้แล้วว่า นอกจากครอบครัวของท่านพ่อตาที่จะได้เข้าร่วมฟรีแล้ว คนอื่นที่จะเข้าร่วม จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ร้านละหนึ่งหมื่นเหรียญ

ไม่ต้องรอให้ซูซานขายดี ก็จะได้เงินมาหลายแสนเหรียญในพริบตา

ซูซานที่ขายในร้านขายน้ำแข็ง ทั้งขนาด รูปแบบ และราคา จะต้องมีมาตรฐานเดียวกัน

นี่ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันตัดราคากันเอง

“ท่านพ่อตาอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการสำนักราชเลขาธิการมาหลายปีแล้วสินะ”

หลังจากที่ตกลงเรื่องซูซานเสร็จแล้ว หลี่เฉิงเฉียนก็เปลี่ยนเรื่องถาม

ซูต่านจะไ่ม่รู้ได้อย่างไรว่า รัชทายาทกำลังจะเลื่อนตำแหน่งให้เขา

“แปดปีกว่าแล้ว”

น้ำเสียงของซูต่านเจือปนไปด้วยความรู้สึกมากมาย

ปีเจินกวนที่เก้า ลูกสาวแต่งงานกับรัชทายาท เป็นพระชายา ตอนนั้นเขาก็เป็นเลขาธิการสำนักราชเลขาธิการแล้ว

ตอนนี้ก็ปีเจินกวนที่สิบหกแล้ว เขาก็ยังคงเป็นเลขาธิการสำนักราชเลขาธิการอยู่

“ท่านพ่อตาคิดเห็นอย่างไรกับตำแหน่งรองเสนาบดีกรมตุลาการ”

หลี่เฉิงเฉียนพูดตรงๆ

“เรื่องนี้ย่อมต้องแล้วแต่ที่องค์รัชทายาทจะจัดการ”

ความประหลาดใจมาเร็วเกินไป ซูต่านเกือบจะรับไม่ทัน

ลำดับขั้นขุนนางในราชวงศ์ถังแบ่งออกเป็นเก้าขั้นสามสิบลำดับตามขั้นหลัก, รอง, สูง, ต่ำ

เลขาธิการสำนักราชเลขาธิการเป็นขุนนางขั้นห้ารองชั้นสูง, รองเสนาบดีกรมตุลาการเป็นขุนนางขั้นสี่รองชั้นสูง

นี่ก็เท่ากับว่าเลื่อนตำแหน่งข้ามไปถึงสี่ขั้น

ที่สำคัญที่สุดคือ จากตำแหน่งที่ดูแลหนังสือ กลายเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจจริง

รองเสนาบดีกรมตุลาการ เทียบเท่ากับรองประธานศาลฎีกาในยุคหลัง

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ซูต่านก็พูดต่อ “เพียงแต่ เกรงว่าทางฝั่งฝ่าบาทจะไม่เห็นด้วย”

หลี่เฉิงเฉียนกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ข้าจะไปคุยกับท่านลุง แล้วก็ท่านโหวซ่างซู ท่านพ่อตารอฟังข่าวดีได้เลย”

ท่านลุงก็คือจ่างซุนอู๋จี้ สมาชิกคนสำคัญของฝ่ายรัชทายาท พี่ชายของจักรพรรดินีจ่างซุน มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลี่เฉิงเฉียนมาโดยตลอด

ในประวัติศาสตร์หลังจากที่หลี่เฉิงเฉียนก่อกบฏล้มเหลว จ่างซุนอู๋จี้ถึงได้หันไปสนับสนุนจิ้นอ๋องหลี่จื้อ

หลี่เฉิงเฉียนต้องการจะเลื่อนตำแหน่งให้ท่านพ่อตา จ่างซุนอู๋จี้ย่อมต้องสนับสนุนอยู่แล้ว

โหวจวินจี๋เป็นเสนาบดีกรมขุนนาง ดูแลการเลื่อนตำแหน่งขุนนาง ก็เป็นคนของหลี่เฉิงเฉียนเช่นกัน ย่อมไม่ขัดขวาง

เมื่อทางจ่างซุนอู๋จี้กับโหวจวินจี๋ผ่านแล้ว หลี่ซื่อหมินย่อมไม่สร้างความลำบากใจให้รัชทายาทมากเกินไป

เมื่อได้ยินว่ารัชทายาทจะไปขอความช่วยเหลือจากจ่างซุนอู๋จี้กับโหวจวินจี๋ ซูต่านก็วางใจลงทันที

“ขอบพระทัยองค์รัชทายาทที่ทรงเมตตา”

——

หลังจากงานเลี้ยง สิ่งที่ควรจะตกลงกันก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

หลี่เฉิงเฉียนก็กลับวัง พาน้องเขยซูเชินไปด้วย

อำนาจของพรรคพวกเว่ยอ๋องนั้นใหญ่โตจริงๆ หลี่เฉิงเฉียนไม่รีบร้อน

เขาคือรัชทายาท มีความได้เปรียบในฐานะผู้สืบทอดโดยชอบธรรม เพียงแค่ค่อยๆ ทำลายลงไปก็พอ

เป้าหมายแรก ก็คืออำนาจที่ขยายออกไปจากจวนยงโจวของเว่ยอ๋อง

หลี่เฉิงเฉียนเคยคิดที่จะไปขอตำแหน่งผู้ครองแคว้นยงโจวจากหลี่ซื่อหมิน แต่รู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ได้รับ

กองกำลังที่รักษาเมืองฉางอันมีสามกลุ่ม นอกจากอำเภอฉางอันและว่านเหนียนภายใต้จวนยงโจวแล้ว ยังมีกององครักษ์จินอู๋และกรมตรวจการ

กรมตรวจการก็ไม่ต้องพูดถึง ชื่อเสียงของหลี่เฉิงเฉียนในหมู่ขุนนางตรวจการนั้นเหม็นเน่าไปนานแล้ว

กององครักษ์จินอู๋เป็นของหลี่ซื่อหมิน การเข้าไปยุ่งเกี่ยวจะทำให้เกิดความหวาดระแวงได้ง่าย

นอกจากนี้ ที่จะสามารถแทรกแซงกิจการของฉางอันได้ ก็มีเพียงกรมตุลาการเท่านั้น

ดังนั้นหลี่เฉิงเฉียนจึงต้องการจะผลักดันท่านพ่อตาให้ไปอยู่ในตำแหน่งรองเสนาบดีกรมตุลาการ

ตำแหน่งเสนาบดีกรมตุลาการนั้นค่อนข้างยาก ตอนนี้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมตุลาการคือซุนฝูเจีย จอหงวนคนแรกของระบบการสอบขุนนาง ได้รับความไว้วางใจจากหลี่ซื่อหมินอย่างสูง การจะโค่นเขาลงมานั้นยากมาก

ในตอนนี้ ตำแหน่งรองเสนาบดีกรมตุลาการก็เพียงพอแล้ว

อำนาจของพรรคพวกเว่ยอ๋องใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมหลังจากที่จิ้นอ๋องหลี่จื้อขึ้นครองราชย์แล้วถึงไม่ได้ก่อการที่ประตูเสวียนอู่

ว่ากันถึงที่สุดแล้วก็เกี่ยวข้องกับหลี่เฉิงเฉียน

พรรคพวกเว่ยอ๋อง เรียกได้ว่าสำเร็จเพราะหลี่เฉิงเฉียน ล้มเหลวก็เพราะหลี่เฉิงเฉียน

หลังจากที่การก่อกบฏถูกเปิดโปงและถูกปลด เดิมทีควรจะแต่งตั้งหลี่ไท่เป็นรัชทายาท หลี่ซื่อหมินก็เคยรับปากเขาต่อหน้าแล้ว

แต่หลี่ไท่กลับหัวทึบ พูดออกมาว่าจะฆ่าลูกชายเพื่อส่งต่อบัลลังก์ให้น้องชาย

ภายใต้การโน้มน้าวของฉู่ซุ่ยเหลียง หลี่ซื่อหมินเชื่อว่า หากหลี่ไท่ขึ้นครองราชย์ จะต้องฆ่าหลี่เฉิงเฉียนอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงเปลี่ยนไปแต่งตั้งหลี่จื้อ และใช้นโยบายแยกตัว

นั่นก็คือเปลี่ยนตำแหน่งของหลี่ไท่เป็นซุ่นหยางอ๋อง ย้ายไปอยู่ที่อำเภออวิ๋นเซียง เมืองจวินโจว

เมื่อพรรคพวกเว่ยอ๋องไม่มีเว่ยอ๋อง ก็ย่อมต้องแตกสลายไป

คนไม่อยู่ที่ฉางอันแล้ว จะมีโอกาสก่อการที่ประตูเสวียนอู่ได้อย่างไร

ดังนั้นวิธีที่เร็วที่สุดในการกำจัดพรรคพวกเว่ยอ๋อง ก็คือหลี่เฉิงเฉียนทำให้ตำแหน่งรัชทายาทของตัวเองถูกปลด

แต่หนทางนี้ง่ายเกินไป ไม่มีอะไรท้าทายเลย น่าเบื่อเกินไป

หลังจากกลับถึงวังบูรพา หลี่เฉิงเฉียนก็จัดให้น้องเขยซูเชิน ดำรงตำแหน่งในกององครักษ์ฝ่ายซ้ายของรัชทายาท, ตำแหน่งจงหลางเจียงในกองทหารรักษาพระองค์

ในต้นราชวงศ์ถัง รัชทายาทแห่งวังบูรพามีอำนาจทางการทหารอยู่ในมือจริงๆ ตามกฎที่หลี่หยวนได้กำหนดไว้ในสมัยนั้น การจัดกำลังของรัชทายาทหลี่เจี้ยนเฉิง

จนกระทั่งถึงสมัยบูเช็กเทียน สิบทัพของวังบูรพาถึงได้กลายเป็นเพียงแค่ของประดับ ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัชทายาทอีกต่อไป

สิบทัพของวังบูรพา เทียบเท่ากับกองทหารส่วนตัวของหลี่เฉิงเฉียน

ที่สำคัญที่สุดคือ แตกต่างจากสำนักราชเลขาธิการของรัชทายาท หลี่เฉิงเฉียนมีอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนแม่ทัพของสิบทัพได้โดยตรง

สิบทัพของวังบูรพาล้วนเป็นกองกำลังทหาร มีหัวหน้ากองทหารเป็นเพี่ยวฉีเจียงจวิน, รองหัวหน้ากองทหารเป็นเชอฉีเจียงจวิน

ทหารของสิบทัพแต่ละกองมีหน้าที่ของตัวเอง มีทหารองครักษ์ส่วนพระองค์, มีทหารลาดตระเวนในวัง, มีทหารเฝ้าประตูต่างๆ, มีขบวนเสด็จ

หัวหน้ากองทหารห้าสิบคนของวังบูรพาคุมกองกำลังทหารห้าหมื่นคน แต่ทหารส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านทำนาและฝึกซ้อม จะถูกเกณฑ์มาใช้งานเป็นกลุ่มละห้าถึงสิบสองคนสลับกันไป

นอกจากกองกำลังทหารแล้ว กำลังพลของสิบทัพก็มีประมาณสองพันคน

แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้ ทหารในวังบูรพาเหล่านี้ จะจงรักภักดีอย่างแท้จริงหรือไม่นั้น ก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

การเคลื่อนไหวต่อไปของหลี่เฉิงเฉียน ก็คือการจัดระเบียบสิบทัพของวังบูรพาใหม่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - หนทางที่เร็วที่สุดในการกำจัดศัตรู

คัดลอกลิงก์แล้ว