เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50: คำมั่นสัญญาของเพื่อนสมัยเด็ก

ตอนที่ 50: คำมั่นสัญญาของเพื่อนสมัยเด็ก

ตอนที่ 50: คำมั่นสัญญาของเพื่อนสมัยเด็ก


“แบบนี้ไม่ได้แล้ว, ไม่ดีสุดๆ........!”

มันผ่านมาได้สองสามวันแล้วหลังจากที่พวกเราเอาชนะมังกรทะเล

หลังจากที่พวกเขาติดต่อมาหาฉัน, ฉันก็ล่องเรือจากรอนดิเน่ไปที่ท่าของอัลบราโทร

อย่างไรก็ตาม, ฉันมีเรื่องบางอย่างที่รู้สึกกังวลใจสุดๆ

“เราลืมบอกเรื่องสำคัญแบบนี้กับหมอนั่นได้ยังไงกันนะ.......!”

ใช่แล้ว, ฉันลืมบอกเรื่องบางอย่างกับลีโอ

มันคือเรื่องที่ว่าเอวาตกหลุมรักเขา

ตอนนั้นมันมีปัญหาที่ต้องจัดการเยอะเกินไปฉันก็เลยลืมเรื่องส่วนตัวแบบนี้ไปซะสนิท

ถึงอย่างนั้นก็เถอะเขาคือลีโอนะเพราะฉะนั้นเขาน่าจะพอจัดการอะไรได้บ้างแต่นี่เป็นเรื่องของความรักระหว่างชายกับหญิง นี่อาจจะเป็นปัญหามากกว่าที่ฉันคิดก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้น, เอวาก็เป็นเจ้าหญิงด้วย

เห็นได้ชัดว่าลิเวียธานปรากฎตัวขึ้นหลังจากที่กองเรือของรอนดิเน่มาถึงท่าได้ไม่นาน ซึ่งนี่ก็หมายความว่าลีโอกับเอวาไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันในตอนนั้น อย่างไรก็ตาม, จนถึงตอนนี้มันผ่านมาได้สองสามวันแล้ว

จากนิสัยส่วนตัวของเอวานั้น, มันไม่มีทางหรอกที่เธอจะยังไม่รุก

“หวังว่าหมอนั่นจะหาวิธีรับมือได้นะ........”

ด้วยความคิดนี้, ฉันก็ลงมาที่ท่าของราชรัฐอัลบราโทร  และเนื่องจากกำหนดเอาไว้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่, ฉันก็เลยแกล้งแสดงเหมือนกับว่าฉันกำลังสนใจไปทั่ว

หลังจากนั้น, ลีโอก็เดินเข้ามาให้การต้อนรับเขา

และข้างๆเขา,

“เอิ่มม?”

เอวากำลังพูดคุยกับลีโออย่างสนุกสนาน

อะไรเนี่ย? เกิดอะไรขึ้นที่นี่?

ทำไมสองคนนี้ถึงดูเข้ากันได้ดีแบบนี้หล่ะ? ได้ยังไงกัน?

หรือว่าจะเป็นไอ้นั่น? ลีโอคิดว่าผู้หญิงมักจะชอบตามติดเขาเป็นปกติอยู่แล้วรึเปล่า?

ถ้าฉันตีความว่าลีโอสามารถตอบรับการรุกของเอวาได้อย่างเป็นธรรมชาติคงไม่ผิดใช่ไหม? เจ้าหมอนี่คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติแค่เพราะตัวเองหล่อใช่ไหม?

ในขณะที่ฉันกำลังสั่นสะพรึงกับไหวพริบของน้องชาย, เอวาก็เข้ามาทักทายฉัน

“เป็นเกียรติที่ได้พบค่ะ, องค์ชายอาร์โนลด์ ข้าคือเจ้าหญิงลำดับหนึ่งของอัลบราโทร, เอวาเจริน่า เดอ อัลบราโทรค่ะ พ่อของข้ากำลังยุ่งอยู่ข้าก็เลยมาให้การต้อนรับท่านแทนเขา ถ้าไม่สะดวกจะเรียกข้าว่าเอวาเฉยๆก็ได้ค่ะ”

“อ้ะ, อ่า, ยินดีที่ได้รู้จักนะ......”

“ข้าเองก็ดีใจที่ท่านพี่มาถึงที่นี่ได้อย่างปลอดภัย ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับท่านพี่เยอะเลยแหล่ะแต่ว่าท่านพี่อยากจะพักผ่อนก่อนรึเปล่า?”

“ก็ดีเหมือนกัน.....ข้ากำลังรู้สึกตกใจนิดหน่อย.....”

พอพูดจบ, ฉันก็มุ่งหน้าไปยังรถม้าที่พวกเขาเตรียมเอาไว้ให้

เห็นได้ชัดเลยว่า, เอวากับลีโอนั้นมีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำหลังจากนี้และออกไปที่ไหนซักแห่ง

อา, น่าเศร้าชะมัด

“น้องชายของเราเสียความบริสุทธิซะแล้ว......”

“องค์ชายกำลังพูดเรื่องอะไรหรอครับ?”

“อ้าว, มาร์คเองหรอ ได้ยินข้าด้วยหรอเนี่ย......ลีโอกลายเป็นเสือผู้หญิงซะแล้วสิ.....”

“ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าท่านสรุปไปแบบนั้นได้ยังไงแต่ถ้าข้าจำไม่ผิด, องค์ชายเองไม่ใช่หรอครับที่เป็นคนทำให้องค์หญิงเอวาตกหลุมรักเขา?”

“หืมม? เจ้าสังเกตเห็นด้วยหรอ?”

“ไม่ว่าใครก็มองออกทั้งนั้นแหล่ะครับ เธอมาถามพวกอัศวินเกี่ยวกับเรื่องของท่านและสีหน้าของเธอก็แสดงอาการของเด็กสาวที่กำลังตกหลุมรักซะขนาดนั้น”

“เข้าใจหล่ะ มันคงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายจริงๆแหล่ะนะ”

แบบนี้ก็แสดงว่า,

ฉันจ้องไปที่มาร์คด้วยสีหน้าจริงจัง

“ครับ ข้าเป็นคนบอกองค์ชายลีโอนาร์ดเอง”

“โอ้, เจ้าก็มีความสามารถไม่เบาเลยนะเนี่ย?”

“นี่ท่านคิดว่าข้าเป็นคนไร้ความสามารถหรอครับ?”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก งั้นหรอ, เข้าใจหล่ะ, เข้าใจหล่ะ เจ้าช่วยข้าเอาไว้จริงๆ.....นี่มันช่วยทำให้ข้าโล่งใจสุดๆ”

“ข้าเองก็ดีใจที่สามารถช่วยท่านได้ครับ แต่เรื่องถัดจากนี้เป็นเรื่องที่ข้าไม่สามารถทำอะไรได้เพราะฉะนั้นข้าจึงรู้สึกดีใจที่สามารถช่วยผ่อนคลายความเครียดขององค์ชายได้ด้วยเรื่องนี้”

พอพูดจบ, มาร์คก็เปิดประตูรถม้า

ข้างในนั้นมีเอลน่าที่กำลังทำหน้าหงุดหงิดอยู่

เป็นเวลาพักนึง, ที่ฉันเริ่มคิดอยากจะหนีแต่เนื่องจากไม่มีโอกาสที่ฉันจะหนีจากเธอได้ถ้าไม่ใช่เวทย์เคลื่อนย้ายฉันจึงยอมถอดใจ

“....มาร์ค ตอนนี้ข้ามีเรื่องให้กังวลกว่าเดิมแล้วหล่ะ”

“เรื่องอะไรหรอครับ?”

“ฟังข้าให้ดีๆแล้วจงตกใจซะ ตอนนี้ชีวิตของข้ากำลังตกอยู่ในอันตราย”

“ก็ปกตินี่ครับ ถ้าชีวิตขององค์ชายตกอยู่ในอันตรายข้าก็จะช่วยเหลือท่านอีกครั้งเพราะฉะนั้นวางใจได้ครับ”

“มันแปลกไม่ใช่รึไงที่เจ้ามองว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ!? ยิ่งไปกว่านั้น, ถ้าเกิดข้าถูกฆ่าตายในทันทีเจ้าก็คงช่วยไม่ได้ไม่ใช่หรอ!?”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เธอจะค่อยเป็นค่อยไปกับท่าน”

พอพูดจบ, มาร์คก็ผลักหลังของฉัน

และโดยที่ไม่สามารถต่อต้านได้, ฉันก็ถูกผลักเข้ามาข้างในรถม้าและถูกทิ้งเอาไว้ให้อยู่กับเอลน่า

“......ง, ไง........”

“.........”

เอลน่ายังคงเงียบอยู่

ดูเหมือนว่าเธอจะโกรธจริงๆสินะ

ฉันรู้ว่าทำไม มันน่าจะเป็นเพราะฉันไปบอกซิลเวอร์เกี่ยวกับจุดอ่อนของเธอ

ในขณะที่ถูกจ้องเงียบๆแบบนี้, ฉันก็นั่งลงข้างหน้าเธอด้วยความรู้สึกอึดอัด

จากสิ่งที่ฉันเห็น, ดูเหมือนว่าจะมีบาเรียป้องกันเสียงอยู่รอบตัวพวกเราด้วย บาเรียนี้มักจะถูกนำมาใช้ในตอนที่ต้องการพูดคุยเรื่องส่วนตัว

ในขณะที่ฉันกำลังคิดว่านี่ต้องเป็นการพูดคุยที่ยาวนานแน่ๆ, เอลน่าก็ปริปากพูด

“มีอะไรจะพูดรึเปล่า?”

“อ่า เอ่ออ, เจ้าได้รับบาดเจ็บรึเปล่า?”

“!? มะ, ไม่มีทางที่ข้าจะได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว! นี่เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกัน!?”

เอลน่าตะโกนด้วยสีหน้าขุ่นเคืองเล็กน้อย, และดูเหมือน่วาเธอจะคิดไม่ถึงว่าฉันจะตอบแบบนี้เธอจึงพึมพำออกมา

“อยากจะบ้าตายจริงๆ.....”

“แม้แต่เจ้าก็บาดเจ็บได้เหมือนกันไม่ใช่รึไง? แน่นอนว่า, โอกาสมันน้อยมากๆถ้าเจ้าต่อสู้กับคนธรรมดาแต่ครั้งนี้สนามต่อสู้หลักมันอยู่ในทะเลไม่ใช่หรอ? เพราะแบบนี้แหล่ะข้าถึงเป็นห่วง ข้าอาจจะยุ่มย่ามไปหน่อยแต่ข้าก็ขอให้ซิลเวอร์ช่วยดูแลเจ้า ถ้าเจ้าไม่ชอบแบบนั้นข้าก็ขอโทษด้วยแล้วกัน ขอโทษนะ, แต่คนๆเดียวที่จะเป็นห่วงเจ้าก็มีแค่ข้าเท่านั้น, ถูกไหม? เจ้าเป็นเพื่อนสมัยเด็กคนสำคัญเพราะฉะนั้นอย่างน้อยก็ขอให้ข้าได้เป็นห่วงเจ้าเถอะ”

“....อะไรกันเล่า.....แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย.....ถ้าตอนนี้ข้าโกรธเจ้า, มันก็ดูเหมือนข้าทำตัวขี้โมโหไม่ใช่หรอ”

“ไม่หรอก, เจ้าก็ขี้โมโหอยู่แล้วไม่ใช่หรอ หลังจากที่ผ่านมาถึงขนาดนี้เจ้าจะมาพูดอะไรอีก”

“อัล~? ถ้าเจ้าพูดอะไรไม่เข้าเรื่องเจ้าจะโดนตัดลิ้นนะรู้ไหม~?”

“ครับคุณผู้หญิง.....ข้าจะไม่พูดอะไรไม่เข้าเรื่องอีกแล้วครับ......”

เอลน่าดึงดาบออกมาเล็กน้อยแล้วขู่ฉันด้วยรอยยิ้ม

อำนาจการขู่ของเธอนั้นเหมือนกับมังกรคำรามเลย, ใครก็ตามที่จิตอ่อนคงจะหมดสติไปอย่างแน่นอนถ้าพวกเขาต้องมาเผชิญหน้ากับเอลน่าในสภาพนี้

อย่างไรก็ตาม, ตรงข้ามกับฉันที่กำลังหวาดกลัวอยู่, เอลน่ากลับมีรอยยิ้มที่สดใสอยู่บนหน้า นี่มันอะไรกันเธอหน้าบึ้งมาตลอดตั้งแต่ตอนที่ฉันขึ้นรถม้ามาแท้ๆ

ตอนนี้เธอดูเหมือนกำลังอารมณ์ดีอยู่เลย

“เอาเถอะช่างมันแล้วกัน ข้าจะปล่อยวางเรื่องที่เจ้าบอกนักผจญภัยสวมหน้ากากนั่นเกี่ยวกับจุดอ่อนของข้า แต่รู้รึเปล่าว่าข้าไม่ได้หงุดหงิดเรื่องนั้นหรอก? เจ้ารู้ไหมว่าข้าอยากจะพูดอะไร?”

พอพูดจบ, เอลน่าก็จ้องตรงมาที่ฉัน

เธออาจจะขู่ฉันมาจนถึงตอนนี้แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังขุ่นเคืองอยู่ อย่างไรก็ตาม, ตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว

ด้วยการรับความหงุดหงิดและสายตาที่ไม่ค่อยพอใจของเธอ, ฉันก็ถอนหายใจออกมา

“ซิลเวอร์บอกเจ้าไปแค่ไหน?”

“เขาบอกว่าเจ้ากับเขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกัน และเนื่องจากเจ้ายอมบอกเขาเกี่ยวกับจุดอ่อนของข้า, ก็แสดงว่าเจ้าต้องไว้ใจเขาในระดับนึงใช่ไหม? นี่พวกเจ้ากำลังวางแผนทำอะไรกันอยู่?”

“.....ข้าต้องพูดจริงๆหรอ?”

“ใช่, ต้องพูด ถ้าเจ้าไม่ยอมพูดข้าจะโยนเจ้าออกจากรถม้าคันนี้”

“งั้นหรอ......แบบนั้นก็คงช่วยไม่ได้หล่ะนะ......ข้ากับซิลเวอร์มีเป้าหมายเดียวกันนั่นก็คือการทำให้ลีโอได้เป็นจักรพรรดิและพวกเราก็กำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังฉากเพื่อเป้าหมายนี้”

“หลังฉากหรอ.......?”

“ใช่, มันก็เหมือนการเคลื่อนไหวอย่างหลบๆซ่อนๆที่เจ้าเกลียดนั่นแหล่ะ ข้าใช้สถานะของตัวเองในฐานะราชวงศ์ในขณะที่เขาใช้สถานะของตัวเองในฐานะนักผจญภัยแรงค์ SS ในบางโอกาสพวกเราจะใช้มันเพื่อเพิ่มพันธมิตรของพวกเราโดยทำให้เหมือนกับว่าการเจอพวกเรานั้นเป็นเรื่องบังเอิญ พวกเราได้ตัวดยุคไคลเนลต์มาก็ด้วยวิธีนี้เหมือนกัน”

เอลน่ารู้ว่าฉันพยายามทำให้ลีโอได้เป็นจักรพรรดิอยู่

แน่นอน, เธอรู้ว่าพวกเรากำลังต่อสู้กับขุมอำนาจอีกสามกลุ่มที่เหลือด้วย

อย่างไรก็ตาม, เธอคิดว่าฉันแค่ทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วยของลีโอ

นอกจากเรื่องนั้น, เอลน่าคงไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าฉันกำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังฉากด้วยความช่วยเหลือของนักผจญแรงค์ SS ตอนนี้, เอลน่าถึงกับพูดไม่ออก

“ข้าได้ติดต่อกับซิลเวอร์ในตอนที่แวมไพร์โจมตีพวกเราที่ฝั่งตะวันออกด้วย ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เขากำลังเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนลีโออยู่ แต่ถ้าลีโอติดต่อกับซิลเวอร์โดยตรงมันจะดูเด่นเกินไปหน่อย ดังนั้นบทบาทของข้าก็คือการปกปิดความสัมพันธ์นี้”

“.....ลีโอรู้เรื่องนี้รึเปล่า?”

“ข้าบอกเขาไปแล้วแต่เขาไม่ได้รู้เรื่องการเคลื่อนไหวหลังฉากที่พวกเราทำ อันที่จริงครั้งนี้ซิลเวอร์อยู่ทางใต้มาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น, ข้าก็ขอให้เขากลับไปที่เมืองหลวงของจักรวรรดิเพื่อใช้เรื่องนี้เป็นข้อได้เปรียบของพวกเราในสงครามผู้สืบทอด เขาทำการติดต่อกับฟีเน่และหยุดอีกสามคนที่เหลือไม่ให้เอากองทัพจักรวรรดิเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือพูดอีกนัยนึงก็คือ, ข้าให้ความสำคัญกับสงครามผู้สืบทอดมาก่อนประชาชนมากมายที่ต้องเสียสละชีวิตของตัวเองในครั้งนี้”

“.....เจ้าทำแบบนี้ก็เพื่อเอาชีวิตรอดใช่ไหม? นี่เจ้า.....คิดจริงๆหรอว่าพวกพี่ๆของเจ้าจะฆ่าเจ้ากับลีโอจริงๆ?”

นี่คือการยืนยันครั้งสุดท้ายของเอลน่า

ฉันเคยบอกเรื่องนี้กับเอลน่าไปแล้วแต่มันก็ยังมีความสงสัยอยู่ในใจเธอ เกี่ยวกับความจริงที่ว่าฉันเกือบถูกลอบสังหารนั้น, มันยังมีความสงสัยอยู่ในใจเธอที่ทำให้เธอคิดว่ามันไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นเอาชีวิตของฉัน เธอคิดว่าบางทีมันอาจจะเป็นแค่การทำเพื่อขู่ฉันก็ได้

อย่างน้อยที่สุดนี่ก็คือความคิดของเธอในตอนที่เธออยู่กับพวกเรา หรือพูดอีกนัยนึงก็คือ, มันไม่มีเรื่องแบบนั้นในตอนที่มงกุฎราชกุมารยังมีชีวิตอยู่

เอริคตั้งใจทำงานเคียงคู่กับมงกุฎราชกุมาร, เขาไม่ได้เป็นพี่ชายที่จะพิจารณาเรื่องการฆ่าใครได้ กอร์ดอนเป็นคนที่ซื่อสัตย์, นักรบที่ซื่อตรง และซานดร้าเองก็พยายามอย่างหนักในฐานะนักเวทย์

ใช่แล้ว ตอนนั้นมีแต่ความสงบสุข

อย่างไรก็ตาม, บัลลังก์ก็ว่างลงในตอนที่มงกุฎราชกุมารตาย ความทะเยอทะยานของทั้งสามคนที่ถูกปิดกั้นเอาไว้ด้วยฝาครอบขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่ามงกุฎราชกุมารได้เอ่อล้นออกมา

หลังจากหลายปีของการต่อสู้กันเอง, พวกเขาทุกคนก็สูญเสียความใจดีของตัวเองไป

ฉันสามารถยืนยันได้เลย

“พวกเขาจะฆ่าทั้งข้าแล้วก็ลีโออย่างแน่นอน รวมถึงทุกคนที่อยู่รอบตัวพวกเราด้วย....นี่คือสาเหตุที่ไม่ว่าจะต้องทำอะไร, ข้าก็จะทำให้ลีโอได้เป็นจักรพรรดิ ข้าบอกเจ้าไปตั้งแต่ตอนงานเทศกาลแล้วไม่ใช่หรอ? อย่าเอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เจ้าเกือบจะข้ามเส้นกั้นที่อันตรายมาแล้วนะ ถ้าเจ้าช่วยพวกเรามากไปกว่านี้อีกบ้านแอมส์เบิร์กก็จะถูกพวกเขามองเป็นศัตรูด้วย เจ้าจะโอเคกับเรื่องนั้นจริงๆหรอ?”

“.....บ้านแอมส์เบิร์กจะไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ได้......ข้าถูกสอนมาตั้งแต่ยังเด็กว่าพวกเรามีชีวิตอยู่ในฐานะดาบเท่านั้น”

“ใช่แล้ว คิดแบบนั้นฉลาดที่สุด ไม่ว่ายังไง, บ้านผู้กล้าหาญก็แข็งแกร่งเกินไป”

“แต่.....ข้าตัดสินใจแล้วแหล่ะ, อัล นี่คือสิ่งที่ข้าตัดสินใจว่าจะไม่ยอมละทิ้งมาตั้งนานแล้ว”

“ตัดสินใจอะไร?”

เอลน่าสูดหายใจเข้าลึกๆ

ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังจะพูดเรื่องที่ฟังดูอุกอาจออกมา

แต่ฉันไม่สามารถห้ามเธอได้

ฉันไม่เคยห้ามเธอได้มาตั้งนานแล้ว

“ข้าจะไม่ทิ้งอัล ข้าสาบานในเรื่องนี้มาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ข้าจะไม่มีวันทำลายคำมั่นนี้ต่อให้ข้าต้องเป็นปฏิปักษ์กับองค์จักรพรรดิก็ตาม ถ้าเจ้าอยากให้ลีโอนั่งบนบัลลังก์จริงๆข้าก็จะขอร่วมมือกับเจ้าด้วย ถ้าเจ้ายอมทำทุกอย่างข้าเองก็จะยอมเหมือนกัน ถ้าตระกูลของข้าเข้ามาขัดขวาง, ข้าก็ไม่หวั่นที่จะต้องทิ้งนามสกุลของตัวเองไป สำหรับข้าแล้วคำมั่นสัญญานี้สำคัญเกินกว่าสิ่งอื่นใดทั้งนั้น”

“....เจ้าหมดคุณสมบัติในฐานะอัศวินหลวงแล้วนะรู้รึเปล่า ต่อให้เจ้าไม่ได้เป็นนายหญิงแห่งบ้านผู้กล้าหาญแล้วเจ้าก็จะไม่เป็นไรจริงๆหน่ะหรอ?”

“ข้าค่อนข้างดื้อนะ เจ้าก็น่าจะรู้นี่?”

“ก็รู้อยู่หรอก.....เอาจริงๆ, ข้าก็รู้สึกขอบคุณอยู่ที่เจ้ายอมร่วมมือกับพวกเราถึงขนาดนี้แต่ข้าอยากให้เจ้าอยู่สงบๆต่อไปอีกสักพัก ถ้าบ้านผู้กล้าหาญแสดงตัวว่าอยู่ฝั่งเราอย่างเปิดเผย, ขุมอำนาจของเราก็จะจบลงที่การกลายเป็นขุมอำนาจที่โดดเด่นที่สุด และถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆอีกสามฝ่ายที่เหลือจะต้องโจมตีพวกเราจนสุดตัวอย่างแน่นอน”

“ไอ้นั่นข้าก็พอเข้าใจอยู่หรอก ข้าจะร่วมมือกับเจ้าในขณะที่คอยระวังไม่ให้ถูกจับได้ก็แล้วกัน”

“สำหรับเจ้าคงไม่ไหวหรอกมั้ง”

“อย่าทำเหมือนกับข้าเป็นคนโง่นะ! ข้าสามารถทำได้ดีเลยหล่ะรู้เอาไว้ด้วย!”

พอพูดจบ, เอลน่าก็ยืดอกขึ้น

ไม่ว่าฉันจะมองยังไง, มันก็ดูไม่น่าเชื่อเลย

แต่ช่างมันเถอะ

เอลน่าคือดาบ, มันขึ้นอยู่กับว่าคนที่ถือครองเธอนั้นใช้งานเธอได้ดีแค่ไหน

“เอาหล่ะ! ในที่สุดก็รู้สึกโล่งซักที! ถ้าในเมื่อตัดสินใจแล้วก็มาพยายามให้เต็มที่แล้วกันนะ”

“ข้าพึ่งบอกให้เจ้าอยู่สงบๆเองนะ.......”

“กระตือรือร้นซักหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกหน่า อ้ะ, ใช่แล้ว ในเมื่อข้าร่วมมือกับเจ้าแล้วเจ้าก็ห้ามมีความลับกับข้านะโอเคไหม เจ้าไม่มีอะไรปกปิดข้าแล้วใช่รึเปล่า? ถ้ามีก็พูดออกมาให้หมดซะตั้งแต่ตอนนี้แล้วข้าจะยอมยกโทษให้”

“อืมม....อ้ะจริงด้วย ข้าเคยเอาไข่มุกให้เจ้าในตอนที่ได้เป็นอัศวินหลวงใช่ไหม?”

“ก็ใช่อยู่หรอก, เจ้าตามหาไปทั่วทุกที่เพื่อซื้อมันมาให้ข้าใช่ไหม?”

“อันที่จริง, เพราะมันดูวุ่นวายข้าก็เลยให้ลีโอไปซื้อมันให้ข้—ห เหวอออ!?”

“เลวที่สุด!”

พอถูกต่อยเข้าที่ท้อง, ฉันนอนหมดสภาพอยู่ข้างในรถม้า

ไหนบอกว่าจะยกโทษให้ไง.........

ฉันพูดคำพวกนั้นออกมาไม่ได้

ในขณะที่กำลังแสดงใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด, ฉันก็รู้สึกโล่งอกที่สามารถปกปิดส่วนที่สำคัญจากเธอได้

ฉันสามารถปกปิดความจริงที่ว่าซิลเวอร์กับฉันเป็นคนๆเดียวกันเอาไว้ได้และได้เธอมาร่วมมือด้วยอย่างเต็มตัว

จบบทที่ ตอนที่ 50: คำมั่นสัญญาของเพื่อนสมัยเด็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว