เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48: ผู้กล้ากับนักผจญภัยสวมหน้ากาก

ตอนที่ 48: ผู้กล้ากับนักผจญภัยสวมหน้ากาก

ตอนที่ 48: ผู้กล้ากับนักผจญภัยสวมหน้ากาก


“อย่าเป็นตัวถ่วงหล่ะเข้าใจไหม? นักผจญภัยสวมหน้ากาก”

“นั่นควรจะเป็นประโยคของข้ามากกว่านะ, ผู้กล้าหญิง”

“หา!? ไม่มีทางที่ข้าจะเป็นตัวถ่วงอยู่แล้วไม่ใช่รึไง!?”

“จะใช่แน่เรอะ? เมื่อซักครู่นี้ดูเหมือนจะตึงมืออยู่ไม่ใช่หรอ? ช่วยเป็นคนซื่อตรงแล้วขอบคุณข้าซักครั้งที่อุตส่าห์พาตัวแทนขององค์จักรพรรดิมาที่นี่ไม่ได้รึไง?”

ไหล่ของเอลน่าสั่นเพราะคำพูดแหย่ของฉัน

อา, เธอโกรธแล้ว, โกรธแล้วจริงๆ

ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับปฏิกิริยาเช่นนี้จากเอลน่า, แนก็ร่ายบาเรียป้องกันและบาเรียรักษาคลุมทั้งเมืองหลวงของอัลบราโทร

ผ่านความพยายามของเอลน่า, ดูเหมือนว่าพื้นที่ที่ประชาชนไปรวมตัวกันอยู่นั้นจะไม่ได้รับความเสียหายเลย อย่างไรก็ตาม, ยังมีคนเจ็บและพวกที่ยังไม่ได้อพยพอยู่อีกหลายคน

แต่ถึงยังไงตอนนี้พวกเขาก็ใจเย็นลงกว่าตอนแรกแล้ว

ซึ่งนี่เป็นเพราะสุนทรพจน์ที่เว่อวังของท่านพี่เทราในตอนที่เขายินยอมให้เอลน่าใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์, ผู้คนในเมืองหลวงได้รับแจ้งแล้วว่าความช่วยเหลือมาถึงแล้ว

เขาอาจจะไม่ได้มุ้งหวังให้เป็นแบบนี้ เหตุผลครึ่งนึงสำหรับสุนทรพจน์ของเขานั้นมาจากนิสัยส่วนตัวและอีกครึ่งที่เหลือก็เป็นการแสดงเพื่อมอบคำยินยอมให้เอลน่า มันคือบทบาทของท่านพี่เทราในการทำตัวให้ดูยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักดิ์ศรีและการปรากฎตัวของจักรวรรดิ

แต่ไม่ว่ายังไง, มันก็ต้องขอบคุณท่านพี่เทราที่ช่วยให้ความสับสุนวุ่นวายในเมืองหลวงลดน้อยลง

ถ้าเขาไม่ได้มีนิสัยส่วนตัวที่ดูน่าผิดหวังแบบนั้นฉันก็คงอยากสนับสนุนเขาให้กลายเป็นจักรพรรดิจริงๆ

“นี่เจ้าฟังอยู่รึเปล่า!? ซิลเวอร์!”

“หืม? อะไร? เจ้าพูดอะไรหรอ?”

“หึ, เข้าใจหล่ะ.....เจ้าอยากจะบอกว่าคำพูดของข้าไม่คู่ควรกับการฟังของเจ้าสินะ?”

เอลน่ายิ้มในขณะที่เส้นเลือดที่ศรีษะของเธอเริ่มปูดขึ้นมา

ฉันยิ้มให้เธออย่างเหนื่อยใจแล้วถามเธอ

“ขอโทษด้วยละกัน ข้ากำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ เกี่ยวกับเรื่องนั้น หรือว่าเจ้ากำลังถามวิธีเอาชนะมังกรทะเลอยู่?”

“ถ้าเจ้าเข้าใจก็ตอบคำถามมาได้แล้ว เจ้ามีแผนอะไรรึเปล่า? ถ้าไม่มี, พวกเรามาทำตามแผนของข้าคงไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“เอาเถอะ, ก็ใช่ว่าจะไม่มีหรอกแต่มาดูกันดีกว่าว่าแผนของผู้กล้าหาญเป็นยังไง เจ้าอยากให้ข้าทำอะไรหล่ะ?”

“สำหรับตอนนี้, ข้าอยากให้เจ้าเพ่งสมาธิไปที่การป้องกันเมืองหลวงและดึงดูดความสนใจของมัน ส่วนข้าจะเป็นคนไปผ่าเจ้ามังกรนั่นด้วยตัวเอง”

“จะใช้ข้าเป็นตัวล่อสินะ แผนแบบนี้นี่สมกับเป็นเจ้าจริงๆ”

พอพูดจบ, ฉันก็ก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย

บางทีเธอคงเข้าใจว่าฉันรับรู้แล้ว, เอลน่าถอยห่างจากฉัน

[ไม่นึกเลยนะเนี่ยว่าจะมีมนุษย์ที่สามารถรับกระสุนน้ำของข้าได้ด้วย ข้ารู้สึกประหลาดใจจริงๆ]

“ข้าก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ มังกรเป็นมอนส์เตอร์ที่มีสติปัญญาสูง ทำไมเจ้าถึงเลือกเข้าปะทะกับมนุษย์โดยตรงแบบนี้?”

[เหอะ, พวกมันบังคับให้ข้าจำศีล ถ้าข้าเอาคืนให้กับการเหยียดหยามนี้ไม่ได้ข้าก็คงจะสูญเสียความภาคภูมิใจในฐานะมังกรไปแล้ว ข้าคือมังกรที่ปกครองเหนือสิ่งมีชีวิตทั้งปวง! เจ้าคิดว่าข้าจะทนให้มนุษย์ดูถูกแบบนี้ได้รึไง!]

“ความภาคภูมิใจสินะ....ไร้สาระชะมัด นี่ความภาคภูมิใจมันสำคัญกว่าชีวิตของเจ้าถึงขนาดนั้นเลยหรอ?”

[เจ้าพูดเหมือนกับว่าสามารถเอาชนะข้าได้เลยนะ?]

“ชนะได้สิ อย่าดูถูกมนุษย์จะดีกว่า”

ในตอนนั้นเอง, กระสุนน้ำจำนวนมหาศาลก็ปรากฎขึ้นเบื้องหน้าลิเวียธาน

มันไม่ใช่แค่หลักร้อยหรือสองร้อย นี่หมายความว่าก่อนหน้านี้มันไม่ได้เอาจริงเลยสินะ?

[ข้าจะพูดซ้ำอีกครั้ง ข้าจะไม่ยอมทนให้มนุษย์ดูถูกแบบนี้!]

“ถ้างั้นข้าก็ขอตอบคำถามซ้ำอีกรอบ อย่าดูถูกมนุษย์”

ด้วยคำพูดนี้, ฉันก็ปล่อยวงเวทย์ออกมาข้างหลังฉันในจำนวนพอๆกัน

เนื่องจากมันไม่สามารถเอาชนะฉันได้ด้วยการโจมตีเดียว, บางทีมันคงคิดว่าสามารถเอาชนะฉันได้ด้วยจำนวน

“ดูเหมือนว่าเรื่องจำนวนข้าก็ชนะเหมือนกันใช่ไหม?”

[หนอยเจ้ามนุษย์!!]

กระสุนน้ำกับเวทมนตร์จำนวนนับไม่ถ้วนปะทะกันบนฟ้าเหนือเมืองหลวง

มันเหมือนอยู่ในสนามรบเลย

มันคือการต่อสู้วัดความอดทนที่หากใครขาดความแน่วแน่ก็จะถูกอีกฝ่ายจัดการได้ในทันที ถ้าจำนวนเข้าปะทะมีไม่พอลิเวียธานก็จะเพิ่มกระสุนน้ำเข้ามาอีกและฉันก็จะเพิ่มเวทมนตร์ขึ้นเรื่อยๆเพื่อไล่ตามการเปลี่ยนแปลงนี้

มีประกายไฟหลากหลายสีกระจายอยู่เต็มท้องฟ้า

ถ้ามีคนที่ไม่รู้สถานการณ์มาเห็น, พวกเขาอาจจะคิดว่านี่เป็นงานจัดแสดงดอกไม้ไฟก็ได้

[หนอย! อวดดียิ่งนัก!]

ลิเวียธานอ้าปากกว้าง

กระสุนน้ำที่ปล่อยออกมาจนถึงตอนนี้เป็นแค่สิ่งที่สร้างขึ้นโดยใช้พลังของมัน, พวกมันไม่ใช่การโจมตีพิเศษของมังกร, ‘ปราณมังกร’

ในที่สุดก็ตัดสินใจใช้ไพ่ตายแล้วสินะ

ในขณะที่ความคิดพวกนี้เข้ามาในหัวของฉัน, น้ำก็เริ่มอัดแน่นขึ้นเรื่อยๆข้างในปากของลิเวียธาน มันถูกบีบอัดเป็นลูกบอลลูกเล็กๆ, และจากตรงนั้น, ปราณวารีก็ถูกยิงออกมาเหมือนกับลำแสง

ฉันพยายามซ้อนเวทย์ป้องกันเพื่อเบี่ยงมันออกแต่ปราณวารีก็ทำเหมือนกับว่าไม่มีโล่อยู่เพราะปราณวารีนั้นเจาะทะลวงทุกสิ่งและเข้ามาใกล้ฉันขึ้นเรื่อยๆ

“เอาจริงดิ!?”

หลังจากที่ฉันรีบหลบออก, ปราณวารีก็พุ่งผ่านจุดที่ฉันเคยยืนอยู่และเจาะภูเขาที่อยู่ข้างหลังเมืองหลวงได้อย่างง่ายดาย

“เกือบแล้วเชียว.....”

ในขณะที่มองภาพนี้, เหงื่อของฉันก็เริ่มไหล

เล่นเจาะเวทย์ป้องกันที่ฉันซ้อนเอาไว้ตั้งหลายชั้นแบบนี้เลยหรอ, พลังนั่นมันไม่บ้าบอเกินไปรึไง?

มันคือการบีบอัดน้ำอย่างสุดขีดจนเหมือนกับเป็นใบมีดน้ำงั้นหรอ? นี่มันคือดาบศักดิ์สิทธิ์เวอร์ชันลิเวียธานสินะ

มันสามารถเจาะทะลวงอะไรก็ได้เหมือนกับหั่นเนย

ถ้าเป็นแบบนี้หล่ะก็ยืนป้องกันต่อไปคงจะเสียเปรียบ รุดหน้าเข้าไปแล้วรีบจบเรื่องนี้น่าจะดีกว่า

แต่ก็ตามที่คาดเอาไว้, การโจมตีแบบนั้นดูเหมือนจะยิงติดต่อกันไม่ได้สินะ

ลิเวียธานเริ่มกระหน่ำกระสุนน้ำใส่ฉันอีกครั้ง ฉันเงยหน้าขึ้นไปข้างบนในขณะที่ป้องกันมัน

เอลน่ากำลังรวบรวมสมาธิอยู่บนนั้น

ดูเหมือนว่าเธอตั้งใจจะผ่ามังกรจริงๆสินะ ตั้งแต่ที่เห็นเอลน่าเพ่งสมาธิแบบนี้เมื่อครั้งก่อนนี่มันก็ผ่านมาซักพักแล้ว

แต่ว่า,

“ช่วยเร่งหน่อยได้ไหม.....”

ฉันบ่นในขณะที่คอยปัดกระสุนน้ำที่เทียบกับลูกที่เคยใช้กับท่านพี่เทราไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตาม, ตอนนี้เสียงแบบนั้นคงเข้าไปไม่ถึงหูของเอลน่า

ในตอนที่ลิเวียธานกับฉันปะทะกันไปได้พักนึง,

เอลน่าก็ดิ่งลงมาจากท้องฟ้า แน่นอนว่าเป้าหมายของเธอคือลิเวียธาน

[อย่าได้ใจไปหน่อยเลย!!]

ลิเวียธานยิงกระสุนน้ำใส่เอลน่าแต่เธอก็หลบมันได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย

จากนั้นเธอก็เหวี่ยงดาบศักดิ์สิทธิ์ของเธอใส่ศรีษะของลิเวียธาน

พอเห็นดาบศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังเจิดจ้า, ลิเวียธานก็ตัดสินว่ามันคือภัยคุกคาม

ลิเวียธานบิดร่างของมันเพื่อหลบคมดาบที่กำลังเข้ามา อย่างไรก็ตาม, ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตของลิเวียธาน, มันจึงไม่สามารถหลบได้ทั้งหมด

ร่างกายส่วนนึงของมันถูกเฉือนออกอย่างรุนแรงพร้อมกับปีกซ้ายของมัน

[กรี๊ซซซ!!??]

ด้วยความเจ็บปวดและความประหลาดใจ, ลิเวียธานก็ดำลงไปในทะเล

ตอนนี้ได้จังหวะแล้ว, เธอน่าจะไล่ตามมันไปได้ในทันทีเพื่อปลิดชีวิตมันแต่ว่า....

“ยัยนั่น....”

เอลน่าดิ่งลงไปพยายามที่จะปิดฉากแต่ก็ตามที่ฉันคิดเอาไว้, เธอยังกลัวน้ำอยู่เพราะฉะนั้นเธอจึงหักเลี้ยวด้วยมุมแปลกแล้วลอยกลับขึ้นไปบนฟ้า

ฉันมุ่งหน้าไปหาเอลน่า

“พอเจอทะเลแล้วเจ้านี่ไร้ประโยชน์ไปเลยนะ”

“หุปปากซะ! อะไรที่มันกลัวมันก็กลัวอยู่ดีไม่ใช่รึไง!?”

ร่างกายส่วนใหญ่ของลิเวียธานจมลงไปในทะเลแล้ว การจะปิดฉากมันนั้นทำได้แค่จากระยะประชิดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม, เอลน่าทำแบบนั้นไม่ได้

นี่เธอเพ่งสมาธิตั้งนานเพื่อให้เป็นแบบนี้เนี่ยนะ? เอาเถอะ, ถ้าเธอไม่สามารถจัดการมันได้ด้วยการโจมตีเดียว, เธอก็ต้องเข้าใกล้ทะเลเพื่อปิดฉากมันอยู่แล้ว

จริงๆเลย, ยัยนี่.....

“ช่วยไม่ได้หล่ะนะ มาสลับหน้าที่กันเถอะ”

“อ, อย่ามาทำเป็นล้อเลียนข้านะ! เจ้าทำหน้าที่เป็นตัวล่อเหมือนเดิมนั่นแหล่ะข้าจะจัดการปิดฉากเอง, ไม่ยอมสลับหน้าที่หรอก!”

ในขณะที่พูดนั้น, เอลน่าไม่แม้แต่จะพยายามเข้าใกล้ลิเวียธานเลย

ในขณะที่ฉันถอนหายใจอย่างเอือมระอา, เอลน่าก็นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกระทันหัน

นั่นก็คือ,

“ซิลเวอร์.....เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าไม่ค่อยถูกกับน้ำ?”

อา.........

ฉันเผลอพูดกับเธอเหมือนปกติไปซะแล้ว

ในประวัติศาสตร์การเป็นซิลเวอร์ของฉัน, นี่คือคำพูดที่เลินเล่อที่สุดที่หลุดออกมาจากปาก

จบบทที่ ตอนที่ 48: ผู้กล้ากับนักผจญภัยสวมหน้ากาก

คัดลอกลิงก์แล้ว