เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47: ข้าเทราก็อต, ขอบัญชา

ตอนที่ 47: ข้าเทราก็อต, ขอบัญชา

ตอนที่ 47: ข้าเทราก็อต, ขอบัญชา


ในตอนที่พวกเราออกจากปราสาท, ฟีเน่ก็ขออยู่ต่อแล้วส่งพวกเราออกไป

บางทีเธอน่าจะรู้ว่า ณ จุดๆนี้เธอทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว

นอกจากนี้, ฟีเน่ยังพึมพำด้วยเสียงทีเบามากจนมีแค่ฉันที่ได้ยิน

“ระวังตัวด้วยนะคะ ข้ารอการกลับมาของท่านอยู่”

“อืม, ไปละนะ”

หลังจากจบการสนทนานี้, ฉันก็พาท่านพี่เทรากับอัศวินหลวงที่คอยคุ้มกันเขาไปที่กิลด์นักผจญภัยสาขาเมืองหลวงจักรวรรดิ

ในตอนที่ฉันเข้าไปในกิลด์, จู่ๆเสียงของเด็กสาวก็ลอยเข้ามาในหูของฉัน

“—จะเป็นใครก็ได้.....ได้โปรดช่วยประเทศของเราที..... ได้โปรดยอมรับคำขอนี้แล้วเอาชนะมังกรทะเลเพื่อพวกเราด้วย.....!”

ฉันรู้ได้ในทันทีว่าเอวากำลังส่งข้อความผ่านห้องสื่อสารทางไกลของสำนักงานกิลด์สาขา

ยิ่งไปกว่านั้น, นี่ยังเป็นการออกอากาศฉุกเฉินสำหรับวิกฤตระดับทวีปด้วย บางทีมันน่าจะถูกเปิดใช้ด้วยสาเหตุบางอย่าง แต่จะรู้หรือไม่นั้น, เอวาก็กำลังขอความช่วยเหลือจากนักผจญภัยทั่วทวีปอยู่

นักผจญภัยในกิลด์นั้นบางส่วนก็กำลังเศร้าสลด, บางคนก็กำลังทะเลาะเบาะแว้งกันหรือไม่ก็กระดกเหล้าเข้าไปเพิ่ม แต่ไม่ว่ายังไง, พวกเขาทุกคนก็กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่

เด็กสาวที่ถูกมอนส์เตอร์โจมตีกำลังขอความช่วยเหลืออยู่แต่พวกเขากลับทำอะไรเพื่อช่วยเธอไม่ได้เลย ในฐานะนักผจญภัย, นี่มันก็ไม่ต่างอะไรจากการถูกเหยียดหยาม

การช่วยเหลือผู้ที่ร้องขอความช่วยเหลือนั้นคือภารกิจของนักผจญภัย

พวกเขารู้สึกอับอายกับความไร้พลังของตัวเองและความผิดหวังก็ถูกกลั่นออกมาจากความรู้สึกนั้น

ฉันรู้สึกโล่งอกที่ได้เห็นภาพนี้

ในขณะที่มีครอบครัวโง่ๆที่กำลังต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ มันก็มีพวกที่รู้สึกเศร้ากับความไร้พลังของตัวเองเพราะเด็กสาวที่พวกเขาไม่รู้จักด้วยซ้ำกำลังขอความช่วยเหลืออยู่

นี่มันเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกดีจริงๆ

และมันก็เป็นสาเหตุที่ฉันเข้าไปในห้องสื่อสารทางไกลในฐานะตัวแทนของพวกเขาและตอบรับคำอ้อนวอนของเด็กสาว

“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ รอแปบนึงนะ”

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง, ฉันก็สร้างประตูเคลื่อนย้ายข้างในกิลด์

ซึ่งมันเชื่อมต่อกับสำนักงานสาขาทางใต้

“พวกเรากำลังจะไปแล้วนะ เจ้าชายลำดับสี่”

“ไปสิ ข้ามองข้ามเด็กสาวที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้หรอก”

พอพูดจบ, ฉันก็เข้าประตูไปแล้วไปถึงกิลด์สาขาทางใต้

ทุกคนดูกล้าๆกลัวๆในตอนแรกแต่พวกเขาก็เอาชนะความกลัวของตัวเองแล้วก้าวผ่านประตูในทันที, จากนั้นพวกเขาก็มาถึงราชรัฐอัลบราโทร

ในตอนที่ฉันมาถึงสำนักงานกิลด์ที่เป็นซากไปส่วนนึงแล้ว, ฉันก็ได้สบตากับเอวาที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น

“ใครหรอคะ.....?”

“นักผจญภัยแรงค์ SS ที่ทำงานให้กับสาขาเมืองหลวงของจักรวรรดิ, ซิลเวอร์ ข้ามาที่นี่เพื่อตอบรับคำขอของเจ้า

ดวงตาของเอวาเบิกกว้างแล้วหลังจากนั้นน้ำตาของเธอก็เริ่มเอ่อล้นในทันที

พอเห็นเธอเป็นแบบนี้แล้ว, ฉันก็เข้าใจว่าเธอรู้สึกกลุ้มขนาดไหน

“เจ้าทำได้ดีแล้ว ตอนนี้รีบอพยพเถอะ”

“ค, ค่ะ....แต่ว่า, น้องชายของข้า......”

“น้องชายของเจ้าหรอ?”

“เขาบอกว่าเขาอยากทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้แล้วมุ่งหน้าไปที่ปราสาทค่ะ.....”

ฉันรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้อย่างบอกไม่ถูก หลังจากนั้นไม่นาน, ท่านพี่เทราก็ตามมาถึง

จากสีหน้าของเขานั้น, เวทย์เคลื่อนย้ายต้องไปกระตุ้นความสนใจของเขาแน่ๆ

“อืม อืม นี่พวกเรามาถึงทางใต้แล้วหรอเนี่ย เวทย์เคลื่อนย้ายนี่มันยอดเยี่ยมจริงๆนะ, คุณซิลเวอร์”

“เก็บความประทับใจเอาไว้ก่อน, ตอนนี้ช่วยมอบสิทธิการใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ให้ทีเถอะครับ, เจ้าชายลำดับสี่”

“มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนะ ถ้าคุณเอลน่าไม่ได้ยินมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”

“ถ้างั้นพวกเรามุ่งหน้าไปที่ที่ทำให้พวกเราเด่นกว่านี้ดีไหม”

ด้วยความคิดนี้, พวกเราก็มุ่งหน้าออกมาจากกิลด์ที่พังไปส่วนนึง ทัศนียภาพข้างนอกนั้นเละเทะมาก

ตึกอาคารที่อยู่ใกล้ๆกับท่าเรือได้รับความเสียหายหนักและมีมังกรตัวมหึมาอยู่ในทะเล

“ตัวใหญ่ชะมัด, นี่เจ้าจะเอาชนะมันได้จริงๆหรอ?”

“ก็ถ้าลุยคนเดียวก็คงหืดขึ้นคออยู่ครับ”

ในขณะที่พูด, กระสุนน้ำลูกนึงก็ถูกยิงออกมาจากปากของมังกรทะเล

แต่มันก็ใหญ่จริงๆหน่ะแหล่ะ ทำไมมันถึงใหญ่ขนาดนี้นะ?

“มันใหญ่กว่าเมื่อก่อนรึเปล่า!?”

พอได้ยินคำพูดของเอวา, ฉันก็เริ่มเตรียมเวทย์ป้องกัน

ถ้าสิ่งนั้นตกใส่เมืองหล่ะก็, มันคงจบด้วยภัยพิบัติดีๆนี่เอง

มีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้อพยพ

ฉันคงต้องหาวิธีดึงความสนใจของมันสินะ

ในขณะที่กำลังพิจารณาเรื่องนี้, ฉันก็ได้ยินเสียงดังมาจากยอดปราสาท

“ทางนี้โว้ย! ลิเวียธาน!!”

นั่นมันเสียงของจูลิโอ เขาน่าจะใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อทำให้เสียงของเขาดังขึ้น

ในมือของเขานั้นมีคทาที่เคยผนึกลิเวียธานอยู่

บางทีการที่ลิเวียธานมาโจมตีราชรัฐอัลบราโทรน่าจะเป็นเพราะมันกลัวว่าจะถูกผนึกอีกรอบหรือไม่ก็นี่อาจจะเป็นแค่การล้างแค้นที่ทำให้มันหลับไหลมาเนิ่นนานขนาดนี้

ก็พอเข้าใจอยู่ว่าที่จูลิโอไปเอามันมาเก็บไว้กับตัวนั้นก็เพื่อทำให้ตัวเองตกเป็นเป้า และถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเขาอาจจะต้องตายจากการทำแบบนี้, แต่เขาก็อยากปกป้องประชาชนที่อยู่ในเมือง

สายตาของลิเวียธานขยับแล้วเพ่งเล็งไปที่จูลิโอ

[อยู่นั่นเองสินะ ไอ้คทาน่ารังเกียจที่ทำให้ข้าหลับใหล ดูเหมือนว่ามันจะหมดพลังไปแล้วแต่มันอาจจะถูกใช้เพื่อทำให้ข้าหลับอีกก็ได้ ข้าจะทำให้มันหายไปจากโลกนี้ซะ]

ด้วยคำพูดนี้, ลิเวียธานก็เปลี่ยนกระสุนน้ำที่แต่เดิมก็ใหญ่อยู่แล้วให้ใหญ่ขึ้นไปอีก

นี่มันไม่ดีแล้ว

ฉันสร้างประตูเคลื่อนย้ายในขณะที่เตรียมเวทย์ป้องกัน

[เจ้าเด็กน้อยผู้ไม่รู้จักยั้งคิด ข้ายอมรับในความกล้าหาญของเจ้า, และเพื่อการนั้นข้าจะทำให้เจ้าได้ตายแบบไม่ต้องทรมาน]

พอพูดจบ, ลิเวียธานก็ยิงกระสุนน้ำลูกยักษ์ใส่ยอดปราสาท

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง, ฉันก็พุ่งเข้าไปในประตูเคลื่อนย้ายแล้วปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งที่หน้าจูลิโอ

“ยกโทษให้ข้าด้วยนะครับ.....ท่านพ่อ, ท่านแม่, ท่านพี่......”

“เก็บคำขอโทษไปใช้ตอนที่ได้เจอพวกเขาจริงๆเถอะ”

ฉันพูดแบบนั้นกับจูลิโอที่หลับตาเตรียมเผชิญหน้ากับความตายอยู่ในขณะที่ปล่อยเวทย์ป้องกันรัศมีกว้างออกมา

มันคือโล่

โล่ยักษ์สี่ฟ้าเงินที่ปรากฎขึ้นข้างหน้าปราสาทและรับกระสุนน้ำของลิเวียธานเอาไว้

<<นี่คือโล่อันยิ่งใหญ่ของทวยเทพ・ ชื่อของมันเป็นที่รู้จักโดยทั่วกัน・ มันคือตัวแทนของการปกปักษ์รักษา・ ตัวตนของมันมีเพื่อปกป้องผู้อ่อนแอ・ มันไม่สามารถพังทลายได้แม้จะเป็นเทพก็ตาม・ นี่คือโล่ที่ไร้พ่ายและไร้คู่ต่อกร ・นามของมันคือ—เอจิส>>

ในตอนที่ฉันเรียกชื่อโล่, มันก็เริ่มเปล่งแสง

กระสุนน้ำขนาดมหึมาที่ลิเวียธานยิงออกมานั้นถูกทำลายอย่างงายดาย

จูลิโอรู้สึกประหลาดใจกับภาพที่อยู่ตรงหน้าเขาและสูญเสียการทรงตัว

บางทีเธอน่าจะเป็นห่วงเขามาก, เอวารีบกระโดดออกมาจากประตูเคลื่อนย้ายแล้วเข้าไปหาเขา

“จูลิโอ!”

“ท่านพี่......”

“ข้าดีใจจังเลย, ดีใจจริงๆ.....! ข้าคิดว่าพวกเราจะจบสิ้นแล้วซะอีก....! แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วนะ...เขามา.....คนๆนี้มาเพื่อช่วยพวกเราแล้ว.....!”

“ช่วยพวกเราหรอครับ.....?”

“เข้าเดาว่าพวกท่านทั้งสองคงเป็นแฝดเจ้าชายเจ้าหญิงของอัลบราโทรสินะครับ?”

“ค, ครับ....ข้าชื่อจูลิโอ เดอ อัลบราโทร......”

“ข้าคือนักผจญภัยแรงค์ SS จากกิลด์นักผจญภัย, ซิลเวอร์ ส่วนคนผู้นี้คือ”

“ข้าเทราก็อตต์ เลคส์ แอดเลอร์, เจ้าชายลำดับสี่ของจักรวรรดิ”

ท่านพี่เทราออกมาจากประตูเคลื่อนย้ายแล้วแนะนำตัว

เขาอาจจะดูมีภูมิฐานแต่สายตาของเขานั้นก็จับจ้องไปที่เอวาอยู่ตลอด

ดูเหมือนว่าเด็กสาวเจ้าน้ำตาสุดน่ารักคนนี้จะได้รับคะแนนจากท่านพี่เทราไปเต็มๆเลย

ฉันนึกอยากจะเข้าไปตบเรียกสติเขาซักครั้งแต่เนื่องจากจุดยืนของฉันในตอนนี้ไม่สามารถทำแบบนั้นได้, ฉันจึงตัดสินใจใช้คำพูดแทน

“เจ้าชายลำดับสี่ ถึงเวลาทำงานแล้วครับ”

“พวกเรายังพอมีเวลาเหลือสำหรับชื่นชมเด็กสาวผู้งดงามคนนี้อยู่ไม่ใช่หรอ? หรือว่าคุณซิลเวอร์ไม่มั่นใจในความทนทานของโล่ที่เรียกออกมา?”

“จะให้ข้าโยนท่านออกไปตอนนี้เลยก็ได้นะสนใจไหม?”

“แบบนั้นก็แย่สิ....ช่วยไม่ได้หล่ะนะ ข้าจะทำหน้าที่ในฐานะราชวงศ์ซักครั้งนึงก็ได้”

พอพูดจบ, ท่านพี่เทราก็คว้าเครื่องขยายเสียงเวทมนตร์ที่จูลิโอมีอยู่แล้วดึงมันมาทางตัวเอง

ในตอนนั้นเอง, ท่านพี่เทราก็ได้เห็นจูลิโอเป็นครั้งแรก และ,

“จะว่าไป, เจ้าชายจูลิโอ สิ่งที่คุณทำเมื่อซักครู่นี้มันควรค่าแก่การสรรเสริญจริงๆ คนที่ยอมเสียสละเพื่อปกป้องผู้คนถึงขนาดนี้ที่ข้ารู้จักมีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น, ซึ่งนั่นก็คือพี่ชายที่จากไปของข้า ดังนั้น, ตอนนี้ข้าจะแสดงคุณสมบัติในระดับเดียวกับที่คุณพึ่งแสดงออกไปเมื่อซักครู่นี้ให้ดูเอง คุณสมบัติของราชวงศ์ที่ประชาชนสามารถภาคภูมิใจได้”

ด้วยคำพูดนี้, ท่านพี่เทราก็ใช้เครื่องขยายเสียง

ในขณะเดียวกันนั้นเอง, ลิเวียธานก็กำลังเตรียมการโจมตีต่อไปของมัน

และเพื่อเป็นการตอบสนอง, ท่านพี่เทราก็เริ่มสุนทรพจน์ของเขาด้วยท่าทีสบายๆ

“ถึงทุกคนในราชรัฐอัลบราโทร ข้าเจ้าชายลำดับสี่ของจักรวรรดิ, เทราก็อตต์ เลคส์ แอดเลอร์ ใครก็ตามที่ได้ยินเสียงของข้า, จงตั้งใจฟังให้ดี”

ฉันอยากให้เขารีบๆทำมันให้จบๆแต่การอัญเชิญดาบศักดิ์สิทธิ์นั้นสามารถทำได้ด้วยการยินยอมของท่านพี่เทราและเอลน่าต้องรู้ถึงการยินยอมนี้ด้วย

เพื่อความแน่นอน, มันจะดีกว่าถ้าท่านพี่เทรากับเอลน่ารู้ที่อยู่ของกันและกัน

ดังนั้น, ท่านพี่เทราจึงเริ่มเรียกหาเอลน่า

ส่วนฉันก็ต้องปกป้องเขาจนกว่าจะถึงตอนนั้น

“ในสถานการณ์ที่วุ่นวายนี้, ข้ามาที่นี่ในนามของท่านพ่อ, ในฐานะตัวแทนขององค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ เหตุผลที่ข้ามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อรักษาหรือปกป้องดินแดนแห่งนี้ มันไม่ใช่หน้าที่ของข้า ข้าแค่มาที่นี่เพื่อส่งมอบของสิ่งนึง”

บางทีมันคงเข้าใจว่ากระสุนนัดเดียวนั้นไม่สามารถทะลวงการป้องกันของฉันได้, ลิเวียธานจึงกระหน่ำกระสุนน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ามา

ซึ่งฉันเองก็ตอบรับพวกมันด้วยวงเวทย์นับไม่ถ้วน

ในระหว่างนี้เอง, ท่านพี่เทรานั้นไม่ได้ถูกอะไรมาขัดสุนทรพจน์ของเขาเลย

“มีอัศวินของข้าอยู่ในดินแดนนี้หรือไม่? อัศวินผู้กล้าหาญ? อัศวินผู้แข็งแกร่ง? อัศวินที่ยึดมั่นในเกียรติของตัวเอง? มีอัศวินคนไหนที่อยากทำอะไรซักอย่างกับสถานการณ์ในตอนนี้หรือไม่? ตอนนี้, มีอัศวินคนไหนที่อยากจะช่วยเหลือเหยื่อเหล่านี้จากภัยพิบัติอันไร้เหตุผลนี้รึเปล่า? ถ้ามีอยู่ก็ช่วยบอกชื่อของตัวเองมา ข้าจะมอบเกียรติยศจากการช่วยดินแดนนี้ภายใต้ชื่อของข้า!!”

ไม่มีใครตอบรับ

มันไม่มีทางที่พวกเขาจะได้ยินมัน

อัศวินทุกคนที่อยู่ในพื้นที่นี้อาจจะอยากเสนอชื่อของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม, ในพื้นที่นี้มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ตอบรับคำบัญชาของท่านพี่เทรา

“ข้าอยู่ที่นี่ค่ะ!! องค์ชาย! อัศวินที่จะตอบรับคำบัญชาของท่านอยู่ที่นี่แล้ว!!”

พอผ่ากระสุนน้ำเป็นสองซีก, เอลน่าก็ปรากฎตัวขึ้นอย่างห้าวหาญ

เมื่อรับรู้ถึงตัวตนของเธอแล้ว, ท่านพี่เทราก็พยักหน้าแล้วโบกมือเหมือนเขากำลังแสดงละครอยู่

“จงขานนามของเจ้ามา!”

“เอลน่า ฟ็อน แอมส์เบิร์กมาที่นี่เพื่อตอบรับคำบัญชาของท่านค่ะ, องค์ชาย!”

“ดีมาก! ภายใต้ชื่อขององค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่, โยฮันเนส เลคส์ แอดเลอร์, ข้า, เทราก็อตต์ เลคส์ แอดเลอร์, ขอบัญชา! จงเรียกดาบศักดิ์สิทธิ์ออกมา, ผู้กล้าหาญ!”

ในตอนนั้นเอง, เอลน่าก็ชูมือขึ้นฟ้า

จากนั้น, แสงออโรร่าก็ส่องลงมาจากสวรรค์

ด้วยการคว้าแสงที่เจิดจ้าเอาไว้, เอลน่าก็พึมพำออกมาในขณะที่มันค่อยๆเปลี่ยนเป็นรูปร่างดาบในมือของเธอ

“ขอบคุณค่ะ, องค์ชาย”

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าหรอก คุณเอลน่า นี่คือหน้าที่ของข้าในฐานะสมาชิกของราชวงศ์ เอาหล่ะ, ขอให้ข้าได้เชยชมความเจิดจรัสของคุณจากที่นั่งแถวหน้านี้เถอะนะ อัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดและนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิ การร่วมมือกันโค่นล้มมังกรของทั้งสองคนจะเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับผลงานชิ้นโบว์แดงของข้า”

พอพูดแบบนี้ออกมา, ท่านพี่เทราก็เผยรอยยิ้มน่าขนลุกตามปกติของเขาออกมาเล็กน้อย

ด้วยการยิ้มเอือมระอาให้กับท่านพี่เทราในสภาพนี้, ฉันก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าในขณะที่มองตรงไปยังจูลิโอ

“เอาหล่ะ, องค์ชายจูลิโอ, ตอนนี้ลูกค้าของข้าก็คือท่านเพราะฉะนั้นข้าขอยืนยันเพื่อความแน่ใจ....ท่านไม่มีปัญหาใช่ไหมถ้าข้าจะฆ่ามังกรทะเลตัวนั้น?”

“!? ค, ครับ! เชิญจัดการมันตามที่ท่านต้องการเลย!”

พอได้ฟังการตอบรับของจูลิโอ, ฉันก็หันกลับไปและเผชิญหน้าลิเวียธานด้วยกันกับเอลน่า

จบบทที่ ตอนที่ 47: ข้าเทราก็อต, ขอบัญชา

คัดลอกลิงก์แล้ว