เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42 : ปรึกษาทางไกล

ตอนที่ 42 : ปรึกษาทางไกล

ตอนที่ 42 : ปรึกษาทางไกล  


“ถ้างั้นข้าไปหล่ะนะ”

“เข้าใจแล้วครับ”

พอพูดจบฉันก็เตรียมแยกทางกับลีโอ

พระราชารอนดิเน่เตรียมกองทัพของเขาเสร็จในวันต่อมาหลังจากที่ยอมรับการจัดตั้งพันธมิตร เขาทำงานอย่างรวดเร็ว ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันนี้คงพูดได้ว่าเป็นลักษณะเด่นของประเทศทางใต้หล่ะนะ

ครั้งนี้, พระราชารอนดิเน่น่าจะออกไปด้วยตัวเองเพื่อจัดตั้งพันธมิตรกับราชรัฐอัลบราโทร แต่ถึงแม้จะพูดอย่างนั้น, บางทีเขาคงคิดว่ามันจะดีที่สุดถ้าได้สู้กับมังกรทะเลในขณะที่ยังอยู่ในอาณาเขตของอัลบราโทร

“อัล, ไปคนเดียวไม่เป็นไรแน่นะ?”

เอลน่าถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ในขณะที่พูดสายตาของเธอก็พยายามหันหนีจากทะเล

ดูเหมือนว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่สินะ

ครั้งนี้มาร์คจะเข้าร่วมกับลีโอ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อยู่กับฉัน

แต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องมีคนที่มีพรสวรรค์มาอยู่กับฉันในรอนดิเน่อยู่แล้ว

“พอเข้าน่านน้ำของอัลบราโทรเมื่อไหร่, ความสนใจของมังกรทะเลก็จะพุ่งไปที่ราชรัฐอัลบราโทร ข้าสามารถพักผ่านอย่างสบายๆได้พักนึง แทนที่จะมาห่วงข้า, ข้าต่างหากหล่ะที่ควรเป็นห่วงเจ้ามากกว่า ดูนั่นสิ ทะเลสวยดีนะว่าไหม?”

“ข้า, ข้า, ข้าไม่เป็นไรหรอกหน่า!! ถะ, ถ้ามันเป็นการต่อสู้หล่ะก็.....ไว้ใจข้าได้เลย ละ, แล้วก็เหมือนกับที่เจ้าพูด....ทะเลสะ, สวยดีนี่.....มัน, มันเหมือนกับข้ากระโดดเข้าไปในรูปวาดเลย......”

แค่มองทะเลจากท่าเรือ, เอลน่าก็หน้าซีดขึ้นเรื่อยๆในขณะที่พูด ตอนนี้ดวงตาของเธอตายซากไปแล้ว

ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าครั้งนี้เธอคงไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้ซักเท่าไหร่

เอลน่าเก่งบนบกมากกว่า แต่ก็เอาเถอะ, ลีโอน่าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้วเพราะฉะนั้นมันคงไม่เป็นไรต่อให้ฉันไม่ได้บอกเขาด้วยตัวเอง

“ขอฝากที่เหลือไว้กับเจ้านะ แล้วก็ช่วยดูแลเอลน่าด้วย”

“ครับ, ไว้ใจข้าได้เลย ท่านพี่พักผ่อนอยู่ที่นี่ให้สบายเถอะ”

“โอเค ขอฝากเรื่องต่อสู้ไว้กับเจ้าละกัน ไปสะสางเรื่องนี้ให้จบ ถึงยังไงถ้ามีมังกรทะเลแอบซุ่มอยู่แถวนี้การจะกลับจักรวรรดิก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆหล่ะนะ”

ด้วยการพูดคุยลักษณะนี้, ฉันก็บอกลาพวกเขาทั้งสองคน

ในตอนที่กองเรือพ้นระยะสายตาของฉัน, ฉันก็กลับไปที่ห้องที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ฉันข้างในปราสาท ฉันอยากจะนอนหลับไปทั้งแบบนี้เลยแต่ก็เป็นไปตามคาด, ฉันไม่มีเวลาทำเรื่องแบบนั้น

เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน, ฉันได้สร้างภาพลวงตาของตัวเองให้นอนหลับอยู่บนเตียงก่อนที่จะออกจากห้องผ่านทางหน้าต่าง

จุดหมายของฉันคือกิลด์นักผจญภัยสาขารอนดิเน่

แน่นอนว่า, ฉันไม่ได้มุ่งหน้าไปที่นั่นในฐานะอาร์โนลด์ ฉันกำลังไปที่นั่นในฐานะซิลเวอร์, โดยใช้เวทย์ลวงตาเพื่อแปลงรูปลักษณ์ภายนอกของฉัน

อย่างไรก็ตาม, มันจะสร้างความโกลาหลได้ถ้านักผจญภัยทั่วไปรู้ว่าซิลเวอร์อยู่ที่นี่ดังนั้นฉันก็เลยใช้เวทมนตร์ทำให้พวกเขาหลับไปก่อนที่จะเข้ามาในสำนักงานของสาขา

ในตอนที่นักผจญภัยทุกคนเคลิ้มหลับไปแล้ว, ฉันก็เข้ามาข้างใน

พนักงานต้อนรับซึ่งฉันยกเว้นเอาไว้ยังตื่นอยู่ อย่างไรก็ตาม, เธอกำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเธอ

“ทะ, ท่านเป็นใครกันคะ......!?”

“ข้าคือซิลเวอร์, นักผจญภัยแรงค์ SS ที่ประจำอยู่สาขาเมืองหลวงของจักรวรรดิ ข้าไม่อยากก่อความวุ่นวายก็เลยทำให้นักผจญภัยที่นี่หลับไปก่อน ขอโทษนะถ้ามันไปทำให้เจ้ากลัว”

“ซะ, ซิลเวอร์? นักผจญภัยที่มีชื่อเสียงคนนั้นหรอคะ?”

“มีชื่อเสียงรึเปล่าข้าไม่รู้หรอก”

พอพูดจบ, ฉันก็แสดงบัตรนักผจญภัยของฉันให้พนักงานต้อนรับดู

พนักงานต้องรับรับบัตรไปอย่างกล้าๆกลัวๆและตรวจสอบรายละเอียดของมันในขณะที่ส่งเสียงออกมาอย่างตกใจ

“ตะ, ตัวจริงหรอคะเนี่ย!?”

“ข้าก็บอกไปแล้วนี่ ขอโทษนะแต่ข้าอยากใช้ห้องสื่อสารทางไกล”

กิลด์นักผจญภัยแต่ละสาขานั้นจะมีห้องสื่อสารทางไกลของตัวเองอยู่

มันคือห้องที่มีบาเรียพิเศษซึ่งสร้างขึ้นโดยคริสตัลชิ้นนึงที่ตั้งอยู่ตรงกลางห้องโดยมันจะเชื่อมต่อกับห้องสื่อสารทางไกลอื่นๆในสำนักงานใหญ่กิลด์นักผจญภัยและสาขาย่อยของมัน

มันคือเทคนิคลับของกิลด์ที่ช่วยให้กิลด์สาขาต่างๆสามารถตอบโต้กับภัยคุกคามจากมอนส์เตอร์ทั่วทวีปได้อย่างรวดเร็ว

“ขะ, เข้าใจแล้วค่ะ! เชิญตามข้ามาทางนี้ได้เลยค่ะ!”

มีแค่พนักงานกิลด์หรือนักผจญภัยแรงค์ S ขึ้นไปเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องสื่อสารทางไกล

นักผจญภัยแรงค์ S ขึ้นไปที่สามารถต่อสู้กับมอนส์เตอร์คลาสสูงๆได้ด้วยตัวคนเดียวนั้นจะได้รับการดูแลดีเป็นพิเศษในบรรดากลุ่มสมาชิกกิลด์

พนักงานต้อนรับพาฉันไปที่ห้องสื่อสารทางไกลและเชื่อมต่อสายกับสำนักงานใหญ่ในทันที

จากนั้น

“นี่คือนักผจญภัยแรงค์ SS ซิลเวอร์ ช่วยเรียกรองหัวหน้ากิลด์มาหน่อย”

“รับทราบค่ะ”

สมกับเป็นพนักงานของสำนักงานใหญ่ พวกเขาเคยชินกับเรื่องพวกนี้

การตอบสนองของพวกเขาเยือกเย็นและฉะฉาน

หลังจากรออยู่พักนึง, ใบหน้าของชายหนวดเฟิ้มก็ปรากฎขึ้นบนคริสตัล

ผมสีดำและดวงตาสีน้ำเงิน ชื่อของชายคนนี้ที่ดูเข้ากับคำพูดที่ว่า ‘คุณลุงหน้าหล่อ(Nice middle)’ ก็คือไคลด์

(หมายเหตุ: 「ナイスミドル」 หรือภาษาอังกฤษคือ ‘Nice Middle’ เป็นแสลงค์ของคนญี่ปุ่นที่ใช้เรียกผู้ชายวัยกลางคนที่มีเสน่ห์น่าดึงดูดครับ)

เขาเคยเป็นนักผจญภัยคลาส S ที่เดินทางสร้างชื่อเสียงไปทั่วทวีป ตอนนี้เขาเกษียณแล้วและทำหน้าที่เป็นรองหัวหน้ากิลด์ที่กิลด์นักผจญภัยสำนักงานใหญ่

[ไหงเจ้าถึงโทรมาหาข้าจากสาขาเขตใต้ได้หล่ะเนี่ย?]

“ข้าแค่มาหาคนรู้จักที่อยู่แถวนี้หน่ะ”

[คนรู้จักสินะ ข้าประหลาดใจนะเนี่ยที่เจ้ามีคนที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นคนรู้จักอยู่ด้วย]

“ข้าเองก็เป็นมนุษย์เหมือนกันนะ ข้าก็ต้องมีคนรู้จักอยู่บ้างแหล่ะ แต่ช่างเรื่องนั้นเถอะ, ข้าพึ่งได้ยินข่าวลือแปลกๆมา, มันเป็นความจริงรึเปล่า?”

[ปกปิดไปก็คงไม่มีประโยชน์สินะ...ใช่มันเป็นเรื่องจริง มีคำขออย่างเป็นทางการจากราชรัฐอัลบราโทรให้ไปกำจัดมังกรทะเล ตอนนี้สำนักงานใหญ่กำลังวุ่นวายเลยหล่ะ]

“ก็ไม่แปลกหล่ะนะ แล้วสำนักงานใหญ่กำหนดคลาสไว้ที่เท่าไหร่?”

[ตั้งใจว่าจะกำหนดเอาไว้ที่คลาส S แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามันจะสร้างความเสียหายได้มากแค่ไหนบางทีคลาสของมันอาจจะถูกเลื่อนเป็น SS ก็ได้ และถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะกลายเป็นคำขอระดับสูงสุดที่ต้องการนักผจญภัยแรงค์ SS มากกว่าหนึ่งคน]

“อย่าทำแบบนั้นนะ ต่อให้พวกเขาสามารถเอาชนะมังกรทะเลได้, แต่ราชรัฐอัลบราโทรได้กลายเป็นซากแน่”

การเรียกรวมตัวนักผจญภัยแรงค์ SS หลายคน

มันคือสิ่งที่แม้แต่กิลด์นักผจญภัยเองก็ยังอยากที่จะหลีกเลี่ยง ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีความแข็งแกร่งผิดมนุษย์, แต่พวกเขานั้นไม่ค่อยมีสามัญสำนึก

ถ้าคนแบบนั้นมาอยู่ด้วยกัน, สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในทะเลอาจจะตายไปพร้อมกับมังกรทะเลเลยก็ได้, เมืองท่าเองก็อาจจะอยู่ในสภาพที่เกินกว่าจะฟื้นฟูได้เช่นกัน สเกลความเสียหายนั้นมันมีความเป็นไปได้มากถึงขนาดนั้น

[ข้าเองก็ไม่อยากเรียกรวมพวกเขาเหมือนกัน ขอโทษนะแต่ในเมื่อเจ้าอยู่แถวนั้นแล้ว, ช่วยกำจัดมันให้ข้าหน่อยได้ไหม?]

“อย่าพูดเหมือนข้าเป็นบ๋อยของเจ้านะ เดี๋ยวข้าจะกลับไปจัดการธุระที่เมืองหลวงของจักรวรรดิก่อน แล้วจะมาจัดการให้ทีหลัง”

[งั้นหรอ.....ถ้าเจ้ารีบจัดการให้ได้จะขอบคุณมากเลยหล่ะ]

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า?”

[.......ข้อมูลนี้เป็นความลับนะแต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะรั่วไหลไปถึงจักรวรรดิแล้ว แถมดูเหมือนว่าพวกเขาเองก็เริ่มหารือกันแล้วด้วยว่าจะแทรกแซงยังไงดี]

“ถ้าการแทรกแซงของพวกเขาสำเร็จพวกเขาก็จะสร้างหนี้บุญคุณก้อนใหญ่ให้กับประเทศทางใต้ได้สินะ แต่ว่า.....มันมีความเป็นไปได้อยู่นะว่าจะมีภัยพิบัติเกิดขึ้นระลอกที่สอง”

หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือมันจะเกิดขึ้นแน่

ถ้าพวกเขาส่งกองเรือมา, พวกเขาก็ก็มีแต่จะถูกพายุจม

สิ่งที่จักรวรรดิสามารถทำได้ก็คือส่งพวกระดับสูงของพวกเขามาแต่ถ้ามันเป็นแบบนั้น, มันจะเป็นการดีกว่าถ้าปล่อยให้เอลน่าที่อยู่ในเหตุการณ์อยู่แล้วเป็นคนจัดการ

บางที่สิ่งที่พ่อของฉันกำลังพิจารณาอยู่ในตอนนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ว่าเขาควรอนุญาตให้เอลน่าใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์รึเปล่า

[ตามนั้นแหล่ะ, ก่อนที่จักรวรรดิจะมาถึงแล้วทำให้เรื่องวุ่นวายขึ้น, ข้าอยากให้กิลด์นักผจญภัยจัดการกับมันให้ได้ก่อน]

“ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจความรู้สึกหรอกนะ แต่ว่าข้าไม่อยากจะรอมังกรทะเลที่ไม่รู้ว่าจะโผล่มาที่ไหนหรือตอนไหน เอาเป็นว่าถ้ามันโผล่มาข้าจะรีบมุ่งหน้าไปหามันในทันที ตกลงไหม?”

[แบบนั้นก็พอรับได้อยู่ เดี๋ยวทางฝั่งข้าจะแจ้งข้อมูลให้เจ้าทราบแล้วกัน ช่วงนี้จักรวรรดิค่อนข้างระส่ำระส่ายจากสงครามผู้สืบทอด ถ้าเป็นไปได้ข้าก็ไม่อยากไปข้องเกี่ยวกับพวกเขา ดังนั้นถ้าเจ้าได้รับรายงานการพบเห็นมันเมื่อไหร่ให้รีบจัดการทันทีเลยนะ]

“เดี๋ยวข้าใช้ดุลยพินิจของข้าตัดสินเองก็แล้วกัน”

ฉันตอบไปแบบนี้แล้วจบการสนทนา

ความลับของกิลด์รั่วไหลไปถึงจักรวรรดิหรอ....ชักรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้แล้วสิ

ฉันคิดว่ามีบางคนพยายามจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้อยู่

ถ้าฉันไม่ป้องกันเอาไว้นี่อาจจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายได้

ดูเหมือนว่าฉันควรจะกลับไปที่เมืองหลวงของจักรวรรดิสักครั้งนึงเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้สินะ

“ขอบใจนะ ตอนนี้ข้าขอตัวหล่ะ”

“ค, ค่ะ!”

ฉันขอบคุณพนักงานต้อนรับแล้วเดินออกจากกิลด์

พรุ่งนี้ต้องบินกลับเมืองหลวงของจักรวรรดิสินะ

ฉันต้องไปตรวจสอบสถานการณ์ของพวกฟีเน่แล้วสืบดูว่าจักรวรรดิวางแผนจะแทรกแซงยังไง

ถ้าจักรวรรดิเคลื่อนไหวไปในแนวทางแทรกแซงอย่างจริงจัง, การจะไปทำลายแผนการของพวกเขาในฐานะซิลเวอร์ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดี

จักรวรรดิและกิลด์นักผจญภัย, ทั้งคู่ต่างก็มีชื่อเสียงให้ยึดถืออยู่ มันจะเป็นการดีที่สุดถ้าแก้ปัญหานี้ได้พร้อมกับรักษาหน้าของทั้งสองฝ่าย

“เอาเถอะ, หลังจากที่กลับไปแล้วค่อยคิดเรื่องนี้ก็แล้วกัน”

ฉันพึมพำออกมาหลังจากนั้นก็คลายเวทย์ลวงตาและกลับไปเป็นอาร์โนลด์เหมือนเดิม

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด, พวกฟีเน่อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ว่าแล้วเชียว, จะยืนยันได้แน่ๆก็ต่อเมื่อกลับไปดูด้วยตัวเองสินะ

“เอาเถอะ, ถ้าไม่ได้ไปทำเรื่องบ้าๆก็คงจะดีอยู่หรอก”

แต่ถึงอย่างนั้นฟีเน่ก็ดูเหมือนพวกที่ทำอะไรไม่ยั้งคิดด้วยสิ

ในตอนที่ต่อสู้กับแวมไพร์เอง, เธอก็ปีนขึ้นไปบนหอนาฬิกาโดยไม่ลังเลเลย แม้แต่ตอนที่เธอกำลังร่วงลงมา, เธอก็ยังให้ความสำคัญกับขลุ่ยมากกว่าตัวเอง

คนอะไรทำไมถึงไม่หัดให้ควาสำคัญกับตัวเองบ้างเลย

ถ้านิสัยด้านนั้นของเธอยังไม่แสดงออกมาก็คงจะดี

ฉันกลับไปที่ปราสาทในขณะที่กังวลเรื่องของเธอ

จบบทที่ ตอนที่ 42 : ปรึกษาทางไกล

คัดลอกลิงก์แล้ว