เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41: ก่อตั้งพันธมิตร

ตอนที่ 41: ก่อตั้งพันธมิตร

ตอนที่ 41: ก่อตั้งพันธมิตร


ฉันตื่นขึ้นมาในตอนที่เสียงดังลั่นของปืนใหญ่เวทมนตร์สิ้นสุดลงแล้ว

การต่อสู้จบแล้วในตอนที่ฉันขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ

ลีโอกับคนอื่นๆดูเหมือนจะกำลังออกค้นหาเผื่อยังมีมอนส์เตอร์เหลืออยู่

“ถ้าพวกเราเสร็จงานแล้วก็รีบพาข้ากลับฝั่งได้แล้ว ข้าอยากไปงีบในปราสาท”

“เห้อ....พวกเรากำลังจะกลับแล้วครับ”

พวกเรามุ่งหน้ากลับไปที่ท่าเรือในขณะที่ฉันถูกลูกเรือมองด้วยสายตาเอือมระอา และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ก้าวเข้าสู่แผ่นดินของรอนดิเน่

เอาเถอะ, ตัวท่าเรือก็ไม่ได้ต่างจากอัลบราโทรมากนัก แค่อัลบราโทรอาจจะดูเจริญกว่าเท่านั้นเอง

ในขณะที่ฉันกำลังชื่นชมท่าเรืออยู่, เอลน่าก็กระโดดข้ามหลังคามาแล้วตะโกนเรียกฉัน

“อัล!”

“ไง, เอลน่า เหนื่อยหน่อยนะ”

ด้วยการโบกมือให้เธอ, ฉันก็พูดขอบคุณ

ตัดสินจากสภาพแวดล้อมของฉัน, มอสเตอร์ส่วนใหญ่ที่ขึ้นบกอาจจะถูกเอลน่ากำจัดไปหมดแล้ว

การที่ซากมอนส์เตอร์เกือบทั้งหมดถูกกองเอาไว้เกลื่อนกลาดอยู่ที่นี่และดูเหมือนจะถูกฆ่าด้วยการโจมตีเดียวนั้น, ก็ถือว่าเป็นหลักฐานที่เพียงพอแล้ว

“ข้าก็ไม่ได้ลำบากอะไรนักหรอก คนที่เหนื่อยน่าจะเป็นฝั่งเจ้าไม่ใช่หรอ?”

“ก็นะ ตอนนี้ข้าเหนื่อยจริงๆนั่นแหล่ะ”

สมกับที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉัน

เธอมองออกในทันทีว่าฉันคืออัลตัวจริง

การที่สามารถมองออกได้ง่ายแบบนี้, ฉันไม่สามารถดูถูกสายตาของเธอได้จริงๆ

ด้วยความคิดนี้, ฉันก็เงยหน้าขึ้น ซึ่งการทำแบบนี้, ทำให้ฉันอยู่ในจุดที่สามารถส่องใต้กระโปรงของเอลน่าได้

แน่นอนว่า, ฉันมองไม่เห็นชุดชั้นในของเธอเพราะเธอสวมซับในสีดำอยู่ ถ้าเป็นลีโอเขาก็คงจะบ่นว่าเธอแต่งตัวไม่เหมาะสม

“นี่, เอลน่า ข้าว่าปีนไปอยู่บนที่สูงแบบนั้นไม่น่าจะเป็นความคิดที่ดีเท่าไหร่นะ”

“อะไรของเจ้าเนี่ย? ตอนนี้คิดจะแกล้งทำตัวเป็นลีโออีกรึไง? เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรอว่ามันไม่ได้ผลหรอก?”

“ก็นะ, เอาเถอะถ้าเจ้าไม่ถือสาข้าเองก็ไม่อะไรเหมือนกัน”

เอลน่าไม่ได้เสียความมั่นใจเลย

ดูเหมือนว่าเธอจะมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มที่

ซึ่งการที่เธอมั่นใจขนาดนี้มันก็เป็นธรรมดาที่ฉันอยากจะทำลายมัน

“เปล่าประโยชน์หน่า! ข้าแต่งตัวมามิดชิดแล้ว!”

“อ๋อ, หรอ....แต่มันกำลังจะขาดไม่ใช่รึไงนั่น?”

ความมั่นใจทั้งหมดหายไปจากใบหน้าของเอลน่า

จากนั้นเธอก็ตะโกนกลับมาหาฉันด้วยใบหน้าที่แดงขึ้นเล็กน้อย

“ขะ, ข้าไม่มีวันหลงกลเจ้าหรอก!”

“ข้าก็บอกแล้วไงถ้าเจ้าไม่ถือสาข้าเองก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน แต่ขอพูดเอาไว้เลยนะ, ซับในสีดำของเจ้ามันทำให้ชุดชั้นในสีอ่อนของเจ้ามันดูเด่นรู้ตัวบ้างไหม?”

“!!??”

เท่านี้การแข่งขันก็ถูกตัดสินแล้ว

เอลน่าหันกลับไปแล้วแอบตรวจดูใต้กระโปรงของเธอ

ตามปกตินั้นเอลน่าชอบสวมชุดชั้นในสีขาวหรือไม่ก็สีโทนอ่อน ฉันพูดออกมาให้คลุมเครือเพื่อให้เธอเข้าใจผิดไปเองแต่ดูเหมือนว่าเธอจะติดกับจริงๆสินะ

“ตะ, ตรงไหน!? มันขาดตรงไหน!? อัล~……?”

“มันก็ต้องเป็นเรื่องโกหกอยู่แล้ว รู้สึกตัวซักทีสิ”

พอพูดจบ, ฉันก็มุ่งหน้าไปที่ปราสาทอย่างเฉยเมย

หลังจากนี้, ลีโอคงเข้าไปทักทายพระราชาอีกครั้ง, เขาน่าจะมาขอพูดคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวเนื่องจากเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือจะบอกว่ามันเป็นทางเลือกเดียวของเขาก็ว่าได้

สรุปง่ายๆก็คือฉันมีเวลาว่างจนกว่าจะถึงตอนนั้นเพราะฉะนั้นขอไปงีบที่ปราสาทซักหน่อยละกัน

“อัล....? นี่เจ้าคิดจะไปไหน?”

“ก็ต้องไปปราสาทหน่ะสิ”

“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมปล่อยไปง่ายๆหรอ?”

“ตอนนี้เจ้าอยู่ในตำแหน่งที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยข้าไปไม่ใช่รึไง?”

ที่แห่งนี้เคยเป็นสนามรบจนถึงเมื่อซักครู่นี้

เธอไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามอนส์เตอร์จะกลับมาอีกรึเปล่า

สำหรับลีโอนั้นคงไม่ต้องพูดถึงแต่ฉันต้องรีบลี้ภัยโดยด่วน

“เจ้าจะปลอดภัยถ้าอยู่ใกล้ข้าเพราะฉะนั้นเจ้าแค่อยู่กับข้าก็พอแล้ว”

“เอามือทาบอกแล้วถามตัวเองดีๆ ข้าเคยปลอดภัยตอนอยู่ข้างเจ้าด้วยหรอ? จนถึงตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนเกือบตายมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วไม่รู้รึไง?”

“นั่นก็เพราะอัลชอบพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องต่างหากหล่ะ! จริงๆเลย! ทำไมเจ้าต้องโกหกแบบนั้นด้วยนะ!?”

“ไอ้นั่นมันก็นั่นไงหล่ะ พอเห็นเจ้าทำท่าที่มั่นใจขนาดนั้นแล้วมันก็เป็นธรรมดานี่ที่ข้าอยากจะแกล้งเจ้า”

“นิสัยตรงนี้ของเจ้านี่เหมือนจักรพรรดิจริงๆ....ฝ่าบาทเองก็ชอบพูดเรื่องแบบนี้เหมือนกัน”

“ถึงยังไงเขาก็เป็นพ่อของข้านี่หน่า เอาเถอะขอโทษละกัน, ข้าผิดเองแหล่ะ แต่ว่า, นานๆครั้งหาชุดชั้นในแบบหวือหวามาใส่บ้างก็ดีเหมือนกันนะ”

“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!”

เธอกระโจนเข้ามาคว้าคอเสื้อของฉันแล้วสั่นฉันไปมาอย่างรุนแรง

อา, โลกกำลังสั่นอยู่หล่ะ.....

ในตอนที่ฉันคิดจะบอกลาสติของฉัน, ในที่สุดเธอก็ยอมปล่อยฉันไป

ท้ายที่สุดแล้ว, ฉันก็เคลื่อนไหวไม่ได้ไปพักนึงซึ่งมันก็จบลงที่ฉันต้องขึ้นรถม้าที่ตั้งใจเตรียมไว้เพื่อพาลีโอกลับปราสาท

...

“อะ, อะไรนะ!? มังกรทะเลตื่นจากการจำศีลแล้วหรอ!?”

“ใช่ครับ, ฝ่าบาท เรือรบรุ่นใหม่ล่าสุดของอัลบราโทรถูกมันจมไปสามลำแล้ว นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่าการโจมตีของมอนส์เตอร์ที่พึ่งผ่านมานั้นจะเกี่ยวข้องกับมังกรทะเลตัวนี้ด้วย”

“ถะ, ถ้ามีเจ้าตัวแบบนั้นตื่นขึ้นมาหล่ะก็....ประเทศของข้าจะอยู่รอดต่อไปได้หรอ......?”

พอเห็นราชารอนดิเน่ที่อยู่ในสภาพตื่นตระหนก, ฉันก็รู้สึกปลงอยู่ในใจ

ในตอนที่ฉันคิดว่าในที่สุดก็จะได้พักผ่อนแล้ว, เอลน่าก็พูดขึ้นมาว่า ‘ถ้าพวกเจ้าสลับตัวกันอีกครั้งคงไม่เป็นไรหรอกหน่า’ แล้วตอนนี้ฉันก็กำลังพูดกับราชารอนดิเน่ในฐานะลีโอ

แน่นอนว่า, การแกล้งแสดงเป็นลีโอแล้วคุยเรื่องนี้ให้จบไปเลยนั้นมันเร็วกว่าการที่ต้องมาอธิบายรายละเอียดทั้งหมดให้กับลีโอตัวจริงก่อนค่อยให้เขามาคุยแต่ว่า.....

ฉันก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้อยู่ดี

“ครับ สำหรับเรื่องนี้, ราชาของอัลบราโทรต้องการจะขอให้จักรวรรดิเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างราชรัฐอัลบราโทรกับราชรัฐรอนดิเน่ครับ ฝ่าบาท ในฐานะที่ข้าเป็นทูตที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จของจักรวรรดิ ข้าอยากจะขอให้ท่านต่อสู้กับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ด้วยการปล่อยวางความขัดแย้งในอดีตแล้วร่วมมือกับราชรัฐอัลบราโทรเพื่อก่อตั้งพันธมิตรกำจัดมังกรทะเลขึ้นมา ข้าให้สัญญาเลยว่าจักรวรรดิจะสนับสนุนพันธมิตรนี้เช่นกัน”

“อะ, อืม....แต่ว่านะ”

“ท่านมีปัญหาอะไรหรอครับ?”

“มันจะนำอันตรายมาสู่ประเทศของข้าจริงๆหรอ?”

“อย่างนี้นี่เองสินะครับ ก็จริงอยู่ที่ข้าไม่มีหลักฐาน แต่ว่า, ข้าได้บังเอิญเจอกับมังกรทะเลในระหว่างทางมารอนดิเน่ ข้าสามารถหนีจากมันมาได้แต่หลังจากนั้นข้าก็มาเจองูทะเลซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าจะเข้าใกล้ฝั่งกำลังมุ่งหน้าเข้าหาท่าเรือของท่าน ข้าสงสัยว่าการโจมตีของมอนส์เตอร์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะมังกรทะเลเข้ามาในน่านน้ำของท่าน”

“ตะ, แต่นี่มัน.....”

“สิ่งที่สำคัญก็คือว่าระยะการก่อความวุ่นวายของมังกรทะเลมันกินมาถึงน่านน้ำของรอนดิเน่ด้วย ฝ่าบาทครับ การที่เป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าเส้นทางทะเลสู่ประเทศของท่านในตอนนี้ถูกมังกรทะเลขวางเอาไว้อยู่ ซึ่งสถานการณ์แบบนี้มันเป็นผลเสียกับราชรัฐรอนดิเน่อย่างแน่นอนไม่ใช่หรอครับ?”

ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากจะโน้มน้าวเขาด้วยวิธีนี้แต่ในเมื่อฉันไม่รู้ว่าพระราชาจะลังเลแบบนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหนฉันจึงต้องอธิบายถึงความเสียเปรียบของสถานการณ์ที่รอนดิเน่กำลังเผชิญอยู่

“ถ้าเส้นทางทะเลถูกปิดกัน, ท่านก็จะทำการค้าขายแลกเปลี่ยนได้แค่ทางบกเท่านั้น ถึงแม้ว่าราชรัฐรอนดิเน่จะปกครองพื้นที่ถึงสองในสามของคาบสมุทร, แต่เส้นทางส่วนใหญ่ที่เชื่อมกับตอนกลางของทวีปนั้นยังถูกราชรัฐอัลบราโทรควบคุมอยู่ ถ้าพวกเขากวดขันเส้นทางบกขึ้นมาฝ่ายที่จะเสียเปรียบก็จะเป็นราชรัฐรอนดิเน่ของท่านนะครับ, ฝ่าบาท”

“จะ, จริงหรอ!?”

“ถ้าเกิดเส้นทางทะเลถูกปิดกั้นแบบนี้จักรวรรดิของเราก็คงไม่มีวิธีสนับสนุนท่าน ท่านเข้าใจใช่ไหมครับ? ฝ่าบาทถ้าเกิดท่านเลือกที่จะมองข้ามภัยคุกคามจากมังกรทะเลในตอนนี้, มันก็เหมือนกับการยอมรับสถานการณ์นั้น แน่นอนว่า, ข้าจะไม่ห้ามท่านถ้าท่านยังมั่นใจว่าสามารถเอาชนะอัลบราโทรได้ด้วยสถานการณ์แบบนั้น แต่ว่า, ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าจักรวรรดิจะเลือกสนับสนุนฝ่ายไหนเมื่อถึงเวลานั้น”

ด้วยประโยคทิ้งท้าย, สีหน้าของราชารอนดิเน่ก็ซีดเผือด

จักรวรรดิเป็นมหาอำนาจ แค่การพูดเปรยว่าจักรวรรดิจะทำการเคลื่อนไหวแบบนั้นก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับประเทศขนาดเล็กและประเทศขนาดกลางส่วนใหญ่ได้แล้ว

ยิ่งกว่านั้นในเมื่อราชรัฐอัลบราโทรพยายามจะขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิ สิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อสักครู่นี้อาจจะได้ผลกว่าที่คิดเอาไว้ก็ได้

“ขะ, เข้าใจแล้วครับ! พวกเรายอมรับการก่อตั้งพันธมิตร ประเทศของข้าจะให้ความร่วมมือกับราชรัฐอัลบราโทรในการต่อสู้กับมังกรทะเลอย่างสุดความสามารถ”

ในที่สุดเขาก็ทำการตัดสินใจได้แล้ว

เท่านี้ราชรัฐอัลบราโทรก็สามารถจ้างกิลด์นักผจญภัยได้แล้ว

เอาจริงๆ, พวกเขาอาจจะส่งคำขอไปแล้วด้วยซ้ำ ถึงยังไงในเมื่อพวกเขาขอให้จักรวรรดิเข้าแทรกแซงแบบนี้พวกเขาก็คงไม่คิดว่าพวกเราจะล้มเหลวหรอก

เอาหล่ะตอนนี้, งานของอาร์โนลด์ก็จบลงเพียงเท่านั้น

ฉันได้บอกเอลน่ากับลีโอไปแล้วว่าหลังจากที่ฉันโน้มน้าวพระราชาได้สำเร็จฉันจะขอให้พวกเขายอมปล่อยให้ฉันได้ทำตามใจชอบ

รอนดิเน่น่าจะส่งกองเรือไปช่วยอัลบราโทรต่อสู้กับมังกรทะเลแต่ว่าฉันจะไม่เข้าร่วมด้วย

ถึงยังไงมันก็ถึงเวลาเคลื่อนไหวในเงามืดแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 41: ก่อตั้งพันธมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว